ยอดรักอสูรร้าย

โดย: Janya,ณิชาดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : มุมหนึ่งของใครบางคน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 8

มุมหนึ่งของใครบางคน

 

            สองร่างต่างวัยต่างสถานะกลับเข้าบ้านในสภาพเหมือนลูกเป็ดเปียกน้ำ หนุ่มน้อยอมยิ้มขำในสีหน้า ส่วนหญิงสาวนั้นเธอหัวเราะจนตาหยี ทั้งสองคนจับจูงกันเดินเท่าเปล่า ปล่อยให้เม็ดทรายเกาะไปตามเท้าและแข้งขา

            ป้าอุ่นละไมร่างท้วมเดินผ่านมาเห็นแล้วต้องทำตาวาวปรี่เข้าไปหาทั้งคู่ ตายแล้ว! เชนทร์! พาคุณเขาไปทำอะไรมานั่น

คนถูกถามยิ้มใส่ เล่นน้ำทะเลฮะป้าอุ่น

            บุษบาก้มลงมองสภาพตัวเองแล้วส่ายหน้าพลางจ้องคนถามตาไม่กะพริบ

            “เอ่อ...ป้าชื่ออุ่นละไมจ้ะ

            หญิงสาวพยักหน้าอย่างจำถ้อยคำของป้าอีกคนได้ ป้าอิ่มละมุน ป้าอุ่นละไม สองป้าฝาแฝด...

            “คุณไปอาบน้ำเถอะ อ้อ! ชื่อหนูรักใช่ไหมลูก ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เถิด จะได้กินข้าวกินปลากัน เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงเองรีบๆ หน่อยนะหนู

            บุษบาพยักหน้ารับรู้ถึงแม้ไม่เข้าใจในคำพูดซะทีเดียวก็ตาม

            “พี่ฮะ คุณท่านจะกินข้าวเวลาหนึ่งทุ่มตรง ผมกับป้าๆ จะไปกินกันในครัว พี่ไปด้วยกันไหมฮะ

            “ไปจ้ะคำตอบรับหวานหูมาพร้อมกับรอยยิ้มเต็มใบหน้า เด็กชายเชนทร์ผงกหัวหงึกหงัก

            “ไปอาบน้ำกันเถอะฮะเอ่ยชวนแล้วแยกย้ายกลับห้องใครห้องมันเพื่อจัดการกับตัวเองให้เรียบร้อยก่อนมื้อค่ำจะมาเยือน

            ทว่า...พอร่างบางก้าวเท้าเข้าห้องรอยยิ้มที่เคยมีก็เหือดหาย เหลือแค่เพียงความเงียบเหงาและว้าเหว่ ความรู้สึกบางอย่างเข้ากัดกินหัวใจยิ่งกว่าน้ำกรดที่ไหลรินวันละหยดเสียอีก ไม่รู้ป่านนี้คุณพ่อจะเป็นอย่างไรบ้าง จะกลับบ้านแล้วหรือยัง และคุณพ่อ...ก็คงคิดถึงเธอ เหมือนที่เธอคิดถึงท่าน

            “คุณพ่อขาบุษบาอยากกอดคุณพ่อ...”

มีแค่เสียงเรียกร้องที่ดังก้องในใจเท่านั้น รอยน้ำอุ่นเริ่มพาดผ่านพวงแก้มนุ่มอีกครั้ง เธอจึงได้แต่ปัดป้ายออกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะรีบอาบน้ำแต่งตัวเสียใหม่ เพราะถึงยังไงเธอก็ต้องเผชิญกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงอะไรได้อีก

ต่อให้รู้ทั้งรู้ว่าทางเดินข้างหน้าจะเต็มไปด้วยกับดักของคนเลวก็ตาม

            เมื่ออาบน้ำแต่งกายเสร็จอาการปวดหัวตัวร้อนก็เริ่มรุมเร้า ร่างเล็กหย่อนสะโพกลงนั่งบนปลายเตียงด้วยท่าทางเหนื่อยล้า

            “ปวดหัว...”

ปากเล็กบ่นอุบ ชั่วครู่ร่างที่เคยนั่งตัวตรงก็เริ่มเอียงซ้ายเอียงขวา ก่อนเจ้าตัวจะล้มตึงลงบนเตียงในขณะที่เรียวขายังติดอยู่บนพื้นห้อง ร่างกายหนักอึ้งจนเกินจะขยับเขยื้อนไปไหนได้อีก ความรวดร้าววิ่งพล่านให้รู้สึกเจ็บเสียเหลือเกิน เวลาผ่านไปนานจนกระทั่งประตูห้องถูกเคาะหนักๆ สองสามทีก่อนจะถูกเปิดเข้ามาอย่างแผ่วเบา

            “หนูรักลูก ถึงเวลากินข้าวแล้ว...”

เสียงที่เปล่งขึ้นนั้นเงียบหาย ลูกกะตาแทบถลน ป้าอิ่มยกมือทาบอก ก่อนจะถลามาหาร่างเล็กบนเตียงด้วยความตกใจ

            “หนูรักคำเรียกขานมาพร้อมกับมืออวบแตะสัมผัสกาย แต่แล้วก็ต้องดึงกลับแทบไม่ทันเมื่อความร้อนนั้นพวยพุ่งออกมา ตายแล้วยัยหนูตัวร้อนจี๋เลยนางอิ่มละมุนกุลีกุจอเดินคว้ากะละมังใบเล็กบรรจุน้ำสะอาดมาวางใกล้ๆ รีบหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำแล้วบิดหมาดๆ เช็ดไปตามแขนเรียวบางทั้งสองข้าง ซับตามใบหน้าและซอกคอเพื่อระบายความร้อนให้จางหาย

            ขณะที่ป้าอิ่มละมุนกำลังเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับคนป่วย คนที่นั่งอยู่ในห้องอาหารกำลังเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันดังกรอดๆ ก่อนกำปั้นจะทุบลงบนโต๊ะอย่างเดือดดาล

            ดวงตาคมกล้ากวาดมองทุกคนที่ก้มหน้านิ่ง มีเพียงอาการสั่นเทาเท่านั้นที่บ่งบอกความรู้สึก ป้าอุ่นละไมหน้าซีดแล้วหน้าซีดอีก เลยเวลามื้อค่ำมาเกือบสิบนาทีเต็มแต่คนที่ป้าอิ่มไปอันเชิญยังไม่เสด็จมา คนรอท่าเลยเกิดอาการโมโหจนลมร้อนๆ พวยพุ่งส่งผลให้ใบหูแดงเถือก

            “ไปตามกันถึงแอฟริการึไงถึงได้นานขนาดนี้!” เสียงทุ้มตวาดดังสนั่น ทำเอาคนฟังทั้งหมดสะดุ้งโหยง

            “เอ่อ...เดี๋ยวอุ่นไปดูให้นะคะคุณชายป้าอุ่นละไมรีบขันอาสา

            “ไม่ต้อง! หล่อนไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน ตักข้าว!”

            คำห้ามปรามมาพร้อมกับคำสั่งที่ดุดัน ป้าอุ่นรีบกระวีกระวาดเสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำมือไม้สั่น ในขณะที่วาโยและมารุตได้แต่ถอนหายใจ ส่วนนายมั่นกับนายคงไม่ต้องพูดถึงคลานหนีห่างตั้งแต่ก่อนมื้อค่ำจะมาถึงซะอีก นี่คงทำตัวเหมือนนกรู้กระมังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น

            กินไปได้เพียงสองคำอาหารตรงหน้าก็ถูกผลักให้ออกห่าง ก่อนร่างหนาจะลุกจากเก้าอี้ยืดตัวเต็มความสูงก้าวอาดๆ ออกจากห้องอาหารไป คนที่เหลือจึงได้แต่มองตากันอย่างหวาดหวั่น

            “ตายแน่เลยหนูรักของป้าอุ่นละไมพึมพำไล่หลัง

เป็นเพราะคุณผู้หญิงคนนั้นหรือป้าสองหนุ่มไถ่ถามพร้อมกัน ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

            “แล้วป้าไม่ได้บอกเธอเหรอว่ามื้อค่ำเริ่มกี่โมง

            “ป้าบอกแล้วว่าให้รีบอาบน้ำแต่งตัว มื้อค่ำจะเริ่มอีกครึ่งชั่วโมง

วาโยและมารุตส่ายหน้า เธอคงลืม ป้าอย่าคิดมาก คุณชายคงไม่ฆ่าเธอหมกทะเลหรอก

            “น้อยนะสิที่ไม่ทำ

            แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยได้แต่มองออกไปจากห้องอาหารพร้อมๆ กับเด็กชายเชนทร์ที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มระรื่น ดวงตากลมๆ นั้นกวาดมองหาใครบางคนพลางย่นเข้าหากัน

            “ป้าอุ่นฮะ พี่รักล่ะฮะ นัดเชนทร์กินข้าวแล้วไม่เห็นมาสักที เชนทร์หิวนะฮะ

            “เชนทร์ลูก คุณรักต้องกินข้าวกับคุณภัทร เชนทร์ไปกินกับป้าๆ กับน้ามั่นน้าคงนะลูก

            “กินกับพวกพี่ด้วยเสียงวาโยแทรกขึ้นก่อนจะเอ่ยชวน

เราไปกินข้าวกันดีกว่านะเชนทร์เด็กน้อยพยักหน้ารับรู้ แววตาที่เคยสดใสหมองลงนิดๆ คล้ายผิดหวังแต่ก็ถูกปัดออกไปเมื่อสองหนุ่มหน้าขาวยีหัวเล่นเบาๆ

            “ไปเถอะพี่หิวจนท้องร้องแล้ว

            สามหนุ่มรีบก้าวเข้าห้องครัวปล่อยให้คนเก่าแก่รอเผชิญหน้ากับเจ้านายหนุ่มเพียงลำพัง ป้าอุ่นละไมถอนหายใจอย่างปลงๆ

           

 

            ทางด้านรพีภัทรกำลังก้าวดุ่มๆ ไปยังปีกตะวันออกด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธที่ยังฉายชัดเต็มใบหน้า ดวงตาคู่คมแดงเข้มจนน่าหวาดผวา พอมาถึงหน้าห้องก็ไม่พูดพล่ามทำเพลงเปิดประตูก้าวเข้าไปในทันที

            แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้ลมหายใจของชายหนุ่มแห้งผากคล้ายอาการของคนเป็นไข้หนักกลางทะเลทรายที่ร้อนระอุ

            ป้าอิ่มจึงรีบเลื่อนผ้าห่มคลุมร่างนวลลออจนถึงต้นคอ เมื่อครูนางกำลังเช็ดบริเวณหัวไหล่และเนินอกของหญิงสาวที่มีเหงื่อซึมไหลจนต้องปลดกระดุมด้านบนออกหลายเม็ดโดยไม่คิดว่าจะมีใครบุกเข้ามา

            ภาพที่เห็น ทำเอารพีภัทรต้องเบือนหน้าหนีแล้วกะดฟันถามอย่างอยากรู้

            “เธอเป็นอะไร

เป็นไข้ค่ะคุณภัทร

            “เป็นไข้จริงรึเปล่า ไม่ได้สำออยใช่ไหม

            แม่บ้านเก่าแก่เม้มปากแน่นก่อนจะหันมาเอ่ยกับร่างบางที่นอนแน่นิ่ง คล้ายไม่สนใจเจ้านายหนุ่มอยู่ในที เดี๋ยวป้าไปยกข้าวยกน้ำแล้วหายามาให้กินก่อนนะหนูรัก นอนพักดีๆ นะลูกมืออวบอูมลูบศีรษะงามเบาๆ ก่อนจะยืดตัวขึ้นแล้วเดินตรงไปหาคนเป็นนาย

หนูรักเธอไม่สบายเพราะเล่นน้ำทะเลกับเจ้าเชนทร์จนเปียกไปทั้งตัว ยังไงก็อย่าเพิ่งดุเธอเลยนะคะ

            “ไม่ยักรู้ว่าจำเลยได้สิทธิ์นั้นด้วย

            ป้าอิ่มส่ายหน้าก่อนจะค้อมตัวเดินออกจากห้อง ทิ้งให้อสูรร้ายได้อยู่กับหญิงงามที่นอนซมเพราะพิษไข้เพียงลำพัง ได้แต่หวังว่าเมื่อกลับเข้ามาคุณหนูบุษบายังคงมีลมหายใจอยู่

            อาการเป็นห่วงหรือตะขิดตะขวงใจอะไรสักอย่าง รวมทั้งความร้อนที่วิ่งพล่านทั่วกายสินะ ที่ชายหนุ่มกำลังเป็นอยู่ในเวลานี้ ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าใกล้เตียงนอนนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งใกล้ลมหายใจก็ยิ่งถูกระบายออกมาอย่างหนัก มาพร้อมกับอาการตาพร่ามัวด้วยซ้ำไป

            หล่อนดูไร้พิษภัยไปในพริบตา ปากเล็กๆ ที่เถียงฉอดๆ นั้นซีดขาว ใบหน้าที่เคยเชิดรั้นดูจืดชืดลงถนัดตา

            “สิ้นฤทธิ์ล่ะสิแม่ตัวดี

น้ำเสียงเยาะหยันนิดๆ แต่เมื่อได้ยินเสียงเพ้อก็ตะแคงหูฟังอย่างรวดเร็ว

พ่อขา...พ่อช่วยรักด้วย...ช่วยด้วย...” เสียงพึมพำแห้งๆ ยังดังออกมาไม่ได้ขาด รพีภัทรสั่นหัว ก่อนจะเอื้อมไปหยิบผ้าสีขาวแล้วชุบน้ำบิดหมาดๆ ซับไปตามใบหน้าเรียวงามอย่างตั้งอกตั้งใจ

            อะไรดลใจให้เขาทำอย่างนี้...

            แทนที่ก้าวเข้ามา หล่อนจะโดนตวาดดังสนั่นเหมือนคนอื่นๆ แต่กลับเป็นตัวเขาเองที่มานั่งมองคนป่วยและเป็นบุรุษพยาบาลจำเป็น เอาไว้หล่อนหายดีก่อนเถอะ...ค่อยชำระสะสางในทีเดียว

            “หายดีเมื่อไหร่ เธอโดนหนักแน่

เสียงขู่ดังขึ้นเบาๆ แต่มันก็ค่อยๆ เหือดหาย เมื่อได้ดูแลเอาใจใส่ ชั่วครู่ต่อมาป้าอิ่มละมุนก็ก้าวเข้ามาพร้อมข้าวต้มหอมฉุย มียาลดไข้ติดมาด้วยสองเม็ด ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้คนเก่าแก่ชะงักไปเล็กน้อย พร้อมรอยยิ้มที่เก็บซ่อนภายใต้สีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้แสดงอาการใดๆ ให้บุคคลตรงหน้ารับรู้ความผิดปกติ

            ชายหนุ่มถอยห่างออกจากเตียงนอนหรูแทบจะทันที พาร่างกายก้าวประชิดหน้าต่างพร้อมเบือนสายตาทอดมองทะเลอย่างไม่คิดจะใส่ใจใครอีกต่อไป ถ้าหันกลับมาคงจะได้เห็นรอยยิ้มขำที่ป้าอิ่มซ่อนไว้ไม่มิด

            คนป่วยถูกประคองขึ้นให้ป้อนข้าวป้อนยาได้อย่างถนัดถนี่ กินไปได้เกือบครึ่งชามคนเจ็บไข้ก็เบือนหน้าหนี ป้าอิ่มเลยจับยากรอกปาก พร้อมบังคับให้ดื่มน้ำตามลงไปติดๆ

กินข้าวกินยา พักสักเดี๋ยวก็หายแล้วนะหนูบุษบาน้ำเสียงคนชราทอดห่วงใย แต่ใครบางคนกำลังยืนนิ่ง

            “คุณภัทรรับประทานอาหารไปเพียงนิดเดียว จะ...” ป้าอิ่มยังเอ่ยไม่จบคุณชายของบ้านก็รีบยกมือห้าม

บอกให้ป้าอุ่นยกไปเก็บเถอะคนโดนสั่งพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะทอดสายตามองร่างนอนซม

            “พักผ่อนมากๆ นะลูก ป้าไปก่อนล่ะ

            นางเอ่ยแค่นั้นก็หมุนกายไปพร้อมกับถาดอาหาร ก่อนก้าวออกจากห้องยังอดไม่ได้ที่จะหันไปมองหน้าเจ้านายหนุ่ม ในใจของคนวัยชราคงอดที่จะหวาดหวั่นไม่ได้ เกรงว่าคุณรพีภัทร เทพาธิบดีจะกระชากร่างระหงให้เจ็บช้ำมากกว่าเดิม ป้าอิ่มสั่นหัวเบาๆ แล้วเฝ้าบอกตัวเองว่าอย่าคิดมากไป

            ถึงอย่างไรคุณชายก็เป็นคนดี ถึงแม้ความดีจะถูกซ่อนลึกและดูคล้ายจะขุดยากสักหน่อยก็เถอะ...

            เมื่อบุคคลที่สามก้าวออกไปจากห้อง รพีภัทรก็ก้าวเข้ามาประชิดเตียงแล้วหย่อนสะโพกลงนั่งข้างๆ คนเจ็บไข้ สีหน้าเจ้าหล่อนดูดีขึ้น ปากที่ซีดเซียวเริ่มแต้มสี แก้มขาวซีดมีเลือดฝาดจางๆ

            เหมือนจะมีอะไรสักอย่างดึงดูดอย่างประหลาด สายตาของรพีภัทรจับจ้องปากอิ่มอยู่อย่างนั้น ก่อนจะค่อยๆ โน้มใบหน้าลงใกล้ชิดเรื่อยๆ ลมหายใจร้อนๆ รวยรินปลายจมูกเล็ก ชั่วครู่ริมฝีปากหยักก็ทาบทับลงกับเรียวปากซีดขาวแผ่วเบา แต่หัวใจของคนขโมยจูบเต้นแรงจนเจ้าตัวหน้าร้อนผ่าว

            สปริงทำงานอย่างอัตโนมัติ ร่างสูงใหญ่ถอยลงจากเตียงมายืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้อง แหงนเงยใบหน้ามองเพดานพร้อมกับอาการระบายลมหายใจและสูดกลับเข้าไปใหม่ ไม่ถึงนาทีก็ก้าวออกจากห้องพร้อมปิดประตูอย่างร้อนรน

 

            สองหนุ่มที่เดินผ่านมาถอยกรูดชิดมุมอับของบ้านพร้อมกับอาการเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง เมื่อเจ้านายเดินผ่านไปพร้อมหายไปทางด้านปีกตะวันตก วาโยและมารุตสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย

            “เฮ้ย!”

เพียงคำเดียวที่ปล่อยออกมาแทบจะพร้อมๆ กัน

ทำไมคุณบุษบาเงียบจังเลยวะ ตายรึยังนั่นวาโยโพล่งออกมาอย่างอยากรู้ มารุตสั่นหัว

ยังหรอก เพราะเจ้านายก้าวออกมาดูท่าทางจะอารมณ์ดี

            “รู้ได้ไงวาโยทักท้วง

เออน่า...รู้ก็แล้วกัน

            คำพูดของมารุตยังไม่คลายความสงสัยให้กับวาโยเลยแม้แต่นิดเดียว สองหนุ่มเดินพูดคุยกันแล้วตรวจดูรอบๆ บ้านที่นายมั่นและนายคงยังทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง อิ่มข้าวเย็นเดินสำรวจบ้านย่อยอาหารก่อนจะกลับเข้าห้องพักในเวลาสี่ทุ่มตรงของทุกวัน

            ถึงแม้จะมีการ์ดอีกจำนวนหนึ่งคอยตรวจตราโดยรอบบริเวณ ทว่า...คนข้างในบ้านก็ต้องทำหน้าที่นั้นเช่นกัน ความปลอดภัยของบุตรชายคนเล็กในตระกูลเทพาธิบดีสำคัญมากเป็นอย่างยิ่ง ถ้าบกพร่องก็เตรียมรับบทลงโทษจากคุณหญิงเยาวเรศ เทพาธิบดีได้เลย

            หนักหนาสาหัส...วาโยและมารุตเคยโดนมาแล้ว...

 

            ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าห้องทางด้านปีกตะวันตกของเจ้าตัว เหม่อมองไปยังท้องฟ้ามืดมิด บนนภาลัยบุหลันยังทอแสงนวลเนียนสีทองกระจ่างตา เสียงคลื่นท้องทะเลยังดังขึ้นเป็นบางครั้งคราว อารมณ์ที่เกิดขึ้นทำให้อดีตหวนคืน

            ภัทรอยากเจอใครไหมลูก แม่จะโทรตามให้

            “แม่ครับ ผมอยากเจอนภาลัย

            เช้าวันต่อมาดาราร้ายหน้าหวานก็เปิดประตูก้าวเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่บังคับให้แย้มยิ้ม สายตาของหล่อนกวาดมองรอบๆ ห้องแล้วส่ายหน้าไปมา ข้าวของหลายอย่างหล่นระเนระนาดดูเกะกะตาไปหมด

            “ภัทรคะเธอส่งเสียงเรียกเบาๆ ชายหนุ่มในชุดมัมมี่ค่อยๆ หันกลับมามอง ดวงตาที่หวานยั่วยวนแปรเปลี่ยนเป็นเบิกโตนิดๆ

น้ำฟ้า...” เสียงแหบๆ ร้องเรียกและยังปิดความยินดีไว้ไม่มิด

            ร่างระหงเดินเข้ามาใกล้พร้อมฉีกยิ้มจืดเจื่อน เป็นยังไงบ้างคะภัทร เจ็บตรงไหนรึเปล่าวงแขนล่ำสันกางออกกว้างรอคอยให้เจ้าหล่อนโผเข้าไปหา แต่มีเพียงอาการเบือนหน้าหนีเท่านั้น นภาลัยเดินเข้าใกล้ชายหนุ่ม ก่อนจะจับท่อนแขนล่ำสันเบาๆ

            “ช่วงนี้น้ำฟ้ายุ่งมาก ติดคิวถ่ายละครยาวเป็นห่างว่าวคงมาเยี่ยมภัทรบ่อยๆ ไม่ได้เธอทำหน้าเศร้าแล้วเอ่ยต่อ และอีกอย่างข่าวคราวที่ออกมาไม่ดีเลยมันทำให้น้ำฟ้า...” เธอเงียบเสียงแล้วถอนหายใจ วงแขนของรพีภัทรพาดผ่านเลื่อนมากอดเอวบาง ก่อนจะดึงรั้งร่างระหงให้มาแนบชิด

            เจ้าหล่อนเบือนหน้าหนีพร้อมส่งเสียงร้องโวยวายดังลั่น ว้ายยย! เอาหน้าไปไกลๆ น้ำฟ้าเลยนะคะ น้ำฟ้ากลัวแววตาที่เต็มไปด้วยความขยะแขยงกวาดมอง

            แล้วก็อาการส่ายหน้าจนคอแทบหลุด...

            “คุณไม่รักผมเหรอน้ำฟ้า ทั้งที่ผมคิดว่าคุณรักผม

เสียงทุ้มไถ่ถาม คนฟังย่นหน้าแล้วทำบึ้งตึง หล่อนแกะไม้แกะมือชายหนุ่มออกพลางหมุนกายหันหลังให้ ก่อนจะหลุดประโยคที่ยาวยืดออกมา

            “โอ๊ย! รักอะไรกัน น้ำฟ้าทนไม่ได้หรอกนะคะ ที่จะควงคู่คุณไปไหนมาไหน น้ำฟ้าเป็นดารา ยังสาวยังสวย คุณไปผ่าตัดเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนเถอะ

            “ผมคิดว่าคุณรักผม...ที่เป็นตัวผม

เสียงของรพีภัทรเริ่มสั่นเครือ ความผิดหวังหรืออะไรสักอย่าง ผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเริงสวาทบนเตียงนอนของหล่อนก่อนจะพบกับความเลวร้ายอย่างที่เป็นอยู่ แต่ดูเหมือนเจ้าหล่อนจะหวังแค่เพียงชื่อเสียง หน้าตาทางสังคม และเม็ดเงินเท่านั้น

            “ใช่ค่ะ น้ำฟ้ารักคุณ หลงใหลคุณ แต่ไม่ใช่เวลานี้ ดูคุณสิ ขาก็จะพิการเดินไม่ได้ หน้าตาก็ยังน่าเกลียดขนาดนี้ โอ๊ย! น้ำฟ้าทำใจไม่ได้หรอกค่ะหล่อนหันมาเผชิญหน้าพร้อมเอ่ยต่อ

น้ำฟ้าขอตัวนะคะ ลาขาดกันเลยค่ะ

            นางร้ายก้าวออกจากห้องไป ทิ้งให้ชายหนุ่มทำได้แค่มองตาม ชั่วครู่แววตาอาวรณ์นั้นก็เหือดหายไป เหลือแค่เพียงความกรุ่นโกรธที่ฉายชัด

คนใช้ในบ้านวิ่งตึงตังเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงล้มโครมครามดังลั่น แล้วแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวก็มองเขาเป็นจุดเดียว ทุกอย่างที่ผ่านมาทำให้หม่อมหลวงรพีภัทรต้องมาอยู่ในบ้านนี้ นานนับเดือนเต็ม...เวลาที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลยสักนิด...

            ...เพราะสายตาของทุกคนยังมองเขาอย่างหวาดกลัวหรืออะไรสักอย่างที่ไม่กล้าเข้าใกล้...อสูรที่น่ารังเกียจขยะแขยงกระมัง

ร่างหนาเอนกายลงนอนบนเตียง ท่อนแขนถูกยกมาก่ายเกยหน้าผาก เสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กซึ่งวางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ ส่งสัญญาณเตือน คนที่จะติดต่อมาที่นี่ได้ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ชายหนุ่มจึงจำต้องเอื้อมมาแนบใบหูแทบจะทันที

ภัทรเสียงต้นสายร้องทักอย่างยินดี

พี่ภพรพีภัทรค่อยเปิดรอยยิ้มนิดๆ อย่างจำเสียงพี่ชายได้

อยู่ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง เดินได้คล่องรึยัง อาหารการกินถูกปากรึเปล่า พี่คิดถึงนายนะเสียงผู้พี่ละล่ำละลักถามออกมาไม่มีหยุดหย่อน หนำซ้ำยังร้องบอกถึงความห่วงใย

พี่ครับผมสบายดี เดินได้คล่อง อาหารที่นี่ถูกปากรพีภัทรเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยต่อ คิดถึงพี่ คิดถึงคุณพ่อและคุณแม่มากครับ

ได้ยินเสียงต้นสายถอนหายใจเบาๆ คุณแม่คิดถึงนายมาก อีกไม่นานท่านจะไปเยี่ยม

แล้วงานที่บริษัทล่ะครับ พี่คงเหนื่อยมาก

อย่าห่วงเลย ทุกอย่างเรียบร้อยดีและตอนนี้รุจิเรขก็เข้ามาทดลองงานต้นสายคงไม่รู้ตัวเลยสักนิด ว่าคำพูดที่เอ่ยถึงบุคคลที่สามนุ่มนวลเพียงไร

ยัยรุจีสบายดีนะครับ

สบายดีและก็แสบเอาเรื่อง

ดูพี่ภพจะรักรุจีมากกว่าผมนะครับ

ใบหน้าของรพีภพแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มก่อนจะสั่นหัว พี่รักนายและเป็นห่วงนายมากนะชายภัทร ดูแลตัวเองดีๆ เอาไว้พี่จะพา...”

พี่ชายยังเอ่ยไม่จบเสียงน้องชายก็แทรกขึ้น เรื่องผ่าตัดเอาไว้ก่อนนะครับ ผมยังไม่พร้อมผู้พี่ถอนหายใจ

ดูแลตัวเองด้วยนะครับพี่

โทรศัพท์ถูกวางไว้จุดเดิมนับสิบนาทีแล้ว แต่ร่างสูงใหญ่ยังนิ่งเงียบเหมือนหุ่น เขาไม่อยากทำอะไรในเวลานี้ ขอแค่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ได้อยู่ที่นี่เพื่อพักรักษาอาการอย่างอื่นให้ทุเลาเบาบางลง

ลมหายใจถูกระบายออกมาหนักๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนร่างสูงใหญ่จะหลับตาลง ให้ความมืดมิดปกคลุมรอบกาย ปล่อยใจกับกลิ่นอายทะเลที่อบอวลคละคลุ้ง เสี้ยวหนึ่งของวินาทีใบหน้าที่ซีดเซียวก็เคลื่อนเข้ามาในความนึกคิด จนทำให้ร่างของชายหนุ่มดีดเด้งลุกขึ้นนั่ง

อะไรบางอย่างสั่งให้เขาก้าวออกจากห้องและมาหยุดอยู่กับประตูห้องทางด้านปีกตะวันออก

ภาพหญิงสาวที่ยังนอนซมนั้นไปต่างจากมนต์สะกด แสงพระจันทร์ยังแยงผ่านหน้าต่างของห้องเข้ามา จึงก้าวเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ผ้าห่มที่ร่นถึงช่วงเอวถูกเลื่อนคลุมจนถึงช่วงอกงาม

เธอทำให้ฉันต้องมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้

เสียงแผ่วๆ คาดโทษ ก่อนใบหน้าจะก้มลงชิดใกล้พร้อมแนบริมฝีปากร้อนๆ ทาบทับเรียวปากสวย ปล่อยให้ความอบอุ่นลากไล้ชั่ววินาทีก็ผละห่าง

หลับฝันดีนะบุษบา

ถ้อยคำนุ่มนวลกระซิบชิดใบหูสะอาด คนนอนบนเตียงเผยอยิ้มนิดๆ เอ่ยเสร็จเจ้าของเสียงนุ่มก็พาตัวเองก้าวออกจากห้องอย่างว่องไวเหมือนกันกลัวอะไรบางอย่าง...บางอย่างที่มีผลทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้น

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนผลงานค่ะ "

Janya,ณิชาดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha