ยอดรักอสูรร้าย

โดย: Janya,ณิชาดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : (รัก) บุษบา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 2

(รัก) บุษบา

 

ณ บ้านเอกอักษรากร

เรือนไทยทำจากไม้สักทองหลังงามแสนโออ่าร่วมสมัยไปกับสไตล์ยุโรป แต่เลือกประดับประดาความเป็นไทยได้อย่างลงตัว สภาพแวดล้อมตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ของไทยโดยแท้จริง บ้านไทยหลังใหญ่แบ่งแยกเรือนชัดเจน ชื่อเรือนสามหลังแตกต่างกันไปโดยแต่ละเจ้าของ แต่ก็คงความเป็นไทยแท้มาจนถึงปัจจุบัน

เรือนไทยประยุกต์หลังแรกงดงามจับตาตกแต่งด้วยเครื่องเรือนสมัยเก่าราวๆ ต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นของนายเจิดศักดิ์และเมียรักอย่างนางกลิ่นแก้ว แต่นายหญิงของบ้านนั้นจากไปอย่างสงบแล้วเมื่อคลอดลูกสาวคนที่สองได้เพียงขวบกว่าๆ เรียกว่าเรือนต้นรัก

เรือนหลังที่สองเป็นของบุตรสาวคนโต เรียกขานว่าเรือนชบา ทว่า...เจ้าของเรือนนั้นกลับให้เรียกขานตามชื่อของเจ้าตัวนั่นคือ เรือนลีลาวดี หรือเรือนของแม่ดอกลิลลี่ ดอกไม้นำเข้าที่งดงาม การตกแต่งจึงหนักไปในสไตล์ยุโรปมากกว่า เจ้าของเรือนไม้งดงามเปรี้ยวจี๊ดแบบฝรั่งต่างชาติ

เรือนหลังที่สาม ตั้งอยู่บริเวณชั้นในสุด เรียกขานกันว่า เรือนบุษบา เจ้าของเรือนคนงามเป็นหญิงไทยแท้ หนูดอกรักของแม่กลิ่นแก้ว หญิงสาวหัวโบราณ เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว และแฝงความดื้อรั้นอยู่ในตัว เพราะคนเป็นแม่สิ้นลมก่อนเวลาอันควร เด็กน้อยดอกรักผู้ขาดแม่จึงเติบโตท่ามกลางการเลี้ยงดูแลประคบประหงมของนมมะลิผู้เก่าแก่ ผู้ซึ่งเป็นร่มไทรอบอุ่นของเด็กน้อยมาจนเติบใหญ่

รักจ๋า...รักจ๋า...”

เสียงนกแก้วสีเหลืองทองสลับเขียวส่งเสียงเจื้อยแจ้ว เจ้านกแก้วตัวนี้บุษบาได้รับมาจากเพื่อนนักเรียนรุ่นราวคราวเดียวกัน และเป็นของขวัญจากชายหนุ่ม หญิงสาวก็เลยเรียกขานตามชื่อของคนให้ ว่านนทรี

ว่าไงเจ้านนทรี เรียกแต่เช้าเลยนะ

หญิงสาวในชุดลำลองอยู่บ้านด้วยชุดเสื้อยืดโปโลสีขาวโปร่งสวมใส่สบาย กับกางเกงสามส่วนสีน้ำตาลเดินซอยเท้าเล็กๆ ตรงดิ่งมายังกรงนกแก้ว ในมือมีกล่องขนาดกะทัดรัดบรรจุอาหารสำเร็จรูปสำหรับเจ้าตัวเล็กที่ส่งเสียงเรียกทุกเช้าเมื่อเกิดอาการ หิว

หิวแล้วเหรอ...” เธอยิ้มแป้นสดชื่นเต็มใบหน้า มองนกน้อยด้วยสายตาเอ็นดู

รักจ๋า...รักจ๋า...”

เจ้านนทรียังส่งเสียงร้องอยู่อย่างนั้นแต่ดวงตาของมันจ้องอาหารที่โปรดปราน บุษบารีบเทอาหารเม็ดเล็กๆ ลงในถาดอาหารก่อนจะยืนเมียงมองเจ้านนทรีตัวโปรดที่จิกกินราวกับหิวอย่างหนัก พอดีกับเวลาที่พี่สาวคนสวยแต่งตัวล้ำสมัยดูงดงามบาดตาก้าวออกจากเรือนลีลาวดี สร้อยมุกแวววาวประดับอยู่บริเวณลำคอขาวผ่องยิ่งเสริมความงามล้ำให้เพิ่มมากขึ้น ในมือมีกระเป๋าใบเล็กนำเข้าจากต่างประเทศและก็สวมด้วยรองเท้าส้นสูงราวสองนิ้วครึ่ง

เพราะว่าเรือนสามหลังหันหน้าเข้าหากันโดยมีซุ้มเรือนใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างกลาง เพราะฉะนั้นเวลาใครออกจากบ้านทุกคนย่อมรู้เห็นกันหมด โดยเฉพาะเวลานี้ พี่ลิลลี่ของหนูดอกรักกำลังคว้ากุญแจรถคันโปรดก่อนจะแกว่งไปมาอย่างอารมณ์ดี

แม่ดอกรัก พี่จะไปทำธุระข้างนอก ต้องการอะไรรึเปล่าพี่สาวหันมาถามไถ่ บุษบายิ้มน้อยๆ ก่อนจะส่ายหน้า ถ้าอย่างนั้นพี่กลับค่ำหน่อยนะ ถ้าคุณพ่อโทร. มาก็ไม่ต้องบอกล่ะ

ค่ะ พี่ลิลลี่

หญิงสาวรับปาก ก่อนจะเห็นคนเป็นพี่สาวเดินยิ้มแป้นก้าวขึ้นรถแล้วเหยียบคันเร่งอย่างสบายอกสบายใจออกไป พูดถึงคุณพ่อป่านนี้ไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง ท่านเป็นกัปตันเดินเรือสินค้าอยู่แถบทะเลอันดามัน หนึ่งเดือนจะกลับมาบ้านเพียงครั้ง ปล่อยให้สองสตรีบุตรสาวพักพิงอยู่ท่ามกลางเรือนไม้แสนโออ่าตามลำพัง โดยมีคนเก่าแก่อย่างนมมะลิ และครอบครัวของลุงพุทราที่อยู่เป็นเพื่อน ไม่เช่นนั้นบ้านหลังใหญ่คงเงียบเหงาน่าดู

คุณหนูบุษบา

เสียงร้องเรียกของคนคุ้นเคยดังไม่ไกลนัก บุษบาหันไปยิ้มแย้มให้ ก่อนจะเดินเข้าไปโอบเอวนมมะลิอย่างออดอ้อน ดวงตาของคนคิดถึงพ่อมาแรมวันแรมเดือนนั้นจวนเจียนจะปล่อยให้น้ำร้อนๆ หยาดรินเต็มทน

แน่นอน บ้านหลังใหญ่ต้องว้าเหว่ เมื่อคนเป็นพี่สาวต้องไปทำงานนอกบ้าน และวันหยุดไม่เคยจะอยู่ติดบ้านให้คลายเหงา หนำซ้ำยังเข้างานสังคมกว่าจะกลับก็ดึกดื่นเที่ยงคืน ที่บ้านเอกอักษรากรจึงมีเพียงแม่ดอกรักของคุณแม่กลิ่นแก้วที่อยู่เหย้าเฝ้าเรือน

ความจริง บุตรสาวของท่านเจิดศักดิ์ไม่ต้องออกไปทำงานให้เหน็ดเหนื่อยก็มีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ แต่คนเป็นพี่อย่างลีลาวดี ไม่ชอบอยู่บ้าน เธอชอบสังคมเมืองมากกว่าจึงตกลงทำงานในสถานทูต และได้พบผู้คนมากหน้าหลายตาอย่างที่ปรารถนา ส่วนคนเป็นน้องอย่างบุษบามีหรือจะกล้าขัดคำสั่งประมุขของบ้าน

อีกไม่นานคุณท่านก็จะกลับมาแล้วค่ะ คุณหนูอย่าคิดมากนะคะ

นมจ๋า รักก็แค่คิดถึงคุณพ่อเท่านั้น ป่านนี้ท่านคงอยู่กลางทะเลที่แสนจะหนาวเหน็บ รักว่าคุณพ่อคงต้องคิดถึงฝีมือการทำอาหารของรักอย่างแน่นอน เพราะบนเรือลำใหญ่คงไม่มีรสมือของใครเทียบรักได้สักคนเดียว

ถ้าอย่างนั้นวันนี้คุณหนูเข้าครัวกับนมนะคะ จะได้ฝึกทำอาหารหลายๆ อย่าง เมื่อคุณท่านกลับมาจะได้ลงมือเข้าครัว ทำอาหารรสอร่อยให้ท่านได้กินนะคะ

นมมะลิรีบหาวิธีที่จะทำให้คุณหนูของนางคลายความเศร้า การเข้าครัวทำอาหารคืองานที่คุณหนูดอกรักโปรดปราน หญิงสาวยิ้มแป้นก่อนจะจับจูงคนวัยชราก้าวเข้าห้องครัวของเรือนใหญ่ ในห้องนี้มีภรรยาของลุงพุทราคือป้าพุดซ้อนที่กำลังขะมักเขม้นกับเครื่องปรุงมากมาย โดยมีลูกสาวนามจำปาวัยสิบห้าปีที่วันนี้เกเรไม่ยอมไปโรงเรียนอยู่เป็นลูกมือ

วันนี้ทั้งวันบุษบายุ่งอยู่กับการฝึกทำอาหารคาวหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น แกงต้มจิ๋ว แกงมัสมั่น ฝีมือระดับครัวชาววังอย่างนมมะลิถ่ายทอดวิธีทำอาหารรสเลิศให้กับบุษบาจนหมดสิ้น แต่คนเป็นพี่อย่างลิลลี่นั้นเจียวไข่ยังไม่เป็นด้วยซ้ำไป สองพี่น้องใช้ชีวิตต่างกันอย่างสุดขั้ว ไม่ว่าจะเป็นนิสัยใจคอ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย รวมทั้งกิริยามารยาท ส่วนเรื่องเป็นแม่บ้านแม่เรือนนั้น แม่ดอกลิลลี่เหมาะจะเป็นคุณนายชี้นิ้วสั่งมากกว่าที่จะมานั่งจับเจ่าอยู่ในก้นครัว แตกต่างจากคนเป็นน้องที่มีรสมือเป็นเลิศเสมือนลูกไม้ที่หล่นใกล้ต้น เพราะคุณกลิ่นแก้วนั้นมีฝีมือปรุงอาหารระดับชาววังไม่ต่างจากนมมะลิ รสมือที่เคยเข้าวังทำอาหารให้เชื้อพระวงศ์ได้ทานเป็นที่เลื่องลือไม่น้อย

 

เอี๊ยด!

เวลาสี่ทุ่มเศษของวัน เสียงรถคันโปรดของคนเป็นพี่ก็ส่งเสียงแตะเบรกดังลั่น ก่อนจะเห็นเจ้าตัวโผเผเดินลงมา ใบหน้านั้นแดงระเรื่อ แต่คงไม่ได้เกิดจากอาการเอียงอายใครเป็นแน่ นอกเสียจากเผลอไปแตะเครื่องดื่มของมึนเมาเข้าให้

สภาพของบุตรสาวคนโตของคุณกลิ่นแก้วทำให้นมมะลิลุกขึ้นแล้วก้าวฉับๆ ไปคว้าข้อมือเล็กไว้แน่น สายตาของคนชรามีแววไม่ชอบใจยิ่งนัก บุษบารีบก้าวเดินไปห้ามศึกครั้งนี้อย่างรวดเร็ว เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่สาวเมามายกลับมา

คุณหนูลิลลี่ ทำไมถึงทำตัวแบบนี้ เป็นสาวเป็นนางทำไมต้องเกลือกกลั้วกับของมึนเมาด้วยค่ะ นมบอกแล้วว่ามันไม่เหมาะไม่ควร

เสียงต่อว่าดังลั่นบ้าน นมมะลิมองคุณหนูลีลาวดีด้วยสายตาผิดหวัง ส่วนคนฟังไม่ได้แยแสอะไร เธอหันไปถอดรองเท้าระเกะระกะก่อนจะตรงดิ่งเข้าห้อง แต่ยังไม่ทันได้ขยับกายนมมะลิก็เดินเข้ามาขวางทาง

นี่นม นมเป็นคนอาศัยนะ ลิลลี่จะทำอะไรจะไปไหน หรือเมามายกลับมา นมก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งเกี่ยว ลิลลี่โตแล้วเป็นผู้ใหญ่มากพอที่จะดูแลตัวเองได้

พี่ลิลลี่...” บุษบาโอดครวญเมื่อได้ยินน้ำคำของพี่สาว สายตาแห่งความขอโทษหันไปมองผู้มีอุปการคุณทันที

แต่นมเป็นห่วงนะคะ

ลิลลี่ไม่เป็นอะไร สบายใจได้ ขอตัวนะคะ

คนถูกต่อว่ากล่าวแค่นั้นก็เดินขาเกกลับเข้าห้อง นมมะลิได้แต่ส่ายหน้าไปมา เหนื่อยใจระคนหนักอกที่บุตรสาวคนโตของท่านเจิดศักดิ์ทำตัวผิดแผกราวกับไม่ใช่เอกอัษรากร นางหันมายิ้มบางๆ ให้กับคุณหนูดอกรัก เมื่อได้รับแรงโอบกอดที่อบอุ่นและห่วงใย คุณหนูของนางคนนี้น่ารักเสมอ

นมจ๋า...พี่ลิลลี่แค่เหนื่อยก็เลยพูดอะไรโดยไม่ยั้งคิด นมอย่าคิดมากนะคะเสียงแผ่วเครือปลอบโยน

นมไม่เป็นอะไรค่ะ ดึกมากแล้วคุณหนูไปพักผ่อนเถอะนะคะ

สองคนต่างวัยแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน แม่ดอกรักของเรือนบุษบาก้าวเข้าห้องด้วยความหนักอึ้งในหัวใจ นาทีนี้หญิงสาวคิดถึงคนเป็นพ่ออย่างประหลาด โปสการ์ดมากมายเป็นรูปสถานที่ต่างๆ ถูกหยิบฉวยขึ้นมาดู ยามคิดถึงคนเป็นพ่อถ้อยคำลายมือที่ท่านบรรจงเขียนอยู่ด้านหลังของภาพนั้นทำให้ความเศร้าหมองคลายไปจนหมด

พ่อจ๋า รักคิดถึงคุณพ่อมากที่สุด

ค่ำคืนนี้หญิงสาวกอดโปสการ์ดและรูปของคนเป็นพ่อแนบอก บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเธอรักคุณพ่อมากขนาดไหน ตั้งแต่คุณแม่กลิ่นแก้วเสียไป บุตรสาววัยเตาะแตะก็ติดคุณพ่อแจ จนกระทั่งต้องห่างกันเมื่อท่านต้องออกเดินเรือเป็นกัปตันขนสินค้าให้กับชาวต่างชาติ เพื่อหาเงินให้บุตรสาวทั้งสองคนได้ใช้สอย แม้ท่านต้องเหนื่อยและอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแรมเดือน แต่ทุกครั้งที่ท่านกลับมา บุษบาก็จะเห็นรอยยิ้มที่เกลื่อนไปด้วยความสุข ซึ่งเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงและเป็นพลังให้ชีวิตน้อยๆ เป็นแรงใจให้ก้าวต่อและพร้อมเผชิญกับวันข้างหน้าได้อย่างไม่หวาดกลัว

 

            ค่ำคืนดึกสงัด

            บุษบา เอกอักษรากรนอนกระส่ายกระสับไปมา เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้า ในความมืดมิดรอบกาย หญิงสาวเดินย่ำเท้าอยู่ในสวนกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์นับพันต้น กลิ่นของกุหลาบงามกระจายรอบตัว ให้ความรู้สึกหอมหวานเหลือเกิน มือเรียวเล็กแตะไล้สัมผัสกลีบนุ่มของดอกกุหลาบอย่างแผ่วเบา เพราะกลัวความบอบช้ำจะทำให้เจ้ากุหลาบดอกงามหมดความสวยสด

            เธอดอมดมกลิ่นหอมเย้ายวนด้วยความหลงใหล ความงามพร่างพราวเสน่ห์ดึงดูดได้อย่างไม่น่าเชื่อ บุษบามองกุหลาบช่อโตที่อยู่ไม่ไกลตัวด้วยแววตาเปล่งประกายราวกับได้ของที่ถูกใจ หญิงสาวเดินตรงดิ่งเข้าไปหาหวังจะไขว่คว้าสัมผัสกลีบนุ่มนั้น ทว่า...กลับมีมือใหญ่คว้ามันไปเชยชมต่อหน้าต่อตา

            บุรุษหนุ่มสูงใหญ่นัยน์ตาสะกดลึกถึงห้วงหัวใจ เธอเห็นเพียงดวงตากลมๆ ของเขาเท่านั้น เพราะแค่สบมอง ร่างกายของเธอราวกับต้องมนต์ ส่วนใบหน้าของเขาช่างดูรางเลือนเหลือเกิน หญิงสาวพยายามจ้องมองให้เห็นถึงโครงรูปหน้าของชายหนุ่ม แต่เธอยิ่งจ้องก็ยิ่งห่างไกล

            ดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ถูกหยิบยื่นมาตรงหน้า บุษบาคว้ามาถือไว้ ก่อนที่ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่จะกระโจนเข้าหา โอบรัดเธอทั้งตัว หญิงสาวพยายามดิ้นรนและส่งเสียงขอความช่วยเหลือดังก้อง แล้วสิ่งที่น่าหวาดกลัวก็เกิดขึ้น ชายหนุ่มรูปงามกลับกลายเป็นงูตัวใหญ่ยักษ์ที่เปิดปากกว้างกลืนกินเธอทั้งตัว ในขณะที่เสียงกรีดร้องในลำคอค่อยๆ เลือนหายไป

            “กรี๊ด!”

            เสียงกรีดร้องดังลั่นเรือนบุษบา นมมะลิที่พักพิงหลับใหลอยู่ข้างๆ ห้องรีบถลาเปิดประตูห้องของคุณหนูดอกรักอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแตะสวิตช์ไฟมุมห้องให้แสงไฟส่องสว่างกลางเตียงสีขาวสะอาด นางเห็นร่างกายของคุณหนูส่ายไปมาอย่างน่าเวทนา หยาดเหงื่อเม็ดเล็กไหลโทรมท่วมกาย

            “คุณหนูบุษบาขา...”

            เสียงเรียกขานมาพร้อมกับแรงเขย่ากายอย่างแผ่วเบา นมมะลิส่งเสียงเรียกไม่หยุดหย่อน นมมะลิยกอุ้งมือเหี่ยวย่นลูบไหลเส้นผมนุ่มสลวยอย่างปลอบโยน นางเห็นคุณหนูบุษบาหยุดดิ้นในเวลาต่อมา ก่อนจะค่อยๆ กะพริบตาเมียงมองรอบๆ กายแล้วถลาเข้าโอบกอดราวกับต้องการที่พึ่งพิง

            “นมจ๋า...งูตัวใหญ่ยักษ์

พอเริ่มรู้สึกตัว อาการสั่นสะท้านก็ลดลง เธอซบหน้าเข้ากับอกอุ่นก่อนจะเอื้อนเอ่ยออกมา ภาพงูตัวใหญ่ที่กลืนกินเธอทั้งตัวนั้นทำให้หัวใจดวงเล็กๆ เต้นรัวกระหน่ำ ความกลัววิ่งเข้าสู่หัวใจ รู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองแตกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับสิ่งนั้นไม่ใช่ความฝัน

            “งูที่ไหนคะ คงจะฝันไปคุณหนูอย่าคิดมาก

            “ไม่นะคะนม งูตัวใหญ่ปากกว้างกลืนกินรักทั้งตัว

แววตาคู่งามหวาดหวั่นกับภาพที่ติดตรึงตา ก่อนที่ชายหนุ่มคนนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นงูตัวร้ายยักษ์ใหญ่ เธอคลับคล้ายคลับคลาว่าได้เห็นใบหน้าซีกขวาของเขา ยอมรับในใจเลยว่าเจ้าของกุหลาบสีขาวนี้หล่อเหลาราวกับเทพบุตร แต่เขาก็แปรเปลี่ยนเป็นอีกสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว

งูกลืนกินหรือคะคุณหนู

นมมะลิยิ้มเต็มใบหน้า ในขณะที่เอ่ยถามออกไป ก่อนจะจ้องมองดวงตากลมโตเต้นระริกอยู่ไม่วาง

            “รักคงฝันไปจริงๆ แต่คืนนี้นมนอนเป็นเพื่อนรักนะคะ

            ดวงตากลมโตช้อนมองใบหน้านมมะลิอย่างออดอ้อน นาทีนี้บุษบา เอกอักษรากรต้องการที่พักพิง เพราะหัวใจของเธอยังหวาดกลัวกับความฝัน นมมะลิพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะผละไปปิดสวิตช์ไฟในห้อง         

            สองคนต่างวัยล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม หญิงสาวเจ้าของห้องวาดวงแขนโอบกอดนมมะลิอย่างต้องการความอบอุ่น ตอนนี้บุษบาคงขวัญผวาถึงได้กอดรัดอยู่เช่นนั้น ส่วนคนที่ถูกโอบกอดได้แต่อมยิ้มเต็มใบหน้า เพราะคุณหนูดอกรักฝันแบบนี้ อีกไม่นานก็จะพบคนที่เป็นเนื้อคู่ตุนาหงัน หลังจากนั้นนมมะลิก็บดเบียดกระชับวงแขนเพื่อให้ความอบอุ่นกับคุณหนูที่เริ่มไขว่คว้าเพื่อบรรเทาความหนาวเหน็บยามค่ำคืน

 

รุ่งเช้าตะวันทอแสง แสงส้มสีทองสดส่องประกายด้านทิศอุทัย หญิงสาวเจ้าของเรือนบุษบาตื่นแต่เช้าตรู่แข่งกับเสียงปลุกร้องของเจ้านนทรี นกแก้วตัวโปรดที่เจื้อยแจ้วเรียกชื่อเธอเช่นเคย

            “รักจ๋า...รักจ๋า...”

            “นนทรีจ๋า...หิวแล้วใช่ไหม

            เธอเอ่ยถามพรางเทอาหารให้กับเจ้าตัวเล็กเช่นเคย แต่ที่ไม่เหมือนกับเช้าของวันอื่นๆ ก็เพราะเสียงรถคันโก้ที่เคลื่อนตัวเข้าสู่เรือนเอกอักษรากร ก่อนจะค่อยๆ ชะลอแล้วดับเครื่องจอดสนิท

            รองเท้าสีดำขัดมันนั่นคือสิ่งที่บุษบากำลังมองเห็นอยู่ไม่ไกล ก่อนจะพบกับชายหนุ่มรูปงามที่แต่งตัวด้วยชุดสูทสีเทาขุ่น ดูท่าคงราคาแพงเอาการเพราะรถที่เจ้าตัวขับมานั้นราคาหลายล้านบาท หญิงสาวเจ้าของบ้านย่นคิ้วอย่างสงสัยกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญที่ยืนอยู่ห่างออกไป

            ภาสกร อนันตนารถ ก้าวลงจากรถด้วยท่าทีหยิ่งผยอง ดวงตาคมกริบกวาดมองรอบๆ เรือนไทยที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าด้วยจุดมุ่งหมายบางอย่าง ก่อนจะสะดุดอยู่กับร่างบางระหงในชุดลำลองสบายและเจื้อยแจ้วอยู่กับเจ้านกตัวกระจ้อยร่อย หลังจากนั้นไม่ถึงนาทีขายาวๆ ของหนุ่มนักเรียนนอกก็ก้าวตรงดิ่งตรงมายังบุษบา

            “สวัสดีครับเสียงทุ้มหล่อเอื้อนเอ่ยทักทาย

            บุษบาแหงนเงยขึ้นมาสบมองแล้วยกมือไหว้ตามมารยาทที่พึงมี ก่อนจะพอเข้าใจและเดาเหตุการณ์ได้ทั้งหมด ว่าผู้ชายคนนี้คงมาพบพี่ลิลลี่ เพราะเขาคงไม่น่าจะมีธุระกับคนอื่นๆ ในบ้าน

            “ผมภาส ภาสกร อนันตนารถ ด้วยนามสกุลที่ต่อท้าย คุณคงทราบว่าผมเป็นบุตรชายของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของเมืองไทยเรา ถ้าหากไม่รังเกียจ ขอทราบชื่อเสียงเรียงนามของคุณจะได้ไหมครับ

            “เอ่อ...”

บุษบาอ้ำอึ้งเพียงนิด ก่อนจะเปิดยิ้มกว้างเมื่อคนเป็นพี่สาวก้าวออกจากเรือนลีลาวดี สีหน้าผ่อนคลายก็เลยปรากฏให้ชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามได้เห็น หัวใจของภาสกรเต้นรัวกระหน่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แววตากลมโตสดใสนั้นสะกดลมหายใจของเขาจนสะดุดห้วง ซึ่งต่างจากอีกคนที่หัวใจของเขาไม่เคยเต้นแรงเมื่ออยู่ใกล้ขนาดนี้

            “ภาสคะ มาถึงนานรึยังคะ

เสียงลีลาวดีดังขึ้นก่อนจะพาร่างกายในชุดแซกกระโปรงยาวเพียงเข่าสีฟ้าสดใส ก้าวเดินมาประชิดชายหนุ่ม

            “สักครู่แล้วครับ พอดีว่า...” ชายหนุ่มตอบออกไปพร้อมเบนสายตาไปยังร่างบางระหงในชุดอยู่บ้านแบบสบาย

            “อ๋อ...ภาสคะ นี่ดอกรักค่ะ น้องสาวของลิลลี่เอง รักจ๊ะ ไปสั่งแม่พุดซ้อนให้เตรียมของว่างมารับแขกของพี่ด้วยนะจ๊ะ

            ลีลาวดีแนะนำน้องสาวเพียงเล็กน้อย ก่อนเอ่ยประโยคถัดมากับคนเป็นน้องด้วยการสั่งงาน บุษบารีบไปทำตามคำสั่ง เธอไม่ชอบแววตาที่ผู้ชายตรงหน้าใช้กวาดมองเลยสักนิด เพียงแค่นึกถึง บุษบาคนงามถึงกับขนลุกเกรียวกราว

            บุตรชายนายทหารใหญ่ได้แต่เมียงมองตามแผ่นหลังบุษบาไปจนลับสายตา ถ้าหากย้อนกลับมามองคนที่ยืนข้างกายก็จะรู้ว่าเจ้าหล่อนไม่พอใจเลยสักนิดเดียว ลีลาวดีอยากจะถลกลูกกะตาวิบวับตรงหน้ายิ่งนัก แต่เธอก็ยังแน่ใจว่าเสน่ห์ของตัวเองนั้นมีมากกว่าคนเป็นน้องที่จืดชืดราวแกงจืดต้นสำรับ

            “ไปนั่งที่ซุ้มลีลาวดีกันดีกว่านะคะภาส

            หญิงสาวเอ่ยชวนก่อนจะจับจูงมือใหญ่ให้เดินไปตามทิศทางที่ต้องการ ซุ้มลีลาวดีตั้งอยู่ด้านซ้ายของเรือนเอกอักษรากร รอบๆ ซุ้มเต็มไปด้วยต้นลีลาวดีน้อยใหญ่ ออกดอกชูช่อไสวต้องลม ส่งกลิ่นหอมคลุ้งชวนให้สงบเงียบและเย็นตา เหมาะสำหรับรับรองแขกที่มาเยือน

            ไม่ถึงสิบนาทีพุดซ้อนแม่บ้านเก่าแก่ก็ยกอาหารว่างพร้อมน้ำผลไม้เย็นๆ ชื่นใจมารับรอง ก่อนจะขอตัวเดินออกห่างปล่อยให้สองหนุ่มสาวได้พูดคุยกันตามประสา

            “ภาสขับรถมาเหนื่อยๆ ดื่มน้ำให้ชื่นใจก่อนสิคะน้ำฝรั่งปั่นเย็นๆ ถูกหยิบยื่นไปตรงหน้าชายหนุ่ม ลีลาวดียิ้มให้เหมือนสาวมั่นที่พบหนุ่มต้องใจ

            “ขอบคุณครับ บ้านลิลลี่นี่ร่มรื่น น่าอยู่มากเลยนะครับ ที่ดินกว้างขวางใหญ่โต ไม่ทราบว่ามีเค้าลางว่าจะขายรึเปล่าครับ

ดื่มน้ำเพียงอึกบุตรชายนายทหารที่ทำหน้าที่บริหารรีสอร์ตกิจการในเครือของตระกูลก็เอื้อนเอ่ยขึ้น ชายหนุ่มมองที่ดินแปลงโตนี้ด้วยความหวัง จะหากำไรเป็นกอบเป็นกำ เพียงปรับเปลี่ยนให้เป็นรีสอร์ตรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เชื่อว่าที่นี่คงไม่ต่างจากขุมสมบัติดีๆ

            “ขายหรือคะ บ้านนี้คุณพ่อคงไม่คิดจะขายหรอกค่ะ

ลิลลี่ยิ้มให้นัยน์ตาใสซื่อ บ้านนี้เป็นของรักของหวงของคุณแม่ เพราะฉะนั้นต่อให้ฟ้าถล่มดินทลายคนเป็นพ่อก็คงไม่คิดจะขายอย่างเด็ดขาด

            “น่าเสียดายนะครับ พอดีผมอยากได้ที่ดินสักผืนไว้ไปทำรีสอร์ต และอีกอย่างต้องการพื้นที่ที่กว้างขวาง ผมมองๆ ดูแล้วบ้านของคุณถูกใจผมที่สุดชายหนุ่มทอดมองรอบๆ กายด้วยสายตาแสนเสียดาย ก่อนจะหันมามองหน้าหญิงสาวด้วยความหวังที่รอการเติมเต็ม จนทำให้ลีลาวดีอดไม่ได้ที่ต้องยิ้มแหย

            “ลิลลี่ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ คุณพ่อท่านรักบ้านหลังนี้มากและอีกอย่างคงไม่มีวันยอมขายให้ใคร

            “ไม่เป็นไรครับ ถ้าหากว่าท่านเปลี่ยนใจ ผมก็อยากได้ยินเป็นคนแรก

            “ลิลลี่รับปากค่ะ ว่าคุณภาสจะได้รับรู้เป็นคนแรก

            สองหนุ่มสาวพูดคุยกะหนุงกะหนิง ภาสกรจ้องมองใบหน้านวลลออราวกับดอกลีลาวดีวัยแรกแย้มด้วยความชื่นชม บุตรสาวคนโตของตระกูลเอกอักษรากรงดงามจับตา ถ้าเปรียบก็เสมือนดอกไม้งดงามที่ดูแล้วเซ็กซี่บาดใจชายหนุ่มทั่วไป แต่สำหรับบุตรสาวคนเล็กนั้นเหมือนดอกไม้ไทยแท้ที่ให้ความหอมละมุนจับใจ มองทีไรก็ไม่คิดจะเบื่อ

            ชายหนุ่มกำลังนึกถึงใบหน้าของบุษบาเมื่อพบกันครั้งแรก หญิงสาวเจื้อยแจ้วกับนกเลี้ยงคู่ใจ แววตากลมโตระริกใสแป๋วอย่างคนมองโลกในแง่ดี และที่เขาเห็นก็คือความใสซื่อ เธอจึงมีเสน่ห์ที่น่าหลงใหล เธอเหมาะแก่การเป็นคู่ชีวิตที่คลายความเหนื่อยล้าอย่างที่เขาต้องการ

            “ภาสคะ...ภาสคะ

เสียงเรียกขานชิดใกล้ ชายหนุ่มสะดุ้งนิดๆ ก่อนจะหันมายิ้มให้

            “ภาสคิดอะไรอยู่ ลิลลี่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ขานรับสักที

            “ขอโทษครับ ผมกำลังคิดว่าจะชวนลิลลี่ไปเที่ยวที่ไหนดี

            คำตอบของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวเปิดยิ้มกว้าง ลีลาวดีรีบขอตัวไปหยิบกระเป๋าใบโปรดก่อนจะรีบเดินกลับมาควงคู่กับภาสกร อนันตนารถ

วันนี้เราแวะทานมื้อค่ำกันก่อนกลับนะครับ เดี๋ยวผมค่อยมาส่งคุณ

มาถึงตัวรถ ชายหนุ่มก็เปิดประตูให้ตามความเป็นสุภาพบุรุษที่พึงปฏิบัติต่อสุภาพสตรี ก่อนจะเชื้อเชิญลีลาวดีให้ก้าวขึ้นไปนั่ง หญิงสาวพยักหน้าเป็นการรับรู้ก่อนจะเปิดยิ้มให้เมื่อประตูรถปิดลง ทว่า...สายตานั้นกำลังกวาดมองรอบๆ บ้านอีกครั้ง เขาหวังว่าจะได้เห็นแม่ดอกรักสักครั้งก่อนจะเคลื่อนตัวรถออกไป

หลังจากนั้นไม่ถึงห้านาที รถยุโรปคันหรูก็พุ่งไปสู่ท้องถนนกว้างอย่างรวดเร็ว เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วส่วนมากจะดังออกจากริมฝีปากแดงจิ้มลิ้ม ปล่อยให้ชายหนุ่มทำหน้าที่เหยียบคันเร่งผจญกับการจราจรที่เริ่มคับคั่งตามท้องถนน เป็นสิ่งที่แสนวุ่นวายของเมืองกรุง

ไปกันแล้วหรือคะ คุณหนูเสียงแม่บ้านนามพุดซ้อนดังขึ้นด้านหลังร่างบอบบาง บุษบาหันมายิ้มน้อยๆ

            “คงออกไปทำธุระค่ะ เย็นๆ คงจะกลับ ป้าพุดซ้อนมีอะไรหรือคะบุษบามองอย่างสงสัย เห็นใบหน้าของคนเก่าแก่ยิ้มแหยก็พอจะดูออก

            “ผู้ชายคนนี้ไม่น่าไว้วางใจ

            “แม่อย่ามองโลกในแง่ร้ายสิ คุณคนนั้นออกจะหล่อแถมน่าจะรวยอีกต่างหาก

เสียงจำปาแว่วมาก่อนตัว เด็กสาววัยสิบห้าวางกระเป๋านักเรียนในมือก่อนจะหันมาทำความเคารพคุณหนูของบ้านและคนเป็นแม่

            “เรารู้ได้ไงจำปา เพิ่งกลับมาไม่ใช่เหรอเสียงแข็งๆ ของพุดซ้อนดังคล้ายตำหนิอยู่ในที

            “ก็จำปาเห็นเมื่อกี้นี้เอง รถที่คุณหนูลิลลี่นั่งไป ฉันเห็นคนขับเต็มสองลูกกะตา หล่อและขาวเชียวแม่

            เผียะ!

            “โอ๊ย!”

เสียงฝ่ามือกระทบกับแขนเล็กๆ ก่อนจะได้ยินเสียงร้องโอดครวญตามมาติดๆ จำปารีบขอตัวกลับเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้อง พรุ่งนี้เป็นวันหยุด เธอกับแม่คงต้องอยู่รบรากันอีกนานสองนาน แต่นั่นก็ทำให้จำปาเด็กสาววัยสิบห้ามีความสุข อยู่ในสภาพแวดล้อมและครอบครัวที่อบอุ่น หนำซ้ำยังมีคุณครูสอนภาษาอังกฤษแสนสวยอย่างคุณหนูบุษบาอีก

 

            กริ๊ง! กริ๊ง!

เสียงโทรศัพท์ประจำบ้านดังขึ้น จำปาซึ่งก้าวออกจากห้องรีบจ้ำอ้าวไปรับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปิดยิ้มกว้างเต็มใบหน้าเมื่อจำได้ว่าเสียงที่ดังผ่านคลื่นสัญญาณมานี้เจ้าของคือใคร

คุณหนูบุษบาขา...คุณท่านโทร. มาค่ะ

            ได้ยินเสียงเรียกคุณหนูคนสวยของบ้านรีบเดินมารับโทรศัพท์ เธอยิ้มแป้นเต็มใบหน้า ก่อนจะหันไปมองรอบๆ ตัวที่นมมะลิ ป้าพุดซ้อนและหนูจำปา รอฟังการสนทนาอย่างจดจ่อ ราวกับว่าสิ่งที่เธอจะได้ยินในวินาทีข้างหน้านี้ จะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในรอบเดือนที่เกิดขึ้น

            “สวัสดีค่ะคุณพ่อ

เสียงใสแจ๋วปิดความยินดีไม่มิด ใบหน้านวลงามเต็มไปด้วยความสุข แววตากลมโตทอประกายยินดี บุษบาหันมาโปรยยิ้มให้กับคนรอบข้าง ซึ่งทุกคนก็ยิ้มตอบ

            “สบายดีไหมลูก พอดีพ่อขึ้นฝั่งแถบอันดามันเสียงทุ้มที่เจือความห่วงใยดังจากปลายสาย แต่คล้ายมีเสียงถอนหายใจระบายออกมาอย่างแผ่วเครือ

            “ทุกคนสบายดีค่ะ รักคิดถึงคุณพ่อมากที่สุด ทุกคนเป็นห่วงคุณพ่อนะคะ อยากให้คุณพ่อกลับมาพักผ่อนเร็วๆ คุณพ่อจะกลับแล้วใช่ไหมคะ นี่ก็ใกล้ครบหนึ่งเดือนเต็มที

            “เอ่อ...คือว่า...” คนเป็นพ่ออ้ำอึ้งเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อพ่อยังกลับไม่ได้ลูก อีกราวๆ สองเดือนที่บริษัทก็จะให้หยุดพักสักหนึ่งเดือน แต่ว่าสองสามเดือนนี้พ่อคงต้องทำงานหนักขึ้นเป็นเท่าตัว...หนูไม่ว่าอะไรใช่ไหมลูก

            น้ำเสียงขาดหายไปในตอนท้าย ก่อนจะเอ่ยถามบุตรสาวคนเล็กอย่างไม่แน่ใจ ท่านเจิดศักดิ์รอฟังคำตอบของลูกรักอย่างใจจดจ่อ

บุษบาเงียบเสียงไปเพราะคาดคิดว่าอีกไม่กี่วันคงได้พบคนเป็นพ่อ แต่ข่าวนี้ทำให้หญิงสาวนิ่งงัน คล้ายจะเสียใจแต่ก็สะกดไว้ เพราะอีกไม่นานเธอจะได้อยู่กับคนเป็นพ่อเป็นแรมเดือน

            “ลูกรักเป็นอะไรรึเปล่าเมื่อลูกรักเงียบไป ท่านเจิดศักดิ์ก็จำร้องถามขึ้น

            “รักอยากให้คุณพ่อพักบ้าง อีกสองสามเดือนคุณพ่อคงเหนื่อยไม่น้อย

            “พ่อไม่เป็นอะไรหรอก ทำงานหนักคราวนี้อีกไม่กี่เดือนพ่อก็จะกลับไปกอดลูกให้ชื่นหัวใจ ลูกรัก เท่านี้ก่อนนะแล้วพ่อจะส่งโปสการ์ดสวยๆ ไปให้เช่นเคย

            “บุษบารักคุณพ่อนะคะ

            เสียงสัญญาณถูกตัดไปพร้อมกับความนิ่งเงียบที่เกิดขึ้น บุษบาคนงามน้ำตาไหลก่อนจะหันมาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทุกคนฟัง ซึ่งต่อให้ไม่หลุดปากบอกเล่า ทุกคนก็ล้วนเข้าใจเหตุการณ์เป็นอย่างดี ต่อจากวันนี้ไปอีกสองเดือนกว่าจะได้พบหน้าคุณพ่อที่รักอีกครั้ง รู้สึกว่าช่วงเวลาแห่งการรอคอยนั้นยาวนานเหลือเกิน  หญิงสาวเจ้าของบ้านก็เลยก้าวลงจากเรือนตรงดิ่งไปยังซุ้มกลิ่นแก้วที่ตั้งโดดเด่นอยู่บริเวณหน้าบ้านเอกอักษรากร ซึ่งเป็นสถานที่ที่โปรดปรานมากที่สุดของคุณแม่กลิ่นแก้ว

            “คุณหนูคงผิดหวังนะคะนมมะลิเสียงพุดซ้อนเอื้อนเอ่ยหลังจากคล้อยหลังร่างบางระหง

            “คุณหนูคงคิดถึงคุณท่านมาก นับวันนับคืนรอคอยอย่างจดจ่อ เมื่อได้รับข่าวก็คงเศร้า แต่ปล่อยให้อยู่คนเดียวสักพักก็คงจะดีขึ้น

สายตาแห่งความห่วงใยทอดมองไปยังร่างบางระหงที่นั่งหน้าเศร้าอยู่บริเวณซุ้มกลิ่นแก้ว เมื่อทุกข์ใจครั้งใดสถานที่คลายความเศร้าหมองของคุณหนูของบ้านมักจะเป็นที่ที่คุณพ่อคุณแม่โปรดปราน ทุกคนได้แต่ทำหน้าละห้อยก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงาน ส่วนจำปานั้นถือน้ำผลไม้คั้นสดใหม่ๆ ก้าวออกจากห้องครัว ได้รับรอยยิ้มจากนมมะลิและคนเป็นแม่อย่างพุดซ้อนกับความช่างประจบของยายตัวเล็กที่สุดในบ้าน ไม่ถึงนาทีก็เห็นร่างเล็กๆ สาวเท้าไปยืนตรงหน้าคุณหนูคนงาม

            “คุณหนูรักขา...น้ำผลไม้คั้นสดใหม่แสนเย็นชื่นใจค่ะ

            “ขอบใจนะจำปา ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ก็แค่คิดถึงคุณพ่อมากเท่านั้น

            คุณหนูของบ้านฝืนยิ้มให้ก่อนจะจิบน้ำผลไม้แสนจะชื่นใจ เธอรู้ดีว่าอีกไม่นานจะได้พบกับคนเป็นพ่อและเมื่อถึงเวลานั้นเธอก็มีเวลาร่วมเดือน บางทีคุณพ่อคงจะเอือมระอากับความเจ้ากี้เจ้าการของตัวเอง เหมือนทุกครั้งที่ท่านกลับมาต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากับสองพี่น้องที่ตามติดเหมือนเงาตามตัว

            “แล้ววันนี้ต้องเรียนภาษาอังกฤษใช่ไหม จำปา

            เด็กสาวจำปาเงยหน้าขึ้นมาสบมองก่อนจะยิ้มแหย เย็นวันศุกร์และวันเสาร์ เป็นชั่วโมงแห่งการเรียนพิเศษจากคุณครูคนสวยประจำบ้าน 

            “จำปานึกว่าคุณหนูจะลืม

            “ไม่ได้ลืมจ้ะ ไปเตรียมตัวได้แล้ว

            บุษบาเอ่ยเพียงแค่นั้น แม่หนูจำปาก็วิ่งกลับขึ้นห้อง ไม่ถึงสิบนาที หนังสือเล่มหนาที่โชว์หราเป็นภาษาต่างชาติก็ปรากฏพร้อมสมุดโน้ตเล่มเล็กที่เจ้าตัวหยิบติดมือมา

            การสอนพิเศษเล็กๆ น้อยๆ ให้กับจำปาทำให้ความกังวลเศร้าหมองของบุษบาเลือนหาย เธอทอดสายตาชื่นชมความอยากรู้ของจำปาและเฝ้าดูพัฒนาการที่ดีขึ้นเป็นลำดับด้วยความชื่นชม นี่ถ้าหากเด็กสาวไม่มีใจใฝ่เรียนเธอก็ไม่มีลูกศิษย์ที่น่ารักอย่างเช่นตอนนี้ และก็คงต้องนั่งคิดฟุ้งซ่านจนพาลทำให้คนในบ้านต้องกลุ้มใจไปตามๆ กัน นี่ถ้าหากคุณพ่อเจิดศักดิ์ยอมให้เธอไปทำงานข้างนอกเหมือนพี่สาวก็คงจะดี อย่างน้อยก็มีเวลานั่งหน้าเศร้าน้อยลงไปอีกเท่าตัว เพราะชีวิตวัยทำงานคงต้องวิ่งวุ่นจ้าละหวั่นจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน

            บางครั้งเหนื่อยกายก็ยังดีกว่าเหนื่อยใจ!

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนผลงานค่ะ "

Janya,ณิชาดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha