วิวาห์รักร้าย (จบแล้ว)

โดย: สลิลฉัตร



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : เจ้าสาวจำยอม 100% NC20++


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



Table Setting, Vintage Dishes



“ยะ...อย่า  ได้โปรด คุณอัศว์” หญิงสาวอ้อนวอนเสียงสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอดสูใจในโชคชะตาของตัวเองที่ต้องมาแต่งงานกับผู้ชายร้ายกาจเช่นนี้

“ตอนแรกฉันก็ว่าจะให้เวลาเธอ ค่อยๆเรียนรู้ทำความรู้จักกันและรอจนกว่าเธอจะยินยอมพร้อมใจ แต่เธอเป็นคนทำลายโอกาสนั้นด้วยมือของเธอเอง ฉะนั้นอย่ามาร้องขอความปรานีจากฉันเลยนรินสิริ” อัศให้เหตุผลน้ำเสียงหยันๆ พลางลูบไล้เรือนกายบอบบางไปตามผิวเนื้อขาวเนียนตั้งแต่ต้นขาเรียวสวยไล่ขึ้นไปยังเอวคอดกิ่วจนมาหยุดที่ทรวงอกอวบใหญ่เกินตัวที่แค่เพียงชายหนุ่มสัมผัสหัวใจของเขาก็เต้นระส่ำ

“อ๊ะ..อ๊า..เจ็บ ได้โปรด คุณอัศว์...” เสียงหวานร้องครางหอบสะท้านเมื่อฝ่ามือหนาบีบเคล้นคลึงขยำขยี้ทรวงอกอิ่มหนักหน่วงก่อนจะครอบครองยอดทรวงปทุมมาลย์สีหวานด้วยริมฝีปากอุ่น ความหวานละมุนจากยอดทรวงทำให้ชายหนุ่มดูดกลืนขบเม้มยอดอกอิ่มสลับกับรัวลิ้นร้อนเพื่อสร้างความเสียวซ่านให้กับหญิงสาวมากขึ้นไปอีก

คนช่ำชองจัดเจนในสังเวียนเสน่หายกยิ้มมุมปากเมื่อถึงเวลาที่เขาต้องเชยชมตุ๊กตาแสนสวยตรงหน้านี้เสียที ร่างสูงผละจากเจ้าสาวของเขาเพื่อจัดการชุดสูทอาภรณ์หรูยี่ห้อดังที่เป็นสิ่งขวางกั้นความปรารถนาที่กำลังพลุ่งพล่านอย่างขีดสุดก่อนจะโถมกายทาบทับลงมาอีกครั้งพร้อมกับกอดรัดจูบลูบไล้ผ่านลงมายังหน้าท้องแบนราบไล่ต่ำลงมายังจุดอ่อนไหวแห่งกายสาวก่อนจะกดแทรกนิ้วร้ายเข้าไปด้านในหลืบลึก ร่างบางถึงกับสะดุ้งเมื่อชายหนุ่มขยับนิ้วแกร่งเข้าออกอย่างช้าๆก่อนจะเร่งจังหวะเพิ่มความแรงในการกดแทรกเข้าไปภายในความอ่อนนุ่ม

“อะ...อ๊ะ!...มะ...ไม่...”

หญิงสาวไร้ประสบการณ์ในเกมรักถึงกับครางสะท้าน เมื่อชายหนุ่มสร้างความเสียวซ่านให้กับเธอได้ และเธอก็ต้องร้องออกมาเสียงดังอีกครั้ง เมื่อเขาสะกิดปมแห่งความกระสันภายในตัวเธอ คนจัดเจนสังเวียนรักอย่างอัศว์ซึ่งเต็มไปด้วยความพลุ่งพล่านด้วยอารมณ์และความต้องการที่ไม่ต่างกับหญิงสาว เสียงหวานครางเป็นสะท้านกระตุ้นความรู้สึกเรียกร้องให้กับชายหนุ่มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

‘เขาต้องการเป็นหนึ่งเดียวกับเจ้าสาวของเขา...เดี๋ยวนี้ !!!’ อัศว์ถอนนิ้วแกร่งออกจากเนินเนื้อแห่งกายสาวที่อ่อนนุ่มฉ่ำเยิ้มก่อนจะส่งความแข็งขืนเข้าแทรกลึกลงในกายสาว

“กรี๊ดด! เจ็บ ฉันเจ็บ คุณอัศว์...ได้โปรดออกไป เอามันออกไป” นรินสิริกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อร่างสูงพยายามเดินหน้าฝ่าความคับแน่นรัดตึงที่บีบรัดความเป็นชายของเขาจนปวดร้าว ชายหนุ่มตัดสินใจเดินหน้ากระแทกแก่นกายในครั้งเดียวจนสุดทาง

“เธอยังไม่เคย...” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงพร่าหลังฝ่าความคับแน่นซึ่งทำให้อัศว์รู้ว่าเขาคือผู้ชายคนแรกที่ได้ครอบครองความสาวของหญิงสาว

“อ๊ะ..พะ พอ พอแล้ว ฉันขอร้อง อื้อ…อื๊ย” หญิงสาวอ้อนวอนกระท่อนกระแท่นตามแรงถาโถมเข้าใส่ของร่างหนา

“ไม่ ยังไม่พอ ฉันต้องการมากกว่านี้นรินสิริ” ร่างสูงกระแทกแก่นกายเข้าใส่ร่างบางอย่างบ้าคลั่งไม่ใส่ใจต่อความเจ็บปวดของหญิงสาวเลยสักนิด อัศว์ปล่อยมือบางเพื่อเปลี่ยนมากอบกุมบั้นท้ายขาวเนียนพร้อมกับบีบขยำไปตามแรงอารมณ์ดิบเถื่อนจนผิวขาวๆของหญิงสาวเป็นรอยแดงก่อนจะรั้งสะโพกผายขึ้นรับแรงกระแทกล้ำลึกหนักหน่วง

“คุณอัศว์...ฉัน...อ๊ะ..ได้โปรด” ปากร้องขอแต่ร่างกายกันแอ่นรับแรงถาโถมเร่าร้อนด้วยความเผลอไผล

“ไม่ต้องขอฉันก็จะให้เธอไม่ยั้งอยู่แล้วเจ้าสาวคนสวยของฉัน” ชายหนุ่มโน้มหน้าลงไปดื่มกลืนยอมถันสีทับทิมที่สั่นไหวเรียกความเสียวซ่านให้กับหญิงสาวมากขึ้นไปอีกเมื่อถูกจู่โจมอย่างหนักหน่วง อัศว์เร่งจังหวะถาโถมกระแทกเข้าใส่รัวเร็วกระชั้นชิดในช่วงใกล้จะสิ้นสุดแห่งความปรารถนา

“อ่าห์.../ กรี๊ดดดด” เสียงทุ้มครางกระหึ่มของชายหนุ่มสอดประสานกับเสียงหวานของเจ้าสาวหมาดๆอย่างนรินสิริเมื่อความหฤหรรษ์ปะทุขึ้นพร้อมด้วยสายธารแห่งรักที่ระเบิดใส่ภายในเนินกุหลาบแสนหวานแห่งกายสาวจนเธอรู้สึกถึงความที่ไหลเอ่อมาตามเรียวขาสวย

“เธอนี่มันสุดยอดอย่าบอกใครเลยนะ สดใหม่อย่างนี้สิถึงจะคุ้มกับเงินที่เสียไปหน่อย” ร่างสูงล้มตัวลงนอนแผ่ข้างๆหญิงสาวหลังจากถอนแก่นกายออกจากเนินเนื้อแห่งความเป็นหญิงที่บวมช้ำจากแรงกระแทกกระทั้นอย่างเอาแต่ใจ คนเจ็บช้ำพลิกกายหันหลังให้คนป่าเถื่อนที่กระชากพรหมจรรย์จากเธอไปอย่างไร้ความปรานี

“เกลียด....ฮือ...ฉันเกลียดคุณ” เสียงหวานสะอื้นไห้พร้อมกอดตัวเองด้วยความรู้สึกร้าวรานใจกับสิ่งที่สูญเสียไปให้กับคนไร้หัวใจ

“อยากจะเกลียดฉันก็เชิญ ฉันไม่สนใจเพราะยังไงเธอก็ต้องทนเป็นเมียคนที่เธอเกลียดอย่างนี้ไปจนกว่าฉันจะเบื่อและไล่เธอออกไปจากชีวิต แต่ว่าตอนนี้ฉันอยากจะใช้งานนางบำเรอตีทะเบียนอย่างเธออีกสักรอบแล้วสิ” คำพูดเห็นแก่ตัวหลุดออกมาจากปากคนไร้หัวใจพร้อมกับความปรารถนากระหายในเรือนกายหญิงสาวตรงหน้า

อัศว์กระชากร่างบางมาโถมทับฟอนเฟ้นขยี้อกอิ่ม ยิ่งเจ้าสาวของเขาร้องขออ้อนวอนมากเท่าไรอัศว์ยิ่งเพิ่มแรงบีบเคล้นหนักหน่วงจนนรินแทบแหลกสลาย กว่าพายุรักของชายหนุ่มจะจบลงก็เกือบย่างเข้าสู่วันใหม่

“ไม่คิดเลยนะว่าผู้หญิงที่พ่อแม่เอามาขายใช้หนี้อย่างเธอจะให้ความรู้สึกเยี่ยมแบบนี้ นี่สินะที่ผู้ชายส่วนใหญ่ถึงชอบสาวพรหมจรรย์ มันหอมหวานอย่างนี้นี่เอง” ชายหนุ่มเยาะเย้ยทิ้งท้ายก่อนจะผละจากร่างบางสั่นสะท้านหันไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมพลางมองผิวขาวๆของหญิงสาวซึ่งแดงเป็นจ้ำๆ เพราะความเอาแต่ใจของเขา  แก้มนวลนั้นเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่เอ่อไหลออกมาราวกับทำนบแตก อัศว์ถอนหายใจแล้วทรุดกายลงนั่งข้างๆหญิงสาวพร้อมกับเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

"ลุกขึ้นไปอาบน้ำ ฉันจะช่วยพยุงเธอไป" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มแฝงแววอ่อนโยน แต่คนถูกทำลายอย่างย่อยยับมองเขาอย่างแค้นเคือง

“ไปให้พ้น!!” หญิงสาวแหวไล่เสียงลั่น อัศว์ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดเกรี้ยวกราดของหญิงสาวมากเท่าใดนัก ชายหนุ่มโน้มกายลงอุ้มหล่อนขึ้นและพาเดินไปยังห้องน้ำ แม้คนตัวเล็กจะพยายามดิ้นรนขืนกายแต่ก็ไม่สามารถต้านทานคนตัวโตที่บังคับอุ้มเธอจนมาถึงห้องอาบน้ำก่อนจะวางร่างบางลงในอ่างจากุชชี่

“อาบด้วยกันนะ” อัศว์เอ่ยน้ำเสียงกรุ้มกริ่มแฝงเลศนัย ดวงตาคู่คมฉายประกายแพรวพราวจนนรินสิริใจสั่น รีบยกมือขึ้นดันกายแกร่งซึ่งลงมานั่งร่วมอ่างอาบน้ำพร้อมกับกดปุ่มให้ผักบัวด้านบนปล่อยน้ำลงมาดับความเร่าร้อน แต่สายน้ำเย็บเฉียบไม่ได้ทำให้ความปรารถนาของชายหนุ่มมอดดับลงเลยสักนิด อัศว์ยังคงพาเจ้าสาวของเขาดำดิ่งในแดนหฤหรรษ์ในฉิมพลีวิมานท่ามกลางสายน้ำเย็นฉ่ำ นรินสิริค่อยๆก้าวออกจากอ่างจากุชชี่ด้วยอาการซวนเซ ขาแข้งสั่นหลังจากพายุสวาทที่โหมเข้าใส่เธอดับมอดลง อัศว์ฉวยพาเช็ดตัวห่อร่างบางแล้วอุ้มพาไปนอนบนเตียง

“ยะ...อย่าค่ะคุณอัศว์ ฉัน...มะ...ไหวแล้ว”

“ไม่ต้องกลัว พอแล้วสำหรับวันนี้ แต่งตัวแล้วนอนพักเถอะ” อัศว์ไล้แก้มนวลพลางปัดปอยผมเปียกชื้นที่แก้มหญิงสาวก่อนที่เขาจะเดินกลับไปยังห้องแต่งตัวเพื่อปล่อยให้หญิงสาวได้มีเวลาส่วนตัว ทันที่ที่ชายหนุ่มก้าวออกจากห้องนรินสิริก็รีบก้าวลงจากเตียง แต่เพียงแค่เท้าแตะพื้นความรู้สึกปวดร้าวบริเวณจุดอ่อนไหวก็แล่นเข้ากระทบความรู้สึก หญิงสาวกัดฟันข่มความปวดร้าวบริเวณจุดอ่อนไหวของกายสาวแล้วรีบหาชุดสวมใส่ปิดบังเรือยกายที่เต็มไปด้วยตำหนิจากน้ำมือของคนเอาแต่ใจ

หญิงสาวนั่งแปรงผมอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งโดยไม่ทันสังเกตว่าชายหนุ่มเจ้าของห้องหนุ่มกำลังก้าวเข้ามาหาเธอพร้อมกับขโมยจุมพิตแก้มนวลด้วยความรักใคร่โหยหาก่อนจะแย่งแปรงแปรงผมอันใหญ่ในมือภรรยามาแล้วค่อยๆหวีผมยาวสลวยให้นรินสิริอย่างเบามือและคล่องแคล่ว แม่ในตอนแรกหญิงสาวจะพยายามปฏิเสธเพราะไม่คุ้นชิน แต่คนเอาแต่ใจก็ดึงดันพร้อมกับไม่ยอมคืนแปรงผมในมือให้กับหญิงสาว นรินสิริจึงจำต้องยอมนั่งนิ่งให้ชายหนุ่มทำตามอำเภอใจ

เมื่อแปรงให้หญิงสาวเสร็จ อัศว์ก็จะอุ้มนรินสิริไปนอนที่เตียง แต่หญิงสาวร้องขอเดินไปเตียงก่อนจะเอนกายลงนอนอีกด้านหนึ่งของเตียงกว้าง  อัศว์เอื้อมมือไปปิดไฟเหลือเพียงแสงสว่างจากแสงไฟวอร์มไวท์* ที่หัวเตียงและล้มตัวลงนอนข้างๆ ร่างบางกระเถิบถอยจนแทบจะตกเตียง

 

*วอร์มไวท์ (Warm White) ให้โทนแสงนวลตา เป็นสีโทนอุ่น ให้ความสว่างไม่มากนัก ออกสีทองส้ม เหมาะกับการใช้เพื่อประดับตกแต่งมากกว่าเน้นการมองเห็น ประยุกต์ใช้ร่วมกับการจัดสวนได้ดี แสงวอร์มไวท์ จะสะท้อนกับวัสดุให้แสงสีทอง ทำให้บริเวณพื้นที่ดูงดงามขึ้นมาทันตาเห็น หากนำไปใช้ตกแต่งภายใน เหมาะกับแสงภายในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องที่ใช้ในการพักผ่อน ไม่เพียงแค่สร้างความอบอุ่นเท่านั้น แต่แสงชนิดวอร์มไวท์ ยังให้ความรู้สึกโรแมนติก ผ่อนคลายอีกด้วยนะ สถานที่พักต่างๆ จึงนิยมใช้หลอดไฟชนิดนี้มาตกแต่งกัน

 

“กระเถิบเข้ามานอนตรงนี้ซิไปนอนปลายเตียงเดี๋ยวก็ตกได้ตกเตียงกันพอดี ผมไม่อยากมีเมียขาเป๋ตาเหล่หรอกนะ” เสียงทุ้มกระเซ้าพลางหัวเราะในลำคอ ทำเอาคนขี้กลัวนึกหมั่นไส้คว้าหมอนที่นอนกอดกระหน่ำซัดใส่คนตัวโตไม่ยั้ง อัศว์แย่งหมอนจากมือบางพร้อมกับออกแรงรั้งจนนรินสิริตกอยู่ในอ้อมกอดแกร่ง

“เอ่อ...ปะ..ปล่อยน้ำค่ะคุณอัศว์”  หญิงสาวร้องปรามพลางเบี่ยงหลบริมฝีปากอุ่นร้อนพัลวัน อัศว์อาศัยจังหวะที่หญิงสาวอ้อนวอนร้องขอกดแนบริมฝีปากร้อนพร้อมแทรกลิ้นร้ายดูดซับความหวานละมุนภายในอุ้งปากเล็กๆด้วยความดื่มด่ำเนิ่นนานจนอิ่มเอมในรสหวานล้ำก่อนจะถอนริมฝีปากร้อนด้วยความเสียดายเพราะต้องการหักห้ามใจตัวเองเพื่อให้หญิงสาวได้พักผ่อน

“นอนซะนะคนดี” อัศว์เอ่ยน้ำเสียงอบอุ่น จ้องมองดวงหน้าสวยด้วยสายตารักใคร่ นรินสิริหน้าร้อนผ่าวก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย อัศว์ประคองร่างบางลงนอนอย่างทะนุถนอม

เสียงหัวใจเต้นที่ดังทะลุมานอกอกทำให้นรินสิริอับอายกลัวว่าชายหนุ่มข้างกายจะได้ยินเธอจึงพลิกตัวตะแคงข้างหันหลังให้ชายหนุ่ม แต่หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นรัวอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อนแม้กับรัฐภาคคนรักของเธอ

“นอนไม่หลับหรือคนดี” อัศว์แกล้งถามลอยพร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์พลางหันไปทางร่างบางที่หันหลังให้เขา  กลิ่นหอมอ่อนๆจากแป้งเด็กที่คนตัวเล็กข้างกายใช้ทำให้อัศว์รู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ ชายหนุ่มวาดแขนโอบกอดหญิงสาวจากด้านหลังพร้อมกับรั้งหญิงสาวเข้ามาแนบกายเพื่อแต้มจุมพิตอุ่นที่หลังใบหูเล็กๆก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าสู่ห้วงนิทรารมณ์

 

แสงแดดอ่อนๆยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องปลุกให้นรินสิริตื่น แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ขยับตัวก็ถูกคนตัวโตข้างกายตลบผ้าห่มคลุมเธอเสียก่อน

"ยะ...อย่าค่ะ" หญิงสาวร้องด้วยความตกใจเมื่อชายหนุ่มพลิกกายขึ้นคร่อมร่างเธอไว้ อัศว์มองคนใต้ร่างพลางยิ้มแฝงแววเจ้าเล่ห์แล้วค่อยๆโน้มใบหน้าลงมาหมายจะหอมแก้ม แต่ก็ต้องชะงักกลางครันเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่เสียงของป้าขจิตจะดังขึ้น

 “ขอโทษนะค่ะคุณอัศว์ ผู้จัดการรีสอร์ทโทรมาค่ะ” อัศว์ชะงัก หน้าง้ำหน้างอราวกับเด็กถูกขัดใจ

‘ช่างโทรมาได้จังหวะจริงๆเลยนะ’ ชายหนุ่มคิดอย่างเคืองๆแล้วหันมาสบตามองร่างบางใต้ร่างที่ชันกายขึ้นนั่งด้วยท่าที่ตื่นกลัว ใบหน้าเนียนสวยแดงก่ำราวกับผลเชอรี่สุดช่างดุน่ารักเสียจนอัศว์อดใจไม่ไหวต้องก้มลงกดประทับจุมพิตหนักๆไปที่หอมแก้มแดงๆของหญิงสาวก่อนจะสลัดผ้าห่มก้าวออกจากห้องไป 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานขอ'ไรเตอร์นะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

สลิลฉัตร


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha