วิวาห์รักร้าย (จบแล้ว)

โดย: สลิลฉัตร



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : ตอบแทนบุญคุณที่แลกมาด้วยความเจ็บปวด 100% NC+++


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



Flowers, Floral, Bloom, Blossom, Nature



“ซุปไก่ค่ะคุณอัศว์ ทานสักหน่อย อย่างน้อยจะได้มีอะไรรองท้องช่วงนี้คุณดูผอมลงไปนะคะ” หญิงสาวพูดด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับวางถ้วยซุปซึ่งส่งกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อยในท้องยิ่งนักลงบนโต๊ะพร้อมกับเสิร์ฟให้ชายหนุ่ม

“ขอบใจนะ แต่ฉันทานอะไรไม่ลงจริงๆถ้ายังไม่ได้ข่าวยัยอร” ใบหน้าคมคาย เต็มไปด้วยความหมองเศร้า เพราะเป็นห่วงอรนดาน้องสาวของเขาซึ่งหายตัวไปหลายวันแล้วยังไม่มีวี่แววหรือข่าวคราวใดๆ

“ถ้าคุณไม่ทานแล้วจะมีแรงตามหาน้องอรหรือคะ ตอนนี้คุณต้องดูแลตัวเองถ้าคุณไม่สบายเป็นอะไรขึ้นมาใครจะตามหาน้องอร เชื่อน้ำนะคะทานสักนิดนะคะ” หญิงสาวเอื้อมมือไปกุมมือใหญ่เบาๆพร้อมกับกอดคนตัวไว้อย่างหลวมๆเพื่อให้กำลังใจชายหนุ่ม

“น้ำเชื่อว่าเราต้องพบน้องอรในเร็วๆวันนี้ค่ะ”

แม้จะพูดเพื่อปลอบใจชายหนุ่ม แต่ลึกๆแล้วเธอก็อดกังวลว่าอรนดาจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรเนื่องจากผ่านไปหลายวันแล้วจนอัศว์ต้องพึ่งนักสืบฝีมือดี

ในระหว่างที่สองสามีภรรยากำลังปลอบใจกันอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มก็พลันดังขึ้น อัศว์ไม่รีรอที่จะรับสายเมื่อเห็นเป็นสายจากนักสืบเอกชนที่เขาจ้าง

“คุณอัศว์หรือครับ ผมได้เบาะแสเกี่ยวกับน้องสาวคุณในเบื้องต้น” นักสืบฝีมือดีบอกเอ่ยตามสายหลังจากชายหนุ่มกดรับ

“ผมให้เวลาคุณตั้งหลายวันคุณสืบได้แค่ข้อมูลเบื้องต้น” อัศว์ถามเสียงขุ่นบ่งชัดถึงความไม่พอใจจนต้นสายรีบให้เหตุผลยกใหญ่

“แต่ผมก็พยายามสืบหาอย่างเต็มที่เพราะไม่มีข้อมูลอะไรเลยนอกจากข้อมูลเบื้องต้นที่คุณให้ ตอนนี้ผมสันนิษฐานไว้สองอย่างว่าคุณอรนดาถูกจับตัวไป หรือไม่เธอก็อาจจะไปที่ไหนสักแห่งโดยไม่บอกคุณ ฉะนั้นผมอยากให้คุณอัศว์ใจเย็นๆแล้วให้เวลาผมอีกสักหน่อย” นักสืบต้นสายให้เหตุผลตามที่เขาคิด

สามวัน ผมให้เวลาคุณสามวันไม่อย่างนั้นผมจะจ้างนักสืบคนอื่นแทนคุณ” อัศว์ยื่นคำขาดก่อนจะวางสาย

นรินสิริมองชายหนุ่มด้วยความความเข้าใจ เพราะถ้าพี่สาวเธอหายตัวไปแบบนี้เธอก็คงร้อนใจไม่ต่างจากชายหนุ่ม

“ใจเย็นๆนะคะ คุณอัศว์” หญิงสาวปลอบใจ แม้จะรู้ว่าไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกดีขึ้น แต่อย่างน้อยเธอก็อยากให้กำลังใจเขา อัศว์ยิ้มให้ภรรยาสาวเพราะจำต้องสลัดความห่วงกังวลในการหายตัวไปของอรนดาเพราะเช้านี้เขามีนัดกับลูกค้ารายใหญ่

“ผมจะพยายามใจเย็นอย่างที่คุณแนะนำ” ชายหนุ่มยิ้มเศร้าก่อนจะหยิบกระเป๋าเอกสารตรงไปยังพาหนะหรูที่จอดรออยู่ด้านหน้าประตู โดยมีนรินสิริเดินตามมาส่งเหมือนเช่นทุกวัน

หลังจากพาหนะหรูของอัศว์ขับเคลื่อนไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แท็กซี่กลางเก่ากลางใหม่ก็แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านก่อนที่นางสุรางค์มารดาของนรินสิริจะก้าวลงมาจากรถพร้อมด้วยเรื่องเดิมๆที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพไม่ต่างจากสินค้าเช่นทุกวันนี้

“ฉันมาหาแทนที่แกจะดีใจ ทำหน้ายังกับคนจะตาย” ปากพร่ำบ่นแต่สายตานั้นจับจ้องไปยังสร้อยเพชรบนลำคอระหงของบุตรสาว

“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะแม่ น้ำแค่ตกใจทำไมแม่ไม่โทรมาก่อนล่ะค่ะ” หญิงสาวบอกเหตุผล ทั้งที่ภายในใจกังวลเหลือเกินกับการมาของมารดา

“ถ้าฉันโทรมา เดี๋ยวแกก็หาทางบ่ายเบี่ยงไม่เจอฉันอีก อย่างว่า...ตอนนี้แกสบายแล้วนี่ได้เป็นคุณนายมหาเศรษฐีนั่งกินนอนกินบนกองเงินกองทองผัวเลยคิดจะทิ้งพ่อทิ้งแม่แล้วสบายคนเดียวล่ะสิ” คำพูดค่อนแคะของมารดาทำให้นรินสิริอดสะท้อนใจไม่ได้

“มันไม่ใช่อย่างที่แม่คิดเลยนะคะ อีกอย่างน้ำแต่งงานกับคุณอัศว์เพราะอะไรแม่ก็น่าจะรู้ ฉะนั้นเรื่องสมบัติของคุณอัศว์น้ำเลยไม่อยากยุ่งเกี่ยว” หญิงสาวบอกเหตุผลเพื่อให้มารดาของเธอเข้าใจ

“อีลูกโง่...สมบัติของผัวมันก็ต้องเป้นของเมียด้วย อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่ง ผัวแกมันรวยมหศาลแกก็อ้อนๆผัวเข้าหน่อยฉันกับพ่อแกจะได้สบาย” คุณสุรางค์ให้คำแนะนำที่แสนจะเห็นแก่ตัวกับบุตรสาว

“แต่ว่าน้ำ...”

“หรือว่าแกยังติดใจ ยังรักไอ้แฟนเก่าบ้านไร่ของแกอยู่” น้ำเสียงกระชากขุ่นเขียวแสดงถึงความไม่พอใจเมื่อนรินสิริพยายามหาเหตุที่จะไม่ข้องเกี่ยวกับสมบัติของลูกเขยเศรษฐี

 “ไม่ใช่นะคะ น้ำไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่แม่ก็น่าจะรู้ว่าน้ำรักกับพี่รัฐมาตั้งหลายปีโดยไม่ได้สนใจเรื่องเงินทอง ถ้าไม่ใช่เพราะ....” นรินสิริอดที่จะพูดไม่ได้ถึงสาเหตุที่ทำให้ควารักของเธอต้องพังทลายเพราะหนี้สินที่บิดามารดาของเธอเป็นคนก่อ ที่เธอยอมรับเงื่อนไขในการชดใช้เพราะไม่อยากให้ครอบครัวเดือดร้อน แม้ว่าอัศว์เจ้าหนี้หนุ่มจะเป็นคนโมโหร้ายเอาแต่ใจ แต่ตอนนี้เขาก็คือสามีของเธอทั้งทางพฤตินัยและนิตินัยซึ่งคงไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้นอกจากยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นแม้ลึกๆเธอจะรู้สึกผิดกับอดีตคนรักของเธอก็ตาม

“อ๋อ นี่แกจะโทษว่าเป็นความผิดฉันล่ะสิแกกับไอ้คนรักกระจอกๆของแกถึงต้องเลิกกัน” คุณสางค์เริ่มโวยวายใส่บุตรสาว

“เปล่านะคะ น้ำไม่กล้าคิดแบบนั้นหรอกค่ะ แค่อยากบอกให้แม่เข้าใจเท่านั้น” หญิงสาวเอ่ยเสียงเศร้า

“ฮึ...ถึงแกไม่พูดฉันก็พอจะรู้ว่าแกคิดตำหนิฉันกับพ่อแกอยู่ในใจ ฉันจะบอกอะไรแกให้รู้นะ ว่าแกไม่ได้ฉันกับพ่อแก ผู้หญิงโง่ๆอย่างแกจะได้เป็นเมียเมียเศรษฐีระดับประเทศอย่างนายอัศว์หรือเปล่า แกจะได้นั่งชูคอเป็นคุณนายมีเพชรมีทองใส่เต็มตัว ฉะนั้นแกควรจะสำนึกบุญคุณแล้วพยายามสูบเงินจากผัวมหาเศรษฐีแกให้มากที่สุดเพราะถ้าฉันมาหาแกเมื่อไหร่แกก็ต้องมีให้ฉัน ไม่อย่างนั้นฉันก็จะไปขอที่ผัวแก” นางสุรางค์เอ่ยอย่างเห็นแก่ตัว นรินสิริชาไปทั่งร่างเมื่อได้ยินคำพูดจากปากของบุพการีที่เลี้ยงดูเธอมาเพื่อหวังให้เธอเป็นเพียงสินค้าเท่านั้น

“ฉันขี้เกียจจะพูดมาแล้ว ที่มานี่เพราะว่าฉันเดือดร้อน แกพอจะมีให้ฉันสักแสนสองแสนหรือเปล่า” นางสุรางค์เอ่ยปากถึงจุดประสงค์ของการมา

“น้ำจะไปเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหนคะแม่” หญิงสาวถามเสียงพร่า

“ผัวแกไง ออดอ้อนออเซาะเข้าไปซิ แต่งงานใหม่ๆแบบนี้แกควรจะอ้อนๆ ยั่วยวนผัวแกไว้เยอะๆจะได้มีเงินมีมีทองให้ฉันได้ใช้สอยสบายๆ” คำแนะนำแสนน่าเกลียดของนางสุรางค์ทำให้นรินสิริรู้สึกระอาใจ แต่จะให้เธอทำยังไงในเมื่อท่านคือผู้มีพระคุณ หญิงสาวเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์ซึ่งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งภายในห้องนอนก่อนจะเดินกลับมาหาผู้เป็นมารดาอีกครั้ง

“น้ำมีอยู่หกพันค่ะ น้ำให้แม่ค่ะ ไว้รอให้น้ำได้งานทำแล้วน้ำจะให้แม่เยอะกว่านี้ค่ะ” หญิงสาวหยิบเงินใส่มือมารดาซึ่งมองเงินในมือด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“หกพัน เงินแค่นี้จะพอได้ยังไง ฉันใช้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็หมดแล้ว” นางสุรางค์สวนกลับอย่างไม่พอใจ

“แม่ก็ใช้เท่าที่จำเป็นก่อนสิคะ ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือยบางอย่างออกไปเลือกใช้จ่ายที่จำเป็นก่อน แล้วเรื่องเข้าบ่อนก็ลดๆลงบ้างจะได้พอใช้ค่ะ” หญิงสาวบอกอ้อมๆ เพราะรู้ดีว่าเงินจำนวนนี้คงไม่แคล้วไปละเลงกับอบายมุข

“นี่แกกล้าสั่งสอนฉันเหรอนังลูกอกตัญญู ันเหรอนังลูกอกตัญญู้าบ่อนบ้างจะได้พอใช้ค่ะวไปละเลงกับอบายมุขต่ฉันอุ้มท้องแกมา ส่งเสียเลี้ยงดูแกมาเพื่อให้แกมาสั่งสอนฉันใช่ไหม” ด้วยความโมโหในคำพูดบุตรสาวระคนกับไม่พอใจกับจำนวนเงินที่ได้ทำให้นางสุรางค์ล้ำเลิกบุญคุณพร้อมกับโผเข้าทุบตีนรินสิริยกใหญ่จนคนรับใช้ในบ้านแตกตื่นวิ่งออกมาดูพร้อมกับเข้าไปห้าม แต่นรินสิริไม่อยากให้คนอื่นได้รู้เรื่องภายในครอบครัวและไม่อยากให้เด็กในบ้านมองมารดาเธอไม่ดี

“โอ๊ยแม่ น้ำเจ็บ แม่อย่าตีน้ำเลยนะคะ” หญิงสาวร้องขอทั้งน้ำตา แรงฝ่ามือที่มารดาเธอตีเธอนั้นไม่ได้เจ็บเท่ากับคำพูดที่ตอกย้ำว่าเธอต้องหาเงินให้มากที่สุดเพื่อทดแทนบุญคุณ

“ฉันไม่ตีแกก็ได้ แต่แกต้องถอดสร้อยในคอแกมาให้ฉันสิ” นางสุรางค์หยุดมือเพื่อต่อรองเมื่อเห็นเป้าหมายใหม่ที่น่าจะเปลี่ยนเป็นเงินได้มากโขเลยทีเดียว  

“แต่ว่า สร้อยเส้นนี้...” หญิงสาวลังเลครู่หนึ่งมิใช่ว่าเธอจะหวงสร้อยเส้นนี้ แต่เพราะว่ามันไม่ใช่ของที่เธอหามาได้ด้วยตนเองเธอจึงคิดว่าไม่สมควรที่จะหยิบยกให้ใครก่อนที่จะขออนุญาตจากเจ้าของที่แท้จริง

“เพี๊ยะ!!...ถอดมาให้ฉันซะดีๆก่อนที่ฉันจะกระชากมันขาดด้วยมือของฉันเอง” คนถูกผีพนันเข้าสิงกระหน่ำฝ่ามือลงบนใบหน้าเนียนสวยด้วยความหงุดหงิดที่หญิงสาวไม่ยอมถอดสร้อยในคอให้กับเธอ นรินสิริก้มหน้าพลางยกมือขึ้นปิดสร้อยเพชรในคอที่อัศว์สวมใส่ให้หลังจากที่เธอและเขาผูกพันเป็นสามีภรรยาโดยสมบูรณ์

“น้ำให้ไม่ได้หรอกค่ะ มันไม่ใช่ของน้ำ” หญิงสาวบอกเสียงสะอื้น

เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!!

“นังลุกไม่รักดี ไม่ให้ใช่ไหม นังลูกเนรคุณ” นางสุรางค์กระหน่ำฟาดมือลงบนใบหน้าบุตรสาวสองทีซ้อนก่อนจะกระชากสร้อยเส้นสวยที่ประดับบนลำคอระหงอย่างแรงจนสร้อยขาด

“ให้ดีๆซะตั้งแต่แรก ฉันก็ไม่ต้องออกแรงให้เสียของแบบนี้” นางสุรางค์มองสร้อยในมือก่อนจะหันมามองบุตรสาวที่ล้มลงไปกองกับพื้นนอนฟุบร้องไห้ด้วยความเสียใจ

“อย่าเอาไปเลยนะคะแม่ มันไม่ใช่ของหนู” หญิงสาวอ้อนวอน

“จะของใครฉันก็ไม่สน ถ้าฉันจะเอาไปต่อทุนในบ่อนแกก็ต้องให้ฉัน” นางสุรางค์ทิ้งท้ายก่อนจะรีบก้าวออกจากคฤหาสน์อิศวเดศวร สาวใช้ที่ยืนมองดูเหตุการณ์รีบวิ่งมาพยุงนรินสิริด้วยความสงสารเห็นใจ

“เป็นอะไรมากไหมคะคุณน้ำ”

“มะ...ไม่เป็นไรจ๊ะ” หญิงสาวเอ่ยพลางยิ้มเจื่อนๆให้สาวใช้ที่เข้ามาพยุงเธอ

“คุณน้ำนั่งตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะไปเอาผ้าเย็นมาให้คุณน้ำปะคบแก้มนะคะ”

“ขอบใจมากจ๊ะ รบกวนช่วยพยุงฉันไปที่ห้องได้ไหมจ๊ะ” นรินสิริเอ่ยเศร้าๆใบหน้าสวยเริ่มมีรอยแดงจากฝ่ามือของคุณสุรางค์ 

สาวใช้พยุงร่างบางมายังห้องพักก่อนจะลงไปหยิบผ้าเย็นมาให้หญิงสาว นรินสิริล้มตัวลงนอนบนเตียงหลังจากปะคบน้ำแข็งแล้ว และด้วยความอ่อนเพลียทำให้นรินสิริหลับไปอย่างลืมเวลา

 

หลังจากพบลูกค้าอัศว์ก็ตรงดิ่งเข้าบริษัทเพื่อสะสางเอกสารที่คั่งค้างจนเสร็จสิ้นโดยไม่ลืมสั่งงานเลขาฯก่อนที่เขาจะรีบกลับบ้านด้วยความรู้สึกกังวลใจถึงภรรยาสาวอย่างบอกไม่ถูก อัศว์ใช้เวลาบนท้องถนนเพียงชั่วโมงเศษก็มาถึงคฤหาสน์หรูซึ่งตั้งอยู่ในย่านใจกลางกรุง

“คุณผู้ชายกลับเร็ว จังนะคะ” สาวใช้ออกมาช่วยถือของไปในคฤหาสน์ และเอาของทั้งหมดไปไว้ในห้องทำงาน

“อืม...คุณน้ำอยู่ไหน” ชายหนุ่มถามพลางปลดเนคไทและกระดุมคอและข้อมือทั้งสอง

“คุณน้ำไม่สบายค่ะ นอนอยู่บนห้อง อ่อ...วันนี้คุณแม่คุณน้ำมาที่บ้านด้วยนะคะ” คนรับใช้สาวรายงาน

“อย่างนั้นเหรอ” ชายหนุ่มตอบเพียงสั้นๆก่อนจะสาวเท้าไปยังห้องพัก

‘คุณสุรางค์ มาอย่างนั้นเหรอ หรือว่าต้องการเงิน แต่เราก็เพิ่งให้ไปตั้งหลายล้าน ไม่ทันไรเงินหมดแล้วหรือ? ไหนว่าจะเลิกเล่น เลิกเข้าบ่อนเลิกยุ่งเกี่ยวกับการพนัน’ อัศว์คิดอย่างระอาใจแต่ก็ไม่รู้จะช่วยภรรยาสาวยังไงให้หลุดพ้นจากความเห็นแก่ตัวของบิดามารดาที่ถูกผีพนันเข้าสิงจนลืมสิ้นความเป็นคน

ทันทีที่เปิดประตูเขาก็เห็นร่างบางที่นอนตะแคงหันหลังให้อยู่บนเตียง  ชายหนุ่มเดินเข้าไปนั่งลงบนเตียงข้างๆหญิงสาว พร้อมกับเพ่งพิศใบหน้าเนียนสวยซึ่งยังมีร่องรอยฟ้องชัดว่าหญิงสาวผ่านการร้องไห้มาเพราะดวงตาที่บวมช้ำและคราบน้ำตาที่เหือดแห้งบนแก้ม หมอนใบใหญ่ที่หหญิงสาวหนุนอยู่นั้นเปียกชื้นไปด้วยน้ำตา มือหนาลูบแก้มนวลอย่างเบามือ ก่อนจะจูบหน้าผากของภรรยาสาวอย่างแสนรัก 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานขอ'ไรเตอร์นะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

สลิลฉัตร


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha