ยอดรักพัสกาญ (ซีรีส์ ยอดรักยอดดวงใจ)

โดย: อติญา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : เริ่มต้นใหม่


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                    กัญญาณัฐยืนมองกลุ่มควันที่ค่อยๆ ลอยล่องออกจากปล่องเมรุด้วยใจที่สงบ สุดท้ายคนเรามันก็เท่านี้ศิระได้ชดใช้กรรมของตัวเองไปแล้วด้วยการถูกทำร้ายอย่างความเจ็บปวดทารุณ เด็กสาวมาร่วมงานสวดอภิธรรมทุกคืนโดยมีพี่หมวดเขื่อนคอยมาอยู่เป็นเพื่อน ที่บ้านเธอวางใจเขามากจนอนุญาตให้ไปไหนมาไหนด้วยกันได้

                    “จะกลับกันหรือยังครับ” น้ำเสียงที่ทุ้มนุ่มมาพร้อมกับสัมผัสอบอุ่นที่มือเล็ก ผู้หมวดเขื่อนกุมมือน้อยเอาไว้มั่นเพราะเขารู้ว่ายามนี้เด็กสาวกำลังอ่อนแอ กัญญาณัฐรู้จักกับศิระมาตั้งแต่เด็กๆ แถมยังหมั้นกันเกือบสองปีอะไรๆ มันเกือบจะสมบูรณ์แล้วแบบถ้าศิระไม่ทำเลวกับเธอก่อน

                    “กลับเลยค่ะ พี่เขื่อน... วันมะรืนยาหยีจะย้ายไปอยู่กับคุณแม่แล้วนะคะ” กัญญาณัฐพูดเสียงเบาเพราะเธอยังไม่เคยเกริ่นเรื่องนี้กับคนตรงหน้าเลย ถึงแม่ระยะนี้เธอและเขาจะเจอกันไม่บ่อยแต่ก็ยังมีส่งข้อความทักทายหรือไม่ก็โทรหากันสองสามวันครั้ง เนื้อความของบทสนทนาก็มีแต่การไถ่ถามถึงสุขภาพกายสุขภาพจิตของเธอเสียเป็นส่วนใหญ่

                    “ครับ เดี๋ยวพี่จะไปส่งยาหยีบอกเวลามาก็แล้วกันจะให้พี่ชวนหมอนิดไปส่งด้วยไหม?” ผู้หมวดหนุ่มพูดถึงเพื่อนสาวที่ระยะนี้วุ่นๆ อยู่กับงานและเรื่องส่วนตัวต่างๆ มากมายเลยไม่ค่อยมีเวลาว่างมาเจอกันเหมือนเมื่อก่อน

                    “ยาหยีขอโทรบอกพี่หมอเองจะดีกว่าค่ะ” เด็กสาวยิ้มน้อยๆ ก่อนที่จะยอมให้ผู้หมวดหนุ่มจูงมือเธอไปขึ้นรถ ผู้หมวดพัสกาญเป็นสุภาพบุรุษเสมอเขาไม่เคยหาเศษหากับเธอนอกเหนือไปมากกว่าการจับมือถือแขน

                    มือใหญ่ของเขาคอยปลอบประโลมให้เธอคลายกังวลยามที่เจอกับฝันร้าย น้ำเสียงที่อบอุ่นทำให้เธออุ่นใจทุกครั้งเมื่อได้พูดคุยปรึกษาและเธอก็ได้แต่หวังว่าตัวเองจะโชคดีมีพี่หมวดอยู่ข้างๆ อย่างนี้ตลอดไป

                    “คิดอะไรอยู่คิ้วขมวดเชียว” ผู้หมวดพัสกาญทักขึ้นเมื่อแอบเห็นคนตัวเล็กข้างๆ ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่นานแล้ว ตลอดเวลากว่าห้าเดือนที่ทั้งคู่รู้จักกันนั้นพอจะทำให้เขารู้จักนิสัยใจคอกัญญาณัฐดีพอสมควร เด็กสาวจะหน้านิ่วคิ้วขมวดเวลาที่กำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ในใจ... ตอนนี้เธอคงมีเรื่องไม่สบายใจซุกซ่อนอยู่แน่นอน

                    “แค่คิดอะไรนิดหน่อยค่ะไม่ได้สำคัญอะไรมากนักหรอก พี่หมวดจะอยู่ทานข้าวเย็นไหมคะเมื่อเช้าคุณย่าฝากถามเอาไว้”

                    “คงต้องขอฝากท้องไว้กับคุณย่าด้วยแล้วล่ะครับ” ผู้หมวดพูดยิ้มๆ เพราะอาหารฝีมือคุณหญิงลออนั้นแสนอร่อยยิ่งถ้าได้นั่งกินไปมองหน้าสวยๆ ของหลานสาวท่านไปด้วยเขานี่เหมือนกับได้ลอยขึ้นสวรรค์

                    “ถ้าอย่างนั้นยาหยีโทรชวนพี่หมอด้วยดีกว่าจะได้บอกข่าวการเดินทางไปด้วย” เด็กสาวพูดพลางต่อสายหาคุณหมอปนิตา คุยกันนิดหน่อยเพราะคุณหมอรับปากว่าจะมาทานข้าวเย็นด้วยที่บ้านเธอเลยเก็บเรื่องราวเอาไว้เล่าให้ฟังทีเดียวเลย


                    “กลับมากันแล้วหรือลูก” คุณกัญญาวีเดินมารับลูกสาวที่หน้าบ้านพร้อมรับไหว้ผู้หมวดพัสกาญที่เธอเห็นเป็นคนพิเศษของลูกสาว

                    “คุณย่าล่ะคะคุณแม่”

                    “อยู่ในครัวค่ะ ยาหยีไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไปเพิ่งกลับมาจากงานศพเดี๋ยวแม่เตรียมของว่างไว้ให้ หมวดก็เชิญข้างในเลยค่ะ วันนี้คุณย่าคงดีใจที่มีคนมาทานอาหารฝีมือท่านอีกแล้ว” คนเป็นแม่ดันหลังลูกสาวให้เดินเข้าบ้านก่อนจะหันไปเชิญชวนผู้หมวดหนุ่มให้เข้ามาพักผ่อน

                    “เดี๋ยวพี่หมอนิดจะตามมานะคะ พี่หมวดรอยาหยีก่อนเดี๋ยวจะรีบลงมา” กัญญาณัฐบอกอย่างร่าเริงพลางวิ่งขึ้นบันไดไปบนชั้นสองของบ้านพร้อมกับร้องเพลงไปตามทางเพื่อจัดการตัวเองตามที่คุณแม่บอก

                    “ยังซนเป็นเด็กเลยลูกคนนี้ หมวดดื่มน้ำรอก่อนนะหรือว่าจะรับของว่างเลย” คุณกัญญาวีส่ายศีรษะให้ความแก่นแก้วของลูกสาว

                    “รอยาหยีลงมาก่อนก็ได้ครับจะได้ทานพร้อมกัน เห็นน้องร่าเริงได้แบบนี้ผมก็ดีใจ”

                    “น้าต้องขอบคุณหมวดมากนะที่คอยช่วยไม่อย่างนั้นน้าเองก็คงจะทำอะไรไม่ถูก” ผู้สูงวัยกล่าวขอบคุณออกมาจากใจจริงเธอเป็นหนี้ทั้งผู้หมวดพัสกาญและคุณหมอปนิตา เพราะยาหยีมีช่วงที่สุขภาพจิตแย่มากๆ ตอนนั้นเธอไม่เอาใคร ไม่ออกจากห้อง ไม่เข้าสังคม พอได้สองคนนี้มาช่วยดูแลอาการก็เริ่มจะดีขึ้นตามลำดับ

                    “ผมเต็มใจครับและผมเชื่อว่าหมอนิดเองก็เต็มใจด้วยเหมือนกัน”

                    “น้าอาจจะคิดมากแต่หมวดไม่ได้รังเกียจน้องใช่ไหมลูก ไม่ได้รังเกียจที่ลูกสาวน้าไม่ได้ดีพร้อมเหมือนผู้หญิงคนอื่น” ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนย่อมสังเกตเห็นความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวที่กำลังเริ่มพัฒนา เธอไม่มีเจตนาจะขัดขวางแต่อยากให้แน่ใจว่าชายหนุ่มไม่ได้คิดรังเกียจที่เด็กสาวนั้นมีตำหนิไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องอะไร

                    “ถ้ารังเกียจผมคงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้หรอกครับ คุณน้าไม่ต้องคิดมากอะไรเลยเพราะผมปรารถนาดีกับตัวยาหยีจริงๆ” ว่ากันตามตรงพัสกาญเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจในความรู้สึกของตัวเองสักเท่าไร แต่ที่เขามั่นใจคือตนเองนั้นปรารถนาดี และหวังจะให้ชีวิตของกัญญาณัฐพบเจอแต่ความสุข แต่ถ้าเวลาผ่านไปอีกระยะเขาอาจจะพูดได้เต็มปากว่าความรู้สึกนั้นคืออะไรมันอาจจะใช่ความรักก็เป็นได้

                    “คุณแม่กับพี่เขื่อนคุยอะไรกันคะหน้ายุ่งเชียว ยาหยีไปหาคุณย่าก่อนดีกว่า”

                    “พี่ไปด้วยครับ ขออนุญาตนะครับคุณน้า” เมื่อคิดขึ้นได้ว่าตัวเองยังไม่ได้ไปทักทายผู้ใหญ่ของบ้านพัสกาญก็รีบลุกเดินตามร่างเล็กที่วิ่งหน้าตั้งเข้าไปในครัวทันที


                    “ยาหยีย่าบอกกี่ครั้งแล้วลูกว่าอย่าวิ่งในครัว” พอเข้ามาถึงในครัวก็ได้ยินเสียงผู้สูงวัยบ่นเด็กสาวแต่ถึงปากจะบ่นแต่มือคุณหญิงลออก็โอบกอดหลานสาวเอาไว้อยู่ดี

                    “สวัสดีครับคุณย่า”

                    “อ้าวพ่อเขื่อนมาพอดีเลยย่าทำทับทิมกรอบเอาไว้กินกันเลยนะลูก ไปยาหยีพาพี่เขาไปนั่งข้างนอกย่าจะให้เด็กยกขนมไปให้” ผู้สูงวัยยิ้มกว้างเมื่อเห็นหน้าของนายตำรวจหนุ่มแขกขาประจำเพราะตัวนางออกจะถูกใจในตัวเขาอยู่ไม่ใช่น้อย

                    “ให้ผมช่วยนะครับคุณย่าจะได้ออกไปทานด้วยกัน” เมื่อผู้หมวดพัสกาญออกปากหญิงสูงวัยก็ไม่ปฏิเสธยอมให้หลานสาวกับผู้กองหนุ่มช่วยกันตักขนมทับทิมกรอบแล้วยกออกไปตั้งที่โต๊ะนั่งเล่นในสวนข้างบ้าน

                    “ผมไม่ได้ทานทับทิมกรอบมานานแล้วนะครับ ยิ่งใส่มะพร้าวกะทิแบบนี้ยิ่งหาทานยาก” พัสกาญเอ่ยปากชมเพราะตั้งแต่ตากับยายของเขาเสียไปเขาก็ไม่ค่อยได้ทานอาหารที่บ้าน ยิ่งขนมไทยๆ แบบนี้แล้วยายก็ชอบทำให้กินอยู่บ่อยๆ

                    “ย่าก็จะไปอยู่กับยาหยีแล้ว เอาเป็นว่าถ้ากลับมาเมื่อไหร่ย่าจะโทรตามพ่อเขื่อนมากินนะลูก”

                    “ขอบคุณครับคุณย่า แล้วยาหยีติดต่อที่เรียนไว้แล้วหรือยังครับ” เมื่อคุณย่าพูดถึงไปเมืองนอกผู้หมวดหนุ่มก็นึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้

                    “ยาหยีกรอกใบสมัครไปแล้วค่ะตอนนี้ก็รอผลการพิจารณาอยู่แต่คงไม่มีอะไรผิดพลาด ยาหยีติดผลการเรียนจากที่นี่ไปด้วยเผื่อมันจะเทียบโอนกันได้ค่ะ” กัญญาณัฐบอกเล่าเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมา แม้มหาวิทยาลัยที่เธอเลือกไปศึกษาต่อจะไม่ได้เด่นดังแต่ก็มีคณะที่เธอต้องการเรียนแถมอยู่ไม่ไกลบ้านอีกด้วย

                    “เดี๋ยวเขื่อนกับยาหยีนั่งคุยกันไปก่อนนะลูกคุณย่ากับแม่ขอไปดูความเรียบร้อยในครัวอีกหน่อยเดี๋ยวได้เวลาที่คุณพ่อจะกลับมาแล้ว” ผู้สูงวัยสองคนปลีกตัวไปทำภารกิจในครัวทิ้งให้หนุ่มสาวนั่งเล่นกันอยู่ในสวนเผื่อว่าทั้งคู่อยากจะมีเรื่องส่วนตัวพูดคุยกัน คุณกัญญาวีและคุณหญิงลออไว้ใจหากทั้งสองคนจะคบหาดูใจกันเพราะถึงอย่างไรแล้วมันก็อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่


                    “ตายจริง! ลูกสาวคุณภพนี่เนื้อหอมนะคะคู่หมั้นเพิ่งเผากระดูกยังไม่ทันอุ่นแถมมดลูกยังไม่ทันจะแห้งก็มีผู้ชายมาอาสารับช่วงต่อเสียแล้ว” เสียงแหลมบาดหูกับคำพูดไร้จิตสำนึกเช่นนี้ไม่มีใครอื่นนอกจากภรรยาใหม่ของบิดา

                    “ถ้าไม่มีอะไรจะพูดเก็บปากไว้สวดมนต์บ้างก็ได้นะคะ!” กัญญาณัฐพูดเรียบๆ ก่อนจะฉุดมือคุณตำรวจเข้าไปภายในบ้านโดยที่พัสกาญได้แต่ค้อมศีรษะน้อยๆ ให้กับบิดาของหญิงสาว

                    “คุณภพดูลูกสาวคุณสิคะนับวันจะไม่เห็นหัวนิเข้าไปทุกที” คนขี้ฟ้องหันไปหาสามีหวังให้เขาเข้าข้าง

                    “ถ้านิไม่ไปยุ่งกับยาหยีก่อนแกก็ไม่มาก้าวก่ายเรื่องของนิหรอก ยังไงก็อย่าลืมเรื่องที่ผมเคยบอกช่วยให้เกียรติลูกสาวผมบ้าง” คุณกิตติภพพูดสั้นๆ ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นบ้านทิ้งให้เมียใหม่ของตัวเองยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่คนเดียว

                    “โอ๋มันเข้าไปเถอะอยากจะรู้นักถ้าข่าวคุณหนูไฮโซมั่วยาเคยท้องโตหลุดไปถึงนักข่าวมันจะเป็นยังไง!”


                    “ทานเยอะๆ นะหนูนิด พ่อเขื่อนย่าทำสุดฝีมือเลยนะเนี่ย” คุณหญิงลออต้อนรับแขกพิเศษของครอบครัวด้วยอาหารเลิศรสสูตรโบราณที่ตั้งใจลงครัวเองต้องแต่ช่วงบ่าย

                    “ทานนี่นะคะพี่นิดแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายไข่เค็มคุณย่าโขลกเนื้อปลาเองกับมือเลยนะคะรับรองว่าทั้งเหนียวทั้งเด้งอร่อยมาก” กัญญาณัฐใช้ช้อนกลางตักอาหารให้พี่หมอและพี่หมวดท่ามกลางสายตาชื่นชมยินดีของทุกคนจะเว้นไว้ก็แต่นิรชาที่แอบเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้

                    “ยาหยีก็ทานเยอะๆ ครับตัวเราบางจนลมจะพัดปลิวแล้ว ไปอยู่ที่นู่นฝากคุณย่าช่วยเข้มงวดกับอาหารการกินน้องหน่อยนะครับจะได้แข็งแรง” พัสกาญได้ทีก็ฝากฝังคุณย่าให้ช่วยดูแลหญิงสาวเสียเลย

                    “พูดแบบนี้แสดงว่าได้กำหนดวันเดินทางแล้วใช่ไหมคะ” คุณหมอปนิตาถามขึ้นเพราะระยะหลังนี้เธอเองก็วุ่นๆ อยู่กับงานเลยไม่ค่อยได้มาพูดคุยอะไรกับเด็กสาวเลยดูท่าคงจะตกข่าวสำคัญไปแล้วล่ะตอนนี้

                    “ยาหยีจะบินวันมะรืนค่ะพี่หมอ วันนี้ที่ชวนมาทานข้าวก็ตั้งใจจะบอกเรื่องนี้พอดี ถ้าพี่หมอว่างก็ไปส่งยาหยีด้วยนะคะ” หางเสียงเด็กสาวติดจะอ้อนๆ เพราะนอกจากพัสกาญแล้วอีกคนหนึ่งที่เธอไว้ใจก็มีพี่หมอปนิตานี่และ ยิ่งตอนเธอเดินทางไปมหาวิทยาลัยเพื่อทำเรื่องลาออกได้เจอเพื่อนๆ จิตเธอก็ยิ่งตกเพราะทุกคนรับข่าวสารมาแล้วตัดสินเธอไปแล้วทำให้เด็กสาวไม่มีความสุขจนไม่กล้าออกไปข้างนอกอีกเลย

                    แต่พอได้พูดคุยปรึกษากับพี่หมอที่เป็นจิตแพทย์ที่มีความเข้าใจปัญหาเธอเองก็เลิกกังวลและกลับมาตั้งเป้าหมายในชีวิตใหม่เธอต้องเป็นนักจิตวิทยาอย่างที่เธอฝันไว้ให้ได้

                    “พี่ไปส่งแน่จ้ะ เอ้าทานเยอะๆ นะอย่ามัวแต่ตักให้พี่กับหมวด”


                    เคร้ง!

                    เสียงช้อนกระทบจานกระเบื้องเนื้อดีส่งผลให้ทั้งโต๊ะอาหารที่กำลังมีบรรยากาศดีเงียบกริบขึ้นมาในทันใด

                    “นิขอตัวก่อนนะคะคุณภพ พอดีอาหารวันนี้มันออกจะเลี่ยนไม่ถูกปากน่ะค่ะ” นิรชายิ้มหวานให้สามีที่นั่งทำหน้าเบื่อหน่ายก่อนจะลุกออกไปจากโต๊ะอาหาร

                    “ทานต่อเถอะลูกไม่ต้องไปสนใจ” คุณหญิงลออพูดอย่างไม่ใส่ใจก่อนที่ทุกคนจะกลับมาพูดคุยไปกินไปอย่างสนุกสนาน หลังจบจากของคาวก็มีของหวานเป็นขนมหวานนอกจากทับทิมกรอบแล้วยังมีซ่าหริ่มสีสวยให้ทุกคนได้อิ่มทั้งท้องอิ่มทั้งตากับความงดงามที่คุณหญิงลออตั้งใจปรุงแต่งมันขึ้นมา


                    “ตกลงจะเลือกเรียนคณะเดิมใช่ไหม?” คุณหมอปนิตาถามขึ้น ตอนนี้เธอ หมวดพัสกาญและกัญญาณัฐกำลังนั่งเล่นย่อยอาหารอยู่ริมสระน้ำ

                    “คณะเดิมค่ะ เผื่อหนูจะได้กลับมาช่วยงานพี่หมอกับพี่หมวดบ้าง” เด็กสาวพูดไปยิ้มไปจริงๆ แล้วนักจิตวิทยาเป็นอาชีพที่เธอใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กยิ่งตอนนี้เธอมีปัญหาใหญ่ในชีวิตที่เกือบจะหาทางออกไม่ได้ ก็ได้คำปรึกษาจากจิตแพทย์อย่างพี่หมอเธอถึงเรียกความมั่นใจของตัวเองกลับคืนมาได้อีกครั้งหนึ่ง

                    “พี่ดีใจด้วยนะที่ยาหยีมีเป้าหมายในชีวิต อยู่นั่นก็ตั้งใจเรียนทางนี้พี่จะดูแลเขื่อนมันให้รับรองว่าริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมแน่ๆ” คุณหมอยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีในขณะที่เด็กสาวและเพื่อนของตัวเองหน้าแดงลามไปยันหู

                    “ฝากพี่หมอด้วยละกันค่ะแล้วยาหยีสัญญาว่าจะกลับมาดูแลเอง ขอเวลาซักสี่ห้าปี” พอได้ยินเสียงหวานเอ่ยเช่นนั้นผู้หมวดหนุ่มก็คลี่ยิ้มกว้าง... เขาตั้งใจแล้วว่ายังไงก็จะรอให้เด็กคนนี้กลับมาดูแล


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha