วิวาห์รักร้าย (จบแล้ว)

โดย: สลิลฉัตร



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : สนองคุณด้วยการลักพาตัว 50%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



Ranunculus, Flower, Blossom, Bloom




 

ณ สรวลสรรค์รีสอร์ทซึ่งเป็นรีสอร์ทสไตล์คันทรี่แนบชิดธรรมชาติไปด้วยป่าเขาและต้นไม้น้อยใหญ่รายรอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจที่ทำกำไรให้อัศว์อย่างมากมายพอสมควรในปีๆหนึ่ง

รัฐภาคค่อยๆลืมตาขึ้น พร้อมขยับกายแต่พอเขาเริ่มขยับกายก็รู้สึกเจ็บร้าวไปหมด โดยเฉพาะไหล่ขวาที่ถูกยิง ชายหนุ่มมองไปรอบๆห้องซึ่งเป็นไม้ขัดสักขัดเงาอย่างดีบ่งบอกถึงเจ้าของบ้านน่าจะรักธรรมชาติ ชายหนุ่มเบนสายตามองไปหัวเตียงก็พบแก้วน้ำ ด้วยความกระหายหลังจากตื่นนอนรัฐภาคจึงค่อยๆเอี้ยวตัวไปหยิบ

“หิวน้ำหรือคะ เดี๋ยวฉันหยิบให้ค่ะ” เสียงใสเอ่ยทักท้วงก่อนจะรีบปราดไปหยิบแก้วน้ำส่งให้คนบาดเจ็บที่นอนอยู่บนเตียง

“ขอบคุณครับ” รัฐภาคเอ่ยเพียงสั้นๆพลางมองหญิงสาวตรงหน้าซึ่งอยู่ในชุดเดรสสีครีมยาวเลยเข่า ดูเป็นสาวเรียบร้อยว่าเป็นใครกันแล้วทำไมถึงได้ช่วยเขาไว้ อรนดามองหน้าชายหนุ่มพลางยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของชายหนุ่มตรงหน้า ซึ่งเธออ่านความคิดอีกฝ่ายได้อย่างแม่นยำ

“มองหน้าฉันแบบนี้ คุณคงสงสัยใช่ไหมว่าคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วฉันเป็นใครใช่ไหมคะ”

“คุณถามเหมือนอ่านความคิดผมออก” รัฐภาคยิ้มเจื่อนเพราะรู้สึกเจ็บแผลและปวดตามเนื้อตัว

“ฉันขื่อ อรนดา อิศวเดศวรค่ะ เรียกสั้นว่า อร ก็ได้ค่ะ พอดีฉันเห็นคุณนอนบาดเจ็บอยู่ที่ลานจอดรถของโรงแรมฉันก็เลยให้คนขับรถของฉันช่วยคุณไว้แล้วก็พาคุณมารักษาตัวที่นี่”

เพียงแค่ได้ยินนามสกุลของคนที่กระชากคนรักของเขาไปความสงสัยก็เริ่มก่อตัวอีกครั้งว่าผู้หญิงตรงหน้าเกี่ยวข้องอะไรกับอัศว์ อิศวเดศวร แต่รัฐภาคก็จำต้องเก็บความแคลงใจไว้เพราะตอนนี้เขายังไม่พร้อมที่จะลงมือทำอะไรทั้งสิ้นเพราะสภาพร่างกายที่บาดเจ็บเจียนตาย  

รัฐภาคพินิจหญิงสาวตรงหน้าซึ่งกำลังนั่งปอกผลไม้ใส่จานอย่างขะมักเขม้น ไม่ว่าจะรอยยิ้มสวยสะกดใจ รูปร่างบอบบางดูเย้ายวน ดวงตาหวานฉ่ำเป็นประกายมันช่างกระตุ้นหัวใจเขาเหลือเกิน ระหว่างที่รัฐภาคพินิจพิเคราะห์หญิงสาวอยู่นั้นัดเป็นประกายางพร่าด้วยอาการไข้จากการอักเสบของบาดแผลที่ถูกยิงาอะไรกันแน่หรือใครส่งมากฝ่ายได้อย่างแม่นยำวกับได้ยิเข้าไปกอด

วจตัวความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในสมอง หากหญิงสาวตรงหน้าเกี่ยวข้องกับอัศว์ อิศวเดศวรเขาก็ควรจะใช้ผู้หญิงคนนี้เป็นเหยื่อเพื่อเอาคืนศัตรูหัวใจของเขา

“คุณคงหิวแล้วเดี๋ยวฉันไปยกข้าวต้มมาให้คุณนะคะ” หญิงสาววางจานผลไม้ที่ปอกเสร็จและจัดจานเรียบร้อยก่อนจะเดินออกไปจากห้องและกลับมาอีกครั้งพร้อมกับข้าวต้มทะเลที่ส่งกลิ่นหอมลอยมาแต่ไกล กระตุ้นให้ท้องไส้ที่ไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่วันก่อนถึงกับลอบกลืนน้ำลายด้วยความหิว

“ข้าวต้มทะเลค่ะ ฉันไม่รู้ว่าคุณชอบอะไรก็เลยทำข้าวต้มทะเล คุณลองทานดูนะคะไม่รู้ว่ารสชาติถูกปากคุณหรือเปล่า” อรนดาพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มพลางหยิบช้อนคนให้ข้าวต้มในชามเพื่อคลายความร้อน ก่อนจะตักแล้วเป่าเบาๆก่อนจะป้อนคนที่นอนป่วยอยู่บนเตียง

“เอ่อ...ผมทานเองดีกว่า” รัฐภาคงบอกปัดเพราะไม่ไว้ใจหญิงสาวที่ดูจะทำดีกับเขาเกินเหตุ

“ฉันป้อนให้ดีกว่าค่ะ คุณเจ็บแขนอยู่คงไม่ถนัด เดี๋ยวหกเลอะเทอะฉันขี้เกียจมาทำความสะอาดน่ะค่ะ” อรนดาให้เหตุผล

“อ้าปากสิคะ"  หญิงสาวบอกพร้อมกับป้อนข้าวต้มซึ่งมีกุ้งตัวใหญ่สีส้มสดเข้าปากชายหนุ่ม รสชาติกลมกล่อมของข้าวต้มชามโตบวกกับอาหารทะเลสดเพิ่มรสชาติให้อร่อยมากยิ่งขึ้นจนหนุ่มบ้านไร่ที่ไม่ค่อยได้กินอาหารทะเลกินจนหมดชาม

“ดีใจจังคุณกินซะเกลี้ยงเลยแสดงว่าฝีมือฉันอร่อยใช้ได้เลยใช่ไหมคะ” อรนดาถามใบหน้าเปื้อนยิ้มด้วยความดีใจที่ชายหนุ่มกินอาหารที่เธอทำจนหมดเกลี้ยง

“ครับ” คนเจ็บซึ่งอิ่มแปร้จนท้องตึงตอบเพียงสั้นๆ

“งั้นกินยานะคะ นี่ค่ะ” อรนดาบอกพลางส่งแก้วน้ำและยาให้รัฐภาค ก่อนที่เธอจะเก็บสำรับไปไว้ในครัวเพื่อปล่อยให้คนป่วยได้พักผ่อน

 

ทางด้านคู่แต่งงานหมาดๆซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปฮันนีมูนหวามยังสรวลสรรค์รีสอร์ซึ่งอัศว์เป็นเจ้าของและมอบหน้าที่ให้อรนดาน้องสาวของเขาเป็นคนดูแลที่นั่นชั่วคราว ชายหนุ่มเหยียบคันเร่งพาหนะหรูไปตามถนนสายหลักอย่างสบายอารมณ์พลางผิวปากตามทำนองเพลงที่เปิดภายในรถ

“เราจะไปไหนกันเหรอค่ะ” นรินสิริเอ่ยถามขึ้น เมื่อสังเกตว่าชายหนุ่มกำลังขับรถออกไปแถวชานเมือง

 “ไปหาคนสำคัญในชีวิตฉัน ที่สำคัญเขาไม่เคยคิดทรยศฉํนอย่างที่คนอื่นๆทำ” อัศว์เจตนาตอบกำกวมให้หญิงสาวได้สงสัยและก็ดูจะได้ผลเหมือเห็นใบหน้าสวยของหญิงสาวข้างกายหน้าเจื่อนแทบทันที  

“คุณคงรักและคิดถึงเธอมากเลยสิคะ ที่จริงคุณอัศว์จะมาหาคนสำคัญไม่จำเป็นต้องพาดิฉันมาด้วยก็ได้นี่คะ” นรินสิริเอ่ยเสียงแผ่วด้วยความน้อยใจ สีหน้าที่ดูผิดหวังของหญิงสาวทำให้อัศว์อารมณ์ดีมากอย่างบอกไม่ถูก

“ฉันอยากให้เธอได้ทำความรู้จักกับคนสำคัญของฉัน”

นรินสิริได้แต่เก็บความขมขื่นใจไว้ไม่เอ่ยถามอะไรจนกระทั่งพาหนะของชายหนุ่มแล่นเข้ายังรีสอร์ทใหญ่ก่อนจะค่อยๆชะลอจอดยังหน้าเรือนพบพิมานซึ่งเป็นบ้านไม้สักทรงไทยซึ่งมีต้นลีลาวดีต้นใหญ่ออกดอกสะพรั่งร่วงเต็มใต้ถุนเรือน

“ที่นี่สวยจังเลยนะคะ มิน่าคุณถึงได้ยกให้คนสำคัญของคุณดูแล” นรินสิริมองไปรอบๆพร้อมกับถามน้ำเสียงสั่นเครือเพราะพยายามเก็บซ่อนอารมณ์น้อยเนื้อต่ำใจไว้

“อืม...ใช่น่ะสิ เพราะที่นี่คือสิ่งที่พ่อแม่ของฉันสร้างมา ฉันเลยต้องมอบให้คนที่ไว้ใจมากที่สุดเป็นคนดูแล” อัศว์ยังสนุกกับการทดสอบลองใจภรรยาสาวว่านึกรักนึกหึงเขาบ้างไหม

“คุณอัศว์พาฉันมาที่นี่ไม่กลัวคนรักของคุณเข้าใจผิดหรือคะ”

“ถ้าฉันกลัวคงไม่พาเธอมา ลงไปกันได้แล้วป่านนี้คนสำคัญของฉันคงรอแย่แล้ว” อัศว์ทิ้งท้ายก่อนจะก้าวลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้ภรรยาสาว ร่างบางก้าวลงจากรถก้าวตามร่างสูงขึ้นไปบนเรือนทรงไทยซึ่งถูกตกแต่งไปด้วยต้นไม้และวัสดุที่เน้นจากธรรมชาติช่างเหมาะเจาะและสวยงามน่าอยู่ยิ่งนักในคยวามคิดของนรินสิริ

ในระหว่างที่นรินสิริมองสำรวจรอบๆเรือนไทยหลังงามเสียงหวานใสก็ดังขึ้นกระตุกหัวใจให้นรินสิริสั่นคลอนหากต้องตกอยู่ในสภาพส่วนเกิน

“พี่อัศว์มาแล้วหรือคะ” ขาดคำเจ้าของเสียงหวานก็โผเข้ากอดชายหนุ่มด้วยความดีใจโดยไม่ทันมองร่างบางของพี่สะใภ้ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อัศว์กอดตอบเจ้าของเสียงหวานที่โผเข้ากอดเขาเช่นกัน ก่อนจะจูบหน้าผากเกลี้ยงมนอย่างเอ็นดู

ภาพของสองพี่น้องกอดกันด้วยความรักใคร่คิดถึงก่อนจะหันมาหารินสิริที่ยืนนิ่งงันอย่างคาดไม่ถึงเพราะเธอได้พบและทำความรู้จักกับอรนดามาบ้างแล้วเมื่อวันแต่งงานเพียงแต่ยังไม่ทันได้พูดคุยอะไรมากนักเพื่อมีเรื่องเกินขึ้นในงานเสียก่อน

“อร นี่นรินสิริ พี่สะใภ้ของเราไงล่ะ ได้เจอกันอีกครั้งเราน่าจะจำได้นะ” อัศว์เฉลยพร้อมกับรั้งร่างภรรยาสาวที่ยังยืนอึ้งเพราะคิดไม่ถึงว่าหญิงสาวคนสำคัญของชายหนุ่มจะเป็นน้องสาวของเขาเอง  คนเจ้าเล่ห์ดึงร่างบางเข้ามาใกล้แล้วหอมแก้มนวลฟอดใหญ่อวดน้องสาว นรินสิริหน้าแดง หูแดง มือเย็บเฉียบด้วยความเขินอาย อรนดาอมยิ้มในความน่ารักของพี่ชายและพี่สะใภ้ที่หยอกล้อกัน พลางพินิจใบหน้าเนียนพี่สะใภ้ไม่ว่าจะผิวขาวอมชมพูอย่างมีสุขภาพดี ริมฝีปากอิ่มสีหวานรูปกระจับรับกับจมูกโด่งรั้นยิ่งนัก

“จำได้สิคะ พี่สะใภ้อรสวยขนาดนี้จำไม่ได้ได้ไงคะ” อรนดาเอ่ยขึ้นและเดินเข้ามากอดเอวอย่างประจบ

“ถ้าไม่รังเกียจ เรียกพี่น้ำก็ได้จ๊ะ” นรินสิริยิ้มให้อย่างเอ็นดู เธอรู้สึกได้ว่าอรนดามีเคล้าโครงใบหน้าเหมือนอัศว์มิใช่น้อย

“ค่ะพี่น้ำ” อรนดารับคำพลางกอดพี่สะใภ้ของเธอ สองสาวสนิทกันอย่างรวดเร็ว พูดคุยกันราวกับสนิทมาแรมปี

มื้อค่ำของวันนั้นสองสาวช่วยกันแกล้งเอาใจเขาด้วยการตักกับข้าวใส่ลงในจานจนกินแทบไม่หมด แถมยังหัวเราะสมน้ำหน้าที่เขารับประทานต้องฝืนกินอาหารในจานให้หมดไม่อย่างนั้นน้องสาวตัวดีจะยึดตัวภรรยาสาวของไว้คืนนี้

“โหย...พุงจะแตก เย็นนี้สงสัยกินข้าวไม่ไหวแน่เลยแบบนี้” ชายหนุ่มโอดครวญยกใหญ่หลังจากจัดการอาหารในจานได้จนหมด

“สมน้ำหน้า ก็พี่อัศว์ไปแกล้งพี่น้ำทำไม ถูกเอาคืนแค่นี้ยังเบาะๆ อรไม่เข้าข้างพี่อัศว์หรอกค่ะ” อรนดาย่นจมูกใส่พี่ชายด้วยความหมั่นไส้ อัศว์ได้แต่ทำหน้ามุ่ยยกมือขึ้นลูบท้องตัวเอง สองสาวหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นคนขี้เก๊กหมดสภาพ บรรยากาศอบอุ่นโอบล้อมไปด้วยความรักที่ทำให้ทั้งสามต่างชื่นฉ่ำหัวใจ

 

หลังจากอิ่มอร่อยกับมื้อค่ำอัศว์จึงพาภรรยาสาวกลับมาที่ห้องพักซึ่งแม่บ้านได้จัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้รวมทั้งเสื้อผ้าไว้ให้ตามที่อรนดาสั่ง

“ใส่ได้ไหมค่ะพี่น้ำ” อรนดาเอ่ยถามเมื่อพาพี่สะใภ้มาสำรวจเสื้อผ้าในตู้ซึ่งเธอได้เลือกไว้ให้

“ได้จ๊ะ พี่กับอรรูปร่างใกล้เคียง” นรินสิริตัวเล็กกว่านิดหน่อย อรนดาที่หุ่นสูงเพรียวจึงทำให้เป็นสาวมาดคล่องแคล่ว ส่วนนรินสิริดูตัวเล็กบอบบางน่าทะนุถนอม

“งั้นพี่น้ำพักผ่อนตามสบายนะคะ หรือว่าจะไปนอนห้องอรก็ได้นะคะถ้าเบื่อจะนอนกับผู้ชายตัวเหม็นปากจัดอย่างพี่อัศว์” คนชอบแกล้งอดยั่วพี่ชายซึ่งยืนกอดอกพลางส่งสายตาไล่เป็นนัยๆ

“รีบไปเลยก่อนที่พี่จะเตะเราออกจาห้องยัยตัวแสบ” คนตีหน้ายักษ์แยกเขี้ยวยิงฟันใส่ เล่นเอาคนชอบแกล้งหัวเราแหะๆแล้วรีบก้าวออกจากห้องโดยเร็วก่อนที่เธอจะเจอลูกถีบมหากาฬของพี่ชาย นรินสิริมองตามสองพี่น้องที่หยอกล้อกันพลางโคลงศีรษะด้วยความขบขันปนระอา

 

หลังจากป่วนพี่ชายและพี่สะใภ้จนหนำใจ อรนดาก็ลงมาดูความเรียบร้อยภายในออฟฟิศของรีสอร์ทเพื่อเคลียร์งานบางส่วนที่คั่งค้าง กว่าอรนดาจะเคลียร์งานเสร็จก็ล่วงเลยเกือบสี่ทุ่ม หญิงสาวจึงกลับขึ้นห้องพักในสภาพเหนื่อยล้าจนเผลอล้มตัวลงนอนโดยลืมไปว่าเธอยกห้องตัวเองให้คนบาดเจ็บอย่างรัฐภาคพักรักษาตัวชั่วคราว  

คนป่วยค่อยๆขยับกายเมื่อรู้สึกเหมืออะไรนิ่มๆมานอนทับไหล่ข้างที่ถูกยิง ด้วยความเจ็บบาดแผลทำให้ชายหนุ่มออกแรงสะบัดส่งผลให้คนตัวเล็กที่นอนหนุนไหล่เขาสะดุ้งตื่นทันที

“โอ๊ย!!...อะไรกันเนี่ยคนบ้า” หญิงสาวถามด้วยความโมโหพลางขึงตาดุๆใส่คนป่วย

“ก็คุณนอนทับแผลที่ไหล่ผม นี่ดูสิเลือดไหลอีกแล้ว” รัฐภาคแกล้งโอดครวญยกใหญ่ทั้งที่แผลหายจนตกสะเก็ดแล้ว แต่เมื่อเห็นอาการโวยวายของชายหนุ่มอรนดาถึงกับหน้าเจื่อนรีบขอโทษชายหนุ่มยกใหญ่ก่อนจะไปหยิบอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเพื่อทำแผลให้ชายหนุ่ม

“อู๊ย!!เบาๆสิคุณ ผมเจ็บนะ”

“ตัวก็โตร้องโวยวายเป็นอย่างกับความถูกเชือด ใจปลาซิวจริงๆเลยนะคุณเนี่ย” อรนดาแกล้งแขวะพลางกดน้ำหนักมือลงบนบาดแผล

“เสียงความถูกเชือดมันไม่เร้าใจเท่ากับเสียงคราง....หรอกนะ” รัฐภาคไม่ยอมให้หญิงสาวแกล้งเขาอยู่ฝ่ายเดียว ชายหนุ่มแกล้งโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมจากๆคล้ายแป้งเด็ก อรนดาตกใจผงะจนหงายหลังลงไปกับพื้นห้องช่วงที่หญิงสาวเสียหลักรัฐภาคก็ไถลลงไปคร่อมร่างบางไว้พอดี

“ว๊าย!!” หญิงสาวหลับตาปี๋ด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่นในสัมผัสชิดใกล้ในสถานการณ์ตอนนี้

รัฐภาคพินิจใบหน้าคนตัวเล็กใต้ร่างด้วยหัวใจร้อนรุ่มหวามไหว กลิ่นกายจากหญิงสาวกระตุ้นสัญชาตญาณบางอย่างในกายแกร่งทำให้รัฐภาคลืมตัว กอดรัดร่างบางแนบสนิทก่อนจะกดประทับริมฝีปากร้อนบดเคล้ากลีบปากอิ่มจากที่ตอนแรกคิดอยากจะแกล้งหญิงสาว แต่เมื่อได้ลิ้มชิมรสหวานละมุนรัฐภาคก็ยิ่งต้องการดื่มด่ำเหมือนเจอขนมหวานรสชาติถูกใจ ชายหนุ่มกดเน้นริมฝีปากดูดซับความหวานมากด้วยความเอาแต่ใจจนไม่ทันสังเกตว่าอรนดาหมดสติไปแล้ว รัฐภาคคลี่ยิ้มด้วยความพึงใจหลังถอนริมฝีปากจากเรียวปากสีหวาน

‘คิดว่าจะแน่ที่แท้ก็อ่อน’ รัฐภาคคลี่ยิ้มด้วยความพึงใจหลังถอนริมฝีปากจากเรียวปากสีหวาน

‘ฉันจะให้เธอชดใช้แทนสิ่งที่พี่ชายเธอมันทำกับฉัน ในเมื่อมันแย่งผู้หญิงที่ฉันรัก ฉันก็จะทำลายผู้หญิงที่มันรักเช่นกัน’ ชายหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาแฝงเลศนัยร้ายกาจ

 

สายๆของวันใหม่ภายในเรือนพักของผู้จัดการสาวอย่างอรนดา

รัฐภาคอาศัยช่วงที่หญิงสาวออกไปดดูงานที่ออฟฟิศของรีสอร์ท เขาเลยถือโอกาสนั้นหลอกถามสาวใช้ในบ้านจนรู้ความจริงว่าอรนดาคือน้องสาวแท้ๆของอัศว์ แม้ว่าดีว่าแผนการเอาคืนของเขานั้นต้องทำลายชีวิตคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรอย่างอรนดาซ้ำหญิงสาวก็ยังช่วยชีวิตเขาไว้อีกต่างหาก แต่เขาก็เลือกที่จะสนองบุญคุณน้องสาวศัตรูด้วยการใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น

‘ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่เธอดันเกิดมาเป็นน้องสาวของผู้ชายที่ทำลายความรักของฉัน และคงไม่ผิดถ้าฉันจะแก้แค้นเอาคืนด้วยการทำลายของรักของศัตรูหัวใจ แม้จะต้องตอบแทนผู้มีพระคุณอย่างเธอด้วยวิธีการนี้ก็ตาม’ ชายหนุ่มคิดก่อนจะตัดสินใจลักพาตัวอรนดาตามแผนที่คิดไว้เพื่อแลกกับอิสรภาพของนรินสิริ และเขาก็เชื่อว่าคนรักน้องสาวอย่างอัศว์ต้องเลือกที่จะช่วยอรนดามากกว่าจะเลือกนรินสิริ  


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานขอ'ไรเตอร์นะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

สลิลฉัตร


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha