ยอดรักอสูรร้าย

โดย: Janya,ณิชาดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : ถูกที่ถูกทางถูกตัว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 7

ถูกที่ถูกทางถูกตัว

 

            ‘บ้านริมทะเลรพีภัทร

ป้ายสีขาวขนาดใหญ่ที่ตั้งตรงหน้านี้ทำให้ใบหน้าของคนมาเยือนหวาดหวั่น รอบๆ ป้ายมีแมกไม้น้อยใหญ่ปลูกแซม ดอกไม้นานาชนิดประดับประดาอย่างลงตัว ด้านล่างมีก้อนหินขนาดใหญ่วางเรียงราย

เท้าเรียวเล็กเดินมุ่งตรงไปตามผืนทรายสีขาวที่ทอดยาว มีหินกรวดโรยนิดๆ ไปตลอดทาง พร้อมกับคนมีศักดิ์เป็นอาเดินตามแผ่นหลังบอบบางอย่างไม่ลดละ อีกสามเมตรจะถึงประตูทางเข้า หนุ่มวัยฉกรรจ์หน้าหล่อก็เดินเข้ามาขวางทาง

            “อ้อ! คุณนั่นเอง

มารุตเอ่ยอย่างจำได้เมื่อหันไปเห็นคนที่เคยมาเยือนเมื่ออาทิตย์ก่อน แล้วก็ยังโดนคุณชายภัทรไล่ตะเพิดออกจากบ้านแทบไม่ทัน ก็เป็นดังที่คาดหมายไว้ว่าอีกไม่นานจะโผล่มาอีก แต่ไม่คิดว่ามันจะรวดเร็วขนาดนี้ ชายหนุ่มแหงนใบหน้ามองขึ้นท้องฟ้าแล้วถึงกลับต้องถอนหายใจเบาๆ

            “คราวนี้เอาอะไรมายืนยันล่ะครับ

            ทว่า...ยังไม่ทันที่คนถูกถามจะขยับปากตอบ กลับมีเสียงหวานของใครบางคนเอ่ยแทรกขึ้นซะก่อน

            “ฉันมายืนยันความบริสุทธิ์ของคุณพ่อ

น้ำเสียงเล็กแผ่วเครือเรียกความสนใจจากมารุตได้ไม่น้อย หนุ่มหน้าขาวหันไปเมียงมองก่อนจะส่ายหน้าไปมา

            “กลับไปเถอะคุณ ไม่มีอะไรช่วยคุณพ่อของคุณได้หรอก

ร่างเพรียวบางขยับเท้าตรงเข้ามาเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงในท่าทีแข็งกร้าวนั้น มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันรวบรวมสติฟันฝ่าอุปสรรคในครั้งนี้

ฉันขอร้อง ฉันอยากพบพ่อ ได้โปรดเถอะน้ำเสียงสั่นเครือที่ได้ยินนั้นทำให้มารุตต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

            และอีกอย่างร้อยทั้งร้อยผู้ชายมักแพ้น้ำตาผู้หญิงและใครหน้าไหนก็ไม่ได้รับการยกเว้น...รวมทั้งการ์ดอย่างเขาด้วย

            ไม่ถึงห้านาทีหลังจากนั้นมารุตก็พาร่างบางระหงก้าวเข้าไปหาเจ้านายหนุ่ม โดยสั่งห้ามสาครตามเข้ามาอย่างเด็ดขาด

            บุษบายืนเคว้งคว้างอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังโต ลมทะเลเย็นๆ ยังพัดโชยให้เส้นผมกระจายลงมาระแก้ม แต่ใบหน้าของหญิงสาวก็เต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กที่เริ่มผุดพราย

            มือเรียวเล็กบีบเข้าหากันแน่น ดวงตากลมโตมองไปยังเบื้องหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า เธออยากพบคนเป็นพ่อเหลือเกิน อยากคุยกับท่าน อยากไถ่ถามว่าท่านเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บปวดตรงไหนรึเปล่า แล้วคนพวกนี้ลงโทษอะไรท่านบ้าง ถ้าหากแตะท่านเพียงนิดเธอจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

            เสียงฝีเท้าที่แว่วเข้ามาให้ได้ยินเรียกภวังค์ความคิดให้หวนกลับ ร่างระหงหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า

            ชายหนุ่มสวมกางเกงชาวเลเนื้อดี ช่วงบนสวมด้วยเสื้อที่มีหมวกปกคลุมจนถึงครึ่งหน้า เธอมองเห็นแค่เพียงริมฝีปากหยักได้รูปกับปลายจมูกที่แหลมคมเท่านั้น

            “แล้วคุณพ่อของฉันล่ะ

ปากแดงเล็กขยับถามทันที คนฟังกระตุกรอยยิ้มคล้ายไม่ใส่ใจกับประโยคที่ร้องถามอย่างเป็นกังวลนั้น

พ่อเหรอ...ใครคือพ่อของเธอ

รพีภัทรถามกลับด้วยน้ำเสียงยียวน ชายหนุ่มยอมรับว่าน้ำเสียงหวานใสนี้ช่างให้ความรู้สึกพิเศษเหลือเกิน แต่ดวงตาคู่คมก็ไม่กล้ามองเต็มตา

            เขากลัวอะไรกันแน่ระหว่างแววตาที่จะหวาดหวั่นเมื่อได้เห็นใบหน้าที่แสนน่าเกลียดของเขาหรือความขยะแขยงที่หล่อนจะสื่อออกมา

            “คุณจับท่านมาขังไว้ใช่ไหม ได้โปรดปล่อยท่านไปเถอะนะ ฉันขอร้อง...”

            “หึๆ ขอกันง่ายไปไหมสาวน้อยชายหนุ่มกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ

            ปากอิ่มของบุษบาเม้มเข้าหากันแน่น ฉันขอร้องปล่อยพ่อฉันออกไปเถอะนะ อย่าขังท่านเลยคนฟังนิ่งเงียบ มีเพียงอาการแหงนเงยมองท้องฟ้าเท่านั้นที่อีกฝ่ายเห็น

            “พ่อเธอบุกรุกสถานที่ส่วนตัวของฉันทุกคนรู้ดีว่าเป็นที่ต้องห้าม ใครกล้าเข้ามาก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้น ถือว่าใจดีด้วยซ้ำที่ปล่อยให้รอดชีวิตมาตั้งหลายคืน

            มือทั้งสองข้างของรพีภัทรซุกเข้าไปกับกระเป๋าเสื้อ ปลายเท้าเขี่ยผืนทรายไปมา ลิ้นร้อนๆ ไล้เลียริมฝีปากของตัวเอง

            ท่าทางไม่ทุกข์ร้อนกับชีวิตใครนั้นทำให้บุษบาแทบอยากจะกรีดร้องดังลั่น แต่ก็ทำได้เพียงร้องขอ

            “พ่อฉันไม่ได้มีเจตนาจะเข้ามาที่นี่ มันเป็นอุบัติเหตุประโยคที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มแทบหลุดเสียงหัวเราออกมาดังลั่น

ก็รู้ดีแล้วนี่...พ่อของเธอก็ต้องรับโทษ และโทษจากผู้พิพากษาอย่างฉันก็คือการจองจำไปจนวันตายเขาเอ่ยอย่างไม่แยแสต่อน้ำเสียงเศร้าเลยสักนิด

            “ไม่นะ! ได้โปรด...อย่าขังท่านเลย ท่านอายุมากแล้ว

            “นั่นสินะ

            บุษบาระบายยิ้มนิดๆ เมื่อได้ยินเสียงรำพึงของชายหนุ่ม

ใช่ค่ะ ปล่อยคุณพ่อฉันไปเถอะนะคะ

            “พ่อเธอแก่แล้ว ทำอะไรไม่ได้ แต่เธอ...ยังสาว

เขาหยุดประโยคนั้นด้วยสายตาที่จาบจ้วงกวาดมองร่างระหงก่อนจะเอ่ยต่อ เล่นเอาคนฟังถึงกับรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ คล้ายคนจับไข้

มีข้อเสนอแลกเปลี่ยนไหมล่ะ ถ้ามีฉันจะได้พิจารณา

ร่างเพรียวบางนิ่งเงียบมือทั้งสองข้างบีบเข้าหากันแน่น ใบหน้าของบุษบาเริ่มซีดเซียวลงเรื่อยๆ เล็บเล็กกดหยิกลงกับเนื้อของตัวเอง ก่อนดวงหน้าเรียวงามจะเชิดขึ้น

            “ถ้าปล่อยคุณพ่อไป ฉันจะอยู่ที่นี่

ชั่วครู่ใบหน้าของอสูรร้ายก็เกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มเย็นยะเยือก รพีภัทรนึกชื่นชมกับความใจกล้าของหญิงสาวไม่น้อย ไม่คิดว่าตัวเล็กแค่นี้จะใจกล้ายื่นข้อแลกเปลี่ยน

            “เธอแน่ใจ

            ถามซ้ำและรอคอยคำตอบ คาดหวังว่าสิ่งที่จะหลุดจากปากอิ่มได้รูปจะสร้างความพึงพอใจ ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องรู้สึกผิดหวังไม่น้อยเลยทีเดียว

            “นะ...แน่ใจค่ะเสียงสั่นๆ ละล่ำละลักตอบออกมา รพีภัทรหันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวพร้อมกับรั้งหมวกของเสื้อที่ปกคลุมใบหน้าให้หลุดออก เปิดเปลือยสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวให้อีกฝ่ายหวีดร้องและวิ่งเตลิดหนี

            ดวงตากลมๆ ของบุษบากวาดมองบุรุษหนุ่มตรงหน้านิ่งนาน ใบหน้าของเขาน่าสะพรึงกลัวไม่น้อย แต่มันก็เทียบไม่ได้กับความใจร้ายของเขาเลยสักนิด ขอเพียงคุณพ่อปลอดภัย ลูกสาวอย่างเธอก็ยินยอมจะทำทุกอย่าง แม้ต้องอยู่กับคนน่ากลัวอย่างเขาก็ตาม

            เมื่อเห็นอีกฝ่ายยอมรับและตกลงตามวาจาที่พูดไว้ ชายหนุ่มก็ร้องสั่งบอดี้การ์ดของตัวเอง

            “มารุต เชิญตาแก่นั่นกลับบ้านไปได้

            คนสนิทที่ถูกเรียกตัวรีบทำตามคำสั่งอย่างว่องไว ปล่อยคนบุกรุกกลับออกไปจากอาณาเขตต้องห้าม ไม่แปลกอะไรหรอกที่เจ้านายของเขาจะทำแบบนั้น ก็ในเมื่อมีลูกแกะน้อยหลงทางเข้ามาในปากเสือ ระหว่างเคี้ยวหนังเหี่ยวๆ กับเนื้อสาวๆ มันคงต่างกันลิบลับ

            ทันทีที่ลูกน้องของชายหนุ่มเดินห่างออกไปก็เงยแหงนขึ้นสบมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความหวัง

            “ฉันอยากพบคุณพ่อ คุณให้ฉันพบท่านก่อนกลับได้ไหมคะบุษบาเอ่ยขอ

รพีภัทรส่ายหน้าทันที เห็นทีคงจะไม่ได้

            “ฉันขอร้องได้โปรดเถอะ กรุณาฉันสักครั้ง

            “วาโย เชิญคุณผู้หญิงเข้าไปพักที่ห้องด้านปีกตะวันออกของบ้านด้วย

ชายหนุ่มไม่นำพาต่อเสียงขอร้องที่เจือไปด้วยความสะอื้นเลยแม้แต่นิด สั่งงานเสร็จก็ก้าวดุ่มๆ ตรงไปยังชายหาด มีเพียงร่างเล็กที่ทรุดลงกับพื้นทรายอย่างหมดเรี่ยวแรง ดวงตากลมๆได้แต่มองไปยังประตูทางเข้าที่ปิดตายของบ้านริมทะเลรพีภัทรด้วยท่าทีเศร้าสร้อย

            วาโยได้แต่ยืนมองอยู่อย่างนั้น จะขยับตัวเข้าไปบอกกล่าวก็ไม่กล้า นึกสงสารหญิงสาวไม่น้อยเลยทีเดียว

 

            หลังจากนั้นสิบนาที ชายวัยชราก็ถูกคุมตัวออกมา

            “คุณท่าน

สาครร้องเรียกชื่อทันทีที่เห็นร่างท่านเจิดศักดิ์ เอกอักษรากร พร้อมร้องถามสารทุกข์สุขดิบในทันที

"เป็นอย่างไรบ้างพี่"

"ฉันไม่เป็นไร ขอบใจนะสาครท่านเจิดศักดิ์ตบลงบนไหล่บึกบึนของลูกน้องหนุ่มเบาๆ  ทำเอาสาครหน้าจืดเจื่อนแล้วชะเง้อมองไปยังประตูที่ปิดสนิทนั้น

            “แล้วคุณหนูรักล่ะครับท่าน ไม่ได้ออกมาด้วยกันหรือ

            คนถูกถามเบิกตากว้างอย่างเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดในทันที ร่างสูงใหญ่โผไปยังประตูแล้วถามหาลูกสาว แต่สิ่งที่ได้ยินนั้นแทบทำให้เข่าของคนเป็นพ่อทรุดลงกับผืนทราย

            “เอ้าลุง! ก็ตามทฤษฎีไง ยืนหมูยื่นแมว ในเมื่อพ่อออกมาได้ ลูกก็ต้องเข้ากรงโดนขังแทน

            คำตอบนั้นทำให้หนุ่มใหญ่หูอื้อตาลาย ก่อนทุกอย่างจะดับวูบไป สาครจึงทำได้เพียงพาเจ้านายเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลใกล้ๆ เท่านั้น

 

            ฝาผนังสีขาวสะอาดตา เพดานโล่งโปร่งสบายมีโคมไฟระย้าย้อย เครื่องนอนหรูหราสีขาวดูเนียนนุ่ม เครื่องตกแต่งรอบๆ ที่ตั้งอยู่ในห้องราคาคงแพงไม่น้อยเลยทีเดียว หันไปมองหน้าต่างฝั่งตะวันออกเห็นวิวทะเลที่อบอวลไปด้วยท้องฟ้าสีครามดูเย็นตา ลอนคลื่นโต้เข้าสู่ชายฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า แต่มันจะมีประโยชน์อะไรเมื่อร่างเล็กๆ นั้นฟุบลงร้องไห้กับพื้นพรม

            “ป้าเข้าไปดูเธอหน่อยนะ

วาโยหันไปเอ่ยกับหญิงวัยกลางคนร่างท้วม พลางพยักพเยิดให้ดวงตาที่รายล้อมด้วยตีนกาเมียงมองตาม ป้าอิ่มละมุนจึงชะโงกหน้าเข้าไปในห้องอย่างอยากรู้

ใครล่ะคุณโย

ชายหนุ่มสั่นศีรษะเป็นคำตอบ เพราะไม่รู้จะบอกอย่างไรดี

เธอเป็นลูกสาวของคนที่โดนขังใช่ไหม"

            “ครับการ์ดหนุ่มตอบรับแค่นั้นก็หมุนตัวเดินจากไป

            ป้าอิ่มยกมือทาบอก ก่อนจะส่ายหน้าแล้วก้าวเข้าไปในห้อง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูกวาดมองร่างบางที่นั่งกอดเข่า มีเสียงสะอื้นไห้หลุดออกมาให้ได้ยิน มืออวบใหญ่จึงค่อยๆ ลูบแผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบา

            “ยัยหนูถ้อยคำนุ่มนวลที่ได้ยินทำให้ใบหน้าเกลื่อนน้ำตาเงยขึ้นสบมอง ไปอาบน้ำล้างหน้าเถอะ เดี๋ยวป้าจะหาข้าวหาน้ำให้กิน

            บุษบาส่ายหน้าเป็นคำตอบแล้วร้องถามทั้งน้ำตา

            “ทำไมเขาใจร้ายจังเลยจ๊ะ

            คนฟังได้แต่ถอนหายใจพร้อมลูบเรือนผมนุ่มสลวยอย่างปลอบโยน

อดทนหน่อยนะหนู

บุษบาเงยหน้าขึ้นสบมอง พอดีกับนิ้วมืออวบๆ นั้นกรีดไล้น้ำตาให้ อย่าร้องเลย อยู่ที่นี่ไม่ต้องกลัว ทุกอย่างไม่ได้เลวร้ายหรอกร่างบางสั่นศีรษะไปมาอีกครั้งอย่างไม่อยากเชื่อ

            “ป้าชื่ออิ่มละมุน หนูชื่ออะไรจ้ะ

คนเก่าแก่แนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

หนูชื่อรักค่ะ รัก บุษบา

ป้าอิ่มยิ้มแย้มพลางเล่า ที่นี่ยังมีอีกหลายคน น้องสาวฝาแฝดของป้าชื่ออุ่นละไม มีนายมั่นและนายคงเป็นคนสวน มีคุณวาโยคุณมารุตเป็นบอดี้การ์ด ส่วนเจ้านายของพวกเราชื่อ หม่อมหลวงรพีภัทร เทพาธิบดี

            “หม่อมหลวงรพีภัทร...” บุษบาทวนคำ คนใจร้ายนั่นหรือคะ

            ป้าอิ่มกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะพยักหน้าเบาๆ คุณภัทรไม่ได้ร้ายขนาดนั้นหรอกลูก

บุษบายังคงสั่นศีรษะเพราะในสายตาเธอนั้นเขาทั้งเลว ทั้งร้ายเหมาะกับคำว่าอสูรร้ายเป็นที่สุด

            “เอ่อ...เขาเป็นอะไรหรือคะ ทำไมใบหน้าถึง...” เธออดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

            มีแค่เพียงลมหายใจที่ถูกระบายออกมาแผ่วๆ เป็นคำตอบเดียวที่บุษบาได้รับ ร่างบางระหงปาดน้ำตาของตัวเองแล้วสูดจมูกเบาๆ ก่อนจะถูกป้าอิ่มละมุนหว่านล้อมให้ไปอาบน้ำแต่งตัวให้สดชื่นเสียใหม่

            เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย บุษบาก็มานั่งแหมะอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กบริเวณริมหน้าต่างของห้อง ดวงตาที่มีน้ำแวววาวโอบรอบกวาดมองไปยังท้องทะเลเบื้องหน้า พร้อมกับปล่อยให้น้ำอุ่นๆ ไหลรินอาบแก้มโดยไม่คิดที่จะยกมือขึ้นเช็ดเลยแม้แต่น้อย

            ไหล่ทั้งสองข้างเริ่มสั่นแรงขึ้นเรื่อยๆ อาการแสบจมูกวนเวียนพาดผ่านเข้ามา เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นบ่งบอกว่ามีใครอีกคนกำลังจะก้าวเข้ามา แต่เจ้าของห้องยังนั่งนิ่งไม่คิดจะเปิดปากอนุญาต

            “หนูรัก ป้าเตรียมอาหารเสร็จแล้ว ไปกินข้าวเถอะหนู

            “หนูไม่หิวค่ะเธอเอ่ยแค่นั้นก่อนจะก้มลงมามองตักของตัวเอง

            “กินข้าวสักหน่อยนะลูก เดี๋ยวไม่สบาย

            “หนูกินไม่ลงค่ะ หนูอยากเจอพ่อ

            ป้าอิ่มถอนใจทิ้ง ขออะไรหลายๆ อย่างอาจจะง่าย แต่ขอในสิ่งที่ให้ไม่ได้นั้นก็หมดหนทางที่จะช่วยเหลือ ในเมื่ออีกคนโดนปล่อยให้เป็นอิสระ อีกคนก็ต้องรับโชคชะตาที่ท่านชายรพีภัทรจะสั่งการลงมา

ป้าคะ ช่วยรักได้รึเปล่า

            “ใครหน้าไหนก็ช่วยเธอไม่ได้ทั้งนั้น!”

            เสียงเข้มแทรกเข้ามา ทำใหทั้งสองคนสะดุ้งโหยงอย่างตกใจ เมื่อสบเข้ากับความดุกร้าวของผู้เป็นนาย ป้าอิ่มก็รีบก้าวถอยหลังแล้วออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ ปล่อยให้คนมาใหม่แทรกกายก้าวเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าถมึงทึง

            รพีภัทรปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมรายล้อมตัวอยู่ชั่วครู่ก่อนริมฝีปากหนาจะเหยียดยิ้ม พร้อมกวาดมองร่างเล็กบนเก้าอี้

สบายไปรึเปล่าเขาว่าแล้วส่ายหน้านิดๆ อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดายปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น เคยได้ยินบ้างไหม

ดวงตาคนฟังหรี่ลงแล้วใบหน้าเรียวงามก็เชิดขึ้นแม้แต่คราบน้ำตาก็จางหายไปราวกับรู้หน้าที่

คุณจะเล่นควายกี่ตัวล่ะคะ

            ได้ยินแบบนั้น รพีภัทรถึงกับขบกรามกรอดๆ

            “อย่ามาปากดี เธออยู่ที่นี่ในฐานะจำเลยของฉันรอยยิ้มเย็นยะเยือกดาษดาเต็มใบหน้าของอสูรร้าย แต่ก็ไม่ได้ทำให้บุษบาหวาดกลัวแต่อย่างใด

ฉันรู้ตัวเองดีหรอกว่าอยู่ในฐานะอะไร

            “ก็ดีเขาว่า ไปกินข้าวก่อนจะเอ่ยสั่งอีกครั้ง

            “ฉันไม่กิน ฉันเป็นจำเลย ไม่ใช่ทาสที่ต้องน้อมรับคำบัญชา ยุคนี้เป็นยุคโลกาภิวัฒน์ เป็นยุคแห่งประชาธิปไตย ไม่ใช่ยุคของเจ้าขุนมูลนาย ข้าทาสบริวารหรือบ่าวในเรือนเบี้ย

            “ยัยเด็กบ้า!” รพีภัทรโกรธจนหน้าเขียว ปากดีนักนะ!”

ใบหน้าหวานเชิดขึ้นก่อนจะเบือนหนีไปมองยังหาดทรายสีขาวสะอาดตา ไม่แยแสต่อคนที่เคืองขุ่นในอารมณ์แม้แต่น้อยนิด เป็นไปได้เจ้าของบ้านคงอยากจะบีบคอให้ตายคามือ แต่ที่ทำได้ก็คือขบกรามจนเสียงดังกึกกัก

            ร่างหนาก้าวเข้ามาชิดใกล้พร้อมกับปลอกเหล็กที่บีบแขนเรียวเล็กแน่น อยู่ข้างนอกเธอจะเป็นนักประชาธิปไตย หรือนักสังคมนิยมอะไรก็แล้วแต่ ในเมื่ออยู่ที่นี่ฉันคือกฎและเป็นผู้บัญญัติทุกอย่างเพียงคนเดียวเท่านั้น จำเอาไว้!”

            แรงกดลงมาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เจ้าของใบหน้าหวานได้แต่พยายามปลดพันธนาการนั้นออก

            “ปล่อยฉัน!”

คนฟังกระตุกยิ้ม ดวงตาสองคู่สบกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ รับรู้ถึงความอุ่นร้อนของลมหายใจที่รวยรินชิดปลายจมูกของทั้งคู่

ปล่อยหรือ หึๆ ไม่มีทาง!”

เขาว่าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะในลำคอแล้วโน้มใบหน้าลงมาเรื่อยๆ ปลายจมูกคมหมายปองแก้มนุ่มแต่กลับไถลแตะใบหูสะอาดขาวแทน

            เจ้าของดวงตากลมโตมีแววหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังทิ้งความขวยเขินให้คนมองเผลอลอบยิ้ม

            “อย่าดื้อนัก

ชายหนุ่มกระซิบชิดใบหูนุ่ม บุษบาจึงผลักอกกระด้างให้ออกห่างด้วยหน้าแดงๆ

            “เอ่อ...ขอตัวนะคะ

หญิงสาวก้มมองปลายเท้าของตัวเองก่อนจะหุนหันออกจากห้อง ทิ้งให้อสูรร้ายกระตุกยิ้มชอบใจ

 

           

            ปลายเท้าเล็กยังมุ่งตรงเดินไปข้างหน้าเพียงแค่เขานำพาตัวเองเข้าใกล้ทุกอย่างก็เหมือนจะหลุดลอยไปเสียหมด นิ้วเรียวบางเลื่อนขึ้นลูบแก้มนุ่มของตัวเองอย่างเผลอไผลชั่วครู่ก็เชิดหน้าขึ้นแล้วปล่อยปลายนิ้วลง

            ดวงตากลมๆ นั้นมองทะเลเบื้องหน้านิ่งนาน สีฟ้าครามสะอาดตาดูแล้วช่างมีมนต์ขลังยิ่งนัก ถ้าหากว่าการมาเยือนทะเลครั้งนี้ จะมีคุณพ่อและพี่สาว รวมทั้งนมมะลิ ป้าพุดซ้อน และหนูจำปา อยู่รายล้อมกายก็คงจะดีกว่านี้

            “พี่ฮะ

เสียงแหลมเล็กของเด็กชายวัยเก้าขวบดังอยู่ข้างหลัง แต่ร่างระหงกลับไม่ได้ยินเพราะจมอยู่ในภวังค์ความคิด เด็กชายเชนทร์จึงเดินย่ำเท้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะกระตุกมือเรียวบางเบาๆ

พี่ฮะ

บุษบาสะดุ้งนิดๆ ก่อนจะก้มลงมามอง

            “พี่เป็นใครฮะ ทำไมมาเดินแถวนี้

            “เอ่อ...พี่หญิงสาวอ้ำอึ้งแล้วมองเด็กน้อยด้วยท่าทีสงสัย

ทะเลสวยใช่ไหมฮะเด็กชายเปลี่ยนเรื่องก่อนจะปล่อยมือแล้วนำพาร่างกายของตัวเองวิ่งลู่ลงทะเลด้วยรอยยิ้ม

พี่ฮะ ผมชอบเล่นน้ำทะเลที่สุดเลย

            เมื่อเล่นน้ำจนเหนื่อยเชนทร์ก็เดินขึ้นฝั่งตรงมาหาในสภาพที่เปียกลู่ ละอองน้ำกับเม็ดทรายยังเกาะตามลำตัว ผมชื่อเชนทร์ พี่สาวชื่ออะไรฮะ

            “พี่ชื่อรักจ้ะ รัก บุษบา

            นิ้วเล็กๆ จิ้มกับศีรษะของตัวเองแล้วเอียงหน้ามอง

พี่รัก น่ารักนะฮะ

เสียงเล็กๆ นั้นเรียกรอยยิ้มให้กระจ่างเต็มดวงตาของบุษบาได้ไม่ยากเลยสักนิด

ผมเป็นเด็กที่ถูกป้าอิ่มละมุนกับป้าอุ่นละไมเก็บมาเลี้ยงฮะ พ่อกับแม่ทิ้งผมไว้หน้าบ้าน

            ใบหน้าของหญิงสาวซีดลงเมื่อรับฟัง มือเรียวบางยกขึ้นแตะไหล่เล็กๆ ของเด็กชายเบาๆ

            “ผมไม่ร้องหรอกฮะ ป้าๆ กับทุกคนรักผมมากดวงตาเล็กหยีขึ้นแล้วอมยิ้ม

            “พี่ก็ต้องรักผมนะฮะ

            บุษบาพยักหน้าเบาๆ พร้อมกรีดไล้น้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอทิ้ง เด็กคนนี้ทำให้เธอรู้สึกดีอย่างประหลาด

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนผลงานค่ะ "

Janya,ณิชาดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha