วิวาห์ขัดดอก

โดย: รัชริล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ผู้ชายโรคจิต


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ผู้ชายโรคจิต

 

 

 

 

 

          “ผมฝากดูแลหนูรุ้งด้วยนะครับคุณทิตย์ หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้น้องด้วย อย่าถือสาหาความอะไรเลย”

ถ้อยคำฝากฝังพร้อมหยาดน้ำจากสังข์ที่หลั่งอวยพรรินรดลงบนมือใหญ่ที่พนมวางอยู่เหนือหมอนอิงและพานพุ่มดอกไม้ สายตาของคนเป็นเจ้าบ่าวเหลือบแลไปยังเจ้าสาวในชุดไทยประยุกต์ที่นั่งตั่งเคียงข้างกัน หน้าตาสวยๆ นั่นหงิกงอบอกบุญไม่รับเหมือนถูกบังคับให้แต่งงาน ทั้งๆ ที่คนถูกจับมัดมือชกน่าจะเป็นเขามากกว่าเธอ

“มีความสุขมากๆ นะลูก ดูแลพี่เขาดีๆ ให้สมกับเป็นศรีภรรยา วันนี้พ่อดีใจมากที่มีคนมาดูแลรุ้งต่อจากพ่อ”

รุ้งดาวเงยหน้าขึ้นสบสายตากับบิดาแล้วแทบจะร้องไห้โฮออกมา แต่เกรงว่าแขกเหรื่อในงานจะพากันตกใจเสียเปล่าๆ จึงแค่ตาแดงๆ กลั้นความรู้สึกเอาไว้...เพราะถ้าเลือกได้ เธอคงไม่เลือกไอ้ผู้ชายข้างๆ ให้มาดู มาแล...ด้วยแน่ใจว่าตัวเองดูแลตัวเองได้ดีกว่าแน่นอน

หลังจากที่เขาจูบหล่อนอย่างอุกอาจในวันนั้น สามวันให้หลังงานวิวาห์สายฟ้าแล่บก็ถูกจัดขึ้นมาราวกับเสกได้ ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างพร้อมสรรพ...จนไม่น่าเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นได้ในเวลาเพียงแค่สามวัน

ต๊าย! หล่อนร้องไห้...เห็นไม๊ตาแดงน้ำตาคลอเชียว นี่คงจะดีใจมากสินะ ที่จับผู้ชายอย่างคุณทิตย์ได้” น้ำเสียงจ่อกแจ่กจอแจดังมาจากกลุ่มสาวๆ เวทีเทพีเขาชะมวงที่พากันสะกิดชี้ชวนกันดูอย่างหมั่นไส้ ต่างก็ตกอกตกใจตั้งตัวไม่ทันที่จู่ๆ ไม่รู้ผู้หญิงที่ไหนมาคว้าเอาชายในดวงใจของพวกหล่อนร่วมหอลงโรงตัดหน้าไปได้เสียฉิบ

และเสียงนั้นถึงจะอยู่ไกลไปหลายเมตร ก็ยังอุตส่าห์แว่วมาเข้าหู ใบหน้างามรีบเงยหน้าขวับขึ้นมามองค้อน

“แม่พวกนั้นเป็นใคร?” กระซิบลอดไรฟันถามคนข้างๆ เสียงเขียว

ทิตย์ศวัสปรายตาไปมอง ก่อนจะทำหน้าหน่ายๆ

“ชุดทองนั่นน้องลูกจันทร์เทพีเขาชะมวงปีนี้...ชุดชมพูนั่นน้องน้ำตาลเทพีปีที่แล้ว...ส่วนชุดขาวนั่นน้องส้มหวานครองตำแหน่งเมื่อปีก่อนโน้น...นี่แหละสาวๆ ที่มาแย่งกันถือหมอนจนผมไม่ได้บวชเสียที เพราะพวกเขาตกลงกันไม่ได้” คำพูดคำจาน่าหมั่นไส้ทำให้คนที่เจิมหน้าผากคล้องมงคลแฝดสวมหัวนั่งข้างๆ ยื่นมือมาบิดข้างสะเอวจนร้องจ๊ากขึ้นมา เล่นเอารองผู้ว่าที่กำลังรดน้ำให้พรสะดุ้งตาม

“มีอะไรหรือคุณทิตย์”

“ปละ...เปล่าครับ...สงสัยมดกัด” ชายหนุ่มเม้มปากแน่นขึงตาเข้าใส่ ฝืนยิ้มรับคำอวยพรพร้อมกับกร่นคาดโทษอยู่ในใจ

“เจ็บนะคุณ” กระซิบลอดไรฟันเมื่อท่านรองผู้ว่าอวยพรเสร็จ

“สมน้ำหน้า”

“ขอบอกเลยว่าผมถือกฏ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน”

“แล้วไงหรือ?” ใบหน้าสวยๆ ลอยหน้าลอยตาถาม ช่างไม่สำรวมให้สมกับการเป็นเจ้าสาวแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีว่าชายหนุ่มคงไม่กล้าทำอะไรเธอต่อหน้าแขกเหรื่อมากมายที่ได้รับเชิญมาในงาน ทิตย์ศวัสจึงได้แต่ครางฮึ่มๆ อยู่ในลำคอ

ไม่น่าเชื่อว่างานแต่งงานฉุกละหุกที่มีเวลาเตรียมตัวเพียงแค่สามวัน จะสามารถจัดการได้เรียบร้อยไม่มีที่ติ แถมยังเชิญแขกเหรื่อระดับบิ๊กๆ ของอำเภอและจังหวัดมาได้หลายสิบคน จนเขาชักสงสัยว่ามันถูกเตรียมการมายาวนานก่อนหน้านี้แล้วหรือเปล่า

“เดี๋ยวก็รู้ คอยดูเถอะ”

แต่รุ้งดาวไม่สนใจคำขู่ นึกอยากให้งานวิวาห์กำมะลอนี่จบลงเสียเร็วๆ จึงไม่อิดออดขัดขืน พยายามยิ้มแย้มรับแขกตามหน้าที่ ไม่เข้าใจว่าทำไมบิดาและเจ้าบ่าวถึงได้เรียนเชิญคนเสียมาก รวมๆ เกือบร้อยคนซึ่งแล้วแต่เป็นบุคคลสำคัญของอำเภอเขาชะมวงและจังหวัดทั้งนั้น ราวกับต้องการประกาศให้รู้ทั่วกัน ทั้งๆ ที่บอกกับเธอว่าเป็นการแต่งงานขัดดอกแค่สองปี แล้วอย่างนี้ตอนเลิกกันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

แหม! เวลาพอเหมาะพอเจาะเลยนะคะ หลั่งน้ำสังข์เสร็จก็ได้ฤกษ์จดทะเบียนสมรสพอดี เชิญคะเชิญนายอำเภอ เจ้าบ่าวเจ้าสาวพร้อมรออยู่แล้ว” พานพุ่มถูกยกออกไป เปลี่ยนเป็นโต๊ะเล็กๆ เข้ามาแทนที่ พร้อมกับสักขีพยานเพียบในการจะลงลายมือชื่อบนเอกสารสำคัญทางราชการ

“ต้องจดทะเบียนด้วยหรือคะ?” รุ้งดาวถามหน้าเหวอไป เพราะรู้ว่ามันจะมีผลทางกฎหมายให้สืบค้นได้ แม้เดี๋ยวนี้ผู้หญิงไม่ต้องเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ และเปลี่ยนไปใช้นามสกุลของสามีก็ตามเถอะ แต่ผลผูกพันของมันจะยาวนานไปจนวันตายทีเดียว ต่อให้ต้องเลิกรากับนายทิตย์ศวัสอีกสองปีข้างหน้า เธอก็จะขึ้นชื่อว่าหย่าร้าง และเป็นหม้าย ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่น่าพิศมัยสำหรับผู้หญิงเลย

คนที่อึ้งงันไม่แพ้กันก็คือเจ้าบ่าว เพราะเขาไม่คิดว่าบิดาของฝ่ายหญิงจะเตรียมการมาพร้อมสรรพขนาดนี้

ทิตย์ศวัสหันไปมองหน้านายหาญอย่างต้องการคำตอบ

“ต้องจดสิครับ เพื่อการแต่งงานจะได้ถูกต้องทุกอย่าง ทั้งทางประเพณี ทางสังคม และทางกฎหมาย” นายอำเภอว่า พร้อมกับวางใบทะเบียนสมรสลงตรงหน้าของบ่าวสาวที่หันพรึบมามองหน้ากันและกันโดยอัตโนมัติ เมื่อถูกจับเหวี่ยงโยนลงเรือลำเดียวกันอย่างไม่มีทางเลือก

“แค่ลงลายมือชื่อก็เสร็จแล้วครับ ยินดีด้วยจริงๆ สักขีพยานมากมายทีเดียว” นายอำเภอว่าพร้อมกับยิ้มอย่างดีใจไปกับคู่บ่าวสาวด้วย ที่ได้รับเกียรติจากคนดังของทั้งอำเภอและจังหวัดมาร่วมงาน

การปรึกษากันเงียบๆ ด้วยสายตาของทิตย์ศวัสและรุ้งดาวดูจะเสียเปล่าเมื่อรอบกายรายล้อมด้วยคนสำคัญ ที่หากเขาหรือเธอไม่ยอมเซ็นชื่อลงไปในใบทะเบียนสมรสที่ระบุชื่อทั้งสองฝ่ายลงไปเรียบร้อยแล้ว คงได้เสียหน้ากันขนานใหญ่

“ไม่มีปากกาหรือครับ...นี่ครับๆ ให้คุณทิตย์เซ็นต์ก่อนเพราะเป็นผู้นำ เป็นหัวหน้าครอบครัวแล้ววันนี้” นายอำเภอยื่นปากกาด้ามทองให้

“ดีนะนี่ที่ผมเตรียมมา เพราะงานไหนงานนั้น เจ้าบ่าวเจ้าสาวตื่นเต้นดีใจกันจนลืม อะไรในงานเตรียมพร้อมหมด แต่ลืมปากกา ด้ามนี้ผมถือว่าให้เป็นของขวัญงานแต่งเลยแล้วกันครับ”

ทิตย์ศวัสมองปากกาด้ามทองที่นายอำเภอยื่นให้คล้ายของร้อนที่ไม่อยากรับ แต่ด้วยการกดดันจากสายตาหลายๆ คู่ที่มองมา เขาจำต้องยื่นมือไปรับมันมา

“ตรงนี้ครับ เซ็นต์ตรงนี้เลย” นายอำเภอชี้จุดให้อำนวยความสะดวกเต็มที่ “เจ้าบ่าวมือใหม่ก็อย่างนี้แหละครับ สมัยผมก็เป็น...แต่งงานแต่งได้ครั้งเดียวเสียด้วย ไม่มีให้แก้ตัว” กล่าวติดตลกเรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่ ดูเหมือนใครต่อใครก็พากันครึกครื้นยินดีนัก

“ทีนี้เจ้าสาวครับ เอาปากกาด้ามเดียวกันเลย ไหนๆ วันนี้ก็จะเป็นคนๆ เดียวกันแล้ว” นายอำเภอว่า ทิตย์ศวัสจึงยื่นปากกาในมือให้คนกำลังจะมาเป็นคนคนเดียวกันอย่างไม่มีทางเลี่ยง

เช่นเดียวกับรุ้งดาวที่รับมันมาอย่างไม่อาจจะเกี่ยงงอน ก่อนจะจดปากกาลงไป ก็ยังชะงักลังเล

“เซ็นต์เลยครับ ไม่ต้องคิดมาก คุณทิตย์นี่ขวัญใจสาวๆ ทั้งเขาชะมวงทีเดียว วันนี้คงมีร้องไห้น้ำตาท่วมหญ้ากันบ้างล่ะ ที่หนุ่มเจ้าเสน่ห์มาแต่งงานสายฟ้าแล่บอย่างนี้” เสียงหัวเราะครืนรับคำพูดนายอำเภอ ดูเหมือนวันนี้ใครต่อใครก็มีความสุขชื่นมื่นกันถ้วนหน้า เว้นเสียแต่เธอกับเขาเท่านั้น

“จะเปลี่ยนใจก็ยังทันนะคุณ” น้ำเสียงหน่ายๆ ท้าทายเหย็งๆ

ใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นมาค้อนขวับ ปรายตาไปเห็นสามสาวนางงามยืนกุมมือลุ้นตาละห้อย เธอจึงไม่คิดมาก จรดปากกาเซ็นชื่อลงไปให้มันรู้ดำรู้แดงเสียที...ว่าอีตาทิตย์ศวัสนี่ จะไม่มีสิทธิ์ไปกระดี๊กระด๊ากับผู้หญิงที่ไหนได้อีก

“โอเคครับ ตอนนี้ก็ถือว่าคุณทิตย์ศวัส ตะวันรุ่ง กับหนูรุ้งดาว จิตพิพัฒน์เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฏหมายแล้ว”

“ตอนนี้ก็ถึงเวลาของพิธีการสำคัญ คือส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ...พอดีผมเองก็เป็นหม้ายมาหลายปี ขอรบกวนเรียนเชิญท่านรองผู้ว่าและคุณนายให้ช่วยปูเตียงเอาฤกษ์เอาชัยให้คู่บ่าวสาวด้วยแล้วกันนะครับ” นายหาญรีบเข้าสู่พิธีการสำคัญที่แน่นอนว่าบาดหัวใจใครหลายๆ คนในที่นี้

สามสาวเทพีเขาชะมวงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้โฮออกมา เมื่อแม่ม้าตีนปลายจากไหนไม่รู้ดันมาฉกชายหนุ่มในฝันของพวกหล่อนไปต่อหน้าต่อตา ทั้งสามพากันสะบัดหน้าพรืดก่อนจะเดินออกไปจากงานแต่งอย่างพร้อมเพรียง

เสียงปรบมือดังรัวมาจากรอบกาย อย่างยินดีด้วยมากๆ กับหนุ่มสาวทั้งคู่ เห็นจะมีก็แต่เธอกับเขาที่ทำหน้าตากลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ก็ต้องฝืนยิ้มแย้มทักทายกับแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน

อ้อ! ยังจะหนุ่มใหญ่วัยใกล้เคียงกับนายหาญ ที่มองคู่แต่งงานไม่วางตาตลอดพิธีการ ด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงเหมือนถูกโกงค่าแชร์ แต่ไม่มีใครให้ความสนใจ

สายตาจ้องเขม็งแสนเสียดาย มองตามหลังเจ้าบ่าวที่ไม่ใคร่ชอบขี้หน้าจับจูงมือพาเจ้าสาวที่เขาหมายตาเอาไว้ไปเข้าห้องหอด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวหัวใจยิ่ง และยิ่งเมื่อได้ยินเสียงโห่ฮากันเป็นที่ครึกครื้นสนุกสนานดังมาจากในห้องหอ ก็ต้องรีบแจ้นออกมาจากบ้านแทบไม่ทันเพราะทำใจไม่ได้

อ้าว! เสี่ย จะรีบไปไหนล่ะครับ ไม่อยู่ร่วมกินเลี้ยงด้วยกันก่อนหรือ?” กำนันเขาชะมวงเอ่ยทักทายหนุ่มใหญ่หน้าตูมที่เดินอาดๆ เหมือนรีบเร่งไปไหน

“นั่นสิคะ งานใหญ่ของเขาชะมวงทั้งที รวมไว้แต่คนระดับบิ๊กทั้งนั้น แหม้! ลุ้นกันมาตั้งนานนะคะว่าสาวผู้โชคดีคนไหนจะได้มาเป็นนายหญิงของไร่ทองตะวัน พอหวยออกมาเป็นหนูรุ้งดาวก็เข้าทำนอง เรือล่มในหนองทองจะไปไหนเสียนะคะเนี่ย” เมียตากำนันทำหน้าปลาบปลื้มราวกับเป็นเจ้าสาวเสียเอง

“ไม่ละ ผมมีงานต่อ” ข่มอารมณ์ตอบไปอย่างเสียไม่ได้ ขืนอยู่นานไป อาจจะควักปืนออกมายิงคนทิ้งเป็นแน่ ทั้งไอ้นายหาญและไอ้ทิตย์ศวัสที่มันสองคนบังอาจร่วมมือกันหักหน้าเขา แถมยังทำโปรเจ๊กใหญ่ยักษ์ที่วางเอาไว้ในหัวพังครืนไม่เป็นท่า...นับมูลค่าเป็นเงินก็ว่าเสียหายหลายล้าน ไอ้ที่มันเจ็บใจกว่าก็ตรงที่พลาดจากหญิงสาวคราวลูกที่แอบเล็งไว้มาหลายเดือนดีดักนี่แหละ

+++++++++


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่า ^^"

รัชริล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha