วิวาห์ชำระหนี้

โดย: ฟ้าโปรยฝัน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 30 : ตอนที่ 30


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 

30

 

โรงพยาบาลซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านริมทะเลนัก

อาการไข้ของนิกข์นิภาทุเลาลง เขาเฝ้าเธอตลอดทั้งคืน และหลับฟุบอยู่ข้างเตียง มือของชายหนุ่มยังกุมมือเธอไว้ แน่นราวกับกลัวว่าจะจมหายไปในท้องทะเล เขาแน่แก่ใจแล้ว เขารักเธอจะไม่ยอมให้เธอหายไปไหนอีกเป็นอันขาด เขาจะถนอมเธอไว้ด้วยความรัก ที่มาจากใจไม่ใช่ห้าพันล้าน

นิกข์นิภาตื่น เห็นเขาและรับรู้ถึงมือที่ถูกกุม รวบรวมความคิด จำได้ว่าเมื่อวาน ลงไปเก็บรองเท้าที่กำลังถูกคลื่นทะเลซัดห่างฝั่งออกไปทุกขณะ พอจับรองเท้าได้เกิดเป็นตะคิว จึงดำผุดดำว่าย

จากนั้นไม่แน่ใจว่าฝันหรือจริง...ใครคนหนึ่งวิ่งลุยทะเล ว่ายลงมาช่วยเธอ อุ้มเธอขึ้นฝั่ง เขาผายปอดเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ริมฝีปากของเขาริมผีปากของเธอประสานเป็นหนึ่งเดียว ลมหายใจเขาเรียกลมหายใจของเธอที่ระทดระทวยให้กับมาไหลเวียน เธอสำลักน้ำและได้สติ แต่ก็อ่อนแรงจนหลับใหล เห็นอย่างรำไรใบหน้าของเอริกชายหนุ่มผู้ที่เธอรักสุดใจ

นิกข์นิภาไม่แน่ใจอีกว่า ก่อนหน้านี้ไม่นาน เธอหลับหรือตื่น เขาพร่ำรักเธอครั้งแล้วครั้งเล่า พอๆ กับเอ่ยเอื้อนคำขอโทษ พร้อมเทียวหอมแก้ม ลูบหน้าผาก และกุมมือแน่น

เธอภาวนาให้นั่นคือความจริง ไม่อยากให้เป็นเพียงความฝันเพ้อ เพราะตื่นขึ้นมามีความสุขเหลือเกิน

หวังว่าเขาจะเป็นเทพบุตรซาตานร้ายที่ชอบทำร้ายจิตใจและร่างกายเธอจะกลับใจ เห็นความดีของเธอ

ทันใดนั้นหญิงสาวรู้สึกมือชายหนุ่มขยับ เขากำลังจะตื่น จึงแสร้งหลับต่อ เพราะไม่พร้อมจะเผชิญหน้า

เอกริกตื่นขึ้น ไม่แน่ใจหลับไปตอนไหน  มือข้างหนึ่งไม่ปล่อยจากมือเธอ  อีกข้างยกไปอังหน้าผาก

 ไข้ลดลงแล้วที่รัก

น้ำเสียงเขานุ่มนวล ไม่เหมือนที่เคยได้ยินมา ที่สำคัญเขาเรียกเธอว่าที่รัก หัวใจสาวเจ้าเหมือนดอกไม้กลางทะเลทรายที่ผลิบาน เพราะจู่ๆ ฝนพร่างพรมลง

 หลายวันมานี้ พี่ตามหานิกข์แทบพลิกแผ่นดินเลยรู้ไหม ถ้าแม่ไม่บอกคงต้องอยู่กับความรู้สึกคล้ายใจจะขาดอยู่รอมร่อ เพราะหาไม่เจอที่แท้ก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม ใกล้ที่ที่พี่เคยใช้มันทรมานนิกข์ ขอร้องได้ไหมที่รัก อย่าทิ้งพี่ไปไหนอีก...ได้โปรด” น้ำเสียงร้าวราน พร้อมกับคิดได้ก็ระอาใจ

นิกข์นิภาประหลาดใจมากๆ เขาเรียกชื่อเธอ และแทนตัวเองว่าพี่ ...นี่ฝันไปใช่ไหม

“ไม่สิ...นิกข์ไม่เคยทิ้งพี่ไปไหนเลย สามีใจร้ายคนนี้ต่างหากที่ผลักไสภรรยาให้ออกจากชีวิตอย่างไม่ไยดีอยู่ตลอดเวลา แล้วจะโทษใครได้นอกจากโทษตัวเอง ที่ทำตัวเลวกับผู้หญิงที่มีแต่ความรักล้นใจให้ ตอบแทนกลับด้วยความร้ายกาจต่างๆ นานา กระทั่งขู่เข็ญให้ต้องเซ็นใบหย่า ดวงตาเปียกปอนของนิกข์ในวันนั้น เป็นดั่งคมมีดเฉือนหัวใจพี่ให้เจ็บปวดมาจนถึงทุกวันนี้”

หัวใจนิกข์นิภาคล้อยตาม ราวกับต้องมนต์สะกดในน้ำเสียงเศร้าๆ ระคนปนเปด้วยความรู้สึกผิดเต็มประดา ทว่าอีกฟากใจเตือนตัวเองอย่าหลงกล นี่อาจเป็นแผนอะไรสักอย่าง

เอริกรักรินรดาหมดหัวใจ...ไม่ใช่นิกข์นิภา 

เพราะนับตั้งแต่การหย่ามีผล หนามยอกทรวงในความรักของทั้งคู่ก็ถูกดึงออกได้สำเร็จ แล้วเหตุผลอะไรที่เขาจะปักเธอกลับเข้าไปใหม่อีกครั้ง

ดังนั้นสิ่งที่เพิ่งได้ยินนี้มา นอกจากจะเสี่ยงต่อการเป็นคำโกหก บางทีหูเธอฝาดไปเอง ไม่ก็ฝัน...ฝันที่ชอบกลั่นแกล้งให้มีความสุข แล้วหักมุมเสมอเมื่อตื่นขึ้นมา ตระหนักจนสะท้านว่า...เขาเกลียดเธอ ไม่มีวันรักขึ้นมาได้

แต่ทำไมถ้อยคำเหล่านี้ กลับทำให้หัวใจหญิงสาวรู้สึกคล้ายถูกราดลงด้วยน้ำผึ้ง และแม้จะเป็นน้ำผึ้งอาบปนมาด้วยยาพิษ เธอก็ยังอยากจะฟังต่อ

ยิ่งเมื่อนึกถึงวินาทีนั้น...ที่นิกข์ปกป้องพี่ด้วยการโผตัวเข้าขวางวิถีกระสุนปืนของภูธัญ หัวใจคนใจร้ายก็กระอักในความผิดที่ไม่น่าให้อภัย...ให้ตายสิ พี่แทบจะฆ่านิกข์จากความเข้าใจผิดแท้ๆ

ลมหายใจถูกทอดถอนออกมาอย่างอึดอัด ขณะที่ดวงตาสีฟ้าจดจ้องไปที่ดวงหน้าของหญิงสาวซึ่งเปลือกตาปิดอยู่ พลางโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะเขาเธอจึงคิดสั้น ถ้าเกิดมาไม่ทันแล้วละก็ ทะเลคงกลืนกินชีวิตและพรากเธอไปจากเขาแล้ว

และพอความลับถูกเฉลย...รินรดาไม่ได้ท้องกับพี่ ไม่ได้แท้งเพราะนิกข์ คนใจร้ายคนนี้ก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น สมควรแล้วล่ะ ที่หัวใจกลายเป็นเป้านิ่งให้กระสุนความรู้สึกผิดกราดยิงเข้าใส่อยู่ตลอดเวลา

ความจริงเปิดเผยสู่ใจแล้วใช่ไหม นิกข์นิภาโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก และยิ่งได้ซึมซับน้ำเสียงของเขา ความรู้สึกสงสารก็ช่างเต้นไหวอยู่ในโพลงอก

อีกทั้งเรื่องหนี้สินห้าพันล้านที่นำมาสู่การแต่งงาน ล้วนแล้วแต่เป็นความต้องการของแม่พี่ที่ขอความช่วยเหลือจากแม่นิกข์ เพราะไม่อยากให้พี่รักกับรินรดา นิกข์เพียงทำตามความต้องการของผู้ใหญ่ กลายเป็นว่าต้องมารองรับความโกรธเกลียดจากพี่ครั้งแล้วครั้งเล่า

ใครว่า นิกข์ทำตามหัวใจของตัวเองต่างหาคนแสร้งหลับทักท้วงในใจ

 ความเกลียดที่โง่เขลาได้เบือนบังทุกอย่าง  มิตรภาพดีๆ ในวัยเยาว์ที่นิกข์พยายามหยิบยื่นให้  ความรักที่มาพร้อมกับดอกกุหลาบสีแดง และการเป็นภรรยาที่ดี ดูแลพี่ทุกอย่างตอนที่ถูกทำร้ายจนแขนหัก ที่สำคัญมันได้กดทับหัวใจพี่ซึ่งรักนิกข์ไม่ให้เติบโต หรือยามเติบโตขึ้นในบางเวลา ก็จะถูกหักกิ่งลิดใบลง...แต่ยามนี้ที่ไม่มีแล้วความเกลียดมาเบือนบังหรือกดทับหัวใจ ความรักเลยเติบโตอยู่ตลอดเวลา

หัวใจคนฟังเต้นวูบวาบผิดจังหวะ ภาวนาอย่าให้นี่คือความฝัน หรือคำโกหก 

อุ่นมือแกร่งทั้งสองของเขากุมกำเรียวมือขวาของเธอไว้  ช่างถนอม และต่างลับลิบในยามที่ร้าย ซึ่งรุนแรงคล้ายจะบีบให้แหลกละเอียด

หรือเขาเปลี่ยนไป หัวใจเธอพร่ำถามสวรรค์ อย่างลืมสิ้นทุกสิ่งอย่างที่เขาเคยได้กระทำไม่ดีต่อเธอ

และราวกับมีศรกามเทพปักลึกลงในหัวใจเธอฝ่ายเดียว แม้จะยอกให้รู้สึกเจ็บปวดสาหัสสากรรจ์สักเพียงใด...ก็ยอม ขอแต่เพียงได้รัก

นิกข์...  เขาเรียก พลางจับมือเธอเลื่อนไปแนบแก้ม ผะผ่าวอุ่นไอ

พี่เอริก หัวใจหญิงสาวขับขานชื่อเขากลับในทันที

จังวะนั้นชายหนุ่มจับมือเธอเลื่อนไปแนบแก้ม ผะผ่าวอุ่นไอ แล้วบอก

นิกข์จ๋า พี่ขอโทษ 

ขณะที่คนหลับหลอกๆ...คำว่า นิกข์จ๋า ได้ละลายหัวใจให้อ่อนเอน ช่างง่ายนักกับการให้อภัย เพียงได้ยินคำว่า พี่ขอโทษ

พี่...เสียใจ...

เสียงเขาสั่นและขาดห้วงจนนิกข์นิภารู้สึกได้ ขณะเดียวกันหลังมือหญิงสาวก็รับรู้ได้ว่ามีน้ำตาอุ่นๆ กำลังซึมผ่าน...นี่เขากำลังร้องไห้หรือ

ใช่...เขากำลังร้องไห้ เธอค่อนข้างจะแน่ใจ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้ชายจะร้องไห้ แสดงว่าเอริกเสียใจต่อเรื่องราวที่ผ่านมานั้นจริงๆ 

พี่รัก...นิกข์  ในเนื้อเสียงทุ้มเศร้ามีความอบอุ่นผสานอยู่

คนที่แสร้งหลับลืมตาขึ้นพร้อมๆ กับขานไขความในใจ

นิกข์ก็รักพี่เอริกเหมือนกันค่ะ

เมื่อเห็นและได้ยิน ดวงตาสีฟ้าที่เปียกปอนเบิกวาว รอยยิ้มผลิบานความดีใจ

นิกข์...นิกข์ฟื้นแล้ว

พูดพร้อมๆ กับลุกขึ้นยืน แล้วโน้มตัวลงกอดเธอที่หัวใจพร่ำรัก ฝ่ายหญิงสาวเลื่อนมือทั้งสองขึ้นโอบไว้ที่หลังแกร่งของชายหนุ่ม ก่อนที่ผากบางๆ ของเธอก็ถูกฝากฝังรอยจุมพิตประทับลง

ที่รัก...พี่ขอโทษ

ดวงตาสีฟ้าของเอริกช่างเปียกปอนอ่อนแออย่างที่นิกข์นิภาไม่เคยเห็นมาก่อน หญิงสาวเลื่อนมือจากการโอบหลังมาซับน้ำตาให้ชายหนุ่ม อย่างแน่ชัดแล้วว่า คนที่ช่วยชีวิตเธอจากการจมน้ำคือเขานั่นเอง

โถพ่อคุณ ขี้แยเชียว  ยิ้มและยังคงเช็ดน้ำตาให้ ทว่าน้ำตาเธอกลับท่วมท้นออกมา หญิงสาวดีใจเหลือเกิน ต่อแววตาเขาที่เปลี่ยนไป มันไร้สิ้นซึ่งแววร้าย มีแต่ความอ่อนโยนและคำขอโทษสอดคล้องกับคำพูดมากมายที่พร่างพรูออกจากปากเขา หัวใจอาจจะง่ายที่เชื่อว่าทั้งหมดเขาพูดด้วยหัวใจ

พี่ขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างพูดพลางเช็ดน้ำตาให้หญิงสาวบ้าง

นิกข์ได้ยินที่พี่พูดทั้งหมดทุกอย่างแล้วว่าพลางจับฝ่ามือของชายหนุ่มมาแนบไว้ที่สองแก้ม ให้อภัย ไม่โกรธส่ายหน้าเบาๆ

แอบฟังพี่พูดรึชักสีหน้าแล้วยิ้มอ่อนโยน แสดงว่าก็รู้ใจพี่ทั้งหมดในตอนนี้แล้วสินะ...คนดี

หญิงสาวยิ้มกว้าง ตาฉ่ำ  นิกข์ไม่ชินกับคำหวานแบบนี้หัวใจเธอเต้นแรง

ชายหนุ่มปรารถนาจะเร่งจังหวะการเต้นของหัวใจอีกฝ่าย จะพูดจนกว่าจะชิน คนดี คนดี คนดี

ราวกับคนละคนเปรยพร้อมนึกถึงความหลังในยามที่เขาเคยร้าย

คนนี้ตลอดไปเอริกให้คำมั่น

คนนี้...คนไหนยิ้มแต่เลิกคิ้ว

คนที่รักนิกข์ไงเขาสำทับความในใจ

พูดอย่างนี้ นิกข์ไม่ต้องกินยา ก็หายป่วยเป็นปลิดทิ้งแล้ว…” จู่ๆ แววหวาดหวั่นก็วาดไหวเข้ามาในดวงตา แต่ ...ไม่ได้โกหกนะ

คนที่ถูกทักท้วงมองด้วยสายตาจริงจัง ถ้าโกหก ขอให้พี่มีอันเป็น...

ทันทีที่ได้ยิน นิกข์นิภานึกประโยคทั้งหมดออก จึงรีบเอื้อมดวงหน้าไปจุมพิตคนรักที่กำลังยกคำสัญญามาเป็นคำมั่น...ก่อนที่เขาจะพูดจบ

คำพูดที่เหลือสลายไปในรอยอุ่นๆ ของริมฝีปากที่ประทับเข้าหาทันที ชั่วขณะหนึ่งเธอจึงถอดถอน แล้วส่ายหน้าเชิงปรามอีกฝ่าย

พูดยังไม่จบเลยชายหนุ่มยิ้มติดใจ

นิกข์รู้ ไม่ต้องสัญญา เชื่อแล้ว เชื่อหมดใจ 

ขอบคุณที่เชื่อกัน...แต่ขอได้ไหม อย่าคิดสั้นอีกน้ำเสียงเต็มเปี่ยมความเป็นห่วงเป็นใย พี่กลัวแทบแย่ กลัวนิกข์จากไปก่อนที่พี่จะได้บอกความในใจ

นิกข์ไม่ได้คิดสั้นสักหน่อยเธอสารภาพ เพียงลงไปเก็บรองเท้าแตะที่พี่เอริกเคยซื้อให้ก็เท่านั้น แต่ขาดันเป็นตะคริว ก็เลยพลาดพลั้งจมน้ำ

โธ่...ที่รัก  ชายหนุ่มลากเสียงประท้วง ก็แค่รองเท้า มันเกือบจะพรากนิกข์ไปจากพี่แล้ว

 ทุกอย่างที่เกี่ยวกับพี่ มีค่าสำหรับนิกข์เสมอ รองเท้าแตะคู่นั้น พี่ซื้อให้เมื่อครั้งที่เราไปฮันนีมูนกัน นิกข์ไม่อยากสูญเสียมันไป อยากเก็บไว้ให้คิดถึงคนที่ให้มา…” ในยามที่เธอพูด ดวงตาที่เพิ่งหมาดน้ำตาของเขาช่างละลายหัวใจ “…การหย่า ตัดขาดพี่จากนิกข์ได้ทางกฎหมายเท่านั้น แต่หัวใจของนิกข์ยังคงผูกไว้อยู่กับพี่ แต่ที่ยอมหย่า เพราะหากยังดื้อดึงที่จะผูกมัดกันและกันไว้ด้วยทะเบียนสมรส พี่อาจยิ่งเกลียดนิกข์ไปมากกว่านี้ รู้หรือเปล่า สิ่งที่นิกข์กลัวที่สุดคือ กลัวพี่เกลียด

ที่ผ่านมา พี่..เขารู้สึกอึดอัดกับภาพในวันวาน พี่คงทำให้นิกข์อยู่แต่กับความหวาดกลัว

ในความกลัวมีความรัก...นิกข์บอกไม่ได้ว่าทำไมถึงรักพี่ได้มากกว่านี้ รู้แต่ว่ารัก รักมาก และอยากเห็นพี่มีความสุข จึงเลือกที่จะอยู่ห่าง แล้วได้แอบรักอย่างมีความสุขน้ำตาแห่งความตื้นตันไหลออกมาอีก นิกข์คงไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย แล้วทิ้งความสุขนี้ไปหรอก แม้ใครจะว่าโง่งม ก็จะไม่เถียงเลยสักคำ

พี่ผิดไปแล้วจริงๆ ผิดเหลือเกิน  ระอาในความผิด

นิกข์บอกแล้วไง ให้อภัย ไม่โกรธ แต่ก็ขอความรักตอบแทนบ้างสักเล็กน้อย

รักมาก มากเหลือเกิน

ยิ้มซาบซึ้ง ขอบคุณ...ขอบคุณ ที่รักนิกข์แล้ว และก็ขอบคุณที่ช่วยนิกข์จากการจมน้ำ ให้นิกข์ได้มีชีวิตอยู่ต่อเพื่อได้รักพี่ต่อไป

พลันดวงใจนิกข์นิภาสะทกหวั่น เมื่อนึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมา...รินรดา

เสียใจเรื่องรินรดาด้วยนะคะ นิกข์รู้ข่าวเธอแล้ว

เธอไปดีแล้วล่ะชายหนุ่มเสียงหม่นเล็กน้อย

เอริกเล่าความจริงเกี่ยวกับรินรดาให้ฟัง นิกข์นิภารู้สึกเศร้าใจ เกินห้ามน้ำตาได้ ชีวิตรินรดาช่างน่าสงสาร หญิงสาวขออโหสิกรรมสิ่งที่ได้ทำต่อกัน และรับปากจะช่วยดูแลลูกสาวและหญิงชราผู้เป็นยายของรินรดา เพราะบางทีก็รู้สึกผิดต่อผู้ล่วงลับ เพราะหากไม่มีเธอ ทั้งสองคงได้ลงเอยแต่งงานกันแล้ว

พี่ขอยืนยัน ไม่ใช่เพราะรินรดาจากไป จึงมารักนิกข์ เอริกสารภาพ พี่อาจจะรักนิกข์มาก่อนหน้านั้น แต่อาจไม่รู้ตัว ไม่แน่ชัด หรือหลอกตัวเองอยู่ มาเริ่มรู้ตัวหลังจากที่หย่าแล้ว ว่าพี่คิดถึงนิกข์ทุกวัน และมากขึ้นๆ จึงเข้าใจว่า พี่ขาดนิกข์ไม่ได้ และวันนี้ มั่นใจเกินร้อย พี่รักนิกข์หมดหัวใจ แต่งงานกับพี่อีกครั้งนะคนดีชายหนุ่มพูดในสิ่งที่หญิงสาวคาดไม่ถึง

เราหย่ากันแล้วนี่หัวใจเธอเต้นรัว แค่คำหวานก็ดีใจหนักหนา แต่นี่เขากำลังขอเธอแต่งงาน ทั้งที่เพิ่งหย่ากันเมื่อไม่นานมานี้

ให้โอกาสพี่อีกครั้ง พี่อยากแต่งงานกับนิกข์ทั้งตัวและหัวใจ

แล้วรินรดาล่ะนิกข์นิภาลองใจ เขาอาจจะยังไม่ลืมเธอ

รินรดาเป็นผู้หญิงที่พี่เคยรัก และก็หมดรักลงแล้ว

ความรู้สึกนั้นจากใจ ด้วยเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้หมดรัก เรื่องความสัมพันธ์กับเสี่ยเจ้าของบ่อน เรื่องที่เธอโกหกว่าแท้งแล้วให้ร้ายนิกข์นิภา

และอีกเหตุผลคือ เขาแพ้ใจให้นิกข์นิภา อาจเพราะความใกล้ชิด ความสิเน่หา ที่กลายมาเป็นความรักที่เต็มเปี่ยม

เอกริกจับเรียวมือหญิงสาวยกขึ้น พลางหยิบบางสิ่งอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง มันเป็นแหวนแต่งงานที่เขานำมาจากกล่องสมบัติของเธอเอง ปะปนอยู่กับสิ่งต่างๆ ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเผาทิ้ง ทว่าทุกอย่างยังคงถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี...รวมถึงหัวใจของเธอที่รักเขาหมดใจ

ชายหนุ่มตัดสินใจสวมแหวนให้เจ้าของหัวใจ

นิกข์ยังไม่ตอบตกลงเลยในเวลานี้แหวนอยู่ในนิ้วมือของเธอแล้ว

พี่รู้...นิกข์ไม่ปฏิเสธหรอกความสุขฉายผ่านดวงตาสีฟ้าออกมา

คนถูกสวมแหวนยิ้มเอียงอายแล้วถาม แล้วนิกข์ต้องเข้าพิธีกับพี่เอริกอีกรอบหรือเปล่านี่

เป็นคำถามเชิงยอมรับ ให้คนฟังได้โล่งอกโล่งใจ

ไม่ต้อง...แค่เข้าห้องหออีกครั้งก็พอ

ชายหนุ่มจุมพิตหลังมือเธอ ไออุ่นแล่นไวถึงหัวใจ ผะผ่าวออกมาทางแก้มที่เรื่อแดงขึ้นเป็นมะเขือเทศถูกอบ และดวงตาก็วูบไหวด้วยประกายแห่งรัก

 

 

ทะเลสีครามเคลื่อนระลอกโอบโลมเข้าหาฝั่ง ช่างลงตัวด้วยท้องฟ้าสีฟ้าสดใส กลุ่มเมฆลอยเลื่อนตามวิถีลม หาดทรายขาวพราวเพราะละอองแดดเช้าที่ทอดทอลง...ในวันที่ความรักลงเอยด้วยดี บรรยากาศรอบตัวราวกับจะอุ้มโจมให้ทั้งสองล่องลอย

ออกจากโรงพยาบาล และนิกข์นิภาหายขาดจากอาการป่วยไข้เพราะจมน้ำแล้ว ทว่าหญิงสาวและชายหนุ่มคนรักที่เข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น ยังคงไม่กลับกรุงเทพฯ เอริกพานิกข์นิภามาที่บ้านพักตาอากาศของแบร์นาร์ด ที่นี่เคยใช้เป็นสถานที่ลงทัณฑ์เธอเพราะความเข้าใจผิด ทว่าในคราวนี้ที่มาอีกครั้งกับความรู้สึกแตกต่าง

เอริกโทรศัพท์บอกทิพย์แก้วแล้วว่า เขาและลูกสะใภ้แม่เข้าอกเข้าใจและรักกันเหลือเกิน ฝ่ายผู้สูงวัยเมื่อรับรู้ก็แสนจะชื่นมื่นในความรู้สึก

ไม่เหนื่อยบ้างเหรอที่ให้นิกข์อยู่บนหลังตั้งนาน

หญิงสาวพูดขึ้น หลังจากที่ขอขี่หลังชายหนุ่มให้พาเดินรับลมชมทะเล แต่มาได้สักพัก กลับกลัวเขาเหนื่อย จึงขอให้วางลง ทว่าชายหนุ่มปฏิเสธ

ไม่เลย ทั้งวันยังได้ 

ในวันที่เอริกมีความเต็มรักเปี่ยม หัวใจเรียกร้องให้เขาทำทุกอย่างเพื่อให้เธอความสุข ทดแทนที่ได้ทำร้ายและบกพร่องในหน้าที่สามีในเวลาที่พ้นผ่านมา 

เดินต่อ พลางสนทนากันในหลายเรื่องราว...เรื่องเมื่อครั้งยังเด็กกับการพบเจอกันหนแรก เรื่องเธอแอบส่งสิ่งต่างๆ ให้เขาสมัยเรียน โดยใช้นามแฝงว่า...กุหลาบสีแดง เรื่องการได้พบหน้ากันอีกครั้งในหลายปีต่อมาที่โรงพยาบาล และปานหายไปจากใบหน้าเธอแล้ว เรื่องงานหมั้นที่บ้านพักตากอากาศแห่งนี้ เรื่องวันแต่งงานและหลังจากงานแต่งที่ได้อยู่ร่วมบ้านเอนิกข์ เรื่องฮันนีมูนที่ฝรั่งเศส และเรื่องที่เธอดูแลเขาในยามที่ถูกทำร้ายจนแขนหัก

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ พี่จะไม่ทำร้ายยาหยีของพี่เด็ดขาด

วันนั้นเป็นที่มาของวันนี้ พูดพลางรู้สึกว่าแผ่นหลังของชายหนุ่มช่างอบอุ่น ขอแค่วันนี้พี่เอริกรักนิกข์ก็พอแล้ว เรื่องร้ายๆ ลืมได้ก็ดี

วันนี้และวันต่อๆ ไป จะยิ่งรักและยิ่งหวานชายหนุ่มให้สัญญา

คนฟังรู้สึกคล้ายหัวใจมีมดตอมอยู่

พี่เอริกให้นิกข์ลงเถอะ จะได้เดินจูงมือกันเธอหว่านล้อม แบกอย่างนี้นานๆ เหนื่อยแย่

 ไม่เหนื่อย อ. เอริก อดทนชายหนุ่มพูดฮึกเหิม

เขามีแต่ ท. ทหารอดทนทักท้วงแล้วจึงใช้เสียงหวานออดอ้อน เหนื่อยเถอะ นิกข์ขอร้อง

แล้วถ้าพี่เหนื่อยพลันหยุดกึก นิกข์จะแบกพี่ขึ้นหลังอย่างนี้บ้างหรือเปล่าล่ะ

คนบนหลังครุ่นคิดชั่วขณะ อืม... อยากแบกอยู่เหมือนกัน เพราะจะได้รู้ว่าพ่อรูปหล่อที่ครองใจนิกข์ จะหนักสักเท่าไรเชียว

นิกข์นิกข์ภาเชื่อมั่นในตัวเองว่าจะแบกชายหนุ่มขึ้นหลังได้ ทว่าอาจจะเดินได้สักสองถึงสามก้าวเท่านั้น เพราะเธอรู้ดีว่าตัวชายหนุ่มหนักเพียงใด

เป็นแค่ผีเสื้อริจะมาแบกม้าคนพูดนึกอยากแกล้งอีกฝ่าย

เต่ายังชนะกระต่ายได้เลย เพราะฉะนั้นอย่าสบประมาทเชียวท้าทายด้วยเสียงหวาน

โอเค ตกลงว่าพี่เหนื่อย นิกข์จะแบกพี่บ้างพูดพลางวางเธอลง แล้วอย่ามาโอดทีหลังล่ะ

หญิงสาวไม่คิดว่าเอริกจะเอาจริง แต่ต้องรักษาฟอร์มไว้

 แค่แบกว่าที่สามีอีกกครั้ง เบาะๆ

ครั้นเปรยจบ ร่างบางหันหลังให้ทันที

 กระโดดขึ้นมาเลยพ่อหนุ่ม

เอริกยิ้มให้กับท่าทีน่ารักของอีกฝ่าย ทว่าไม่ได้ทำตามที่คนรักบอก หักมุมช้อนร่างบางขึ้นอุ้มทันที จากนั้นเดินนำไปทิ้งลงทะเลตื้นๆ ให้เปียกเล่นๆ

แกล้งเหรอ...นี่แน่ะ

นิกข์นิภาไม่ยอมเปียกฝ่ายเดียว วิดน้ำใส่คนรักพลัน

เล่นอย่างนี้ใช่ไหม ได้...

จากนั้นเกิดเป็นสงครามการวิดน้ำ ที่แสนจะชุ่มฉ่ำไปด้วยความสุข รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ อ้อมกอด ดวงตา สุดท้ายก็ฝากฝังไว้ด้วยรอยจุมพิตให้ทะเลยามเช้าแสนหวานล้ำ

 

 

 

รัตติกาลเหนือบ้านริมทะเลช่างแสนหวามหวาน ท้องฟ้าระยิบพริบพรายแพรวพราวด้วยดารารายและแสงจันทรา เหมือนมโหรสพสมโภชน์อันวิจิตรตระการตา เสียงคลื่นกระทบทราย เป็นไปได้ว่าทั้งหมดกำลังยินดีปรีดากับความรักและความเข้าใจของคู่บ่าวสาวที่ได้เข้าห้องหอด้วยกันอีกครั้ง

แสงไฟของห้องส่องสว่างนวลเนียน ประกอบเสียงดนตรี
โรแมนติกสร้างบรรยากาศ มีเตียงนุ่มเป็นดั่งพื้นที่แห่งสวรรค์ ทั้งคู่เปลือยเปล่าบนเตียง กลิ่นหอมหลังจากอาบน้ำกระตุ้นให้ร่างกายพร้อมสรรพตื่นตัว นิกข์นิภาในอ้อมกอดแกร่งของเอริก อกอิ่มนิ่มเบียดชิดแผงอกดุจภูผา ขาอ่อนนวลเนียนของเธอสัมผัสความร้อนจากขาแกร่งของผู้เป็นสามี

นิกข์นิภารู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างไม่เคยเป็นมา อาจเพราะดวงตาที่สบประสานมาเปลี่ยนไปอย่างไม่เหลือเค้าร้ายเดิมๆ

คืนวันส่งตัวเข้าหอ พี่บกพร่องต่อหน้าที่ ค่ำคืนนี้ขอแก้ตัว จะทำให้ดีที่สุดอย่างตั้งใจ แม่สาวน้อยของพี่เขาพูดประหนึ่งกำลังเล่นละครเวที

นิกข์นิภายิ้มหวาน จะช้าอยู่ใย

ชายหนุ่มบดจูบพลัน หยักปากสวยนำส่งความฉ่ำร้อน จมูกโด่งและจมูกงามเบียดชิดกัน ลมหายใจถ่ายเทละไออุ่น ขณะมือข้างหนึ่งลูบลงไปที่สะโพกงามกระชับดึงร่างบางเข้ามาแนบแน่นกับตัว

ความตื่นเต้นมีอยู่ทุกอณูรูขุมขน ส่วนอีกข้างลูบไล้ขึ้นลงที่แผ่นหลังเรียบสวย ฝ่ายหญิงสาวตาหลับพริ้ม ปล่อยเรือนร่างไปตามสัมผัสจากเขาและความปรารถนาทางกายและใจ

เสียงเขาทุ้มต่ำมีเสน่ห์บ่งบอกถึงความพอใจ เสียงเธอเล็กใสรัญจวนผ่านลำคอออกมา ร่างบางก็คล้ายเป็นหุ่นที่ผึ้งที่ถูกหลอมละลายอุณหภูมิร้อนๆ จากอ้อมกอดและจูบที่ทะนุถนอมจากเขา

เราจะมีลูกกี่คนดีที่รักชายหนุ่มเอื้อนเอ่ย

ไม่รอฟังคำตอบ เอริกซุกหน้าเชยชมในเอาความหอมกรุ่นจากเนื้อสาวบริเวณซอกคอขาว เธอช่างเหมือผลไม้ที่รสหวาน

 แล้วแต่พี่เอริกแล้วกันในตอนนี้ใบหน้าของนิกข์นิภาแดงซ่าน สัมผัสจากเขาช่างดี ขนอ่อนในสรรพางค์กายเธอลุกชันด้วยความตื่นเต้น

สักโหลหนึ่งเขากระซิบข้างหู

หญิงสาวตกใจตัดพ้อ เยอะไปค่ะ ที่รัก จะตั้งทีมฟุตบอลหรือยังไงคะ

ก็นิกข์บอกว่าแล้วแต่พี่

ชายหนุ่มกระชับวงกอดแน่นขึ้น ยิ่งเนื้อแนบเนื้อ หญิงสาวก็ยิ่งรับรู้ถึงความต้องการตามธรรมชาติของอีกฝ่าย และคล้ายกว่าเธอจะกลัวขึ้นมาจึงแอ่นสะโพกหนี

สิบสองคนไม่ไหวแน่ๆ

ครั้นพอได้ยินคำพูด และรับรู้ถึงอารามกลัวของภรรยา เขาจึงเย้าต่อ พร้อมรั้งสะโพกคนกลัวเข้าหาตัวหนักๆ ร่างกายเขาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อย

แต่ความจริงทีมฟุตบอลก็น่าจะมีตัวสำรองเพิ่มอีกสักห้า

สิบเจ็ด...หัวใจหญิงสาวโอดร้อง นี่เขาต้องล้อเธอเล่นแน่ๆ

พี่เอริกจะไม่ให้นิกข์ทำอย่างอื่นนอกจากท้องกับเลี้ยงลูกหรือคะ

ชายหนุ่มหัวเราะ โถๆ ภรรยาผู้น่าสงสาร พี่อำเล่น

เมื่อบทสนทนาแห่งการกระเซ้าเย้าแหย่จบลง ริมฝีปากอิ่มและซอกคอนวลเนียนของหญิงสาวจึงถูกปล่อยวางชั่วคราว

เขาเลื่อนใบหน้าเทพบุตรลงไปสู่ความนุ่มนิ่มทั้งสอง ดอมดมดื่มกินอย่างออกรสออกชาติ ราวแมลงหนุ่มติดหล่มอยู่ในความหวานฉ่ำของดอกไม้สาว ที่บางทีเขาเหลือบตาไปมองเธอ ดวงตาพริ้มเคลิบเคลิ้ม ริมฝีปากบางด้านล่างถูกขบเบาๆ ขณะร่างกายก็บิดส่ายรับสัมผัสจากเขา

จากนั้นทุกอย่างดำเนินต่อไป ตามความต้องการที่งดงามของกายแกร่งและร่างบางซึ่งสอดประสานด้วยความรัก เฉกเช่นเดียวกับท้องทะเลที่มีแสงจันทราอาบลงระยิบระยับ

 

บางเปลือกหอยสีชมพูพลิกพลิ้วราวกับเต้นระบำบนฟลอร์ทรายด้วยจังหวะส่งโยนแห่งคลื่นที่เคลื่อนโลมฝั่งอยู่ตลอดเวลา เสียงคลื่นคราง เสียงน้ำเซาะทราย เสียงลมกระเส่าก็ประหนึ่งว่าเป็นดนตรีแห่งความสิเน่หาที่เร้ารัญจวน

 

 

 

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"Thank You"

ฟ้าโปรยฝัน


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha