วิวาห์รักร้าย (จบแล้ว)

โดย: สลิลฉัตร



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : วาโยหญิงสาวผู้เป็นดังสายลม 50%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



Forest, Woods, Flower, Pink, Small




ร่างบางระหงสูงโปร่งดูปราดเปรียวประหนึ่งนางแบบบนแคทวอร์คในชุดแซคสีดำขลิบด้วยลำไม้ฝรั่งเศสเนื้อดีสีทองในดีไซน์หรูหราตามแบบฉบับของแบรนด์ดังฝั่งยุโรป รูปร่างที่สูงโปร่ง ใบหน้าแต่งแต้มสวยงาม ผมบ๊อทหยักศกสีน้ำตาลทองที่ยาวประบ่าระลำคอระหงยิ่งเสริมบุคลิกให้ดูเก๋ไก๋มากยิ่งขึ้น

“โย...ทางนี้จ๊ะลุก….ทางนี้”

วาโย วรวิร์กานต์เหลียวมองตามเสียงจนเห็นบิดามารดาของเธอซึ่งยืนโบไม้โบกมืออยู่ในส่วยทางเดินของสนามบิน สาวมาดมั่นถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเสียอารมณ์เมื่อพบว่าบุคคลที่มารับเธอหาใช่นรินสิริน้องสาวของเธอ  หญิงสาวเดินเข้าไปหาทั้งสองแล้วก็ต้องชะงักเท้าเมื่อเห็นชายหนุ่มมาดภูมิฐานจ้องมองเธอด้วยสายตาเป็นประกายสื่อความนัย หญิงสาวปลายตาเชิดหน้าทำเป็นไม่สนใจแล้วตรงเข้าไปทักบิดามารดา

“หวัดดีค่ะคุณพ่อ คุณแม่” หญิงสาวพนมมือไหว้ทั้งสอง คุณสุรางค์ทำทีเข้าไปกอดบุตรสาวก่อนจะรีบสวมวิญญาณแม่สื่อให้กับลุกสาวทันทีด้วยการแนะนำชาย

“นี่คุณณนพเป็นเพื่อนของพ่อจ๊ะ” คุณสุรางค์แนะนำชายหนุ่มซึ่งหมายมั่นจะได้เป็นลูกเขยให้กับบุตรสาวได้รู้จัก

“ยินดีได้รู้จักครับ ผมณนพ เรียกนพเฉยๆก็ได้ครับคุณโย” ชายหนุ่มยื่นมือไปให้หญิงสาวสัมผัสซึ่งเป็นการทักทายตามประเพณีของชาวตะวันตก แต่วาโยกลับหักหน้าชายหนุ่มด้วยการประมือไหว้ทักทายพลางตวัดสายตามองด้วยความไม่พอใจที่ชายหนุ่มเรียกชื่อเธออย่างสนิทสนม

“ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก” หญิงสาวตอบกลับเสียงเรียบ

“ยัยน้ำล่ะคะแม่ ทำไมยัยน้ำไม่มาด้วย” หญิงสาวถามหาน้องสาว คุณสุรางค์และสามีหน้าเจื่อนทันทีที่บุตรสาวถามหาคนเป็นน้อง

“อ๋อ...ยัยน้ำเขามีธุระน่ะจ๊ะ แต่แม่กับพ่อก็มารับหนูแล้วนี่จ๊ะ ขาดแค่ยัยน้ำเท่านั้นเอง” คำตอบของมารดาทำให้วาโยรู้ได้ทันทีว่าต้องมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับน้องสาวของเธอ แต่วาโยไม่อยากซักไซ้อะไรมากนักยิ่งต่อหน้าคนอื่นด้วยแล้วยิ่งไม่เหมาะ

นางสุรางค์ลอบถอนใจหายเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกที่คำโกหกคำโตของเธอทำให้ลูกสาวของเธอคลายความสงสัย เธอไม่อยากจะคิดเลยถ้าวาโยรู้ว่าน้องสาวถูกจับแต่งงานเพื่อใช้หนี้ที่เธอกับสามีไปก่อไว้ที่บ่อนมีหวังแผนที่เธอคิดจะจับณนพกับวาโยคงพังไม่เป็นท่า

“นึกว่าจะได้เจอยัยตัวดีซะอีก อุตส่าห์หอบเครื่องสำอางมาฝาก แต่ไม่เป็นไร เดี่ยวกลับไปบ้านก็ค่อยไปให้ที่โน้น” หญิงสาวบอกกับมารดาก่อนที่เธอจะเดินตรงไปยังลานจอดรถของสนามบิน

“ให้ผมไปส่งนะครับ เชิญทางนี้ครับ” ณนพผายมือเป็นการเชื้ออเชิญ ก่อนจะส่งให้ผู้ติดตามไปจัดการเรื่องรถและเรื่องกระเป๋าสัมภาระของหญิงสาว  

“ขอบคุณมากนะคะ แต่อย่าลำบากเลยดีว่าค่ะ ดิฉันเรียกใช้บริการรถของสนามบินจะดีกว่าค่ะ” วาโยตัดรอนน้ำใจชายหนุ่มอย่างไม่ยี่หระ 

“ไม่หรอกครับ ผมยินดี หรือว่าคุณกลัว” ณนพดักทางอย่างต้องการลองดีสาวมั่น

“คุณนพอุตส่าห์มีน้ำใจอย่าเสียมารยาทสิลูก” คุณสุรางค์สำทับอีกทางวาโยจำต้องยอมให้ชายหนุ่มไปส่ง เมื่อถูกมารดาบังคับเธอจึงจำใจต้องยอมรับน้ำใจของชายหนุ่มแม้จะรู้สึกหงุดหงิดใจก็ตามที

“เชิญครับ” ชายหนุ่มเชื้อเชิญหญิงสาวอีกครั้งพลางยกยิ้มมุมปากแฝงความนัยบางอย่างที่ทำวาโยรู้สึกใจสั่นหวามไหว

 

ภายในรถหรูของชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามวาโย ในขณะที่คุณสุรางค์และสามีนั่งมาอีกคันหนึ่งเพื่อเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้พูดคุยทำความรู้จักคุ้นเคยกัน

ณนพเพิ่งพินิจหญิงสาวตรงหน้าไม่ว่าจะผิวพรรณ ดวงหน้าหวานที่ถูกเครื่องสำอางแต่งแต้มทำให้ดูเป็นสาวเปรี้ยวมั่นใจซึ่งแตกต่างกลับนรินสิริผู้เป็นน้องสาว รายนั้นดูสวยเรียบๆไม่ดึงดูดใจเขาเท่าใดนัก ต่างกับคนพี่ที่ดูจะเป็นสาวมั่นแสนพยศ แบบนี้สิถึงจะได้รสชาติ  

“ไม่มีใครเคยบอกหรือคะว่าการมองผู้หญิงด้วยสายตาแบบนี้ มันเสียมารยาท สุภาพบุรุษเขาไม่มองผู้หญิงกันแบบนั้นหรอกนะคะ” วาโยมองหน้าชายหนุ่มที่นั่งข้างๆด้วยสายตาไม่พอใจนัก เธอไม่ปฏิเสธว่าชายหนุ่มเป็นคนหน้าตาดีไม่น้อย แต่ไอ้สายตาแพรวพราวที่จ้องมองเธอราวกับจะทะลุเสื้อผ้ามันทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดอยากจะเอานิ้วจิ้มตาให้รู้แล้วรู้รอดไป

“แปลกนะ ไม่ยักมีใครบอก เพิ่งจะมีคุณคนแรกนี่แหละ เพราะปกติแล้วผมไม่ค่อยมองผู้หญิงคนไหนซะด้วยสิ” ชายหนุ่มทีหยอดคำหวานใส่หญิงสาว

“ชิส์...ใครเชื่อผู้ชายอย่างคุณก็บ้าเต็มทีแล้ว”

“ผมพอจะมองเห็นคนบ้าคนนั้นแล้วล่ะสิ” ชายหนุ่มสวนกลับยียวนเล่นเอาสาวมั่นถึงกับเงิบไปหลายวินาที

“คนบ้า ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณมีเจตนาอะไรกันแน่ แต่ฉันขอบอกไว้เลยว่าฉันไม่มีทางหลงกลผู้ชายอย่างคุณเด็ดขาด” วาโยสวนกลับเสียงแข็งพร้อมกับบอกตัวเองว่าเธอจะไม่มีทางให้ผู้ชายหน้าไหนมามีอำนาจต่อใจเธอเด็ดขาด หญิงสาวตั้งป้อมก่อกำแพงด้วยบุคลิกมั่นใจและไม่ยอมใครนับตั้งแต่เธอได้ทุนไปเรียนต่อที่ประเทศเกาหลีและได้ทำงานในบริษัทชื่อดังที่นั่นทำให้เธอมีรายได้มากมายที่จะส่งให้ที่บ้านเดือนๆนึงนับแสนบาท เธอจึงกลายเป็นลูกรักที่จะพูดหรือทำอะไรก็ไม่มีใครกล้าขัดใจ

 

ภายในคฤหาสน์หลังงามของนักธุรกิจหนุ่มอย่างอัศว์ อิศวเดศวรซึ่งกำลังรับประทานอาหารเย็นพร้อมกับภรรยาสาว บรรยากาศอบอุ่นชื่นมื่นไม่น้อยด้วยชายหนุ่มต้องการให้ภรรยาสุดที่รักอารมณ์ดีขึ้นหลังจากเจอเรื่องแย่ๆซึ่งมันก็ได้ผลไม่น้อยเลยที่เดียว..ใบหน้างดงามเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา นี่ละของขวัญล้ำค่าของชายหนุ่มของขวัญที่ได้ครอบครอง

“ทานเยอะๆนะฉันสั่งแต่โปรดเธอทั้งนั้น”  ชายหนุ่มพูดอย่างเอาใจพลางตักอาหารตรงหน้าใส่จานของหญิงสาว นรินสิริมองหน้าเขานิดๆ ก่อนจะทำหน้ามุ่ยประมาณว่ามันเกินกว่าที่เธอจะกินไม่หมด…แต่เธอก็ไม่อยากขัดใจชายหนุ่มจึงไม่ได้ห้ามอะไร

“อาหารอร่อยใช่ไหมล่ะ บอกแล้วว่าเธอต้องชอบ” อัศว์ตักอาหารเข้าปากหลังจากพูดกับหญิงสาว

“ค่ะ อร่อยจริงๆอย่างที่คุณอัศว์บอกเลยค่ะ” หญิงสาวตักอาหารในจานที่ชายหนุ่มตักประเคนให้ นรินสิริทานอาหารจนเกือบหมดจากผิดกับชายหนุ่มที่เอาแต่มองเธอ

“ทำไม….คุณอัศว์ไม่ทานละค่ะ”

“ฉํนอิ่มแล้วล่ะ” ชายหนุ่มตอบสั้นพร้อมยิ้มให้

“อิ่มหรือคะ? แต่น้ำไม่เห็นคุณทานอะไรเลย” หญิงสาวมองจานอาหารของชายหนุ่มซึ่งไม่ได้พร่องลงเลยสักนิด

“อิ่มอกอิ่มใจที่เห็นเมียกินได้แบบนี้ แสดงว่าอารมณ์ดีหายเศร้าแล้วใช่ไหม” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปเช็ดมุมปากหญิงสาวซึ่งมีเม็ดข้าวติดอยู่

“เธอนี่กินเหมือนเด็กๆเลยนะ” อัศว์ยิ้มก่อนจะทำหน้าตลกล้อเลียนจนหญิงสาวหัวเราะเสียงใส

“รู้ไหม? ว่ารอยยิ้มของเธอเหมือนแสงดาวสะท้อนบนพื้นน้ำยามค่ำคืน สวยงาม มีเสน่ห์ แสนเศร้าแต่น่าค้นหา และยิ่งได้ชิดใกล้ยิ่งได้สัมผัสครอบครอง ยิ่งทำให้ฉันรักเธอมากขึ้นเรื่อยๆ” อัศว์สารภาพความในใจที่เขามีต่อภรรยาสาว

นรินสิริยิ้มเอียงอายแก้มแดงระเรื่อกับคำพูดของสามีซึ่งเปรียบเสมือนน้ำเย็นที่ทำให้ใจของเธอชื่นฉ่ำ ช่างเป็นคำพูดแสนหวานที่สุดในความคิดของเธอ อัศว์ยิ้มกรุ้มกริ่มพร้อมกับส่งสายตาแพรวพราว เมื่อมองมายังเรือนกายของภรรยาบ่งชัดถึงสิ่งที่ต้องการ

“อิ่มหรือยัง หือ...คนดี ถ้าอิ่มแล้ว ฉันมีเมนูพิเศษให้เธอลอง รับรองเลยว่าเธอต้องชอบแน่ๆ”

นรินสิริรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กับสายตาและคำพูดของเขา แต่วิสัยของผู้หญิงก็อดอย่างรู้ไม่ได้จึงเดินตามชายหนุ่มออกไปจากห้องทานข้าวจนกระทั่งมายังห้องโถงใหญ่ซึ่งภายในเต็มไปด้วยแสงเทียนส่องสว่างสร้างบรรยากาศให้ดูโรแมนติยิ่งนัก

"ไม่ใช่ตรงนี้ที่รัก เปิดประตูดูสิ” หญิงสาวปฏิบัติตามแต่โดยดี หลังบานประตูคือระเบียงที่ประดับด้วยเทียนไขอันสวยงามบนโต๊ะอาหารมีตะกร้าบรรจุไวน์ชั้นเลิศพร้อมด้วยช่อกุหลาบสีขาวช่อใหญ่วางอยู่

อัศว์สวมกอดหญิงสาวจากด้านหลัง ใบหน้าคมคร้ามคลอเคลียดวงหน้างามใต้แสงจันทร์ทุกสิ่งอย่างราวกับหยุดหมุนปราศจาการเคลื่อนไหวใดๆ

"แต่นี่…ยังไม่ใช่ทั้งหมด" ชายหนุ่มเอ่ยพลางคลายอ้อมกอดแล้วผันร่างบางให้หันมาสบตาเขาครู่หนึ่งก่อนจะหยิบของขวัญที่เขาตั้งใจเตรียมไว้ให้จากกระเป๋า วินาทีแรกที่นรินสิริเห็นความแวววาวพราวแสงของจี้เพชรรูปหัวใจกระทบกับแสงจันทร์ช่างดูงดงามไม่น้อยเลยที่เดียว

“คุณอัศว์...” ความรู้สึกตื้นตันในความอบอุ่นช่างเอาใจของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวถึงกับน้ำตาปริ่มด้วยความดีใจ อัศว์บรรจงสวมลงบนลำคอระหงก่อนจะก้มลงจุมพิตซอกคอหอมละมุน  

“ฉันรักเธอนะ” อัศว์กระซิบเสียงพร่าแล้วหมุนร่างบางให้หันหน้ามาพลางเชยคางมนเพื่อสบสายตาหวานฉ่ำ

“น้ำ...ก็รักคุณค่ะ” นรินสิริพูดได้เพียงเท่านี้…..ก็ร้องไห้โฮ…จนอัศว์ต้องลูบหลังปลอบโยน

“ไม่ร้องนะคนเก่ง มาเรามาดื่มกันเถอะ ฉันสัญญาว่าต่อไปนี้ดูแลเธอตลอดไป”  อัศว์เช็ดน้ำตาให้หญิงสาวอย่างเบามือ

“เดี่ยวน้ำขอตัวไปล้างหน้าล้างตาดีกว่าก่อนนะคะ” หญิงสาวผละจากคนตัวโต แต่กลับถูกรั้งเข้ามากอดไว้ตามเดิม

“รีบมานะคนดี” อัศว์ยังไม่วายออดอ้อนซ้ำยังส่งสายตาเว้าวอนประหนึ่งหนุ่มน้อย

"ค่ะ" หญิงสาวอ้อมแอ้มตอบ…ก่อนจะเดินเลี่ยงไปในตัวบ้านเพื่อจัดการตัวเอง

อัศว์มองตามร่างบางก่อนจะหันมาเปิดขวดไวน์แล้วค่อยๆรินเครื่องดื่มสีแดงเข้มใส่แก้วเตรียมไว้รอหญิงสาวซึ่งไม่กี่นาทีต่อมาร่างบางก็เดินกลับมาด้วยใบหน้าสดใสที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาเน้นเพียง     ลิปกลอสสีชมพูอ่อนใสเพื่อให้ริมฝีปากดูอิ่มระเรื่อ  

“ลองดื่มนี่ดูสิคนดี” อัศว์ยื่นแก้วไวน์ให้หญิงสาว

“เอ่อ...น้ำดื่มไม่เป็นค่ะ”  หญิงสาวบอกปัดพลางมองแก้วไวน์ทรงสูงซึ่งมีเครื่องดื่มสีสวยอยู่ค่อนแก้ว

“ไม่ขมหรอก ลองดูสิ” อัศว์คะยั้นคะยอ

“แต่ว่าน้ำ...อุ๊บ” หญิงสาวพูดได้เพียงแค่นั้นเมื่อชายหนุ่มยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มก่อนจะประกบริมฝีปากร้อนลงบนเรียวปากอิ่มแล้วค่อยๆปล่อยเครื่องดื่มชั้นเลิศไหลลงเข้าสู่โพรงปากเล็กๆนั้นอย่างช้าเพื่อให้หญิงสาวได้ดื่มด่ำกับรสชาติ อัศว์ค่อยๆถอนริมฝีปากหลังจากป้อนเครื่องดื่มให้หญิงสาวจนหมด

“แฮ่กๆๆ” นรินสิริรู้สึกได้ถึงรสชาติฝาดผสมเปรี้ยวแต่เจือด้วยรสหวานละมุนที่ยังซ่านภายในอุ้งปาก เนื้อตัวร้อนวูบวาบใบหน้างามแดงก่ำเพราะไม่เคยลิ้มลองเครื่องดื่มฤทธิ์ร้อนแรงเช่นนี้แม้จะเพียงน้อยนิดแต่ก็ทำให้นรินสิริปั่นป่วนเนื้อตัวโหวงเหวงล่องลอยอย่างบอกไม่ถูก

“อีกแก้วนะคนดี” อัศว์กระซิบถามเสียงพร่า

“ไม่ละค่ะ น้ำว่ารสชาติมันเผื่อนๆน่ะค่ะ แล้วน้ำก็ง่วงนอนแล้ว” หญิงสาวหาทางบ่ายเบียงเพื่อไม่ให้เสียเปรียบคนเจ้าเล่ห์ที่คอยแต่จะหาทางเอาเปรียบกับเนื้อตัวของเธอ

“อะไรกัน….ง่วงนอนแล้วหรือ งั้นดื่มอีกแก้วนะจะได้หลับสบาย” .ชายหนุ่มต่อรองพลางยื่นแก้วให้หญิงสาว นรินสิริมองอย่างลังเลก่อนที่เธอจะรับเครื่องดื่มสีสวยจากมือสามีแล้วตัดสินใจดื่มรวดเดียวจนหมดแล้วส่งแก้วเปล่าคืนให้ชายหนุ่ม

“น้ำไปนอนได้แล้วใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามเสียงแผ่ว

“นั่งเป็นเพื่อนฉันสักครู่นะทูนหัว ให้ฉันดื่มแก้วนี้หมดแล้วเราจะได้ไปนอนพร้อมกัน” ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะกระดกเครื่องดื่มในมือแล้วพยุงร่างบางไว้ในอ้อมแขนไปยังห้องพัก นรินสิริซบหน้าลงบนอกกว้างพร้อมกับพึมพำเสียงแผ่ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานขอ'ไรเตอร์นะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

สลิลฉัตร


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha