ยอดรักอสูรร้าย

โดย: Janya,ณิชาดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : รพีภัทร


ตอนต่อไป

บทที่ 1

รพีภัทร

 

            บรรยากาศยามตะวันร้อนแรงเลื่อนลับสู่ขอบฟ้าทอประกายสีส้มบาดตาด้านทิศปัจฉิม สายสีทองนั้นพัดพาความเย็นยะเยือกของลมโชย นำกลิ่นอายของความอบอุ่นให้จางลงแล้วดึงรั้งความหนาวเหน็บเคลื่อนเข้ามารายล้อม กระแสเกลียวคลื่นของท้องทะเลยังเอื่อยคลอเนิบช้าให้ความรู้สึกสงบเงียบ มองดูชัดๆ อีกครั้ง คลายจะเงียบเหงาและวังเวงจนน่าประหลาด ไม่ได้ให้ความรู้สึกงดงามเหมือนบรรยากาศที่รายล้อมเลยสักนิดเดียว

บริเวณริมหน้าต่างฝั่งตะวันตกที่กรุด้วยกระจกโปร่งใสของบ้านสีขาวหลังขนาดใหญ่ที่ชาวใต้ทุกคนเรียกขานกันว่า

บ้านริมทะเลรพีภัทร

เจ้าของนั้นจ่ายเงินเป็นค่าตอบแทนให้แก่สถาปนิกคนดังให้เข้ามาตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรปและดึงกลิ่นของเมืองทะเลเข้ามาผสมผสานอย่างลงตัว แม้ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนคฤหาสน์ในเทพนิยาย ไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนปราสาทของพระราชาประจำดินแดนต่างๆ แต่ความงดงามและเลิศหรูนั้นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยสักนิด

ตัวบ้านตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นในแถบทะเลอันดามันจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นเมืองขึ้นชื่อด้านทะเลที่งดงามในเขตแดนใต้ของประเทศไทย สถานที่ส่วนตัวของตระกูลเทพาธิบดีที่ห้ามบุคคลภายนอกเข้ามาย่างกลาย ตัวเรือนนั้นนำเข้าเครื่องตกแต่งยี่ห้อหรูชั้นนำของประเทศต่างๆ มาประดับประดาอย่างลงตัว เขาว่ากันว่าคนที่เคยได้ยลรวมทั้งญาติสนิทมิตรสหายที่เคยเข้ามาเป็นกรณีพิเศษต่างเล่าขานถึงความงดงามที่เกินบรรยาย ไม่ว่าจะมองมุมไหนส่วนไหนก็ตาม สถานที่ปลูกสร้างนั้นยิ่งใหญ่กว้างขวางมากจนกินพื้นที่นับห้าไร่ มูลค่าของมันมากกว่ายี่สิบห้าล้านบาทไทย ทว่า...เจ้าของบ้านราคาแสนแพงนั้นกำลังนั่งมองปฏิมากรรมชั้นเอกด้วยสายตาว่างเปล่า แววตาคู่คมหมองหม่นเกินกำลัง ม่านตาจางๆ นั้นราวกับนำพาชีวิตของตัวเองมุ่งเปลี่ยวเดียวดายออกนอกอวกาศ ชายหนุ่มมองไม่เห็นความงดงามของสิ่งปลูกสร้างนี้เลยแม้แต่น้อยนิด

            ผู้ชายคนหนึ่งที่มีรูปร่างสูงใหญ่ผิวสีขาวเนียนละเอียดสวมเสื้อผ้าเนื้อดีสีดำทั้งท่อนบนและท่อนล่าง เวลานี้กำลังนั่งทอดอารมณ์แห่งความเหนื่อยหน่ายในชีวิตที่ไร้สีสันและจำเจให้หมดหายไปกับช่วงเวลาของแต่ละวันอย่างเปล่าประโยชน์ ไม่มีแม้จะนึกเสียดายเสี้ยววินาทีที่หายไปเลยสักนิด

เครื่องแต่งกายที่สวมใส่เสมือนว่ากำลังไว้อาลัยให้กับใครสักคน แต่เจ้าตัวรู้ดีว่าเขากำลังไว้อาลัยให้ตัวเองต่างหาก ใบหน้าเฉี่ยวคมที่เคยหล่อเหลาราวกับเทพบุตรแต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกแล้ว ความเลิศเลอที่สาวๆ คลั่งไคล้ มันได้สูญสลายไป เหลือเพียงแววตาที่ขยะแขยงและรังเกียจทุกครั้งเวลาถูกจ้องมอง บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าชายหนุ่มรู้สึกเช่นไร ดวงตากลมๆ สีนิลของหม่อมหลวงรพีภัทร เทพาธิบดี กำลังเหม่อมองไปยังท้องฟ้ากว้างสีขาวสลับฟ้าอย่างไร้จุดมุ่งหมาย มองก้อนเมฆที่เคลื่อนผ่านม่านฟ้าไปอย่างช้าๆ อย่างเดียวดาย มุมปากได้รูปยกยิ้มเยาะเย้ยหยันตัวเอง นิ้วเรียวข้างขวาถูกยกขึ้นเกลี่ยใบหน้าซีกซ้ายที่เป็นต้นเหตุให้นำพาตัวเองหลบจากเมืองกรุงที่แสนวุ่นวาย หลบมุมมาอยู่เงียบๆ ท่ามกลางทะเลที่สวยงาม ชายหนุ่มนั่งอยู่บนเก้าอี้หลุยส์รองพื้นด้วยผ้าขนสัตว์เนื้อดีที่แพงหูฉี่ ก่อนจะแนบแผ่นหลังหนาแน่นด้วยมัดกล้ามสนิทกับพนักพิงอย่างหมดเรี่ยวแรง ราวกับว่าต่อจากวันนี้ไปโลกที่สดใสคงไม่ใช่ของ หม่อมหลวงรพีภัทร เทพาธิบดี อีกแล้ว

            บริเวณไม่ไกลนักมีเสียงย่ำเท้าก้าวถอยหลังห่างจากประตูสถานที่ต้องห้ามฝั่งตะวันตกของบ้านริมทะเลรพีภัทรแสนหรูอย่างแผ่วเบา การกระทำนั้นไม่ต่างจากนักย่องฉกขโมย ก่อนคนสองคนที่ทำหน้าที่ไม่ต่างจากพี่เลี้ยงรวมทั้งบอดี้การ์ดคนสนิท จะหันมามองหน้ากันอย่างเป็นกังวล วาโยและมารุต ได้แต่เฝ้ามองคุณชายภัทรด้วยแววตาที่แสนจะห่วงใยอย่างสุดซึ้ง จะมีอีกสักครั้งไหมที่ทุกคนในเทพาธิบดีจะเห็นรอยยิ้มจากใบหน้าคมคร้ามนี้อีกสักครั้ง เพราะทุกคนในตระกูลต่างปรารถนาที่จะให้หม่อมหลวงหนุ่มคืนกลับมาเป็นคนเดิม รอคอยวันเวลาที่จะลบเลือนสิ่งเลวร้ายออกไปจากชีวิตของชายหนุ่ม ให้มีแค่เพียงความสุขและรอยยิ้มดาษดาบนใบหน้าหล่อเหลานั้น ทว่า...มองไปมุมไหนก็ไร้สิ้นหนทางเหลือเกิน

            “เราจะปล่อยให้คุณภัทรใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้หรือวาโย

มารุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลงๆ แววตาที่เต็มไปด้วยความรักความซื่อสัตย์มองลอดตามช่องประตูที่เปิดแง้ม แววตาคู่คมคล้ายจะเหนื่อยล้าและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเวทนา แต่ก็ต้องสกัดกั้นอารมณ์แบบนั้นไว้ไม่ให้ฉายชัดต่อเพื่อนร่วมชะตากรรม

            “แล้วนายจะให้ฉันทำอย่างไรมารุต จะให้ฉันวางยาสลบคุณภัทรแล้วลากไปส่งโรงพยาบาลหรืออย่างไรคู่สนทนาก็เกิดอาการเครียดไม่ต่างกันนักหรอก น้ำเสียงที่เปล่งออกมาคล้ายประชดประชันอยู่ในที

            “มันต้องมีสักวิธีสิ ที่จะทำให้คุณภัทรลุกขึ้นสู้อีกครั้ง

            เสียงพูดคุยของการ์ดทั้งสองหนุ่มค่อยๆ เงียบหายไปกับความมืดที่เริ่มเข้ามาปกคลุม ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา วาโยและมารุตเฝ้าแต่ค้นหาวิธีที่จะทำให้คุณชายภัทรกลับมาเป็นคนเดิม กลับมาเป็นคุณภัทรคนที่เคยเอาแต่ใจถือดีหยิ่งผยอง ไม่ใช่คนที่เก็บตัวเก็บกดเงียบแสนเงียบ แต่ความเงียบนั้นแฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว และฝังตัวเองไว้ในห้วงความทรงจำที่แสนเจ็บปวด ราวกลับกำลังทรมานตัวเองให้จมปลักอยู่กับความทุกข์แบบนั้นจนชั่วนิจนิรันดร์

            เมื่อไม่มีอะไรดีขึ้น ทั้งสองหนุ่มก็พาร่างกายที่หล่อล่ำไม่แพ้คนเป็นเจ้านายมานั่งอมทุกข์อยู่กับโต๊ะไม้สีขาว ซึ่งตั้งเด่นอยู่บริเวณด้านทิศตะวันออกของตัวบ้าน ทั้งคู่ยกน้ำเปล่าเย็นๆ ดื่มขึ้นเพื่อดับกระหาย แต่ก็รู้ดีว่าต่อให้ดื่มจนหมดตู้เย็น ความร้อนรนก็ไม่อาจเบาบางลงหรอก ที่มันเป็นเช่นนั้นเพราะความร้อนระอุมันอยู่ข้างในจิตใจ ไม่ใช่สภาพแวดล้อมภายนอกที่ทำให้เกิดอาการแบบนั้น

            ไม่กี่วินาทีต่อมา แม่บ้านร่างท้วมสองแฝดเดินเข้ามาหาแล้วก็ต้องทอดถอนหายใจไม่ต่างไปจากคนที่นั่งอยู่ก่อน ซึ่งน่าจะเป็นกิจวัตรประจำวันของทุกคนในบ้านริมทะเลไปซะแล้ว

            ป้าอิ่มละมุน ป้าอุ่นละไม จับจ้องมองหน้าสองบอดี้การ์ดก็พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คนเก่าแก่ทั้งสองคนอยากจะลงมือทำอะไรสักอย่างเหลือเกิน แต่ก็ไม่มีอำนาจมากมายขนาดนั้น ทุกคนทำได้เพียงส่งกำลังใจไปให้คนเป็นนายอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ เหมือนทุกๆ วัน และอดไม่ได้ที่ทุกครั้งจะทอดสายตาแห่งความห่วงใยกวาดมอง ทว่า...ต้องรีบหลบอย่างฉับพลันเพราะเกรงว่าคุณรพีภัทรจะได้เห็นแววตาเวทนานั้น ซึ่งมันอาจทำให้คนที่ทุกข์อยู่แล้วมีทีท่าตรอมตรมมากกว่าที่เป็นอยู่

 

            สองเดือนก่อนหน้านี้

            ณ คฤหาสน์เทพาธิบดี ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่ที่สืบเชื้อสายมาจากความมั่งคั่งของราชวงศ์ในอดีต ตระกูลนี้มีทรัพย์สมบัติมากกว่าห้าพันล้านบาทหรือบางทีถ้าหากจะประมาณค่ากันจริงๆ ก็คงทะลุหมื่นล้านเลยกระมัง ครอบครัวเทพาธิบดีประกอบธุรกิจมากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ธุรกิจเครื่องประดับ ทั้งยังเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังอีกด้วย โดยมี หม่อมราชวงศ์รพีนารถ เทพาธิบดี เป็นผู้บริหารสูงสุด มีภรรยาสุดที่รักอย่างคุณหญิงเยาวเรศ เทพาธิบดี หญิงสาวชาวเชียงใหม่ที่ท่านมอบหัวใจให้คอยเป็นกำลังใจเคียงข้างและใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างหวานซึ้งมาตลอดหลายสิบปีและเชื่อว่าคงจะเป็นเพียงหนึ่งเดียวตลอดไป

คุณชายรพีและคุณหญิงเรศยังมีโซ่ทองคล้องใจเป็นบุตรชายที่หล่อเหลาด้วยกันถึงสองคน บุตรชายคนโตมีไหวพริบสติปัญญาเป็นเลิศอย่างหม่อมหลวงรพีภพ เทพาธิบดี ซึ่งตอนนี้ดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการบริหารลำดับหนึ่ง หนำซ้ำคุณภพคนนี้ยังเป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั่วทั้งประเทศ เขาว่ากันว่าใครได้เป็นลูกสะใภ้ของตระกูลนี้ก็ไม่ต่างจากปรับเปลี่ยนสถานะตัวเองจากผู้หญิงธรรมดากลับกลายเป็นคุณหญิงคุณนายที่ได้ครอบครองทุกอย่าง เรียกได้ว่าจะเป็นยิ่งกว่าเจ้าหญิงในเทพนิยายซะอีก แน่นอนตำแหน่งนี้ล้วนแต่มีคนจับจอง

            อีกมุมหนึ่งบุตรชายคนรองที่แสนจะหล่อเหลา เย่อหยิ่งและอวดดี ใบหน้านั้นคมคายหาตัวจับยากไม่ต่างจากผู้เป็นพี่ชายเลยสักนิด หรือบางทีอาจจะหล่อเหลามากกว่าคนเป็นพี่ด้วยซ้ำไป ดวงตาสีนิลของรองประธานลำดับสองที่สาวๆ คนใดได้สบมองต่างต้องสั่นสะท้านไปตามๆ กัน แต่...บุตรชายคนรองของคุณชายรพีหลงใหลในความหล่อเลิศและร่ำรวยของตัวเอง โดยไม่สนชีวิตจิตใจของใครสักคนเดียว และความหล่อของเขานั้นมาพร้อมกับความเอาแต่ใจ เอาแต่ได้ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครหน้าไหนอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นบุตรชายคนเล็กของตระกูล คุณหญิงเรศผู้เป็นแม่จึงประคบประหงมเฝ้าเอาใจไม่ห่างกาย ไม่ว่าบุตรชายสุดที่รักต้องการสิ่งใด ปรารถนาสิ่งไหน คนเป็นแม่ก็จะหามาประเคนให้ไม่ขาดตกบกพร่อง จนคนเป็นพี่อย่างชายภพและคนเป็นพ่ออย่างคุณชายรพีต้องส่ายหน้าระอาใจอย่างหนัก

            ...แต่มีหรือ ใครสักคนจะกล้าหือ!

 

กระทั่งค่ำคืนงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบยี่สิบเจ็ดปีของหม่อมหลวงรพีภัทร เทพาธิบดีมาถึง

            เรื่องราวมากมายที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น งานฉลองครั้งนี้เรียกได้ว่าระดมสาวๆ ชาวเมืองหลวงและจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาเดินนวยนาดอวดความสวย และทรัพยากรที่มีกันอย่างล้นหลาม เรียกได้ว่าใครอยากเจอสาวสวยรวยทรัพย์ไม่น่าพลาดงานนี้

ผู้หญิงที่เข้ามาเดินกรีดกรายในงานต่างทำให้บรรดาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต้องมองกันจนตาเป็นมัน ไล้ลิ้นตาวาวราวหิวกระหายในรสสวาทและความงามของพวกเธอ ในงานฉลองครั้งนี้มีแขกที่ได้รับเชิญมาร่วมกันสังสรรค์ไม่ต่ำกว่าห้าร้อยคน ทุกคนที่มาร่วมฉลองวันเกิดของคุณรพีภัทร เทพาธิบดี ต่างก็จับจ้องดูความเคลื่อนไหวของสองหนุ่มเจ้าของบ้านไม่ให้คลาดสายตา เพราะทุกปีนั้นสองหนุ่มหล่อแห่งเทพาธิบดี ไม่เคยควงสาวซ้ำหน้ากันแม้แต่ปีเดียว เพราะฉะนั้นปีนี้สาวๆ ทุกคนต่างลุ้นกันจนตัวโก่ง และคงแอบหวังลึกๆ ว่าสาวโชคดีที่จะได้ควงคู่หนุ่มหล่อหมื่นล้านนั้นคือตัวเอง 

            เมื่อแขกเหรื่อเริ่มทยอยมากันอย่างหนาแน่น คุณภพผู้เป็นพี่ก็ปรากฏตัวด้วยชุดสูทสีขาวอามานี่ราคาเรือนแสน ทรงผมนั้นถูกจัดทรงอย่างลงตัว จมูกคมๆ รับกับใบหน้าหล่อเหลาจนสาวๆ ต้องมองกันจนเหลียวหลัง ทว่า...ข้างกายเจ้าตัวนั้นกลับมีสาวชุดเดรสสีชมพูพลิ้วไหวเดินอยู่เคียงข้าง ผมของเธอสีน้ำตาลหยักศกยาวสลวย ใบหน้านวลงามนั้นแต่งแต้มอย่างน่ารัก แต้มสีแดงระเรื่ออยู่ตลอดเวลา หนำซ้ำยังควงคู่กันจนใครๆ ต่างอิจฉา ดูฝ่ายชายจะพะเน้าพะนอไม่ห่างกาย และเป็นคำตอบได้อย่างดีว่าสาวๆ ในงานพลาดจากคนเป็นพี่เสียแล้ว

            "พี่ภพ ดูสาวๆ กลุ่มนั้นมองรุจีสิคะ"

            สาวน้อยหน้าหวานหันมาสะกิดญาติผู้พี่เบาๆ คุณภพผินสายตาหล่อๆ มาจ้องมองผู้เป็นน้องสาวแล้วก็อมยิ้มเต็มใบหน้า ก็แน่ล่ะที่เขาเลือกควงแม่น้องสาวตัวแสบที่พึ่งกลับมาจากฝรั่งเศสก็เพราะจะหลบลี้หนีภัยจากบรรดาสาวๆ ที่จ้องมองเขาปานจะกลืนกิน บอกตามตรง ผู้หญิงพวกนั้นทำให้เขารู้สึกขยาดกลัวอย่างประหลาด

            "น้องรุจีก็ดูสาวๆ พวกนั้นสิ มองพี่เหมือนกับอาหารอันแสนโอชะ" รพีภพเอ่ยยิ้มๆ และซ่อนนัยน์ตาบางอย่างไว้ แต่ดูท่าทางจะปิดไม่ปิดสักนิด เพราะสาวน้อยหน้าหวานรู้สึกชะงักไปชั่วขณะ แต่ก็รีบปรับเปลี่ยนปฏิกิริยาอย่างรวดเร็ว มือที่ยกขึ้นหวังเกาะแขนชายหนุ่ม กลับทำได้เพียงลดมือลงแล้วนำมาประสานกัน

            "แหม...พี่ภพของรุจีหล่อเหลาหนำซ้ำยังร่ำรวยและอีกอย่างดีเลิศประเสริฐศรีจะตายไป สาวๆ คนไหนไม่มอง รุจีคงต้องบอกว่าตาถั่ว แต่สมมุติว่ารุจีเป็นสาวๆ อย่างแม่พวกนั้นนะ รุจีเลือกพี่ภพดีกว่าเลือกพี่ภัทรเป็นแน่" หญิงสาวยังยิ้มพรายเกลื่อนใบหน้า

            "ทำไมล่ะ นายภัทรหล่อกว่าพี่อีก"

            คิ้วเข้มย่นเข้าหากันอย่างรอคำตอบ อีกฝ่ายป้องปากยิ้มขำ

            "พี่ภัทรเอาแต่ใจจะตายไป ขี้โวยวาย โมโหร้ายก็ที่หนึ่ง แค่เพียงนึกถึงรุจียังขนหัวลุก..."

            "นินทาอะไรพี่ ยัยรุจิเรข"

            เสียงเข้มๆ ของหนุ่มหล่อในชุดสูทจิออร์จิโอของอามานี่ดังขึ้น ทำให้คนที่กำลังอยู่ในโหมดนินทาหันมายิ้มตาหยีใส่ อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอไปหลายอึก เบนสายตาหันไปขอความช่วยเหลือจากคนที่ยืนเคียงข้างตาปริบๆ ทว่า...การต่อว่าของคุณภัทรต้องสิ้นสุดลงเมื่อบรรดาสาวๆ มากหน้าหลายตากระแซะกายเข้ามาหา เรียวแขนล่ำทั้งซ้ายทั้งขวาถูกเกี่ยวดึงแนบชิดแทบไร้ช่องว่าง วันนี้หนุ่มหล่อเจ้าของวันเกิดเพอร์เฟคไม่แพ้คนเป็นพี่ การแต่งตัวของพี่น้องตระกูลเทพาธิบดี ไม่แตกต่างกันเลยสักนิด เพียงแค่รพีภัทรปรากฏตัว สาวๆ น้อยใหญ่ก็เดินนวยนาดมาล้อมหน้าล้อมหลัง หนำซ้ำพวกคุณเธอยังมอบจุมพิตที่หวานฉ่ำเป็นของขวัญแรกพบให้อีกต่างหาก

            ...คนมองอยู่ไม่ไกลถึงกลับต้องส่ายหน้า

            "เฮ้อ...รุจีต้องขอบคุณผู้หญิงพวกนั้น"

ญาติผู้น้องอย่าง หม่อมหลวงรุจิเรข ทยุมณี ต้องถอนหายใจออกอย่างโล่งอก ถ้าหากคนมีศักดิ์เป็นพี่อย่างรพีภัทรลุกขึ้นมาเอาเรื่อง เธอต้องหูชาไปสามวันสามคืนเป็นแน่

            "เป็นไงล่ะ เกือบไปแล้ว" รพีภพแตะแขนเรียวบางสลักเสลาของญาติผู้น้องเบาๆ

            "รอดตายแล้วล่ะค่ะพี่ภพ พี่ภัทรคงไม่มีเวลามาเอาเรื่องรุจีหรอก"

สาวหวานชุดชมพูยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับความโชคดีของตัวเอง ก่อนทั้งคู่จะเดินเข้าไปหาคุณชายรพีนารถและคุณหญิงเยาวเรศ ที่นั่งเป็นประธานในพิธีครั้งนี้ เรียกได้ว่ารัศมีของทั้งคู่นั้นสามารถสะกดสายตาทุกๆ คนได้เป็นอย่างดี แต่ที่แน่ๆ คงเป็นแววตาแห่งความอิจฉาในความโชคดีของรุจิเรข

            รพีภพและรุจิเรข ควงคู่กันเดินทักทายแขกเหรื่อและเพื่อนสนิทจนทั่วงาน ทว่า...คุณภพก็มักจะได้ฟังคำถามจากบรรดาสาวๆ และหนุ่มๆ จนหูชาว่าสาวน้อยที่ควงคู่อยู่นี้คือใคร เป็นสาวที่หัวใจของ หม่อมหลวงรพีภพ เทพาธิบดี หมายปองหรือไม่ เพราะถ้าหากไม่นั้นคนอย่างคุณชายภพคงไม่ตามทะนุถนอมชิดใกล้อย่างที่กระทำอยู่

            บุตรชายคนโตของคุณชายรพีนารถรู้ดีว่าหัวใจเจ้าตัวนั้น ใฝ่ปองในตัวของญาติผู้น้องคนนี้ แต่ว่าทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับโชคชะตาพรหมลิขิต เธอและเขาจะได้เป็นคู่ตุนาหงันกันหรือไม่ ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามบัญชาของนางฟ้าในสวรรค์ที่จะแผลงศรเมื่อไหร่

            ...ถ้าเร็วนี้หัวใจของหม่อมหลวงรพีภพต้องร้อนรุ่มเพราะสาวน้อยหน้าหวานคนนี้ก็ช่วยไม่ได้

 

            มุมหนึ่งไม่ไกลนัก สายตาของประมุขแห่งเทพาธิบดีกวาดมองรอบๆ งานด้วยความสุข เมื่อสองหนุ่มสาวควงคู่กันเดินเข้ามาหา ความคิดหนึ่งก็ฉายขึ้น

            "ว่าอย่างไรล่ะภพ ทำไมวันนี้ถึงไปจับปูมาแต่งองค์ทรงเครื่องซะสวยเชียว"

คุณชายรพีเอ่ยแซวบุตรชายคนโตและหันไปแขวะหลานรักของตัวเอง หนำซ้ำยังรอคอยคำตอบอย่างจดจ่อ ทว่า...บุตรชายของท่านก็ยังปิดปากเงียบ ไม่เอื้อนเอ่ยคำตอบที่ต้องการมาเลยสักนิด นอกซะจากแววตาที่เอ็นดูทอดมองสาวน้อยชุดชมพูอย่างห่วงใย

            "คุณลุงว่ารุจีเป็นปูหรือคะ" หลานสาวโคลงศีรษะอย่างแง่งอน

            "ภพ พ่อถามน่ะไม่ได้ยินหรือไง จับปูใส่กระด้งยากรึเปล่า"

ประธานใหญ่แห่งเทพาธิบดีไม่สนใจน้ำเสียงแง่งอนของรุจิเรข หันไปกระตุกยิ้มกับบุตรชายคนโตที่สบตากันอย่างตั้งใจ จนต้องเดือดร้อนถึงเมียรักอย่างคุณหญิงเยาวเรศเมื่อรุจีเดินหน้าหงิกเข้าไปซบไหล่บางอย่างออดอ้อน

            "พอได้แล้วค่ะคุณชาย ว่าแต่เจ้าของวันเกิดไปไหนหรือคะ เมื่อสักครู่ยังเห็นอยู่เลย"

            ผู้กุมอำนาจสูงสุดหันซ้ายแลขวาหาลูกรักสุดสวาทเป็นการตัดบทสนทนาทุกอย่าง ปล่อยให้สองหนุ่มต่างวัยและหนึ่งสาวแสนสวยต้องถอนหายใจทิ้งกันหลายๆ ครั้ง เพราะทุกคนล้วนรู้ดี ถ้าลองคุณหญิงเยาวเรศเบี่ยงเบนความสนใจมุ่งเป้าหมายไปหาบุตรชายคนเล็กเมื่อไหร่ ไม่ว่าสามีสุดที่รักและลูกชายคนโตหรือแม้กระทั่งหลานรักเรียกได้ว่าต้องตกกระป๋องกันถ้วนหน้า การกระทำของคนเป็นแม่ไม่ได้ทำให้บุตรชายคนโตอย่างรพีภพน้อยใจเลยสักนิด เพราะเขารู้ดีว่าแม่เคยต้องสูญเสียน้องชายเมื่ออุบัติเหตุในวัยเยาว์ นับตั้งแต่วันนั้นมา ท่านแม่ก็รักและทะนุถนอมน้องชายของเขายิ่งกว่าไข่ในหินเสียอีก แต่ก็เหมือนยิ่งหวงยิ่งเกิดเหตุอยู่ร่ำไป!

            บุตรชายคนเล็กของคุณชายรพีนารถกำลังถูกสาวๆ น้อยใหญ่รุมล้อมขนาบชิดใกล้ทั้งซ้ายทั้งขวา ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลา รวมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติที่มีจนล้นหลาม ทำให้อารมณ์ขี้วีนเอาแต่ใจปากร้ายเป็นที่หนึ่งถูกมองข้าม ทุกคนมองเห็นแค่เพียงความหล่อและร่ำรวยเท่านั้น แต่ว่า...คุณภัทรจะรู้ตัวหรือไม่ สาวๆ พวกนั้นหมายปองในตัวผู้พี่มากกว่าผู้ชายเรื่องมากอย่างเจ้าตัวเสียอีก

            เนื่องด้วยคนเป็นพี่เข้าหายากกว่าคนเป็นน้อง และลีลารักที่สาวๆ ทุกคนโจทย์ขานเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณภัทรนั้นร้อนแรงราวม้าศึก คึกคักยิ่งกว่าขุนแผน ไม่ว่าจะเข้าสู่สมรภูมิพิศวาสกี่ครั้งก็ไม่ทำให้สาวๆ คนนั้นต้องผิดหวังเลยแม้แต่ครั้งเดียว และพวกเธอยังได้รับค่าตอบแทนเป็นจำนวนมากโข มันมากมายเสียจนใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด จึงทำให้ตอนนี้หญิงงามในเมืองหลวงต่างกรูกันวิ่งเข้าหาหนุ่มหล่อรวยคนนี้ไม่มีหยุดหย่อน

            ถ้าเป็นลูกสาวก็คงเข้ากับสำนวนไทยที่ว่า หัวกระไดไม่แห้ง

            "คุณภัทรขา...น้ำฟ้ามาแล้วค่ะ"

            เสียงแว่วหวานของใครบางคนดังลั่นจนทุกคนต้องมองกันเป็นตาเดียว น้ำฟ้า นภาลัย กวินตรา นางร้ายหน้าหวานในละครภาคค่ำของไทยซึ่งกำลังคบหาเงียบๆ อยู่กับรพีภัทร ปรากฏตัวด้วยชุดแซกสีแดงแสบตาที่คว้านลึกถึงครึ่งเต้า ชุดสั้นแทบเห็นแก้มก้นนวลงาม บวกกับรองเท้าส้นสูงสีเดียวกับชุด เสริมให้ร่างระหงนี้ดูเซ็กซี่จนน่าฟัดเลยทีเดียว หญิงสาวเดินนวยนาดแหวกผู้คนเข้ามาหาเจ้าของวันเกิดด้วยใบหน้าแต้มยิ้ม ริมฝีปากแดงๆ นั้นแสยะยิ้มอย่างเดียดฉันท์ให้กับผู้หญิงที่เข้ามาเกาะแกะว่าที่สามีของตัวเอง

            นางร้ายหน้าหวานเดินเข้ามาหาชายหนุ่มเจ้าของวันเกิดด้วยดวงตาเปล่งประกายวาววับ เสน่ห์ความหล่อรวยของชายภัทรทำให้เธอหลงใหลจนหัวปักหัวปำ เรียกได้ว่ากำลังคลั่งไคล้เนื้อตัวของผู้ชายคนนี้จนโงหัวไม่ขึ้น และรพีภัทรเองก็กวาดสายตามองผู้หญิงที่เยื้องย่างอยู่ข้างหน้าปานจะกลืนกินเช่นกัน จนสาวๆ ในงานต้องอกสั่นหวั่นไหวว่างานนี้พวกเธอต้องสูญเสียหนุ่มหล่อพ่อรวยไปพร้อมๆ กันถึงสองคนเป็นแน่

            "ภัทรขา...น้ำฟ้าคิดถึงคุณมากที่สุด"

เสียงหวานใสปนเซ็กซี่มาพร้อมกับรอยจุมพิตแผ่วเบาตราตรึงลงบนเรียวปากหนาอย่างหยดย้อย

            "ผมก็คิดถึงคุณ" เสียงทุ้มนุ่มนวลดังแหบพร่าไม่แพ้กัน พร้อมๆ กับวงแขนล่ำสันโอบเอวบางมาแนบชิดทั้งตัว จวนเจียนร่างของดาราสาวจะจมอยู่ในอกกระด้าง แทรกซึมประสานเป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าหากไร้ผู้คนแล้วล่ะก็รับรองไฟพิศวาสพร้อมจะโหมกระหน่ำอยู่ทุกเวลา

            "ปากหวานอย่างนี้ น้ำฟ้าจะละลายเสียให้ได้"

เธอกระแซะกายเบียดใกล้ชิดชายหนุ่มอย่างไม่อายใคร จะว่าไปทำไมเธอต้องอายเพราะผู้ชายคนนี้เป็นบุคคลที่หญิงสาวมากกว่าหมื่นหมายปอง ยิ่งเขาแนบชิดสนิทเสน่หา เธอสิต้องโอ้อวดให้ผู้หญิงพวกนั้นอิจฉาจนร้อนก้นไปตามๆ กัน

            "คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้หวานแค่ปาก ตรงนี้ตรงนั้นหรือตรงไหนๆ ก็หวาน ไม่เชื่อผมจะให้คุณชิมที่รัก..."

เสียงแหบห้าวของรพีภัทรกระซิบชิดใกล้ใบหูของนภาลัย จนคนฟังถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว ก่อนเจ้าหล่อนจะเอียงคอเอียงใบหน้าแนบสนิท เรียกว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของหล่อนอยากจะหล่อหลวมเป็นเนื้อเดียวกันกับชายภัทรใจแทบขาด

            "คนบ้า น้ำฟ้าอายนะคะ"

จริตมารยาของหญิงสาวนั้นเรียกรอยยิ้มเต็มใบหน้าของรพีภัทรยิ่งนัก เธอยังน่าค้นหาอยู่ตลอดเวลา และนี่แหละคือเสน่ห์ของผู้หญิงคนนี้ ที่ทำให้หม่อมหลวงหนุ่มยังคงติดอกติดใจมาแรมเดือน ทั้งที่คนอื่นๆ เพียงข้ามคืนก็กลับกลายเป็นของเก่าที่ไม่คู่ควรให้ซ้ำรอยเดิม

            "มาเหนื่อยๆ ไปนั่งพักก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะพาคุณไปแนะนำให้ท่านพ่อท่านแม่รู้จัก ถ้าหากน้ำฟ้าที่รักทำให้พวกท่านปลื้มได้ ผมจะมีรางวัลให้คุณ..."

เจ้าของวันเกิดปลีกกายออกจากสาวๆ ที่มองด้วยความเสียดาย พร้อมวาดวงแขนเรียวล่ำสันโอบรอบสะโพกบางอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ เรียกความอิจฉาริษยาตาร้อนจากสาวๆ ทั่วงาน ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครสักคนจะออกมาฟัดเหวี่ยงกระทืบเท้าเร่าๆ ให้ดูขัดใจเจ้าของวันเกิด ถ้าหากพวกเธอคนใดคนหนึ่งลุกขึ้นมาเต้นแร้งเต้นกาแล้วล่ะก็ เชื่อได้เลยต้องถูกจับโยนออกจากงานให้อับอายไปตามๆ กัน

            "แหม...คุณภัทรอย่าเอารางวัลมาหลอกล่อน้ำฟ้านะคะ เพียงพวกท่านเห็นหน้าน้ำฟ้า น้ำฟ้ารับรองว่าคุณพ่อคุณแม่จะรักน้ำฟ้า เหมือนที่คุณภัทรกำลังรักอยู่ในเวลานี้"

หญิงสาวในชุดแดงเซ็กซี่โอ้อวดตัวเอง เพราะนภาลัยมั่นใจว่าเธอไม่เพียงแค่สวยเท่านั้น ยังพกพาความฉลาดมาเป็นเกราะฉาบร่างกายตัวเองอีกด้วย เรียกได้ว่าสวยแต่ไม่โง่ และนางร้ายละครดังอย่างเธอตีบทได้แตกกระจุยไม่ว่าจะเจอสถานการณ์แบบไหน ต่อให้เป็นบทเด็กสาวอ่อนต่อโลก เจ้าน้ำตาก็เถอะ

...ก็แค่ทำให้ท่านพ่อท่านแม่ว่าที่สามีรัก มันไม่ยากนักหรอก!

            "คุณอยากน่ารักทำไมล่ะ ผมอยากรักคุณใจแทบขาด..."

เสียงกระซิบวาบหวิวจนร่างกายของหญิงสาวร้อนผ่าว ความซ่านสยิววิ่งพล่านไปทั่วร่างเมื่อสบกับดวงตาคมกริบสีนิลที่ร้อนแรงของชายภัทร จนคนที่เดินอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะลูบไล้ท่อนแขนล่ำสันแล้วส่งแววตาหวานเยิ้มให้

            “คุณภัทรคะ...คืนนี้ไปส่งน้ำฟ้านะคะ

หญิงสาวผู้ถูกไฟพิศวาสเผาไหม้กระซิบแผ่วเบาชิดอกกว้างของชายหนุ่ม รพีภัทรให้รางวัลคนที่ทำให้เขาร้อนรุ่มทั้งกายด้วยการมอบจูบที่หวานฉ่ำชวนร้อนระอุทั่วร่าง เรียกได้ว่าวินาทีนี้อยากกระโจนสู่หลุมเสน่หาที่ร้อนเร่าใจแทบขาด

 

            หลังจากพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการเริ่มขึ้น เจ้าของวันเกิดก็ได้รับของขวัญมากมายก่ายกอง ทุกชิ้นนั้นมูลค่าของมันแพงหูฉี่ดูดีสมฐานะของหม่อมหลวงรพีภัทร เทพาธิบดีแน่นอน โดยเฉพาะของขวัญจากท่านชายรพีนารถผู้เป็นพ่อก็คือบ้านชายหาดหลังงามแถบทะเลอันดามันในจังหวัดกระบี่

ใครจะคาดคิดว่าของขวัญของผู้เป็นพ่อ จะเป็นที่พักพิงกายยามเหนื่อยล้าในวันข้างหน้า จะเป็นสวรรค์ของชายหนุ่ม ทว่า...วันนี้ใบหน้าของคุณรพีภัทรเต็มไปด้วยความสุข โดยมีหญิงงามอย่างนภาลัยเคียงข้างกาย

            การแนะนำตัวเองของนภาลัยเริ่มขึ้น คุณชายรพีกับคุณหญิงเรศไม่ได้ปลื้มผู้หญิงของลูกชายอย่างที่ใครๆ คาดคิด ประมุขแห่งเทพาธิบดีกวาดสายตามองผู้หญิงที่ยืนเคียงข้างบุตรชายด้วยความหมายบางอย่าง และทุกคนในตระกูลล้วนทราบดี ว่าผู้หญิงของบุตรชายคนรองนั้น ผู้มีอำนาจสูงสุดในตระกูลเทพาบดีไม่ปลื้มคนเป็นพี่ชายอย่างรพีภพทำได้เพียงยืนนิ่งไม่เอื้อนเอ่ยคำใดๆ แต่ก็ส่งสายตาเป็นเชิงบอกกล่าวน้องชายให้พาคู่ควงคนนี้ไปไกลๆ หูไกลๆ ตาประมุขของบ้าน ไม่อย่างนั้นงานนี้มีหวังต้องเกิดเรื่องใหญ่

            “คุณหญิงแม่ดูเหมือนไม่ชอบน้ำฟ้านะคะหญิงสาวพึมพำเบาๆ ก่อนจะทำหน้าเศร้าเรียกร้องความเห็นใจ หลังจากที่โดนรพีภัทรพาตัวถอยห่างมายืนอยู่อีกมุมหนึ่งของงาน เวลานี้ทุกคนต่างครื้นเครงและสนุกสนานกับงานเลี้ยงที่ลงทุนไปหลายล้านบาท

            “อย่าคิดมากซิครับที่รัก วันนี้ท่านอาจไม่ชอบใจคุณอย่างที่เราคิด ผมเชื่อว่าวันต่อๆ ไปท่านจะต้องชอบคุณ...เหมือนผม...”

            ชายหนุ่มกระซิบให้กำลังใจ ก่อนจะเดินเคียงคู่ไปพูดคุยรื่นเริงกับเพื่อนๆ สองหนุ่มสาวสวีตหวานกันจนใครๆ ในงานต้องอิจฉา

            ‘ถ้ามองกันดีๆ ก็คล้ายๆ กับ กิ่งทองใบระกา กระมัง

            เสียงดนตรีดังคลอขึ้นเบาๆ บรรยากาศโดยรอบเริ่มเข้าสู่โหมดเต้นรำ หลายคู่ต่างจับจูงมือกันเดินเข้าไปกลางฟลอร์และวาดลวดลายให้เข้ากับเสียงบรรเลงของนักดนตรีมืออาชีพ แน่นอนที่สุด คู่เต้นรำในคืนนี้ของหม่อมหลวงรพีภัทรคงไม่ใช่ใครที่ไหน

            ร่างสูงใหญ่จับจูงมือเรียวบางของดาราหน้าหวานให้ก้าวตรงไปยังกลางฟลอร์เต้นรำ พร้อมกับโอบกอดเอวบางมาแนบชิด มือทั้งสองข้างลูบไล้สะโพกของหญิงสาวไปมา

            นภาลัยยิ้มหวานก่อนจะยกมือขึ้นคล้องคอของชายหนุ่มที่เธอเคียงคู่ พร้อมกับแนบใบหน้าฟังเสียงหัวใจด้วยรอยยิ้ม เมียงมองไปรอบๆ กายก็มีแต่คนอิจฉาเธอจนตาร้อนผ่าว สายตาสตรีหลายคนทั้งจิกทั้งกัดไม่เป็นมิตร แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอะไรเลยสักนิด ริมฝีปากแดงๆ เหยียดยิ้มเยาะเย้ยใครหลายคนด้วยความถือดี

            “น้ำฟ้ารู้สึกว่า ตอนนี้ตัวเองกำลังเป็นเจ้าหญิงเธอเอ่ยเบาๆ ชิดอกกว้างที่ซุกซบ

            “ทำไมล่ะครับ

รพีภัทรเอ่ยด้วยความสงสัย พร้อมกับกดจูบหนักๆ ลงบนขมับบาง เจ้าหล่อนเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะยิ้มเอียงอาย

ดูสายตาของทุกคนสิคะว่าอิจฉาน้ำฟ้าขนาดไหน ที่ได้เคียงคู่กับคุณภัทรในเวลานี้

            “ใครๆ ก็อยากเป็นคู่เต้นรำกับผมเสียงทุ้มเอ่ยอย่างมั่นใจ คนฟังส่ายหน้าไปมา

แต่ทุกคนไม่มีสิทธิ์ คืนนี้คุณเป็นของน้ำฟ้านะคะ

            “แล้วผมจะไปไหนรอด...”

รพีภัทรยิ้มกว้าง ก่อนจะก้มหน้าลงมาบดจูบอย่างดูดดื่ม แสงไฟรอบกายหรี่ลงอย่างรู้ใจ ปล่อยให้เจ้าของวันเกิดได้ดื่มด่ำกับความสุขอยู่อย่างนั้น

            รสจูบแสนอ่อนหวานเริ่มเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ รุนแรงหนักหน่วงตรงข้ามกับเสียงเพลงที่เคล้าคลอนุ่มนวล รอบๆ กายยังเต็มไปด้วยคู่เต้นรำนับสิบ เต็มไปด้วยสายตานับร้อยที่จ้องมอง มีทั้งอิจฉาและริษยา แล้วแต่สถานะของแต่ละคน

 

            ในมุมหนึ่งนั้น พี่ชายผู้หล่อเหลาอย่างชายภพกับญาติผู้น้องอย่างรุจิเรข ก็ควงคู่กันเต้นรำด้วยความอุ่นซ่านในหัวใจ สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารักกำลังคืบคลานรายล้อมรอบกายของทั้งสองคน

งานเลี้ยงเมื่อมีเริ่มก็มีจุดสิ้นสุด เกือบห้าทุ่มงานฉลองวันเกิดก็ดำเนินมาถึงเวลาอันควรแก่การเลิกรา รพีภัทรหันมาสบมองใบหน้าอันหวานหยดของนภาลัยก่อนจะเอ่ยขึ้น

            “น้ำฟ้าเหนื่อยไหมครับ

รพีภัทรจ้องมองนภาลัยนัยน์ตาหวานฉ่ำ มันปรือปรอยด้วยฤทธิ์เสน่หาอย่างปิดไม่มิด

            “ไม่เหนื่อยค่ะ แต่คืนนี้น้ำฟ้าอยากตามใจคุณภัทรทุกอย่าง อยากให้คุณภัทรถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดจากน้ำฟ้า น้ำฟ้ารับรองว่าจะไม่มีคำว่าผิดหวังเลยสักนิด...”

เสียงหญิงสาวเร่าร้อนแหบพร่าไม่แพ้กัน รางวัลของคนช่างประจบก็คือรสจูบอันหวามไหว

เชื่อว่าในไม่ช้า คุณชายคนเล็กของตระกูลดังคงต้องเหน็ดเหนื่อยอีก!


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนผลงานค่ะ "

Janya,ณิชาดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha