ยอดรักอสูรร้าย

โดย: Janya,ณิชาดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : เปลี่ยน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 4

เปลี่ยน

 

หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลศิริราช ในเมืองกรุง ต้องวุ่นวายจ้าละหวั่นเมื่อคนดังแห่งเมืองหลวงถูกหามส่งโรงพยาบาลในสภาพยับเยินทั้งเนื้อทั้งตัว บริเวณหน้าห้องฉุกเฉินคลาคล่ำไปด้วยผู้คนนับสิบ และใบหน้านั้นเจิ่งนองด้วยน้ำใสๆ ที่ปริ่มขอบตา ดวงตาทุกคู่แดงก่ำ บริเวณขอบตาบวมช้ำบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าผ่านความเสียใจมาอย่างหนัก

            คุณหญิงเยาวเรศนั่งร้องไห้เป็นเผาเต่าซบอกของคนเป็นสามีน้ำตาไหลแทบขาดใจ คุณชายรพีนารถใบหน้าเคร่งขรึม มือทั้งสองข้างสั่นเทาในขณะที่โอบกอดปลอบโยนเมียรัก

            ...ไม่คิดฝันเหมือนกันว่าเรื่องบ้าๆ นี่จะเกิดขึ้นกับครอบครัว

            คนเป็นพี่ชายอย่างรพีภพนั้น พกพาใบหน้าซีดเซียวเฝ้าแต่เมียงมองประตูห้องฉุกเฉินอย่างไม่คลาดสายตา น้องชายของเขาอยู่ในนั้น อยู่ท่ามกลางบุรุษในชุดกาวน์นับสามคน อยู่ท่ามกลางสายระโยงรยางค์ที่รัดรึงเพื่อรั้งชีวิต

 

            ก่อนหน้านี้ในคฤหาสน์เทพาธิบดี นาฬิกาประดับผนังราคาหลายแสนบาทบ่งบอกเวลาตีห้าของวัน แม่บ้านวัยกลางคนได้รับโทรศัพท์แจ้งจากโรงพยาบาล เพียงแค่ต้นสายสนทนาเอ่ยขึ้น เสีนงกรีดร้องโวยวายก็ดังลั่น

            และนั่นคือเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกคนในบ้านที่ยังอยู่ในชุดนอนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ บุตรชายคนเล็กของตระกูลเทพาธิบดีประสบอุบัติเหตุรถยนต์คันงามพุ่งชนกับรถลีมูซีนจนพังยับ ฝ่ายนั้นคนขับตาย ส่วนผู้โดยสารในรถสองคนนั้นรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์และรพีภพก็อยากให้น้องชายของเขามีปาฏิหาริย์เช่นกัน

            ใบหน้าคนเฝ้ารอฟังข่าวซีดขาวราวกระดาษ นางพยาบาลวิ่งเข้าวิ่งออกจากห้องไอซียูคนแล้วคนเล่า เวลาที่ผ่านมาเพียงชั่วโมงนั้นยาวนานราวกับเป็นปีสำหรับคนเป็นแม่อย่างคุณหญิงเยาวเรศ

            “คุณชาย ลูก...ลูกของเรศ...”

            “ลูกภัทรจะไม่เป็นไร ลูกของเราจะต้องไม่เป็นอะไร

            “ฮือๆ รพีภัทรลูกแม่...”

            เสียงร้องไห้ของคนเป็นแม่กรีดหัวใจของบุตรชายคนโตยิ่งนัก อุบัติเหตุครั้งนี้เสมือนกับเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงหัวใจของคนเป็นมารดา เพราะวัยเด็กน้องชายของเขาก็ประสบอุบัติเหตุรถพุ่งชนกันในขณะที่เดินทางไปโรงเรียนประจำ และครั้งนี้ก็เหมือนครั้งนั้นที่ทำให้คุณแม่ต้องร้องไห้แทบขาดใจ

            “วาโย มารุต นายสองคนพลาดได้ยังไง

รพีภพหันไปเอาเรื่องกับบอดี้การ์ดของน้องชาย คนโดนตวาดถามก้มหน้าก้มตาอย่างยอมรับผิด ทั้งสองเป็นคนเฝ้าตามติดหม่อมหลวงรพีภัทรทุกฝีก้าว เรียกได้ว่าเป็นยิ่งกว่าคนสนิทและบอดี้การ์ดส่วนตัว แต่ครั้งนี้พวกเขาพลาด...พลาดอย่างหนัก หลังจากติดตามคนเป็นนายออกจากบ้านเทพาธิบดีก่อนจะตรงดิ่งไปยังดินแดนของสาวชุดแดง วาโยและมารุตก็ไม่คาดคิดว่าเจ้านายหนุ่มจะออกจากสวรรค์ชั้นเจ็ดก่อนฟ้าสาง ทั้งคู่คาดคิดว่าคนเป็นนายจะออกจากวิมานนั้นช่วงเที่ยงของวันถัดมาซะอีก

            “ขอโทษครับคุณชาย

            “พอแล้วภพ รอให้น้องได้สติก่อนแล้วค่อยเอาความ

เสียงคนเป็นพ่อดังขึ้นเป็นการห้ามปราม เพราะรู้ดีว่าบุตรชายคนโตจะต้องลงโทษการ์ดทั้งสองคนอย่างหนักเป็นแน่ ทว่า...ในเวลานี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า การเฝ้าภาวนาให้ลูกชายคนเล็กปลอดภัยและมีชีวิตรอดกลับมาเป็นคุณชายของตระกูลดังเดิม

            หลังจากนั้นชั่ววินาทีทุกคนต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อเสียงร้องไห้กระซิกๆ ดังเข้ากระทบโสตประสาท นภาลัยเดินนวยนาดย่างก้าวเข้ามาบริเวณหน้าห้องฉุกเฉินด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ใบหน้าสั่นระริกนั้นบ่งบอกได้อย่างดีว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ใครจะนึกฝันว่าชายหนุ่มที่โรมรันด้วยไฟพิศวาสที่ร้อนแรงดังไฟเผาไม่กี่ชั่วโมงจะประสบอุบัติเหตุร้ายแรงเช่นนี้

            “คุณภัทรของน้ำฟ้า...”

เสียงแผ่วๆ ดังขึ้น หล่อนนำพาตัวเองไปพักพิงกับประตูห้องฉุกเฉินอย่างอ่อนแรง แน่นอนหล่อนรับไม่ได้เพราะจู่ๆ บ่อเงินบ่อทองก็ล้มระเนระนาด

            “ภัทรขา...อย่าเป็นอะไรไปนะ น้ำฟ้ารักภัทร

            “คุณภัทรขา...น้ำฟ้าเป็นห่วงคุณภัทรเหลือเกิน

ดาราร้ายหน้าหวานเฝ้ากระซิบชิดประตูห้องฉุกเฉินอยู่อย่างนั้น ฝ่ามือบางลูบไล้ไปมา ทว่า...แท้จริงแล้วเจ้าหล่อนห่วงทรัพย์สมบัติของชายหนุ่มต่างหาก น่าเสียดายถ้าคลังสมบัติจะตายจากในเวลานี้ เวลาที่รพีภัทรแห่งเทพาธิบดีกำลังรุ่มหลงในบ่วงพิศวาสที่นภาลัยคนนี้วางไว้

            “เพราะหล่อนทำให้ลูกชายของฉันต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

และแล้วก็จริงดังคาดหมาย คุณหญิงเยาวเรศผละออกจากอกกว้างของคนเป็นสามีก้าวฉับๆ มาเอาเรื่องกับแม่คู่ขาของบุตรชายทันที เพราะเธอคนนี้ที่ทำให้ลูกชายสุดสวาทต้องก้าวออกจากบ้าน เพราะเธอที่ทำให้แก้วตาดวงใจของนางต้องประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้

            “คุณหญิงแม่จะโทษน้ำฟ้าไม่ได้นะคะ น้ำฟ้า...ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้คุณภัทรอ่อนแรงเลยสักนิด...น้ำฟ้าเสียใจเหลือเกินที่คุณภัทรประสบอุบัติเหตุแบบนี้ เห็นคุณภัทรตกอยู่ในสภาพเช่นนี้หัวใจของน้ำฟ้าแทบขาดรอนๆ

คนโดนต่อว่าแหงนเงยขึ้นมาตอบโต้ แต่คำตอบนั้นทำให้ผู้กุมอำนาจแห่งเทพาธิบดีแทบเต้น ดวงตาที่จ้องมองกลับมาเต็มไปด้วยความเดือดดาลและโกรธจัด นางเกลียดผู้หญิงหน้าไหว้หลังหลอกคนนี้เหลือเกิน

            “วาโย มารุต ลากผู้หญิงคนนี้ไปไกลๆ

            “คุณแม่จะทำอย่างนี้ไม่ได้นะคะ คุณภัทรต้องการน้ำฟ้า คุณภัทรรักน้ำฟ้านะคะ น้ำฟ้าอยากให้ภัทรเห็นหน้าน้ำฟ้าเป็นคนแรกที่ตื่นขึ้นมา ได้โปรดอย่าไล่น้ำฟ้าเลยคนถูกไล่กู่ร้องดังลั่น

            “คุณชายคะ น้ำฟ้าขอร้อง...”

หญิงสาวเดินห่างจากคุณหญิงเยาวเรศ ก่อนจะค่อยๆ คุกเข่าตรงหน้าของคุณชายรพีนารถแห่งเทพาธิบดีอย่างนอบน้อม น้ำตาที่กลั่นได้ราวทำนบแตกรินไหลปานจะขาดใจ

            “แม่ครับนั่งพักก่อนเถอะ

บุตรชายคนโตโอบเอวมารดาให้มาทรุดนั่งลงใกล้ๆ คนเป็นพ่อ ก่อนจะส่ายหน้าไปมาแล้วพยักหน้าให้คู่ควงของน้องชายออกห่างจากสถานการณ์แบบนี้ เพราะตอนนี้ดูท่านทั้งสองคนทำหน้าพะอืดพะอมเหลือเกิน และบุตรชายคนโตอย่างเขาทราบดีว่าท่านพ่อและท่านแม่ไม่ได้สงสารหญิงสาวอย่างที่ใครๆ คาดคิด น้ำฟ้าคนนี้คงต้องรอรับอาญาในคราวหลัง ที่กล้าดัดจริตมาต่อปากต่อคำกับคนในตระกูลเทพาธิบดี

            “นภาลัย คุณลุกขึ้นเถอะ

รพีภพร้องบอกเบาๆ หญิงสาวรีบกรีดน้ำตาก่อนจะพยุงกายเซถลามาซบอกแกร่งของชายภพอย่างไร้เรี่ยวแรง เสียงสะอื้นยังดังกระซิกจนน่าหมั่นไส้ วาโยกับมารุตแทบจะกลั้นใจตายให้กับมารยาของหล่อน ไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนนี้หรอกหรือที่ทำให้คนเป็นเจ้านายต้องเข้าไปนอนในห้องฉุกเฉินเหมือนที่ท่านหญิงเยาวเรศกล่าว

บางทีคุณชายไม่น่าตาต่ำไปเกลือกกลั้วกับหล่อนเลยสักนิด

 

            หลังจากนั้นทุกคนต่างรอคอยอย่างจดจ่อว่านายแพทย์จะก้าวออกจากห้องฉุกเฉินเมื่อไหร่ ท่ามกลางการหวั่นวิตก เสียงร้องไห้แทบขาดใจก็ดังจากปากนภาลัยไม่หยุดหย่อน คนอื่นที่ผ่านไปผ่านมาล้วนมองมาที่หญิงสาวอย่างเวทนา แต่คนในตระกูลเทพาธิบดีล้วนคิดไปในทิศทางเดียวกัน

หล่อนเสแสร้งชัดๆ

            ผ่านมาสองชั่วโมงเต็ม นายแพทย์หนุ่มสองคนก็ก้าวออกมา คนแรกเป็นหมอศัลยกรรมฝีมือดี ส่วนอีกคนนั้นเป็นคนสนิทชิดเชื้อกับตระกูลเทพาธิบดี หมอหนุ่มไฟแรงอย่าง ตะวัน นภิเทศน์ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเพื่อนรักของรพีภพ เทพาธิบดี นั่นเอง สองหนุ่มรู้จักและคบหากันเป็นมิตรมามากกว่าสิบห้าปีเต็ม

            บุตรชายคนโตของตระกูลถลาไปหาเพื่อนรัก ดีเหลือเกินน้องชายของเขามีเพื่อนคนนี้เป็นคนดูแล ตะวันพยักหน้ารับทราบจากนายแพทย์มือหนึ่งก่อนจะพกพาใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลมาเผชิญหน้ากับท่านชายรพีนารถที่เคารพนับถือ

            “ตะวัน ลูกภัทรเป็นอย่างไรบ้าง

คุณหญิงเยาวเรศละล่ำละลักถามเสียงสั่น ทุกคนต่างกรูเข้ามาล้อมรอบเพื่อฟังถ้อยคำที่หมอหนุ่มกำลังจะเอื้อนเอ่ยอย่างใจจดใจจ่อ

            “ลำตัวช่วงบนไม่ได้เป็นอะไรมาก ไร้ซึ่งบาดแผลมีแค่รอยฟกช้ำนิดหน่อยครับ แต่...กล้ามเนื้อบริเวณโคนขาด้านซ้ายฉีกขาด ขาท่อนขวาบริเวณหน้าแข้งกระดูกร้าว ส่วนสมองนั้นได้รับความกระทบกระเทือนเพียงเล็กน้อย ตอนนี้อาการโดยรวมยังทรงตัว พวกเราจะดูแลนายภัทรเป็นอย่างดี เอ่อ...แต่ใบหน้าซีกซ้ายมีรอยบาดลึก อาจจะเป็นแผลเป็น ทว่า...สมัยนี้การแพทย์ล้ำหน้ารับรองนายภัทรจะกลับมาเป็นคนเดิม

            “ว่าไงนะ!” เสียงนภาลัยดังก้อง

ใบหน้ามีรอยกรีดบาดลึกหรือคะคุณหมอ นี่มะ...หมายความว่า...คุณภัทรจะไม่หล่อแล้วใช่ไหมคะ คุณภัทรจะกลายเป็นคนเสียโฉมหรือคะหมอ

            “เรื่องนี้เราศัลยกรรมได้นะครับ ทุกอย่างจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

            สีหน้าทุกคนเป็นกังวลขึ้นมาทันที ทว่า...ไม่ได้กังวลตรงส่วนไหนทั้งสิ้น ก็คงเป็นจุดเดียวกันกับนภาลัย รพีภัทรหลงใหลในรูปสมบัติของตัวเอง เชื่อว่า...ถ้าเขารู้เรื่องนี้อาจจะเกิดสภาวะรับไม่ได้ และนั่นทำให้ความเป็นห่วงฉายชัดอยู่เต็มใบหน้าของคนเป็นแม่ คุณหญิงเยาวเรศเซถลาซบอกสามีอย่างไร้เรี่ยวแรง

            “โธ่...ภัทรลูกแม่...”

            “คุณพ่อครับพาคุณแม่กลับบ้านไปพักผ่อนก่อนนะครับ ส่วนทางนี้ผมจะจัดการเอง

รพีภพเอ่ยกับคนเป็นพ่ออย่างเป็นกังวล เพราะตอนนี้สภาพร่างกายของมารดาดูท่าจะอาการหนัก ท่านห่วงน้องชายเขามากแค่ไหนทุกคนล้วนทราบดี ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาคู่งามนั้นช่างทำให้ชีวิตของคนเป็นลูกปวดร้าวเหลือเกิน

            “ภานุ ไปส่งท่านพ่อกับท่านแม่ที่บ้าน

ชายหนุ่มหันไปสั่งการ์ดคนสนิทของตัวเอง การ์ดผู้ทำหน้าที่ปกป้องชายภพก้มหน้ายอมรับคำสั่งก่อนจะผายมือเชื้อเชิญเจ้าของคฤหาสน์เทพาธิบดีกลับตามหน้าที่ คุณหญิงเรศนั้นสะอื้นไห้ก่อนจะผินสายตาไปมองประตูห้องฉุกเฉินอีกครั้ง ราวกับว่าจะได้ยลใบหน้าลูกรักที่นอนเจ็บอยู่บนเตียงคนป่วย

            แม้จะห่วงหาบุตรชายคนเล็กมากมายขนาดไหน แต่ว่า...แววตาที่แสนจะเป็นห่วงเป็นใยของสามีและบุตรชายคนโตทำให้การปฏิเสธที่จะกลับบ้านเทพาธิบดีนั้นหลุดลอยไป นางจำต้องหักห้ามตัวเองไม่ให้ดื้อรั้นซึ่งไม่เป็นผลดีต่อใคร ยอมกลับไปพักผ่อนตามความปรารถนาดีของคนที่รักนาง

            เมื่อคุณพ่อและคุณแม่เดินทางกลับ ชายหนุ่มก็ปล่อยให้นภาลัยนั่งร้องไห้เป็นเผาเต่าอยู่บนเก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน ส่วนตัวเองนั้นพยักหน้ากับเพื่อนรักให้เดินห่างออกไป ราวกับปิดกั้นบทสนทนาไม่ให้บุคคลที่สามได้รับรู้

            “ตะวัน นายพูดให้ฉันได้ยินชัดๆ ได้ไหมว่าน้องฉันจะไม่เป็นอะไรหนักมากกว่านี้

            “แน่นอน น้องของนายจะปลอดภัย ส่วนจิตใจฉันยังไม่รับปาก ไม่รู้ว่าฟื้นขึ้นมาจะเป็นอย่างไรบ้าง อาจจะช็อกกับใบหน้าของตัวเอง...”

            “นั่นแหละที่น่าเป็นห่วง ถึงยังไงต้องฝากนายด้วย

            “ฉันรับปากว่าจะทำเต็มที่นายต้องเชื่อมือฉันสิ ฉันเคยทำให้นายผิดหวังรึไง

            คำหนักแน่นของเพื่อนรักทำให้รพีภพคลายกังวลได้มากนัก หลังจากนั้นก็คงทำได้เพียงรอดูอาการของน้องรัก ตามติดทุกความเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งเรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนี้

นักข่าว

 

            ข่าวด่วน ข่าวเด็ด ประจำเช้าวันนี้คงไม่พ้น บุตรชายตระกูลดังประสานงาเจียนตายและนั่นก็เป็นสาเหตุให้การ์ดหลายนายของเทพาธิบดีมาประจำการอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ นักข่าวจากสื่อสิ่งพิมพ์ในเมืองหลวงต่างจ้องมองจับตาดูความเคลื่อนไหวชนิดมดผ่านก็ต้องรู้ แต่ก็ไม่อาจเข้ามายุ่มย่ามก่อให้เกินความโกลาหลในโรงพยาบาลได้

            หญิงสาวนามนภาลัยกลั้นสะอื้นเป็นการใหญ่ เธอค่อยๆ พยุงร่างกายของตัวเองตรงดิ่งไปหาพี่ๆ นักข่าวที่จับจ้องอยากจะรู้ความเคลื่อนไหวของคนประสบอุบัติเหตุ

            เธอยิ้มกระหยิ่มย่องในหัวใจ ปั้นสีหน้าเศร้าสลด ชีวิตเศร้าหมองราวกับสูญเสียคนรัก นักข่าวจากหนังสือชื่อดังกรูเข้ามา เสียงไถ่ถามอึกทึกดังขึ้นบริเวณหน้าโรงพยาบาล

            “คุณน้ำฟ้าคะ คุณชายภัทรเป็นอย่างไรบ้าง

หล่อนสบมองใบหน้าคนขยับปากถามเพียงนิด ก่อนจะบีบน้ำตาร้องไห้อย่างหนัก นิ้วเรียวบางกรีดไล้น้ำตาของตัวเอง

คุณน้ำฟ้า ตอบคำถามด้วยนะคะ บุตรชายคนเล็กของตระกูลเทพาธิบดีเฉียดใกล้อาการหนักมากแค่ไหนเสียงอื้ออึงถามไถ่ไม่หยุดหย่อน

ฮือๆ อย่าถามน้ำฟ้าเลย น้ำฟ้าสงสารชายภัทรคนถูกล้อมรอบเงยหน้าขึ้นมาตอบก่อนจะร้องไห้อย่างหนัก

อาการโดยรวมเป็นอย่างไรบ้างคะเสียงนักข่าวถามขึ้นอีกครั้ง

            “ชายภัทร...ชายภัทรขาหัก ฮือๆ น้ำฟ้าสงสารเขาเหลือเกิน

            “โอ้ว!...คุณน้ำฟ้าทำใจดีๆ ไว้นะคะ

นักข่าวคนหนึ่งร้องบอก ก่อนจะเปิดทางให้หญิงสาวเดินแหวกเหยี่ยวข่าวของสื่อพิมพ์อื่นจากไป พลางยิ้มกริ่มอยู่ในใจ งานนี้เธอต้องได้รับข่าวที่ทุกคนรอคอยเพียงคนเดียว จากผู้หญิงที่พึ่งจากไปเมื่อสักครู่ เชื่อว่าครั้งนี้ข่าวคราวของเทพาธิบดีต้องได้พาดผ่านบนหน้าปกหนังสือที่เธอทำงานอยู่ และได้เจาะประเด็นนี้ลึกสุดเพียงเล่มเดียว

 

เช้าวันต่อมา ณ คฤหาสน์เทพาธิบดี

ในห้องนั่งเล่นที่แสนโออ่า...กว้างขวางและใหญ่โต มีนาฬิกาเรือนหรูจำลองจากหอไอเฟลราคาเรือนแสนประดับอยู่ชิดผนังของห้อง โซฟาหลุยส์เนื้อดีตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง แต่ใบหน้าเจ้าของบ้านนั้นเศร้าหมองเต็มกำลัง ครบรอบยี่สิบสี่ชั่วโมงที่บุตรชายคนเล็กสลบไสลไม่ได้สติ หัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่นั้นบอกได้คำเดียว แทบขาดใจ

คุณท่านคะ หนังสือพิมพ์ค่ะ

แม่บ้านวัยชราชาวเชียงใหม่ ซึ่งเป็นคนสนิทของคุณหญิงเยาวเรศรีบหยิบยื่นให้คุณชายรพีนารถทันที เพราะข่าวที่พาดหราอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ชื่อดัง ..รพีภัทร เทพาธิบดี ใบหน้าพังยับ

ลูกภัทร...” เสียงคล้ายละเมอดังจากปากประมุขของบ้าน เรียกความสนใจจากคู่ชีวิตได้เป็นอย่างดี คุณหญิงเยาวเรศที่นั่งอยู่ไม่ไกลรีบปรี่เข้ามาหา

            “มีอะไรหรือคะคุณพี่

คำถามของคุณหญิงเยาวเรศไม่ได้รับคำตอบเลยสักนิด สายตาที่จวนฝ้าฟางหันไปมองมือใหญ่อันสั่นเทา ผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งเทพาธิบดีรีบคว้าหนังสือพิมพ์จากมือของคู่ชีวิตมาอ่านอย่างว่องไว และนั่นทำให้ใบหน้าของนางซีดเผือด

โธ่...รพีภัทรลูกแม่

            “ใครปล่อยข่าวนี้ คุณพี่ต้องจัดการนะคะ

เมียรักออกปากแทบจะทันที คนเป็นสามีพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะเรียกคนสนิทของตัวเองให้ไปจัดการเรื่องนี้ และคำสั่งที่เด็ดขาดก็ดังขึ้น ให้ทุกคนปิดอาการของลูกรักห้ามแพร่งพรายให้บุคคลภายนอกได้รับรู้ ไม่เช่นนั้นโทษฐานของคนขัดคำสั่งคือก็คงไม่พ้นตายทั้งเป็น! เพราะฉะนั้นที่ทุกคนต้องทำก็คือ ปิดปากเงียบ

คุณพี่คะเราไปโรงพยาบาลกันเถอะ น้องเป็นห่วงลูกเหลือเกิน

คุณหญิงเยาวเรศเอ่ยชวน แต่ทั้งสองยังไม่ได้ขยับร่างกายเลยสักนิดบุตรชายคนโตก็โผล่เข้ามาในห้องรับแขกรพีภพทรุดลงนั่งกับโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง ใบหน้าที่เคร่งขรึมแลดูเศร้าหมองเพราะไม่ได้พักผ่อนเป็นคำตอบอย่างดีว่าชายหนุ่มคงอยู่เฝ้าดูอาการน้องชายทั้งคืน

ภพไปพักผ่อนเถอะแม่จะไปดูน้องเอง

แม่ครับผมไม่เป็นไร และตอนนี้น้องก็ปลอดภัยแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่สบายใจได้แล้วนะครับ

น้องจะไม่เป็นอะไรจริงๆ ใช่ไหม แม่กลัว...” เสียงคนเป็นแม่ขาดหายไป พร้อมความกังวลฉายชัดเต็มใบหน้า

ผมรับรองว่าน้องจะไม่เป็นอะไรครับแม่ ตอนนี้ผมสั่งวาโยและมารุตเฝ้าอยู่ คุณพ่อกับคุณแม่อย่าเพิ่งออกจากบ้านเลยนะครับ นักข่าวเยอะเหลือเกิน

รพีภพบอกกล่าวเบาๆ และนั่นก็ทำให้คุณชายรพีและคุณหญิงเรศพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับบุตรชาย ตอนนี้ถึงไปเฝ้าดูกันเต็มโรงพยาบาลก็คงไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น นอกจากรอเท่านั้น...รอให้คนป่วยฟื้นคืนสติ

ทางนั้นว่าอย่างไรบ้าง แล้วทางตำรวจล่ะ

ทางนั้นผมคงต้องไปพบเขาด้วยตัวเอง ส่วนเรื่องตำรวจเราน่าจะผิดเต็มประตู เพราะชายภัทรขับรถเร็วและประมาท แต่ผมยังไม่ปักใจเชื่อ คงต้องคุยกันอีกที แต่ยังไงผมก็ต้องช่วยน้องอย่างเต็มที่ชายหนุ่มประสานมือทั้งสองข้างเข้าหากันจนแน่นสนิท ก่อนจะยืนกรานกับคนเป็นพ่อและคนเป็นแม่ ที่ทอดสายตามองอย่างห่วงใยและคาดหวัง

ภพ แม่ว่าลูกกลับขึ้นห้องไปพักก่อนดีไหม แม่เป็นห่วงนะลูก

คุณหญิงเยาวเรศลุกขึ้นเดินมาทรุดนั่งข้างๆ บุตรชายคนโต ก่อนมืออวบอูมจะลูบแผ่นหลังของรพีภพไปมา นางรู้ดีว่าแสดงความรักกับลูกคนนี้น้อยเกินไป แต่นางก็รักลูกทั้งสองคนเท่าเทียมกัน

ผมรู้ครับ แม่เป็นห่วงผมเสมอ

ภพไปพักเสียก่อนสิ ถ้ามีอะไรพ่อจะจัดการเอง

คุณชายรพีนารถเอ่ยปาก เพราะเห็นความโรยราเกลื่อนใบหน้าของบุตรชาย รพีภพแห่งเทพาธิบดีแบกรับภาระจนเต็มบ่าโดยเฉพาะตอนนี้หน้าที่งานการของบริษัทคงต้องหนักไปที่ชายภพเพียงคนเดียว อีกอย่างท่านคงต้องเข้าไปจับงานบริหารอีกครั้ง หลังจากสองสามปีมานี้เพลาๆ เรื่องงานให้บุตรชายสองคนรับผิดชอบ ทว่า...นาทีนี้ชายภพแบกรับเพียงคนเดียวอาจจะไม่ไหว แม้จะเชื่อมือแต่ท่านคงปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ มันอาจจะหนักสำหรับวัยหนุ่มจนเกินไป

ผมไม่เป็นไรครับพ่อ ผมไหว...”

ไม่ลูก น้องไม่สบายไปแล้วหนึ่งคน แม่คงยอมไม่ได้ถ้าชายภพจะต้องล้มป่วย แม่ขอร้องพักสักหน่อย อย่าให้แม่ไม่สบายใจเลย

คนเป็นแม่เอ่ยปากอีกครั้งนั่นทำให้รพีภพเงียบกริบ ชายหนุ่มยิ้มให้คนเป็นพ่อก่อนจะหันมาโอบเอวมารดาเบาๆ แล้วก้าวขึ้นห้องของตัวเอง ชายหนุ่มรู้ดีว่าท่านพ่อและท่านแม่รักเขามากเพียงใด และเขาก็รักท่านทั้งสองเยี่ยงชีวิตเช่นกัน ขอเพียงให้ครอบครัวและคนที่รักสบายใจและมีความสุข รพีภพ เทพาธิบดียินดีทำทุกอย่างไม่เกี่ยงงอน

ลูกไม่เป็นอะไรหรอก คุณเรศ

คุณชายรพีนารถเอ่ยเบาๆ เมื่อคล้อยหลังบุตรชายคนโต ท่านเดินมาโอบเอวเมียรักอย่างปลอบโยน ดวงตาที่เริ่มฝ้าฟางทอดมองกรอบรูปขนาดใหญ่ ที่มีภาพครอบครัวสี่คนพ่อแม่ลูก

เรศเป็นห่วงเขาทั้งสองคนเหลือเกินค่ะ

เมียรักเอ่ยเบาๆ ก่อนจะซบใบหน้าเข้ากับอกแกร่งของคนเป็นสามีที่นางใช้พักพิงยามเหนื่อยล้า และมีความสุขมาร่วมสามสิบปีเต็ม ชีวิตของหญิงสาวชาวเชียงใหม่ที่ก้าวเท้าเข้ามาในอาณาจักรหัวใจของ หม่อมราชวงค์รพีนารถ เทพาธิบดี ที่อยู่ต่างบ้านต่างเมืองนั้น นางยอมรับในหัวใจได้เต็มรักเลยว่า

นางโชคดีเหลือเกิน

คนเป็นสามีโอบกอดปลอบประโลมด้วยความรักใคร่เสมอ ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเสื่อมคลาย หญิงสาวชาวเชียงใหม่คนนี้เข้ามาปั่นป่วนหัวใจและช่วยชีวิตท่านจากศัตรูคู่อาฆาต ท่านยังจำได้ดี

เพียงแค่นึกถึงเรื่องราวในอดีต แรงโอบกอดด้วยความรักก็กระชับขึ้น ความรักความห่วงใยถูกถ่ายทอดผ่านดวงตาสีนิลซึ่งรพีภัทรก็รับไปเช่นกันไม่ผิดแผกจากอีกคนที่ขึ้นไปพักผ่อนบนชั้นสามของคฤหาสน์

นาทีนี้ทั้งสองคนคู่สามีภรรยาผู้ครอบครองอาณาจักรเทพาธิบดีมีเพียงคำปลอบโยนผ่านความรักความเข้าใจให้คลายความกังวลเท่านั้น และเพียงเท่านี้ราชินีของตระกูลก็คลายเศร้าได้มากนัก

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนผลงานค่ะ "

Janya,ณิชาดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha