ยอดรักพัสกาญ (ซีรีส์ ยอดรักยอดดวงใจ)

โดย: อติญา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : เศษซากของความรู้สึก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                    “กลับมาแล้วเหรอแม่ตัวดี” เสียงบิดาตวาดเสียดังลั่นในทันทีที่กัญญาณัฐและคุณหญิงลออก้าวขาเข้ามาในบ้านกัลยาสกุล

                    “ยาหยีขึ้นไปข้างบนก่อนลูกให้ย่าคุยกับพ่อของเขาเอง” คุณหญิงหันไปพูดกับหลานด้วยน้ำเสียงอาทรก่อนจะหันไปทำตาเขียวใส่ลูกชายในไส้ของตัวเอง

                    “อย่าเพิ่งไปไหนยาหยี คุณแม่ครับ คุณแม่ให้ท้ายยายยาหยีแบบนั้นมันถึงทำงามหน้านี่ผมไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วส่งไปร่ำไปเรียนแต่ดันไปมั่วยากันกลางวันแสกๆ” กิตติภพพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าเต็มไปด้วยอารมณ์

                    “เอาหน้าของแกไว้ที่เดิมนั่นแหละตาภพแทนที่จะถามลูกก่อนว่าเป็นยังไงมายังไงแกดันไปฟังข่าวบ้าๆ แล้วมาใส่อารมณ์เอากับลูก” หญิงสูงวัยก็กางปีกปกป้องหลานสาวสุดที่รักสุดชีวิต ลูกชายนางก็ไม่เคยจะฟังอะไรกิตติภพทุกอย่างเก่งรูทุกเรื่องแต่มาโง่กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง แล้วที่ฉุนเฉียวนี่คงจะฟังเมียใหม่เข้าไปมากเลยมาพาลอารมณ์เสียเอากับลูกแน่ๆ

                    “ใจเย็นๆ นะคะคุณภพ ยาหยีแกคงเสียขวัญถ้าติดยาก็ส่งไปบำบัดสมัยนี้หมอดีๆ เขารักษาได้ ไปเมืองนอกก็ยังได้เลยนะคะ” นิรชาภรรยาใหม่ของกิตติภพที่เอาเต้าไต่จากการเป็นพนักงานบริษัทระดับล่างจีบปากจีบคอพูด

                    “ฉันคิดว่านี่เป็นเรื่องของคนในครอบครัวกัลยาสกุลคนอื่นไม่ควรสอด ยาหยีมาหายายลูกในเมื่อพ่อเขาจะพูดให้ได้เราก็จะพูดให้เขาฟังว่าทั้งหมดมันเกิดจากผู้ชายที่พ่อเราหลับหูหลับตาเลือกให้นั่นแหละ” หญิงสูงวัยกรีดน้ำเสียงเชือดเฉือนใส่คนตรงหน้า ไม่รู้ว่าลูกชายของนางไปเห็นความดีความงามอะไรในตัวผู้หญิงคนนี้

                    “คุณแม่หมายความว่ายังไงครับแล้วตาศิระมาเกี่ยวอะไรด้วย”

                    “ก็พ่อศิระที่แกกับเมียใหม่เห็นดีเห็นงามมันหลอกลูกแกไปทำระยำมาสิตาภพ แกรู้ไหมว่ายาหยีโดนมันทำร้ายอะไรมาบ้าง” เมื่อลูกชายยังไม่มีทีท่าจะตาสว่างคนเป็นแม่ก็กรีดเสียงเข้มขึ้น

                    “แหม! คุณหญิงคะเด็กสมัยนี้เขาก็รักแรงเกลียดแรงแถมไวไฟมันเป็นธรรมดาแล้วล่ะค่ะ”

                    “ไม่รู้อะไรก็อย่ามาพูดเธอพูดสอดคุณย่ามาสองครั้งแล้วนะ!” เด็กสาวที่ทนฟังมานานขึ้นเสียงใส่บุคคลที่สามผู้ที่เป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวเธอต้องอยู่ไม่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก ผู้หญิงที่ใช้มารยาพรากอ้อมกอดของแม่ พรากความรักของพ่อไปจากเธอตังแต่อายุไม่ถึงสิบขวบ

                    “ยาหยี! ใครสอนให้ไม่มีมารยาทกับผู้ใหญ่” เมื่อบิดาขึ้นเสียงใส่เด็กสาวก็ลุกขึ้นยืนจังก้ามองตาขวางนาทีนี้เธอไม่คิดจะกลัวอะไรอีกแล้ว

                    “ไอ้ศิระของพ่อมันวางยาหยี มันข่มขืนหยีถ่ายคลิปไว้แบล็กเมล์ มันนี่แหละเป็นคนจัดปาร์ตี้บ้าๆ แล้วหนูไปที่นั่นเพื่อจะบอกกับมันว่าหนูท้อง คุณพ่อได้ยินไหมยาหยีถูกไอ้ศิระข่มขืนจนท้องคุณพ่อได้ยินไหมคะ! ฮือ” เด็กสาวตะโกนใส่หน้าพ่อก่อนจะทรุดนั่งลงร้องไห้อย่างไม่อายใคร เธอทำให้คุณย่าผิดหวังมันก็ช้ำใจพอแล้วแต่พ่อแท้ๆ ยังไม่ฟังเหตุผลของเธออีก ถ้ามันจะพังก็ให้พังกันวันนี้เลยดีกว่ามันไม่คงจะไม่มีอะไรที่เลวร้ายไปมากกว่านี้อีกแล้ว

                    “ยาหยี ลูก คุณแม่ครับมัน... มันอะไรกัน” กิตติภพทิ้งตัวลงกับโซฟาอย่างหมดแรง เขารู้สึกหูอื้อตาใจสั่นลายไปหมด

                    “ฉันจะพายาหยีไปพักก่อนวันนี้หลานฉันเจอเรื่องหนักๆ มามากพอแล้ว” คุณหญิงลออ ยอบกายประคองหลานรักเอาไว้ในอ้อมกอดซึ่งตอนนี้เด็กสาวได้แต่น้ำตานองหน้าแต่ไม่ปริปากให้เสียงสะอื้นลอดออกมาแม้แต่น้อย

                    “แหม! ... อย่าไปกล่าวหาคุณศิระเขาอย่างนั้นสิคะ สนุกก็สนุกกันสองคนพอมีปัญหาก็จะไปโทษผู้ชายเขาคนเดียวได้อย่างไรกัน” นิรชาจีบปากจีบคอพูดอีกผู้หญิงคนนี้ต่อให้เตือนอย่าไรก็ไม่เห็นท่าว่าสันดานจะดีขึ้นมาได้เลยจริงๆ

                    “หุบปากไปเลยนะอีดอกทอง! ใครเขาจะนิสัยเหมือนมึงล่ะที่แย่งผัวคนอื่นหน้าด้านๆ” สิ้นแล้วความอดทนอดกลั้น กัญญาณัฐถลาเข้าใส่เมียใหม่ของพ่อเพื่อจิกทึ้งตบตีด้วยความโมโห ผู้หญิงคนนี้ร้ายทำไมคุณพ่อของเธอถึงมองไม่เห็น

                    “ยาหยีพอ พอแล้วอย่าก้าวร้าวผู้ใหญ่” กิตติภพพยายามแยกลูกสาวออกจากภรรยาใหม่แต่กัญญาณัฐก็มือเหนียวและแรงดีกว่าที่คิด

                    “ยาหยีพ่อบอกให้หยุดไง!”


                    พลั่ก!

                    ร่างเล็กของเด็กสาวปลิวไปตามแรงผลักของบิดาจนล้มลงก้นจ้ำเบ้าแต่กระนั้นเด็กสาวร่างเล็กก็สะใจที่มือจิกเส้นผมของเมียใหม่พ่อได้มาเต็มกำมือ

                    “ยาหยีลูกหนูเจ็บตรงไหนไหม?” ย่าที่เห็นเหตุการณ์มาโดยตลอดตระกองกอดหลานสาวเอาไว้แนบอกตาก็กวาดหาบาดแผลตามเนื้อตามตัวของกัญญาณัฐไปด้วย

                    “เจ็บสะโพกนิดหน่อยค่ะยาหยีคงล้มกระแทกพื้นแรงไปคุณย่าช่วยพยุงหน่อยได้ไหมคะ” ทันทีที่คุณย่าพยุงร่างเธอขึ้นจากพื้นกัญญาณัฐก็รู้สึกถึงความเปียกชื้นตามเรียวขา โลหิตแดงฉานกำลังไหลลงมาจนบางส่วนไหลเลอะพื้นหินอ่อนมีราคาจนกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่ว

                    “ตาภพ พาลูกไปหาหมอเร็ว” คุณหญิงลออร้องเรียกบุตรชายที่เอาแต่พะเน้าพะนอเมียใหม่ให้หันมามองลูกของตัวเองบ้าง และเมื่อกิตติภพหันมาเห็นเลือดที่กองอยู่หว่างขาของกัญญาณัฐก็ทิ้งนิรชามาหาแก้วตาดวงใจทันที


                    ภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพในการรักษาและค่าบริการที่แพงหูฉี่ ทีมแพทย์และพยาบาลกำลังกรูกันให้ความช่วยเหลือเด็กสาว การวินิจฉัยเบื้องต้นนั้นคนไข้มีอาการตกเลือดแต่ผลจากการอัลตราซาวด์กลับพบว่าตัวอ่อนในครรภ์ไม่มีการเคลื่อนไหว และเนื่องจากคนไข้ไม่มีประวัติการฝากครรภ์หมอเลยคาดคะเนเอาไว้ก่อนว่าตัวอ่อนในครรภ์คนไข้น่าจะหยุดการเจริญเติบโตไปแล้ว

                    “ญาติคนไข้คะ เนื่องจากคนไข้มีอาการครึ่งหลับครึ่งตื่นไม่ได้สติหมอเลยจะมาแจ้งว่าเราจะสอดยาเหน็บช่องคลอดเพื่อนำเอาทารกในครรภ์ออกมานะคะ เนื่องจากตรวจแล้วไม่พบการเคลื่อนไหวใดๆ ภายในมดลูกเลยจึงสันนิษฐานว่าเด็กหยุดพัฒนาและการเจริญเติบโตไปก่อนหน้านี้แล้ว”

                    “ยังไงก็ได้ค่ะคุณหมอช่วยเหลนฉันไม่ได้ก็ช่วยหลานฉันไว้นะคะ” คุณหญิงลออใจหายเมื่อข่าวร้ายที่ได้รับตลอดทั้งวันนี้มันประเดประดังถาโถม ลำพังตัวนางลึกๆ ยอมรับว่าดีใจที่หนึ่งชีวิตได้จากไปโดยไม่มีวันกลับแต่อีกหนึ่งชีวิตที่ยังคงอยู่จะต้องเข้มแข็งและอดทนอีกมากมายขนาดไหนกันหนอ

                    ... คนแก่ก็ได้แต่หวังว่าหลานสาวจะอดทนจนทุกอย่างผ่านพ้นไปได้


                    เปลือกตาของคนที่นอนหลับสนิทข้ามวันข้ามคืนค่อยๆ กระตุกเบาๆ จนกระทั่งลืมตื่นขึ้นอย่างเต็มตา ความเจ็บปวดหน่วงๆ บริเวณร่างกายช่วงล่างและความปวดหนึบที่แขนซ้ายทำให้เจ้าตัวรู้ว่าเธอลืมตาตื่นขึ้นมาอยู่ที่ไหน กลิ่นแบบนี้ เสาน้ำเกลือ เธอต้องอยู่ที่โรงพยาบาลแน่นอน

                    “ยาหยีตื่นแล้วหรือลูกอย่าเพิ่งขยับ หนูจะเอาอะไรบอกย่านะลูกนะ” หญิงสูงวัยที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำส่งเสียงมาก่อนที่ตัวเองจะเดินมาถึงเตียงของหลานรัก

                    “คุณย่า...”

                    “ไม่เป็นไรลูกยาหยีปลอดภัยแล้ว... แต่เด็กหมอบอกว่าเขาหยุดพัฒนาการนานแล้วเขาเลยไม่ได้อยู่กับเรา” ดวงตากลมจ้องมองผู้เป็นย่า สติสัมปชัญญะและการรับรู้ของเธอกลับกลายเป็นศูนย์ทันทีที่ได้ยินเสียงผู้เป็นย่าพูดจบ เธอเจ็บแต่ไม่มีน้ำตาจะไหล เธอเสียใจแต่ระบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เลย

                    เด็กคนนี้แม้ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความตั้งใจแต่เธอไม่เคยสักครั้งที่จะคิดทำร้ายหรือทำลายเขา...

                    “ยาหยีไม่ต้องคิดอะไรตอนนี้นะลูกนะคุณแม่หนูกำลังจะมาหา พักผ่อนก่อน” คุณหญิงลออจัดผ้าห่มให้เข้าที่พลางลูบศีรษะทุยของหลานสาวพยายามถ่ายทอดความรักความห่วงใยผ่านสัมผัสซึ่งนางไม่อาจรู้ได้เลยว่าหลานสาวไม่อาจรับรู้ถึงความรู้สึกใดๆ แล้ว

                    ... เจ็บแต่ร้องไม่ออก เสียใจแต่บอกใครไม่ได้เธอเจ็บปวดข้างในหัวใจเหลือเกิน


                    “ยาหยีเป็นแบบนี้นานแค่ไหนแล้วคะคุณแม่” กัญญาวีมองลูกสาวคนเดียวที่นอนตาลอยไม่รับรู้การมาของเธอด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ลูกสาวที่ร่าเริงสดใสของเธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่แม่ลูกยังคงติดต่อกันอยู่ตลอดแถมเธอก็กลับมาหาลูกทุกปี ส่งของขวัญและโทรมาหาในทุกๆ วันสำคัญของลูกเสมอเพราะไม่อยากให้ลูกรู้สึกว่าขาดอะไรไป

                    “ตั้งแต่ตื่นมาก็เป็นแบบนี้เห็นคุณหมอจะให้จิตแพทย์มาช่วยดู ยาหยีคงได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจมากเกินไป” คุณหญิงลออพูดไปน้ำตาก็รื้นขึ้นคลอนัยน์ตาเพราะนางก็ห่วงกัญญาณัฐไม่แพ้ใครเหมือนกัน

                    “แล้วพ่อเขาล่ะคะมาดูลูกบ้างไหม?” เมื่อเอ่ยปากถามถึงอดีตสามีสีหน้าของผู้สูงวัยก็ดูจะเจื่อนไปเล็กน้อย คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากิตติภพคงจะไม่ได้มาดูแลลูกสาวเลยสิท่า

                    “ถ้ากัญอยากจะพาลูกไปอยู่ด้วยคุณแม่จะว่าอะไรไหมคะ? กัญรู้ว่าคุณแม่รักและดูแลยาหยีเป็นอย่างดีมาโดยตลอดแต่มันจะไปสู้ความรักของพ่อกับแม่ได้ยังไงกัน... ขอโทษนะคะที่ต้องพูดตรงๆ ลูกชายคุณแม่คงจะไม่ได้เจียดเวลามาดูแลยาหยีเลยลูกถึงได้โดนรังแกแบบนี้” เธอพุ่งเป้าไปที่อดีตสามีอย่างจงใจ ศิระเป็นคู่หมายที่เขาเลือกมาให้ลูกเองอย่างไรเสียเรื่องนี้อดีตสามีเธอก็มีส่วนต้องรับผิดชอบ

                    “แม่ขอไปกับหลานด้วยนะกัญก็รู้ว่าแม่แก่แล้วจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่มีใครรู้ ถือเสียว่าคนแก่ขอเถอะนะกัญ” ยามนี้สตรีสองวัยต่างมีเรื่องในใจมากพอๆ กัน กัญญาวีไม่คิดจะขัดขวางเพราะถึงอย่างไรแล้วคุณหญิงลออก็เลี้ยงดูลูกของเธอมาด้วยความรักความเอาใจใส่ การจะไปเริ่มต้นใหม่ในที่ที่สภาพแวดล้อมแตกต่างมีถ้าคนคุ้นเคยไปด้วยลูกสาวเธอน่าจะปรับตัวได้ไวขึ้น ส่วนด้านผู้สูงวัยนางเองก็มั่นใจว่าตัวเองคงจะมีประโยชน์กับหลานสาวอยู่บ้างแม้ว่าเองอาจจะเคยพลาดอะไรหลายๆ อย่างไปก็ตาม

                    “แต่ยังไงก็ต้องให้หมอเขารักษายาหยีให้แกดีขึ้นกว่านี้ก่อนเราคงย้ายแกไปไหนตอนนี้ไม่ได้”

                    “ค่ะกัญจะรอจนกว่าลูกจะดีขึ้นถ้าแกแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจพร้อมเดินทางเมื่อไหร่เราจะไปกันทันทีนะคะ” แม้ใจคนเป็นแม่อยากจะพาลูกบินไปวันนี้พรุ่งนี้แต่ก็มิอาจจะทำได้ ก็คงต้องรอคุณหมอเจ้าของไข้เข้ามาประเมินอาการอีกครั้งถึงค่อยตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกันต่อไปดีและที่แน่นอนที่สุดลูกของเธอจะต้องได้รับความยุติธรรมไอ้คนที่มันทำร้ายยาหยีต้องได้รับโทษทางกฎหมาย

                    และจากการประเมินสภาพจิตใจเบื้องต้นกัญญาณัฐมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการซึมเศร้าได้ในอนาคต ซึ่งวิธีการแก้ไขนั้นคุณหมอบอกว่าต้องรักษาไปพร้อมๆ กับบาดแผลทางร่างกายซึ่งตอนนี้ญาติๆ ต้องให้กำลังใจและพยายามพูดคุยกับคนไข้บ่อยๆ และที่สำคัญคือต้องมีคนอยู่เป็นเพื่อนตลอดเวลาหากอยู่คนเดียวอาจทำให้เด็กสาวเคว้งคว้างจนคิดสั้นได้

                    ตอนนี้กัญญาวีและคุณหญิงลออจึงผลัดเวรกันอยู่เป็นเพื่อนกัญญาณัฐตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง โชคดีที่ห้องพักแบบพิเศษนี้มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันจึงไม่ยากลำบากอะไร อาหารก็โทรสั่งที่ห้องอาหารของโรงพยาบาลแต่บางวันคนที่บ้านก็เตรียมมาให้พร้อมกับเก็บเสื้อผ้าไปซักรีดมาให้เสร็จสรรพ

                    “ยาหยีหนูเช็ดตัวก่อนนะลูกเวลานอนจะได้สบายตัวแม่เอาแป้งที่หนูชอบมาแล้วนะกระป๋องโปรดที่อยู่ในห้องของหนูเลย” คนเป็นแม่ยิ้มพลางชูกระป๋องแป้งเด็กของลูกสาวไปตรงหน้า ตอนนี้คุณหญิงลออสั่งขนของใช้ส่วนตัวของกัญญาณัฐมาไว้ที่โรงพยาบาลเพราะหวังว่าสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยจะช่วยทำให้หลานสาวของนางดีขึ้นในเร็ววัน

                    ดวงตากลมโตที่ลึกโหลจ้องมองคนที่ถือกระป๋องแป้งอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รับรู้ว่าคุณแม่และคุณย่าพยายามทำเพื่อตัวเธอเองขนาดไหนเพียงแต่กัญญาณัฐยังไม่พร้อม เธอยังไม่เข้มแข็งพอที่จะยอมรับการสูญเสีย... ไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็นเรื่องจริง

                    “คุณแม่ขา ยาหยีขอโทษ” ร่างเล็กที่ซูบผอมประนมมือขึ้นหว่างอกเพื่อขอโทษที่ทำให้มารดาต้องผิดหวัง เธอรู้ว่าแม่ไม่โกรธแต่ก็ยังอยากจะขอโทษท่านอยู่ดี เธอก็ทนทำตัวอ่อนแอต่อไปไม่ไหวยิ่งเห็นที่ผู้หญิงที่เธอรักทั้งสองคนต้องแอบนอนร้องไห้ในยามค่ำคืนใจดวงน้อยมันเจ็บเหลือจะทน

                    “ไม่เป็นไรลูก... ยาหยีของแม่ไม่ได้ตั้งใจเราเริ่มต้นกันใหม่ได้นะคะ รีบรักษาตัวให้หายก่อนดีกว่าหนูอย่าไปคิดอะไรมากให้มันเครียดเลยลูก” อ้อมกอดที่คุ้นเคยทำให้เด็กสาวอุ่นซ่านไปถึงใจ ตอนนี้เธอจะทำตามที่คุณแม่บอกเธอจะรักษาตัวให้หายแล้วจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha