ยอดดวงใจเทพบุตรจอมมาร

โดย: Vanalak29



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : ตกเป็นจำเลย


ตอนต่อไป

บุตรชายคนเล็กแห่งตระกูลอัลเล็นโซ่ยืนนิ่ง ซานโต้จ้องมองใบหน้าเรียวคม ผ่านมาถึงดวงตาสีเขียวมรกต จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหนา เครื่องหน้าออกหวานละมุนเหมือนหญิงสาวแต่เมื่อครบองค์ประกอบกลับหล่อเหลาไม่ต่างจากพี่ชายมากนัก ในบรรดาบุตรชายลูกคนเล็กมีเค้าโครงกระเดียดไปทางมารดามากที่สุด

ซานโต้ถอนใจออกมาจ้องมองแววตาตัดพ้อ เซย์ยังคงงุนงง ณ ตอนนี้ยังไม่เข้าใจมีเหตุอันใดเกิดขึ้น เหลือบมองพี่ชายคนโตเห็นสีหน้าเย็นชาเหมือนเคยไม่มีคำพูดใด ตนเองทำอะไรผิดไปในเมื่อร้านอาหารหลายพันสาขาเขาบริหารอย่างดีไม่เคยขาดตกบกพร่องตรงไหนเลย

ปัง!

หนังสือพิมพ์ถูกโยนตรงหน้า เซย์จ้องมองสีหน้าสงสัยมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ทั้งพี่ชายและบิดาถึงได้มีท่าทีปั้นปึงใส่

“แกไม่เคยอ่านข่าวตามหน้าหนังสือเลยใช่ไหมเซย์!”ซานโต้ถามเสียงแข็ง

“ทำไมเหรอครับพ่อ”

“ถ้าแกอยากรู้ทำไมแกไม่เปิดอ่านดู หืม...”

เซย์หยิบหนังสือพิมพ์ที่โยนไว้ก่อนหน้ามาอ่าน เนื้อหาเกี่ยวกับการขายบริการทางเพศในร้านอาหารและหยุดสายตาลงที่ตัวหนังสือเขียนข่าวเกี่ยวกับร้านอาหารที่ตนเป็นคนบริหาร

 

ผมได้เดินทางไปทานอาหารที่ร้านพาราไดซ์สาขาหนึ่ง เพราะได้ยินชื่อเสียงเรื่องอาหารและบรรยากาศหลากหลายสำหรับคู่รัก ครอบครัว และสังสรรค์ในหมู่เพื่อน แต่ผมกลับได้รับคำถามจากพนักงานเสริฟ์คนหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องขายบริการทางเพศว่า... ผมสนใจหรือเปล่า ที่นี่ผู้หญิงที่เสริฟ์อาหารสามารถพาพวกเธอไปเที่ยวด้วย ไม่ว่าจะดื่มต่อ หรือค้างคืนได้ทั้งนั้นขอเพียงแค่คุณมีเงินในมือหนาสักหน่อย ผมไม่นึกเลยว่าร้านอาหารอันมีชื่อเสียงภายใต้การบริหารงานของตระกูลอัลเล็นโซ่ ตระกูลดังแห่งอิตาลีจะมีธุรกิจมืดมาพัวพันด้วยแบบนี้ เห็นทีผมคงเลิกทานอาหารที่นี่แล้วล่ะครับ

 

เหมือนถูกตอกจนหน้าชาไม่คิดเลยว่าตนเองจะมาประสบพบเจอกับเรื่องราวแบบนี้  ตลอดเวลานับห้าปีที่ทำงานมาไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ความรู้สึกตอนนี้อยากจะจัดการพนักงานที่กล้าทำเรื่องอื้อฉาวภายใต้การดูแลให้สิ้นซาก

“แกไปจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย อย่าให้ฉันเจอข่าวคาวโลกีย์แสนทุเรศนี่อีก!”ซานโต้สั่งเสียงกร้าว

“ครับพ่อ”

ไหล่ถูกบีบเบาๆ จากพี่ชาย เซย์เหลือบมองแววตาหม่นเศร้า

“ไม่เป็นไรเซย์ ค่อยๆ แก้ปัญหาไป”พี่ชายคนโตให้กำลังใจ

“ครับ”

ร่างสูงใหญ่สาวเท้าออกจากห้องบิดา ซาฟหันมองพ่อพลางถอนใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วนั่งลงบนเก้าอี้บุนวมสีขาว

“ทำไมพ่อต้องดุน้องขนาดนั้นด้วยครับ?”

คนเป็นพ่อถอนใจออกมาเช่นกัน บุตรชายสี่คนมีลูกชายคนเล็กที่ตนห่วงที่สุด ด้วยความเอาแต่ใจเลยทำให้ปกครองคนลำบาก แถมยังดื้อรั้นเป็นที่หนึ่ง

“พ่ออยากให้เซย์แก้ปัญหาเรื่องงานด้วยตัวเอง เมื่อก่อนพอมีปัญหาทีไรก็วิ่งโร่มาให้แกช่วยทุกทีไม่ใช่หรือซาฟ”

ซาฟนิ่ง มันคือความจริงปัญหาสารพัดจากเรื่องการบริหารงานของน้องชาย อีกทั้งเรื่องพนักงานเกือบออกจนหมดร้านเพราะความเอาแต่ใจ ทำเอาเขาแทบกุมขมับมีพักหลังที่น้องชายคนเล็กยอมซาลง

“พ่อแน่ใจเหรอครับ ว่าน้องจะทำได้”

“ทำไมจะทำไม่ได้ในเมื่อแกกับเจ้าเซย์ก็ลูกพ่อเหมือนกัน”ซานโต้ย้อน

ร่างสูงลุกยืนสีหน้าเรียบนิ่ง จะรอดูต่อไปเห็นท่าทีบิดาแล้วคงให้เซย์แก้ปัญหาด้วยตัวเองเป็นแน่

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ วันนี้มีประชุม”ชายหนุ่มบอกแล้วสาวเท้าออกมาจากห้องบิดา

 

ห้องทำงานสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีครีมหน้าต่างติดกระจกสีดำ มูลี่ถูกติดไว้เพื่อบดบังแสงแดด ด้านผนังซ้ายมีตู้เก็บเอกสารไม้เนื้อดีติดกระจกเพื่อให้มองเห็นแฟ้มเอกสารตั้งเรียงกัน เยื้องมาทางขวาเกือบกลางห้องเป็นที่วางโต๊ะทำงานโครงเหล็กพื้นที่บนโต๊ะเป็นกระจกสีดำมีเก้าอี้หนังบุนวมสีดำวางคู่กัน โดยมีคอมพิวเตอร์และเอกสารวางระแกะระกะเนื่องจากเจ้าของยังทำงานค้างอยู่ ที่ตั้งของห้องทำงานอยู่เหนือร้านอาหารสุดหรูแห่งเมืองเวนิชนามว่าพาราไดซ์

เจ้าของห้องก้าวมาถึงหน้าประตูไขกุญแจเข้าด้านใน สองเท้าสาวเดินอย่างรวดเร็วสีหน้าไม่สบอารมณ์ เมื่อถึงเก้าอี้ทำงานทิ้งตัวลงอย่างหงุดหงิด ยกมือขึ้นกุมขมับพิงพนัก ลูกน้องคู่กายเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเจ้านายราวกับต้องการปลดเปลื้องภาระอันหนักหน่วงในห้วงความคิด

เซย์ลืมตาเห็นซากิมองไม่วางตา ชันกายนั่งตรงแล้วผสานมือเหนือโต๊ะทำงาน คิดวนไปวนมาถึงปัญหาที่เกิดขึ้น อยากจับตัวไอ้คนที่มันกระทำการเรื่องนี้มาลงโทษโดยเร็วที่สุด จ้องมองลูกน้องสัญชาติญี่ปุ่นเข้าทำงานกับเขาเกือบห้าปี ไว้ใจสนิทสนมกันมาลงมือทำงานทุกอย่างที่สั่งไม่ว่าดีหรือชั่วแค่ไหนก็ตาม ซากิไม่เคยขัดคำสั่งเลยสักครั้ง

“ซากิ”

“ครับคุณเซย์”ซากิตอบรับ

“จัดการหาตัวไอ้คนที่มันเขียนข่าวเกี่ยวกับร้านอาหารที่นี่ เชิญมันมาพบฉันที่นี่!”กัดฟันเอ่ยออกมา

“ได้ครับ ผมจะจัดการให้เร็วที่สุด”

มองตามแผ่นหลังลูกน้อง ขอให้ซากิทำสำเร็จเขาไม่อยากถูกต่อว่าจากบิดาอีกแล้ว อยากทำประโยชน์ให้กับตระกูลเหมือนพี่ๆ คนอื่นบ้าง เพราะการสูญเสียแม่ในคราวนั้นพี่ๆ และตนเองเจ็บปวดมาก แต่ทุกคนต่างปลอบใจเขาเพียงคนเดียวเหตุเพราะเป็นน้องคนสุดท้อง มันไม่ถูกต้องเลย เมื่ออายุพอรับรู้อะไรได้

คนที่สมควรจะได้รับการปลอบประโลมคือพี่เซ็ทมากกว่า เพราะพี่เอาแต่โทษตัวเองว่าเป็นคนทำให้แม่ต้องจบชีวิตลงทุกคนต่างรู้ว่ามันไม่ใช่ แม่ทำเพื่อลูกๆ ทุกคนมันคือการเสียสละที่แม่คนหนึ่งจะทำเพื่อปกป้องลูกเท่านั้นเอง ก่อนแม่สิ้นลมก็บอกพวกเราพี่น้องเช่นนั้นเหมือนกัน

 

บอดี้การ์ดหนุ่มหยุดยืนหน้าตึกสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทม์เดลี่ชื่อดัง เมื่อสืบทราบถึงต้นตอสาเหตุแห่งข่าวเสื่อมเสีย ชายชื่ออันเตส ดาโกนี่ เป็นเจ้าหน้าที่เขียนคอลัมน์เกี่ยวกับอาหารอยู่ที่นี่ ร่างสูงกำยำก้าวยาวถึงด้านในแล้วหยุดตรงเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์

“ติอต่อเรื่องอะไรคะ?”พนักงานเอ่ยถาม

“ผมมาขอพบคุณอันเตส ดาโกนี่”

“ขอทราบชื่อด้วยค่ะ”

“ผมชื่อมิทานิ ซากิครับ”

พนักงานสาวสวยสองคนหันมองหน้ากัน ก่อนก้มลงกดเบอร์ถึงเจ้าของชื่อนี้ทันที

“สวัสดีครับ”

“คุณอันเตสคะ มีคนมาขอพบค่ะ”

“ใคร!”อันเตสย้อนถาม

“ชื่อคุณมิทานิ ซากิค่ะ”

อันเตสนิ่งเงียบนึกชื่อชายที่มาพบไม่ออก เคยไปรู้จักคนสัญชาติญี่ปุ่นตอนไหนกัน

“ผมไม่รู้จัก!

พนักงานเหลือบมองมาที่ชายหนุ่ม แล้วยิ้มบางๆ ให้ น่าเสียดายถ้าไม่ทำความรู้จักกับเขาในวันนี้ หนุ่มรูปงามใบหน้าหล่อเหลา

“เอ่อ คุณอันเตสบอกว่าไม่รู้จักคุณค่ะ”เสียงหวานแผ่วบอก

“บอกตามนี้แล้วกันครับ ผมเป็นตัวแทนของคุณชายเซย์บุตรชายคนสุดท้องแห่งตระกูลอัลเล็นโซ่ เพื่อมาสอบถามถึงเรื่องที่คุณอันเตสเขียนในคอลัมน์หนังสือพิมพ์”

สองสาวหน้าเจือนเมื่อได้ยิน ยกหูโทรศัพท์หมายพูดคุยอีกครั้ง

“ไม่ต้องแล้ว ผมได้ยินหมดแล้วบอกเขารอสักครู่ผมกำลังจะลงไป”อันเตสตัดบทแล้ววางสาย

ซากิสาวเท้านั่งลงบนโซฟาในส่วนรับรองผู้มาติดต่อกับบริษัท ราวสิบนาทีคนที่ต้องการพบก็ลงมาจากชั้นบน อันเตสเดินมาหาผู้มาเยือนแล้วหยุดเท้าตรงหน้า ซากิลุกยืนก้มศีรษะเล็กน้อยสองร่างนั่งลงตรงข้ามกัน

“ผมไม่อยากรบกวนคุณมากขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะครับ”ซากิเริ่มเข้าประเด็น

“ได้ครับ”

“เรื่องการขายบริการทางเพศในร้านอาหารพาราไดซ์ ตามที่คุณเขียนในหนังสือพิมพ์ผมอยากทราบข้อเท็จจริง”สีหน้าเคร่งเครียด

อันเตสนิ่งพลางนึกถึงเรื่องในวันนั้น

“ผมไปทานอาหารคนเดียวเพราะต้องการนำมาเขียนคอลัมภ์อาหาร สักพักผมจำได้ว่ามีสาวเสริฟ์หน้าตาค่อนข้างสวยแต่คิดว่าคงเป็นสาวเอเชียนำอาหารมาเสริฟ์จากนั้นเธอแนะนำตัวกับผมบอกว่าหากต้องการคืนนี้เธอสามารถไปเป็นเพื่อนเที่ยว กิน ดื่ม และนอนได้”

คิ้วซากิเริ่มขมวด ไม่คิดว่ามันจะโจ่งแจ้งขนาดนี้

“แล้วยังไงต่อครับ”ซากิถามต่อ

“ผมเริ่มแปลกใจเลยแกล้งถามว่า แค่คุณคนเดียวเหรอ? เธอตอบผมว่าไม่ใช่สาวเสริฟ์ในร้านทั้งหมดคุณสามารถเลือกทุกคนได้ ผมงงมากเลยครับไม่คิดว่าที่ร้านจะมีบริการแบบนี้ด้วย”

ซากิถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ ชื่อเสียงของพาราไดซ์ได้เสื่อมลงก็คราวนี้

“ทางเราไม่ได้มีการขายบริการทางเพศนะครับ หากทำผมคงไม่มาสืบ”ซากิบอกเสียงเข้ม เว้นช่วงพักหนึ่ง “แล้ว... คุณรู้จักชื่อเธอคนนั้นไหม”

“รู้ครับ ตอนนั้นผมบอกว่ายังไม่ต้องการเพราะผมกำลังทำงาน เธอเลยบอกว่าเธอชื่อไอหากต้องการซื้อบริการที่นี่ให้เรียกหาตุ๊กตาไหมพรม แล้วทุกคนที่นี่จะเข้าใจเองครับ”อันเตสตอบ

พอจะเข้าใจลางๆ แบบนี้เจ้านายต้องฉุดจัดเป็น ดันถูกล้วงคอถึงที่

“ขอบคุณมากนะครับ”ซากิบอกแล้วลุกยืนก้มศีรษะทำความเคารพเล็กน้อยแล้วก้าวออกจากสถานที่นั้นทันที เพราะเขามีเรื่องต้องรายงานต่อผู้เป็นนาย

 

บอดี้การ์ดหนุ่มก้าวเท้าหยุดยืนหน้าห้องทำงาน ยกมือขึ้นเคาะเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณแล้วเปิดประตูออก เซย์เงยหน้าจากกองเอกสารมองลูกน้องตนเองแล้ววางปากกาลง ซากิหยุดยืนหน้าเจ้านายเพื่อรายงานความคืบหน้า

“ได้ความว่ายังไงบ้าง?”เซย์ถามสีหน้าเคร่งเครียด

“นักข่าวคนนั้นไปทานอาหารที่ร้าน เขายืนยันอย่างแน่ใจว่ามีการขายบริการจริงครับ ผู้หญิงคนนั้นชื่อไอโคดเน้มสำหรับการซื้อขายคือตุ๊กตาไหมพรม”

ปัง!

มือทุบลงบนโต๊ะแววตาเกรี้ยวกราด กล้าดียังไงมาทำลายชื่อเสียงที่สั่งสมมานานของตระกูลอัลเล็นโซ่

“บัดซบ! ฉันอุตส่าห์ให้เงินเดือนเลี้ยงดูพวกมันอย่างดี แต่มันกลับทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง!

ซากิเหลือบมองผู้เป็นนายรู้สึกสงสารจับใจ พอรู้มาลางๆ ว่าโดนตำหนิมาเมื่อก่อนเจ้านายอาจจะอารมณ์ร้ายใครเข้าหน้าไม่ติด แต่ตอนนี้นิสัยเหล่านั้นปรับปรุงขึ้นมาก

“คุณชายจะเอายังไงต่อดีครับ”ซากิถามจ้องมองใบหน้าบึ้งตึงไม่สบอารมณ์นั้น

“ฉันจะเข้าไปสืบเอง อยากรู้นักว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร!

“แต่พนักงานคงจะจำคุณชายได้นะครับ”

“ฉันจะปลอมตัวเข้าไป”แววตามุ่งมั่น คราวนี้จะจัดการขั้นเด็ดขาดกับพวกที่บังอาจทำเรื่องเสื่อมเสียให้กับร้านอาหาร

 

เซย์จ้องมองตัวเองหน้ากระจกอีกครั้งเพื่อสำรวจใบหน้า แผนการปลอมตัวเข้าสืบเรื่องการขายบริการในร้านคงเป็นไปได้ด้วยดี ช่างแต่งหน้าฝีมือดีไม่น้อยทำให้ไม่เหลือเค้าเดิมที่ร้านคงไม่มีใครจำเขาได้

ก๊อก! ก๊อก!

ประตูห้องเปิดออกซากิจ้องมองใบหน้าเจ้านาย ดวงตาสีเขียวมรกตมองผ่านมาสิ่งเดียวที่ทำให้จำได้ว่านี่คือนายตน

“เป็นยังไง คิดว่าพนักงานที่พาราไดซ์ยังจะจำฉันได้หรือเปล่า”เซย์ถามลูกน้อง

“คงไม่ได้หรอกครับ”

“ถ้าอย่างนั้นไปกันเถอะ อย่างจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จ”

ร่างสูงก้าวออกมาจากห้องติดตามด้วยลูกน้องคนสนิท รถเบนซ์สีเงินจอดเทียบหน้าคฤหาสน์เซย์เปิดประตูแทรกกายนั่งลงบนเบาะโดยไม่สนใจลูกน้องที่ทำหน้าที่เพื่อบริการเจ้านาย ซากิกระตุกยิ้มนิสัยส่วนตัวเจ้านายเป็นเช่นนี้เสมอไม่ค่อยถือตัวและไม่ชอบให้ใครมาบริการตนมากนัก

รถจอดเทียบหน้าภัตตาคารหรูพาราไดซ์เซย์ลงจากรถแหงนมองความรุ่งเรืองของร้านที่ตนรับผิดชอบ ซากิยืนขนาบข้างเจ้านาย ครู่หนึ่งชายหนุ่มสาวเท้าเดินต่อมาหน้าประตูพนักงานรีบเปิดต้อนรับและเดินนำลูกค้าไปที่โต๊ะอาหาร เซย์นั่งลงตรงข้ามกับลูกน้อง

พนักงานสาวสวยนำเมนูมายื่นให้ลูกค้าพร้อมยืนรอเพื่อจดรายการอาหารที่ต้องการ เซย์เปิดเมนูเพื่อเลือกสั่งอาหาร

“หอยเซลล์ราดซอสไวน์แดง สเต็กเนื้อแกะ แซลม่อนย่างเกลือ”เขาสั่งอาหารสามอย่าง

“ต้องการเครื่องดื่มอะไรคะ”พนักงานสอบถามต่อ

“ขอไวน์แดงปีแปดเก้าก็แล้วกัน”ปิดเมนูลง

พนักงานก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วหันหลัง จังหวะนั้นเซย์ฉุกคิดอะไรบางอย่าง

“เดี๋ยวก่อน!

เธอหันกลับมายืนนอบน้อมเพื่อรอฟังลูกค้าต่อ

“ที่นี่มีคนชื่อไอหรือเปล่า?”สีหน้าพนักงานเปลี่ยนไป

“เอ่อ... คุณต้องการพบไอเหรอคะ?”ถามเหมือนไม่แน่ใจ

“ใช่ผมต้องการพบ”

“รอสักครู่นะคะเดี๋ยวดิฉันจะไปตามให้”พนักงานรีบสาวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว เซย์เห็นอาการก็พอคาดเดาได้พนักงานคงนี้คงรู้อะไรไม่น้อยหรือไม่อาจมีส่วนร่วมกับการขายบริการก็เป็นได้

ราวยี่สิบนาทีต่อมาอาหารถูกนำมาเสริฟ์ เซย์ชะงักเพียงเมื่อสบสายตากันดวงตาแสนเศร้าแต่หวานฉ่ำ ใบหน้าเรียวสวย ริมฝีปากบางอมชมพู จมูกโด่งรับกับใบหน้า องค์ประกอบทุกอย่างดูงดงามราวกับภาพวาด แต่แววตากลับเศร้าจนรู้สึกประหลาด เธอวางอาหารลงบนโต๊ะอย่างเรียบร้อย

กลิ่นกายสาวปะทะจมูกเลือดในกายหนุ่มวัยยี่สิบหกปีเดือดพล่านขึ้นมา หัวใจเต้นหนักอย่างไม่มีสาเหตุ เซย์ชะงักแปลกใจตนเองดึงสติกลับมาเมื่อนึกถึงหน้าที่ เขากำลังทำอะไร มาทำอะไรอยู่ในเวลานี้พยายามเตือนตัวเอง พนักงานสาวสวยหันหลังคิดเดินกลับ

“เดี๋ยวก่อนครับ”ชายหนุ่มเรียกไว้ หญิงสาวหันมองสีหน้ามึนงงคิดว่าตนเองทำอะไรผิดไปหรือเปล่า

“มีอะไรให้รับใช้คะ คุณลูกค้า...”เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมา เซย์ขบกรามข่มใจตน

“คุณชื่อไอหรือเปล่า?”

ไอรินทร์ชะงักจ้องมองลูกค้าด้วยความไม่เข้าใจ รู้จักชื่อเธอได้อย่างไร เธอไม่ใช่พนักงานของที่นี่เพียงแต่มาช่วยงานบิดาเท่านั้นเอง

“เอ่อ... ฉันชื่อไอค่ะ”

คิ้วเข้มขมวดขึ้นทันที มองสำรวจทั่วเรือนร่าง ไม่แปลกหากเธอคนนี้จะขายบริการทางเพศเพราะหน้าตาสะสวยน่าจะหาเงินได้มาก น่าเสียดายหากเธอพร้อมเขาเองก็อยากจะรับมาไว้ข้างกายเลี้ยงดูอย่างดี แต่กลับเลือกทางเดินที่ทำให้เขารู้สึกเดือดขึ้นมา

“ผมอยากได้ตุ๊กตาไหมพรม”บอกจุดประสงค์ทันที

ไอรินทร์จ้องมองดวงตาเบิกกว้างรอยยิ้มเริ่มระบายออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอถักตุ๊กตาไหมพรมขายเพื่อหารายได้ให้ตนเอง ไม่อยากเชื่อว่าจะมีลูกค้ามาถามหา

“ต้องการกี่ตัวคะ ฉันถักได้ตามออเดอร์เลยค่ะ ต้องการลักษณะท่าทางยังไงได้หมดค่ะ!”น้ำเสียงตื่นเต้น

เซย์ขบกรามแน่นพยายามระงับอารมณ์เอาไว้ ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะขายบริการหน้าระรื่นได้ถึงเพียงนี้

“ผมต้องการทุกท่าเลยครับ จะขายเท่าไหร่ก็ว่ามา!”กัดฟันพูดออกมา

“แต่มันแพงมากนะคะ คุณจะไหวเหรอคะ”ไอรินทร์ย้อนถาม ดีใจอยู่หรอกจะได้เงินพิเศษมากขนาดนี้ แต่ถ้าซื้อทุกลักษณะท่าทางก็หลายยูโรอยู่

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมมีเงินมากพอจะจ่ายให้คุณแบบไม่อั้น!

หญิงสาวจ้องมองเขาไม่อยากเชื่อตนเองจะโชคดีเช่นนี้ มาทำงานช่วยพ่อวันแรกกลับได้ลูกค้าตุ๊กตาไหมพรม

“ขอบคุณมากนะคะ แล้วคุณต้องการวันไหนคะ”สอบถามต่อ

“คุณสะดวกวันไหนล่ะครับ”

“สามวันได้ไหมคะ?”

“ได้ครับ”

“แล้ว... จะมารับที่นี่หรือว่าให้ไปส่งที่บ้านคะ”น้ำเสียงตื่นเต้น

“ไปส่งที่คอนโดผมก็แล้วกัน”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันขอเบอร์โทคุณไว้ก่อนนะคะ เวลาไปพบที่คอนโดจะได้ติดต่อบอกคุณก่อน”หญิงสาวรีบหยิบปากกาเพื่อเตรียมจด

ซากินั่งเงียบเมื่อเห็นบทสนทนาเหลือบมองหญิงสาวหน้าตาสะสวยนึกสังเวช เสียดายเธอไม่น่ามาทำอาชีพนี้เลย เจ้านายดูท่าจะโกรธมากคงไม่มีวันปล่อยไว้แน่

เซย์จดดึงกระดาษจากมือไอรินทร์แล้วจดเบอร์โทรศัพท์ตนเองให้ไว้ เธอรับมาระบายยิ้มด้วยความยินดี

“ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะคะ”ไอรินทร์บอกก่อนหันหลังก้าวออกจากโต๊ะลูกค้า

ซากิมองสีหน้าเจ้านายแล้วถอนใจหนักออกมา อาหารตรงหน้าแทบไม่ได้แตะต้องเลยเซย์ลุกยืนสาวเท้าออกจากร้านด้วยความหงุดหงิด จังหวะนั้นพนักงานเสริฟ์คนแรกกำลังฉุดรั้งเพื่อนมาที่โต๊ะแต่กลับไม่เห็นใครแล้ว

“อ้าว ไหนล่ะคนที่ต้องการพบฉันนะนิเซีย!”ซานดร้าถามเสียงแข็ง

“ก็เมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยว่าอยากพบเธอน่ะ แล้วหายไปไหนแล้ว”สีหน้างุนงง

“ดูสิอาหารแทบไม่ได้แตะ แสดงว่าไปแล้วแหละ! น่าโมโหจริงๆ นึกว่าจะได้ลูกค้า”ต่อว่าเพื่อน

“ขอโทษก็แล้วกัน ใครจะนึกว่าลูกค้าจะแกล้งเล่นล่ะ”ซานดร้าตวัดสายตามองเพื่อนแล้วหันหลังเดินเข้าหลังร้านด้วยความหงุดหงิด

ร่างสูงหยุดยืนหน้าพาราไดซ์ ซากิก้าวยืนขนาบด้านข้างเหลือบมองเจ้านาย

“จะเอายังไงต่อครับ”

“น่าเสียดาย...”มีเพียงคำพูดนี้ที่เขาจะบอกออกมาได้ พนักงานชื่อไอคนนั้นถูกใจเขามากเหลือเกิน

“เสียดายอะไรครับ”ซากิย้อนถามสีหน้างุนงง

เซย์หันมองลูกน้องเหนื่อยหน่ายกับเรื่องผู้หญิงของหมอนี่ไม่เคยเห็นควงสาวไหน ทั้งที่หน้าตาก็ดี ถอนใจอีกครั้งแล้วเปิดประตูขึ้นรถแทน ซากิรีบติดตามเจ้านายทันที

 

ตุ๊กตาไหมพรมถูกถักขึ้นอย่างประณีต และทุกครั้งคนทำมักจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความยินดี เตโม่มองบุตรสาวด้วยความสนใจ เห็นถักตุ๊กตาอย่างตั้งอกตั้งใจ

“ทำอะไรลูกไอ”เอ่ยถามแล้วนั่งลงข้างๆ

“กำลังถักตุ๊กตาค่ะพ่อ”

“อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยสั่งอีกแล้วเหรอ”

“อ๋อ เปล่าค่ะ ลูกค้าที่ร้านอาหารสั่ง”ตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อ แต่คนเป็นพ่อกลับชะงักหน้าถอดสี

“หมายความว่ายังไงลูกไอ ลูกค้าที่ร้านเหรอ?”

“ใช่ค่ะ”

เตโม่ใช้ความคิดมันแปลกมาก ไม่น่าเป็นไปได้ที่ลูกค้าจะรู้ว่าบุตรสาวถักตุ๊กตาไหมพรม อีกอย่างเขารู้ดีหากลูกค้าเรียกหาตุ๊กตาแบบนี้หมายความว่าอย่างไร

“ไอ! ลูกขายไม่ได้นะ!”คนเป็นพ่อร้องห้ามทันที

ไอรินทร์จ้องมองบิดาด้วยความไม่เข้าใจ ขายไม่ได้เพราะอะไรไม่เข้าใจ เงินจำนวนมากขนาดนี้จะยอมปล่อยง่ายๆ ได้ยังไง

“ทำไมคะพ่อ หนูขายตุ๊กตาไหมพรมประจำอยู่แล้ว อีกอย่างลูกค้ารายนี้ก็สั่งเยอะ เงินมากขนาดนี้หนูจะปฏิเสธได้ยังไง!

สุดที่คนเป็นพ่อจะสรรหาคำพูดมา มันแปลกเกินไป ลูกสาวเขาไม่ใช้ผู้หญิงแบบนั้น คงมีการเข้าใจผิดกันเป็นแน่

“ไอพ่อคิดว่าคงมีการเข้าใจผิดกัน ลูกบอกยกเลิกไปได้ไหม”รู้สึกหวั่นขึ้นมา

“ไม่เอาหรอกค่ะพ่อ พ่อเป็นอะไรไปคะ”ไอรินทร์มองบิดาสีหน้างุนงง

หรือมันจะไม่มีอะไรจริงๆ เขากังวลเรื่องนี้มากไปหรือเปล่า หันมองบุตรสาวเห็นแววตาสงสัยหากทำแย้งต่ออาจมีพิรุธได้

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจลูกเถอะ”ตัดบทแล้วสาวเท้าเข้าห้องนอน ไอรินทร์สับสนเห็นท่าทางบิดาทำให้รู้สึกสงสัย พ่อต้องมีเรื่องอะไรที่ปิดบังเธอแน่นอน

 

เซย์มองโทรศัพท์เฝ้ารอเมื่อไหร่เธอจะติดต่อกลับมา เขากำลังเป็นห่วงเรื่องสำคัญต่อชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลหรือกำลังคิดสวนทาง เสียงเรียกเข้าทำสะดุ้งชายหนุ่มก้มลงมองเบอร์มันไม่คุ้นเคยหยิบมือถือขึ้นมากดรับ

“ครับ”

“เอ่อ...”

เสียงหวานผ่านตามสาย คิ้วเข้มขมวด

“ใครพูดสายครับ”

“คุณใช่คุณมาร์คหรือเปล่าคะ?”

มาร์ค... งั้นเหรอ แสดงว่าผู้หญิงคนนี้คือไอสินะ กระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเหยื่อติดเบ็ด

“ใช่ครับ ไม่ทราบว่าใครครับ”

“คุณสั่งตุ๊กตาไหมพรมกับฉันไว้จำได้ไหมคะ ฉันชื่อไอค่ะ”

“จำได้ครับ พร้อมจะมาส่งให้ผมวันไหน”รีบเข้าเรื่องทันที

ปลายสายยิ้มระรื่นด้วยความยินดี เธออดตาหลับขับตานอนทำทั้งคืนเพื่อให้งานเสร็จทันส่งตามสัญญา

“พรุ่งนี้ตอนสิบโมงฉันจะเอาไปส่งให้ที่คอนโดคุณนะคะ!

“ได้ครับ”

ไอรินทร์วางสายมือกุมโทรศัพท์แน่น รู้สึกยินดีเมื่อสามารถช่วยพ่อแบ่งเบาภาระอันแสนหนักหน่วงได้ เพราะมารดาจากไปตั้งแต่ยังเด็กเลยทำให้บิดาต้องมาทำงานที่อิตาลีส่งเงินเพื่อส่งเสียเธอเรียน ตอนนี้เธอเรียนจบแล้วแต่ยังไม่สามารถหางานได้ เลยต้องหาหนทางช่วยพ่อมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เธอเรียนจบมัธยมปลายจากประเทศไทยสอบเข้ามหาวิทยาลัยโบโลญญาอันเก่าแก่และมีชื่อเสียงโด่งดังในประเทศอิตาลี โชคดีที่เธอสามารถสอบเข้าได้ทำให้บิดาภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากค่าเล่าเรียนรวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นทำให้ต้องใช้เงินจำนวนมาก สุดท้ายเธอจบการศึกษาดั่งใจหวัง ตั้งใจสมัครงานกับบริษัทอัลเล็นโซ่เอ็นเตอร์ไพรส์แต่เนื่องจากมีคนมากมายต้องการเข้าทำงานกับที่นี่ ไม่รู้ว่าเธอจะมีโอกาสทำงานหรือเปล่า หนึ่งเดือนสำหรับการรอคอยผล เลยจำต้องหาค่าใช้จ่าย ในความจริงเธอตั้งใจเข้าทำงานที่นี่เนื่องจากบิดาได้รับเงินเดือนและส่งเสียเธอเรียนจบก็เพราะตระกูลอัลเล็นโซ่ อยากตอบแทนบุญคุณเหล่านั้น

 

เก้าโมงเช้าไอรินทร์สำรวจความเรียบร้อยกับตัวเองหน้ากระจกอีกครั้ง ร่างบางสวมกางเกงยีนส์สีซีดขาสั้นขาดเป็นแนวยาวตามสไตล์เซอๆ เสื้อกล้ามลายขวางตัดดำขาวสวมทับด้วยเสื้อยีนส์แขนยาวสีเข้ากับกางเกง รองเท้าผ้าใบสีขาว ผมยาวหยักศกถูกรวบแล้วม้วนไว้ตรงกลางเปิดให้เห็นหน้าผากกลมมนและลำคอระหงส์ แป้งฝุ่นทาผิวหน้าตามด้วยลิปสติกสีชมพู

ไอรินทร์หยิบกระเป๋าขึ้นสะพายตามด้วยถุงใส่ตุ๊กตาใบใหญ่ สูดลมหายใจเข้าปอดยิ้มให้กับตนเอง วันนี้จะได้เงินก้อนใหญ่ ยกมือโบกรถประจำทางถึงหน้าคอนโดหรูนามอเมซิ่ง หน่วยรักษาความปลอดภัยกักตัวเธอไว้ทันทีที่ร่างบางจะก้าวเข้า

“มาทำอะไรครับ?”พนักงานรักษาความปลอดภัยเอ่ยถาม

“มาส่งของค่ะ”

“ห้องไหนครับ”

“ห้องสองศูนย์ห้าค่ะ”

พนักงานรักษาความปลอดภัยบอกให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ติดต่อถึงเจ้าของห้องทันที แม้จะรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดหญิงสาวหน้าตาสะสวยแต่แต่งตัวแสนธรรมดาจะเข้าห้องของบุตรชายคนเล็กแห่งตระกูลอัลเล็นโซ่เพราะเท่าที่ผ่านมาเขามักจะพบสาวร่างอวบหุ่นน่ามอง แต่งตัวเย้ายวนตามากกว่านี้ แต่เธอคนนี้ไม่เหมือนผู้หญิงเหล่านั้นเลยสักนิด

เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์พยักหน้าช้าๆ เป็นเชิงอนุญาต พนักงานรักษาความปลอดภัยเดินนำหญิงสาวมาถึงหน้าลิฟท์ยังคงจ้องมองความสะสวยอย่างไม่ละสายตา จนไอรินทร์เริ่มรู้สึกประหม่าจนสองร่างก้าวเข้าลิฟท์พร้อมกัน ชั้นสิบเก้าลิฟท์จอดลง เธอเดินตามพนักงานจุดหยุดยืนหน้าห้องเป้าหมาย

“ขอตัวก่อนนะครับ”พนักงานบอกแล้วสาวเท้ากลับไปที่ลิฟท์เช่นเดิม

ร่างบางยืนหน้าห้องใจเต้นไม่เป็นจังหวะ นึกประหม่าขึ้นมาเมื่อต้องเข้าห้องชายแปลกหน้า ถึงแม้จะเป็นลูกค้าก็ตามที

ก๊อก! ก๊อก!

เซย์ชะงักเล็กน้อยแล้วสาวเท้ามาถึงหน้าประตูจับลูกบิดเปิดออก ใบหน้าแสนสวยของสาวหน้าห้องทำเอาหัวใจชายหนุ่มกระตุกวูบ แม้ไม่ได้แต่งเติมเครื่องสำอางใดๆ ยังสะสวยจนแทบคุมตัวเองไม่อยู่

ไอรินทร์จ้องมองสภาพลูกค้าด้วยความตระหนกเมื่อใบหน้าของเขาไม่เหมือนกับชายหนุ่มเมื่อคืนเลยสักนิด ชายคนนี้ใบหน้าดูหมดจดน่ามอง แต่ทำไมเขาถึงใส่ผ้าคลุมอาบน้ำออกมายืนแบบนี้ แล้วลูกค้าเมื่อคืนอยู่ที่ไหน

“เอ่อ... ฉันคงมาผิดห้องค่ะ”รีบตอบหันหลัง

“ผมเป็นคนสั่งตุ๊กตาคุณเองไม่ผิดห้องหรอกครับ อาจเพราะผมโกนหนวดก็เป็นได้คุณเลยจำไม่ได้”หาข้อแก้ตัว

“คุณอาบน้ำอยู่เหรอคะ ฉันยืนรอข้างนอกก่อนก็ได้ค่ะ”รู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูก

เซย์นึกแปลกใจทำไมต้องแสดงสีหน้าราวกับกลัวถูกลวนลาม หรือแกล้งเพื่อต้องการอัพค่าตัวตนเอง

“ผมอาบเรียบร้อยแล้ว เข้ามาเถอะครับจะได้จัดการให้เสร็จเผื่อผมติดใจอาจจะสั่งตุ๊กตาเพิ่มอีกก็ได้”ประตูเปิดอ้าออกเพื่อให้เธอเดินเข้ามา ก่อนตัวเองเดินนำเข้าด้านใน

ไอรินทร์ยืนชั่งใจมันอันตรายเกินไปหรือเปล่า แต่ท่าทางของเขาดูไม่มีอันตรายอะไร เงินก็อยากได้แต่ใจก็นึกกลัวลองสักตั้งดีกว่าอาจไม่มีอะไรก็ได้ ร่างบางเดินตามเข้าด้านใน เซย์เหลือบมองเห็นประตูเปิดอยู่เลยตรงเข้าไปปิดล็อกไว้เหมือนเดิม ไอรินทร์ชะงักจ้องมองด้วยความตกใจแต่พยายามทำใจดีสู้เสือ

วางถุงใส่ตุ๊กตาลงแล้วหยิบออกมาเรียงไว้ตรงโต๊ะกระจกสีดำ นับสิบตัวถูกจัดวางอย่างสวยงามเซย์กอดอกจ้องมองด้วยความแปลกใจ

“ฉันทำตามที่คุณสั่งหมดเลยค่ะ”ไอรินทร์นำเสนอผลงานตนเอง

“ลงทุนทำตุ๊กตาของจริงมาด้วยเหรอ?”สีหน้าเรียบเฉย

คนฟังหันมองด้วยความไม่เข้าใจ ก็เขาสั่งตุ๊กตาเธอไม่ใช่หรือไงถ้าไม่ทำแล้วจะให้เธอทำอะไรกันเล่า

“ก็คุณสั่งนี่คะ?”

ร่างสูงก้าวเข้าหา ไอรินทร์ผงะถอยหลังด้วยความตกใจ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ลดละตามติด เอวบางถูกรวบไว้หัวใจของเธอเริ่มเต้นไม่เป็นส่ำความกลัวเข้าแทรก

“คุณจะทำอะไร!”ร้องถามยกมือดันสุดแรง ดิ้นรนด้วยความหวาดหวั่น

“จะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไปเพื่ออะไร ในเมื่อเธอมาที่นี่เพื่อเรื่องนี้ไม่ใช่หรือไง!

“แกล้งอะไร คุณหมายความว่ายังไง ฉันไม่เข้าใจ!”เริ่มสับสนกับคำพูดของผู้ชายคนนี้แล้ว

“อย่าเสแสร้งนึกว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเธอทำอะไรที่ร้านอาหารของฉันฮะ!

ยิ่งงงหนักกับคำพูดของเขา มันเรื่องบ้าอะไรกัน

“ปล่อยฉันนะ!”ยกมือดัน ผลักสุดแรงแต่อีกฝ่ายกลับไม่สะทกสะท้าน

“จะเอาเงินไม่ใช่หรือไง ถึงได้เสนอตัวมาถึงที่นี่!

“พูดบ้าอะไรออกมา ฉันไม่เข้าใจช่วยอธิบายให้ฟังได้ไหม!”น้ำตาเริ่มคลอเมื่อเห็นสีหน้าเขากำลังเปลี่ยนเป็นดุดันน่ากลัว

“เธอมาที่นี่เพื่อขายตัวแล้วจะดิ้นหาพระแสงอะไร ฉันไม่ชอบออกกำลังกายหรอกนะ!

คนฟังตาโตตกใจถึงขีดสุด ใช้กำลังเฮือกสุดท้ายผลักสุดแรงจนร่างสูงผงะถอยหลังชั่วขณะได้จังหวะวิ่งอย่างรวดเร็ว

“ว้าย!”เอวบางถูกรวบไว้อย่างทันท่วงที ก่อนสองร่างจะล้มลงบนโซฟาสีขาวในห้องนั่งเล่น “ไม่! ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ได้ขายตัว!”กายแกร่งทาบทับกดร่างแนบโซฟาไม่ยอมปล่อย

“รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเป็นใครถึงได้หนีแบบนี้ เธอคงรู้ชะตากรรมตัวเองแล้วใช่ไหมที่บังอาจทำเรื่องเสื่อมเสียให้กับฉัน!

เธอทำอะไรผิดถึงได้มาเจอเรื่องแบบนี้ มันไม่ใช่ ทุกอย่างคือการเข้าใจผิด ไม่เข้าใจเลยเพราะอะไรถึงตัดสินว่าเธอคือผู้หญิงขายตัวไปได้

“ฉันไม่รู้ว่าคุณคือใคร แล้วฉันก็ไม่ได้ขายตัว ปล่อยฉันไปเถอะ!”คนถูกจับพยายามร้องขอ น้ำตาเริ่มไหลริน

“อย่ามาแก้ตัว ฉันสืบมาหมดแล้ว ทำเสแสร้งตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์บอกมาว่ามีใครทำเรื่องนี้บ้าง!

“ไม่รู้ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น!

“ไม่รู้อย่างนั้นเหรอ”น่าโมโหนักเห็นหน้าสวยๆ ตาใสๆ ไม่นึกว่าจริตจะมากขนาดนี้ “ถ้าตอบแบบนี้อีกฉันจะจับเธอแก้ผ้า!

“อย่านะ!”คนถูกขู่น้ำตาเริ่มไหล กายไหวเพราะแรงสะอื้น “ฉันไม่รู้จริงๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงคิดว่าเป็นฉัน”

อยากหัวเราะออกมานัก จะแสดงบทเจ้าน้ำตาไปถึงไหน ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้ามาเสนอตัวถึงที่นี่หากไม่ใช่

“เธอจะแกล้งทำเพื่ออะไรหากยอมรับความจริงมาฉันจะไม่เอาเรื่อง”

“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องยอมรับ!

“ถ้าเธอไม่ได้ขายตัว แล้วทำไมลูกค้าที่เข้ามาทานอาหารถึงได้บอกว่ามีผู้หญิงไปขายบริการถึงโต๊ะ ยังบอกว่าถ้าต้องการให้เรียกหาผู้หญิงชื่อไอ ตุ๊กตาไหมพรมคือข้อตกลงในการซื้อขาย ถามหน่อยเถอะถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะใครในเมื่อเธอตอบรับทุกอย่างที่ฉันพูดในวันนั้น!

ไอรินทร์หน้าเสียนี่มันหมายความว่าอะไร ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงใช้ชื่อเธอสมอ้างในเมื่อที่ร้านไม่มีใครชื่อไอนอกจากตัวเธอคนเดียว

“แต่ฉันไม่ใช่ ฉันไม่ได้ขายตัวไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสียให้พาราไดซ์!

“ยังกล้าปฏิเสธอีกเหรอหลักฐานชี้ชัดขนาดนี้!

“ฉันพูดความจริง ฉันไม่ได้ทำ!”ยืนยันเสียงหนักแน่น

แควก!

เสื้อตัวในถูกกระชากจนขาดติดมือ ไอรินทร์อ้าปากค้างด้วยความตกใจ

“กรี๊ด!”กรีดร้องยกมือปิดหน้าอกตนเองเป็นพัลวัน

ชั่วขณะหนึ่งเมื่อทรวดทรงปรากฏต่อสายตา ชายหนุ่มนิ่งงันจังหวะเผลอมือสองข้างยกผลักสุดแรงจนร่างสูงเสียหลักล้มลงกับพื้น ไอรินทร์ตะเกียกตะกายลุกทั้งน้ำตาเพื่อไปยังหน้าประตู แต่เรียวแขนถูกคว้าไว้ร่างบางถูกกระชากกลับมาอีกครั้ง

เพียะ!

มือฟาดลงบนใบหน้าผู้ชายใจร้าย มองผ่านม่านน้ำตาด้วยความอดสู่ถูกเหยียดหยามสารพัดทั้งที่เธอไม่ใช่คนผิดแทนที่จะสืบให้รู้เรื่องราวเสียก่อน ปรักปรำกันขนาดนี้ ทำร้ายกันขนาดนี้เธอไม่ใช่ผู้หญิงดาษดื่นทั่วไปมีพ่อมีแม่ มีศักดิ์ศรีเช่นเดียวกับคนอื่น

คนถูกตบขบกรามหันมองจ้องหน้าเอาเรื่อง ยกมือลูบใบหน้าใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรงเมื่อถูกท้าทายถึงเพียงนี้ ไอรินทร์ไม่ได้หันมองอีกวิ่งอย่างรวดเร็วถึงหน้าประตูเปิดออกแล้วพาร่างตนเองออกจากที่นั้นให้เร็วที่สุด

ผลั่ก!

สองร่างชนกันแต่คนล้มกับเป็นเธอ ไอรินทร์รีบลุกยืนจ้องมองชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาออกแนวเอเชีย ซากิชะงักงั้นเมื่อเห็นน้ำตาของสาวน้อยที่พบหน้ากับเมื่อวานที่ร้านอาหาร ร่างสูงขยับจะเข้าใกล้เพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บแต่อีกฝ่ายกลับถอยห่าง

“เลวเหมือนกัน อย่ามายุ่งกับฉัน!”ไอรินทร์วิ่งหนีออกห่างอย่างรวดเร็ว

ซากิจ้องมองแผ่นหลังด้วยความมึนงง เจ้านายทำตามแผนหรือเปล่า แล้วทำไมสภาพของหญิงสาวคนนั้นถึงได้ยุ่งเหยิงราวกับผ่านสมรภูมิรบมาก็ไม่ปาน ป่านนี้คุณชายคนเล็กจะเป็นเช่นไรบ้าง บอดี้การ์ดหนุ่มเปิดประตูเข้าด้านในจ้องมองตุ๊กตาไหมพรมนับสิบกระจัดกระจายเต็มพื้น มองเลยไปถึงเจ้านายหนุ่มนั่งอยู่บนโซฟาสีหน้าเคร่งเครียด

“เกิดอะไรขึ้นครับ”ซากิเอ่ยถาม

“ก็ไม่มีอะไร”

เหลือบมองเสี้ยวหน้าเป็นรอยแดง ซากิตระหนกไม่คิดว่าเธอจะรุนแรงกล้าตบหน้าบุตรชายคนเล็กแห่งตระกูลอัลเล็นโซ่ได้

“ผมทำแผลให้นะครับ”ซากิบอกแล้วเดินตรงไปหยิบกล่องยา

“ไม่ต้อง ช่างมัน!

นึกเจ็บแค้นในใจ ค่อยดูเถอะเขาจะจัดการผู้หญิงคนนั้นให้ได้ ต่อให้เธอผิดหรือไม่ก็ตาม ในเมื่อหยามกันถึงเพียงนี้กล้าตบหน้าเขาทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย

“ฉันไม่มีทางปล่อยไว้แน่!

ร่างสูงลุกยืนหุนหันเดินเข้าห้องนอนด้วยความหงุดหงิด ซากิถอนใจออกมาเฮือกใหญ่รู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นเช่นนี้เพราะเจ้านายไม่เคยปล่อยให้คนที่ทำร้ายตนรอดเงื้อมมือไปได้สักคน


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องสุดท้ายในซีรีย์ยอดดวงใจเทพบุตรอัลเล็นโซ่"

Vanalak29


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha