วิวาห์รักร้าย (จบแล้ว)

โดย: สลิลฉัตร



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : เจ้าสาวจำยอม 50%


ตอนต่อไป


Bridal, Bouquet, Flowers



ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร

ภายในห้องแกรนด์บอลรูมซึ่งพนักงานของโรงแรมรวมทั้งทีมออแกไนซ์ต่างกำลังวิ่งวุ่นสำหรับงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสระหว่างอัศว์ อิศวเดศวรมหาเศรษฐีหนุ่มมาดขรึมขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ซึ่งกำลังจะเข้าพิธีมงคลสมรสกับนรินสิริ วรวิร์กานต์ หรือน้ำ สาวน้อยหน้าหวานผู้มีดวงตาเป็นประกายประหนึ่งดวงดาวบนท้องฟ้าในยามค่ำคืน จมูกโด่งรั้นรับกับริมผีปากหยักได้รูปสีชมพูระเรื่อซึ่งใครๆก็ต่างกล่าวขวัญในเรื่องที่เธอสามารถกุมหัวใจมหาเศรษฐีหนุ่มจอมเย็นชาอย่างอัศว์ได้ในทันทีที่พบหน้า   

ในขณะที่ชั้นล่างกำลังวิ่นวุ่น ภายในห้องสวีทชั้นบนสุดของโรงแรมซึ่งถูกจัดให้เป็นแต่งตัวเจ้าสาวก็กำลังเร่งมือกันแต่งเสริมเติมสวยให้เจ้าสาวกันอย่างจ้าล่ำหวั่น

“มองกระจกหน่อยซิค่ะคุณน้ำ สวยถูกใจไหมคะแต่งหน้าโทนสีธรรมชาติเน้นปากสีชมพูหวานๆแบบนี้” เมคอัพอาร์ทติสแถวหน้าของเมืองไทยเอ่ยถามความเห็นหญิงสาวผู้โชคดีที่สุดในคืนนี้  

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” นรินสิริตอบเพียงสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเศร้าๆโดยไม่ได้สนใจมองกระจกอย่างที่ช่างแต่งหน้าบอกเธอเลยสักนิด  

“ไม่สบายหรือเปล่าคะ ดูน้องน้ำไม่สดใสเลย วันนี้วันสำคัญนะคะต้องยิ้มเข้าไว้ค่ะ” ช่างแต่งหน้าเอ่ยถามตามที่สังเกตเห็นพร้อมกับเติมสีแก้มให้กับหญิงสาว  

ก๊อกๆๆ!!

เสียงเคาะประตูดังขึ้นระรัวจนหนึ่งในทีมช่างแต่งหน้าห้องรีบปรี่ไปเปิดประตูซะอย่างเร็วเพราะคิดว่าเป็นทีมงานออแกไนซ์ ทันทีที่ประตูห้องเปิดอกพร้อมกับร่างสูงของรัฐภาคซึ่งเป็นคนรักของเจ้าสาวก็ปราดเข้ามากระชากนรินสิริ

“ว๊าย คุณเข้ามาได้ยังไงคะเนี่ย” เสียงหวีดร้องขอความช่วยเหลือจากช่างแต่งหน้าทำผมที่อยู่ภายในห้อง

“น้ำ ผมมาช่วยคุณแล้ว” รัฐภาคเอ่ยกับนรินสิริพลางกระชับมือบางแน่นพร้อมกับออกวิ่งไปด้วยกัน ทั้งคู่วิ่งไปที่ยังลิฟท์ แต่ก็เจอทีมงานออแกไนซ์วิ่งมาขวางไว้พอดี

“มาทางนี้น้ำ!...” รัฐภาคบอกกับหญิงสาวที่เขาจับมือไม่ยอมปล่อยพร้อมกับเปลี่ยนเส้นทางพานรินสิริวิ่งอ้อมไปยังบันไดหนีไฟแต่เพราะชุดเจ้าสาวที่ยาวรุ่มร่ามทำให้หญิงสาวเหยียบชายกระโปรงล้มลง

“โอ๊ย!!...รัฐ” ร่างบางก้มลงกุมข้อเท้าด้วยความเจ็บร้าวจากอาการข้อเท้าแพลง

“เจ็บไหมน้ำ!!...” รัฐภาคถามคนรักด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ค่ะ” นรินสิริส่ายหน้าพลางบีบข้อเท้าข้างที่เจ็บ หญิงสาวตัดสินใจถอดรองเท้าส้นสูงทิ้งเพราะมันคืออุปสรรคในการหนีสำหรับเธอ

“ไปไหวนะ” รัฐภาคถามน้ำเสียงร้อนรนระคนห่วงใย

"วะ..ไหวค่ะ" เจ้าสาวที่กำลังจะหนีงานวิวาห์กัดฟันข่มความเจ็บก่อนจะกลั้นใจลุกขึ้นยืน รัฐภาคพยุงร่างบางเพื่อวิ่งไปยังประตูทางหนีไฟซึ่งน่าจะเป็นทางหนีที่ดีที่สุด แต่ทั้งสองวิ่งไปยังไม่ทันถึงที่หมายก็ถูกเหล่าการ์ดของโรงแรมและทีมออแกไนซ์ซึ่งวิ่งกันมาล้อมหน้าล้อมหลังดักทาง รัฐภาคมองซ้ายมองขวาระแวดระวังพร้อมกับกันหญิงสาวไว้ด้านหลัง

แต่แล้วจู่ๆก็มีบอดี้การ์ดปราดเข้าไปล็อคตัวรัฐภาค เจ้าบ่าวของงานย่างสามขุมเข้ามาดึงตัวเจ้าสาวของเขาไว้ก่อนจะสั่งให้บอดี้การ์ดของเขาประเคนหมัดสั่งสอนแมวขโมยที่กล้ามาลักพาตัวเจ้าสาวของเขาหนี

“จัดการกับมัน” เหล่าบอดี้การ์ดพยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะกระแทกกำปั้นหนักๆไปตามลำตัวของรัฐภาค

“อั๊ก!!”

 “อย่านะ อย่าทำพี่รัฐ” นรินสิริร้องห้ามเสียงลั่นพร้อมกับดิ้นรนขืนกายหมายจะช่วยคนรักแต่ถูกมือแกร่งของเจ้าบ่าวกระชากรั้งไว้อย่างแรง

"คุณอัศว์ ปล่อยนะ ปล่อย..." ร่างบางดิ้นรนขืนกายจากการเกาะกุมของคนที่เธอต้องแต่งงานด้วยความไม่เต็มใจ

“เธอนี่มันร่านจริงๆเลยนะนรินสิริขนาดวันแต่งงานแท้ๆเธอยังกล้านัดไอ้กุ๊ยนี่มาหยามฉันถึงงานแต่งอีก” อัศว์ตวาดใส่เจ้าสาวของเขาเสียงกร้าวพร้อมออกแรงบีบรัดข้อมือบางอย่างแรงด้วยความโกรธเกรี้ยวเพราะคิดว่าหญิงสาวรังเกียจการแต่งงานกับมหาเศรษฐีอย่างเขาถึงได้กล้าให้ชายอื่นมาเหยียบจมูกเขาถึงงานแต่ง

“ไม่ใช่นะคะคุณอัศว์” หญิงสาวปฏิเสธเสียงสั่นความหวาดกลัวแล่นเข้าจับขั้วหัวใจเมื่อเห้ฯเปลวไฟในดวงตาคมกล้าของเจ้าบ่าวของเธอ

“งั้นก็แสดงว่าเธอไม่มีส่วนรู้เห็นอะไร ไอ้เศษสวะนี่มันเป็นตัวตั้งตัวตีพาเธอหนีอย่างนั้นสิ” อัศว์ถามกลับน้ำเสียงยียวนพร้อมกับปรายตาไปที่ศัตรูหัวใจที่กล้ามาลูบคมเขา รัฐภาคมองกลับด้วยสายตาเคียดแค้นไม่แพ้กัน

“ฉันกับน้ำรักกันมาตั้งหลายปีแล้วต่างหาก แกมันเห็นแก่ตัว ไอ้เศรษฐีขี้ขโมย ถุย!” คนถูกล็อคตัวสาดคำด่าทอใส่อย่างไม่เกรงกลัวพร้อมกับถ่มน้ำลายใส่หน้าเจ้าบ่าวของแฟนสาว

“อั๊กๆๆ!!” อัศว์สวนกลับด้วยหมัดหนักๆเข้าที่ท้องรัฐภาคอย่างแรงด้วยโทสะที่มากล้น ก่อนจะหยิบอาวุธปืนเล็งไปยังต้นเหตุแห่งโทสะ

“ไม่...อย่านะคะคุณอัศว์ อย่าทำพี่รัฐ” นรินสิริกรีดร้องอ้อนวอน แต่คนเย็นชาไร้หัวใจอย่างอัศว์มีหรือจะฟังคำพูดของเจ้าสาวที่เขาคิดว่าเธอกำลังทรยศเขา ตรงกันข้ามเขากลับไม่รีรอที่จะลั่นไกใส่คู่อริศัตรูหัวใจ

เปรี้ยง!!

สิ้นเสียงมัจจุราช ร่างของรัฐภาคก็ทรุดลงพร้อมกับโลหิตสีแดงฉานไหลลงมาจากไหล่ซ้าย อัศว์เหยียดยิ้มร้ายมองอีกฝ่ายด้วยความสะใจก่อนจะลั่นกระสุนซ้ำไปยังที่เดิมหวังจะซ้ำแผลแรกที่ถูกแค่ถากๆ  

“พอเถอะนะคะคุณอัศว์ ฉันขอร้อง ปล่อยพี่รัฐไปเถอะนะคะ” ร่างบางในชุดเจ้าสาวสะบัดกายจนหลุดพันธนาการแกร่งแล้วรีบปราดเข้าไปดูอาการแฟนหนุ่ม แต่ยังไม่ทันที่นรินสิริจะไปถึงตัวรัฐภาคเสียงกร้าวทรงอำนาจของเจ้าบ่าวเธอก็ดังขึ้นจนนรินสิริต้องชะงักเท้า

 “ถ้าเธอแตะตัวมันแม้เพียงปลายเล็บ ฉันสาบานเลยว่าเธอได้เห็นสมองมันกระจายแน่”” อัศว์ขู่เสียงเหี้ยมพลางมองหน้าหญิงสาวด้วยแววตาแข็งกร้าว มีใครบ้างจะไม่โกรธเจ้าสาวของเขากำลังจะหนีตามผู้ชายอื่น แถมยังแสดงออกต่อหน้าต่อตาว่ารักห่วงใยผู้ชายคนนี้เหลือเกิน

“บอกมันไปซิว่าเธอจะแต่งงานกับฉัน ไล่มันไป ไล่มันให้ฉันได้ยิน เดี๋ยวนี้” อัศว์กระซิบข้างหูเจ้าสาวของเขา นรินสิริน้ำตาร่วงเผาะกับความร้ายการของชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนที่เธอจะทำตามที่คนร้ายก่อนที่เธอจะเอ่ยออกไปเพื่อรักษาชีวิตคนรัก

“พี่รัฐไปเถอะนะคะ น้ำขอร้อง” น้ำเสียงห่วงหาอาทรของหญิงสาวทำให้อัศว์รู้สึกหงุดหงิดใจยิ่งนัก

“ฉันสั่งให้เธอไล่มัน แต่ไม่ใช่ไล่ด้วยความห่วงใย เธอต้องไล่มันไปจากชีวิตเธอด้วยน้ำเสียงรังเกียจ ไม่อย่างนั้น...ฉันจะเป็นคนกระชากวิญญาณมันออกไปจากร่างต่อหน้าเธอเดี๋ยวนี้” อัศว์ตะคอกเสียงกร้าวพร้อมกับบังคับให้หญิงสาวไล่ศัตรูหัวใจที่กำลังนอนบาดเจ็บ นรินสิริสะอื้นไห้มองร่างแฟนหนุ่มที่นอนจมกอดเลือดท่ามกลางการ์ดที่รายล้อมรอพร้อมจะรุมทำร้ายทุกเมื่อหากเธอทำให้คนไร้หัวใจตรงหน้าไม่พอใจ

“พี่รัฐออกไปจากชีวิตน้ำเถอะค่ะ น้ำ...น้ำไม่ได้รักพี่รัฐแล้ว” หญิงสาวโพล่งออกไปด้วยความรู้สึกร้าวรานใจ ก่อนจะหันมามองเจ้าบ่าวของเธอด้วยสายตาชิงชัง อัศว์ยกยิ้มมุมปากด้วยความสะใจในชัยชนะก่อนจะกระชากเจ้าสาวเข้ามาประกบริมฝีปากร้อนบดขยี้เรียวปากสีหวานอย่างหนักหน่วงเป็นการเยาะเย้ยแมวขโมยกระจอกที่หมายจะมาลักพาตัวเจ้าสาวของเขาไป

“เอามันออกไปโยนทิ้ง ฉันไม่อยากให้มีคนตายในวันงานแต่ง” สิ้นคำสั่งของอัศว์บรรดาการ์ดก็หิ้วรัฐภาคออกไปทิ้งไว้ที่ลานจอดรถ

ส่วนนรินสิริถูกพามาไว้ที่ห้องแต่งตัวอีกเพื่อแต่งหน้าแต่งตัวใหม่เพื่อให้ทันเวลางานเลี้ยงฉลองสมรส ซึ่งทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีแม้นรินสิริจะดูเหมือนตุ๊กตาไร้จิตใจก็ตามแต่เจ้าบ่าวไร้หัวใจอย่างอัศว์ก็ไม่แยแสเพราะเขาคิดไว้แล้วว่าเขาจะจัดการเจ้าสาวของเขายังไงในคืนนี้

 

ที่คฤหาสน์อิศวเดศวร หลังจากพิธีส่งตัวเสร็จสิ้นโดยที่พ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาวยังไม่ทันได้กล่าวอวยพรให้กับทั้งคู่ก็ถูกเจ้าบ่าวเอ่ยปากไล่อย่างไม่เกรงจนทั้งสองต้องรีบออกจากห้องโดยไวด้วยกลัวจะทำให้ลูกเขยเศรษฐีเสียอารมณ์ และทันทีที่ประตูห้องปิดลงหัวใจของนรินสิริก็หวาดหวั่น

“มานั่งตรงนี้ซิ” อัศว์เรียกเจ้าสาวของเขาพร้อมกับตบที่นอนเบาๆสองสามทีเพื่อให้เจ้าสาวของเขาซึ่งนั่งอยู่ปลายเตียงลุกมานั่งข้างๆเขา แต่คนหวาดหวั่นยังคงลังเลนั่งอยู่ที่เดิมเพราะความรู้สึกกลัวจับใจ อัศว์เห็นอาการหวาดกลัวของคนตัวเล็กแล้วจึงเปลี่ยนใจกระเถิบมานั่งข้างๆหญิงสาวแทน ด้วยความหวาดกลัวชายหนุ่มเจ้าสาวจำยอมอย่างนรินสิริจึงวิ่งหนีไปยังประตูหมายจะรอดพ้นจากอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะไปถึงที่หมายก็ถูกมือแกร่งของเจ้าบ่าวกระชากกลับไปที่เตียงพร้อมกับตามติดทาบทับร่างบางไว้

“คิดหรือว่าเธอจะหนีฉันพ้น ห๊ะ!!แม่ตัวดี” อัศว์ตะคอกเสียงกร้าว มือหนารวบข้อมือบางทั้งสองข้างที่พยายามดันร่างแกร่งของเขาให้ออกห่างไว้ตรึงเหนือศีรษะได้รูปสวย ก่อนที่เจ้าบ่าวจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวนวลสูดกลิ่นผิวเนื้อนวลหอมละมุนด้วยความย่ามใจ  

“ดะ ได้โปรด อย่าทำอะไรฉันเลยนะคะคุณอัศว์” หญิงสาวอ้อนวอนเสียงสั่น

“เธอมีสิทธิ์ร้องขอฉันด้วยหรือนรินสิริ พ่อแม่เธอยกเธอให้เป็นสมบัติของฉันแล้วฉันจะทำยังไงกับผู้หญิงแพศยาอย่างเธอก็ได้ ตอนนี้ฉันอยากขย่มเจ้าสาวของฉันแล้วล่ะสิ” คำพูดแสนร้ายกาจหลุดมาจากปากคนเย็นชา

“คนเลว เห็นแก่ตัว ฉันกะ...” คำว่าเกลียดถูกริมฝีปากสีเข้มกลืนหายไปในทันทีพร้อมด้วยแรงบดขยี้ริมฝีปากสีหวานหนักหน่วงก่อนจะแทรกลิ้นร้อนเข้าไปซอกซอนรสหวานภายในอุ้งปากสวยอย่างกระหายในรสหวาน อัศว์ถึงกับครางด้วยความพึงใจในรสชาติหวานล้ำของอุ้งปากเรียวสวยที่เผลอจูบตอบย่างไม่ประสาแต่กลับสามารถเร่งเชื้อไฟแห่งความปรารถนาให้เขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ มือแกร่งปล่อยข้อมือบางให้เป็นอิสระเมื่อรู้สึกว่าหญิงสาวเบื้องใต้สิ้นฤทธิ์ลง

“อื้อ...อื๊ย” เสียงหวานครางประท้วงในลำคอ เมื่อถูกริมฝีปากร้อนรุกเร้าหนักหน่วง นรินสิริดิ้นรนสุดกำลังทำให้อารมณ์คุกรุ่นของอัศว์ทวีคูณรุนแรงมากยิ่งขึ้น

“หยุดดิ้นได้แล้วเจ้าสาวร่านสวาท ถูกพ่อแม่เอามาเร่ขายแลกหนี้แล้วยังจะร่านหนีตามผู้ชายอื่นไปอีก คงจะถูกขายมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วล่ะสิถึงได้มีผู้ชายหน้าโง่ที่มันติดใจเธอถึงขนาดกล้าพาเธอหนีจากงานแต่ง แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะฉันมันพวกสมัยใหม่ ไม่ถืออยู่แล้วกับการใช้สินค้ามือสองอย่างเธอ ถ้าถูกใจซะอย่างเพราะฉันถือว่าเอาไว้แก้อยาก” อัศว์เหยียดยิ้มร้ายก่อนจะกระชากฉีกทึ้งชุดแต่งงานสีขาวสะอาดตาจนขาดวิ่นเผยให้เห็นเนื้อนวลขาวละลานตาจนชายหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเรือนร่างเย้ายวนปรากฏต่อสายตา





ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานขอ'ไรเตอร์นะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

สลิลฉัตร


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


ตอนแรกก้อสนุกแร้วค่ะชอบพระเอกแบบนี้เรย
โดย Anonymous | 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha