ยอดรักอสูรร้าย

โดย: Janya,ณิชาดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : ฝันหวานอายจูบ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 9

ฝันหวานอายจูบ

 

            เปลือกตาบางกะพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะเปิดรับกับแสงสว่างพร่างพราวล้อมรอบตัว บุษบา เอกอักษรากร ค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง ขยี้ตานิดๆ รู้สึกถึงความหนักอึ้งบนขมับ ก่อนจะเปิดดวงตาแล้วเมียงมองรอบๆ ห้อง ความฝันที่เกิดขึ้นจางหายไป ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของคุณแม่กลิ่นแก้วก็ขาดหายเหลือแค่เพียงสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นชินสักนิดเลย ต่อให้เธอต้องใช้เวลาทั้งชีวิตปรับตัวมันก็คงไม่ดีกว่าที่เป็นอยู่นักหรอก

            ช่วงเวลาที่หลับใหลเหมือนเธอได้รับไออุ่นจากใครสักคน คล้ายจุมพิตที่เจ้าชายมอบให้กับเจ้าหญิง มันทั้งอ่อนหวานและแผ่วเบาราวปุยนุ่น แต่ทุกอย่างก็ไม่ต่างจากความฝัน เมื่อเธอไขว่คว้าและสัมผัสมันไม่ได้ หากแต่เมื่อตื่นขึ้นมายังรู้สึกขวยเขินอย่างประหลาด

            เจ้าของร่างระหงก้าวเข้าห้องน้ำจัดการกับร่างกายของตัวเอง เพียงครึ่งชั่วโมง ชุดกระโปรงสีครีมสั้นเพียงเข่าก็ถูกสวมใส่ เสื้อด้านบนปักลูกไม้ลายดอกแก้วดูงามตา ทรงผมถูกจัดอย่างเรียบง่ายปล่อยปลายผมให้ยาวสยายพัดพลิ้วไปตามแรงลม แต่งกายเสร็จก็ยืนทอดสายตามองไปยังท้องทะเลเบื้องหน้า อาการครั่นเนื้อครั่นตัวจางหายไป มีแค่ความอ่อนเพลียนิดๆ ที่ยังคงเหลืออยู่

            ภวังค์ความคิดถูกรบกวนด้วยเสียงเคาะประตูเบาๆ ป้าอุ่นละไมก้าวเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มเต็มใบหน้า อดไม่ได้ที่จะชื่นชมความงดงามของร่างระหงง รู้สึกว่ายิ่งมองก็ยิ่งสวย เป็นความงามที่มองมิรู้เบื่อ เมื่อคืนพี่อิ่มบอกว่าหนูรักไม่สบาย เช้านี้หายดีรึยังจ๊ะ

            บุษบาเอี้ยวตัวกลับมามองพร้อมใบหน้าที่แต้มยิ้มระเรื่อ รักหายดีแล้วค่ะ

            “หายดีแล้วก็ออกไปรับประทานมื้อเช้าเถอะค่ะ ใกล้ถึงเวลาแล้วคนพูดยิ้มแย้ม ในขณะที่บุษบาพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะก้าวออกจากห้องตามแผ่นหลังอวบๆ ของป้าอุ่นไป

            ถึงเวลาแล้วที่ต้องเผชิญกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเลวร้ายเพียงใดก็ตาม

 

            บุษบาก้าวเข้ามาในห้องอาหารพร้อมกับเจ้าของบ้านเช่นกัน เมื่อเผชิญหน้าอย่างจริงๆ จังๆ แต่ละคนก็นิ่งเงียบ มีเพียงการกุลีกุจอของป้าอิ่มละมุนกับป้าอุ่นละไมเท่านั้น ที่ยังทำหน้าที่เสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำด้วยความพิถีพิถัน เมื่อจัดการเสร็จก็ถอยห่าง ปล่อยให้สองหนุ่มสาวต่างสถานะร่วมกินมื้อเช้ากันอย่างเงียบๆ

            อาหารพร่องไปเพียงนิดเจ้าของบ้านก็ขยับปากถามขึ้น จำเลยอย่างเธอทำอะไรเป็นบ้าง

            บุษบารวบช้อนแล้วเงยหน้าขึ้นตอบ

คุณสั่งมาเถอะค่ะจะให้ฉันทำอะไรบ้างแก้วน้ำถูกหยิบขึ้นมาดื่ม อาการอิ่มตื้อเกิดขึ้นทันที ก่อนจะบอกต่อ จำเลยอย่างฉันมีหน้าที่ทำตามคำสั่งอยู่แล้ว

            รพีภัทรกระตุกยิ้มราวกับผู้มีชัย นั่นสินะ จะให้เป็นนางบำเรอหรือเป็นเมียเก็บก็คงทำได้

            คนฟังถลึงตาใส่นึกอยากจะสาดน้ำใส่หน้าคนปากปีจอยิ่งนัก แต่ก็ต้องระงับไว้อย่างสุดความสามารถ ไม่อย่างนั้นคงเป็นเธอเองที่ต้องเดือดร้อน แต่ปากเล็กกลับไม่ฟังจนโพล่งออกไปในที่สุด

เอาไว้ให้สุนัขออกลูกเป็นแมวก่อนเถอะค่ะพูดออกไปแล้วก็ต้องนั่งตัวเกร็งแทบไม่ทัน เมื่อคนนั่งฝั่งตรงกันข้ามพาตัวเองลุกออกจากเก้าอี้อย่างไม่นึกเสียเวลา เดินอ้อมมายืนซ้อนหลัง มือทั้งสองข้างวางไว้บนพนักพิงที่ร่างระหงนั่งอยู่

            ใบหน้าคมๆ โน้มลงมาหาจนบุษบาเห็นร่องรอยของบาดแผลชัดเจน ปากดีอย่างนี้ ฉันหวังว่าอย่างอื่นคงจะดีไปด้วย

            บุษบาเบือนหน้าหนี พร้อมกับผลักอกกระด้างให้ออกห่าง ลุกจากเก้าอี้แล้วก้าวถอยหลังสองสามก้าวในทันที

            “ฉันจะช่วยงานบ้านป้าอิ่มกับป้าอุ่นและก็ทำงานอย่างอื่น

            รพีภัทรพยักหน้า ก็ดีเขาว่า แต่...” เสียงทุ้มขาดหายพร้อมกับอาการก้าวเดินมาชิดใกล้ ทำหน้าที่พยาบาลฉันเพิ่มด้วยสิ เธอคงรู้ว่าฉันเป็นอะไร

            “ค่ะหญิงสาวโพล่งรับปากออกไป แล้วกวาดมองทั่วร่างของ คนเจ็บ

            “อ้อ ใบหน้าฉันมันต้องหน้าเกลียดแบบนี้ไปอีกนาน ทนๆ มองหน่อยก็แล้วกันน้ำเสียงคนพูดมีแววเจ็บลึกแต่ก็ถูกปัดให้ไกลห่างด้วยใบหน้าที่เย็นชา

            “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เพราะฉันไม่อยากมองหน้าคนใจร้ายอย่างคุณ

            คำพูดของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มเมินหน้าหนีแล้วก้าวออกจากห้อง รู้สึกจะลงแรงเท้ามากไปด้วยซ้ำ เมื่อเจ้าของบ้านเดินห่างออกไป ร่างระหงก็ทรุดลงนั่งกับเก้าอี้แล้วเม้มปากแน่นสนิทกันจนเป็นเส้นตรง

            เขาเหมาะที่สุดกับคำว่า...ใจร้าย

            นั่งอยู่ได้สักพักป้าอิ่มละมุนกับป้าอุ่นละไมก็ก้าวเข้ามาหา มือทั้งสองป้าแตะแขนเรียวบางคนละข้างแล้วพยักหน้าเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

ไม่เป็นไรใช่ไหมหนูรักป้าอิ่มถาม บุษบาสั่นศีรษะ

            “เก็บของกันดีกว่าค่ะเดี๋ยวรักช่วย เพราะต่อไปรักก็ต้องช่วยป้าๆ ทำทุกอย่าง

            สองป้าไม่ได้ทักท้วงอะไร ปล่อยให้บุษบาจับโน่นจับนี่ตามที่ต้องการ มีแค่เพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเท่านั้นที่คอยลอบมองอยู่ตลอดเวลา

เล่าเรื่องของหนูให้ป้าฟังบ้างสิลูก

จู่ๆ เสียงป้าอุ่นก็ดังขึ้น หญิงสาวจึงชะงักกิจกรรมที่กำลังทำชั่วครู่ ที่บ้านรักมีนมมะลิและป้าพุดซ้อนรวมทั้งน้องจำปาอยู่ด้วยค่ะ รักมีพี่สาวหนึ่งคนชื่อพี่ลิลลี่ พี่เขาสวยนะคะ สวยกว่ารักอีก แล้วก็มีคุณพ่อ...”

เสียงหวานเงียบไปก่อนจะเอ่ยต่อ ท่านเป็นกัปตันเรือขนส่งสินค้าให้กับชาวต่างชาติค่ะ...”

            “แล้วแม่หนูล่ะลูก

ป้าอุ่นเบี่ยงเบนประเด็น แต่ทำให้คนถูกถามขอบตาร้อนผ่าว

เอ่อ...คุณแม่ท่านเสียแล้วค่ะ แต่ท่านก็อยู่ในหัวใจของรัก

ป้าอิ่มที่ฟังอยู่เงียบๆ ถึงกลับรั้งร่างบอบบางมากอด รับรู้ถึงความเจ็บปวดของคนในอ้อมอก

            “โธ่...แม่คุณมืออวบอูมค่อยๆ ลูบผมเรือนงามอย่างปลอบโยน

ไม่เป็นไรนะลูก ทุกอย่างต้องดีขึ้นคนโดนปลอบป้ายน้ำตาทิ้ง แล้วยิ้มกว้างอย่างเข้มแข็ง คล้ายลืมเลือนความทุกข์ทรมานนั้น

รัก...แค่อยากพบคุณพ่อสักครั้ง เราแทบไม่ได้เจอกันเลย ตามกำหนดแล้วรักจะได้กอดคุณพ่อในสิ้นเดือนนี้ แต่...แต่แล้ว

ความเงียบเข้ามาปกคลุมเต็มพื้นที่ ปากระริกเม้มสนิท เมื่อผละจากอกนุ่มหยุ่น บุษบาก็ฝืนกลืนก้อนสะอื้นให้ดิ่งลงไปในลำคอ ไม่ปล่อยให้อาการเจ็บร้าวได้ฉายชัดอีกต่อแม้เสี้ยววินาที

            หญิงสาวก้มหน้าก้มตาช่วยงานในครัวอย่างเงียบๆ โดยไม่ปริปากใดๆ ออกมาแม้แต่คำเดียว สองป้าส่ายหน้าต่างเมียงมองด้วยความสงสาร พร้อมๆ กับเด็กชายเชนทร์ที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม

พี่รักฮะคนถูกเรียกเช็ดน้ำตาทิ้ง แล้วค่อยๆ หมุนกายมาเผชิญหน้า

            “เชนทร์มีอะไรหรอจ๊ะ

            “ผมจะชวนพี่รักไปดูบ่อปลาครับ ปลาคาร์ฟสวยมาก

มือเล็กชี้ไปชี้มาแล้วก็ร่างภาพปลาคาร์ฟในอากาศ ดวงตากลมโตเริ่มสดใส ใบหน้าหวานดึงรั้งรอยยิ้มให้คืนกลับได้ไม่ยาก นึกขอบคุณเด็กเชนทร์อยู่ในใจ ถ้าไม่มีหนุ่มน้อยคนนี้ เชื่อว่าเธอคงลืมไปเลยด้วยซ้ำว่าเขาแย้มยิ้มกันเช่นไร

ที่ไหนจ๊ะ ไกลรึเปล่าพี่ต้องช่วยงานป้าๆ

            “ไม่ไกลหรอกฮะ อยู่หลังบ้านนี่เอง

            มือป้อมๆ นั้นคว้าหมับเข้าที่มือบางแล้วอมยิ้ม ป้าฮะ ยืมตัวพี่รักเดี๋ยวเดียวนะฮะ

เจ้าตัวเล็กหันไปเอ่ยขอกับป้าๆ ทั้งสองคน สองป้าพยักหน้าให้แล้วเอ่ย อยู่กับเจ้าเชนทร์มากๆ ระวังปวดหัวนะหนูรักเด็กเชนทร์รีบดึงรั้งร่างระหงให้ออกจากห้องครัว ก่อนจะโคลงศีรษะตัวเองไปมา

            “ป้าๆ ว่าเชนทร์ดื้อเมื่อรู้ตัวก็ยิ้มขำ

เชนทร์ดื้อมากเหรอครับบุษบาเอ่ยถามเมื่อก้าวพ้นจากตัวบ้าน ใบหน้าของหนุ่มน้อยแหงนเงยขึ้นสบมองแล้วสั่นหัว

ผมไม่ดื้อฮะ แค่ทำตัวตามวัยมากกว่า

            บุษบาถึงกลับปล่อยเสียงหัวเราะเบาๆ ร่างเพรียวบางโดนดึงรั้งให้ก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ ตลอดระยะทางที่ก้าวผ่าน รอบด้านแวดล้อมไปด้วยดอกไม้หลากสีสันชูต้นอยู่บนกระถางหลากหลายสี บางต้นผลิดอกออกช่อ บางต้นเพิ่งแตกใบอ่อนดูละลานตา ถ้าหากเลือกลืมเลือนทุกอย่างที่นี่ก็ดูดีไม่น้อย...แต่เธอคงลืมมันไม่ได้หรอก ไม่เลยสักวินาทีเดียว

 

            ณ บ้านเอกอักษรากร

            เสียงรถยนต์แล่นเข้ามาและจอดสนิท นมมะลิชะเง้อชะแง้มองบริเวณหน้าบ้านด้วยความกระวนกระวายใจ สองวันแล้วที่ข่าวคราวของคุณหนูบุษบาเงียบหาย จะช่วยคุณท่านสำเร็จรึเปล่า คนรอฟังข่าวอดหวาดหวั่นไม่ได้ เสียงโทรศัพท์ก็เงียบจนน่าวังเวง

            ลีลาวดีก้าวเข้าบ้านพร้อมกระเป๋าสะพายใบหรู เมื่อเห็นใครนั่งรออยู่หน้าประตูก็ถอนหายใจ ยัยรักยังไม่กลับมาอีกเหรอจ๊ะนมคนถูกถามกรีดน้ำตาแล้วส่ายหน้า

ป่านนี้ยังไม่ได้ข่าวเลยค่ะ คุณหนูลิลลี่ติดต่อคุณหนูรักได้ไหมคะ ถามคุณสาครก็ได้คนถูกร้องขอสั่นศีรษะเบาๆ

            “เดี๋ยวก็คงกลับมาเองนั่นแหละค่ะ เอ่อ...นมคะ ช่วยจัดมื้อเย็นที่ซุ้มลีลาวดีหน่อยนะคะ พอดีเย็นนี้คุณภาสกรจะมากินข้าวด้วย แล้วก็รบกวนบอกให้ป้าพุดซ้อนเตรียมอาหารรับรองให้สุดฝีมือเลยนะคะ ลิลลี่ไปอาบน้ำก่อน เหนียวตัวเต็มที

            คุณหนูคนโตของบ้านเอ่ยประโยคยาวเหยียดเสร็จสรรพก็ก้าวเข้าเรือนของตัวเองไป นมมะลิได้แต่มองตามแล้วกรีดไล้น้ำตาทิ้ง ถ้าหากว่าเป็นคุณหนูบุษบาอยู่ในบ้านแล้วสับเปลี่ยนกันแล้วล่ะก็ ไม่มีทางที่คุณหนูของนางจะนั่งกินข้าวด้วยรอยยิ้มได้หรอก

            “ป้ามะลิเสียงแม่บ้านเก่าแก่ร้องเรียก เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง

ไปทำอาหารไว้รับรองแขกเถอะแม่พุดซ้อน ฉันขอพักสักประเดี๋ยว

พุดซ้อนพยักหน้า คุณหนูรักไม่อยู่ คุณลิลลี่เธอไม่เห็นห่วงน้องเลยนะป้า ถามหาคุณพ่อสักนิดก็ไม่มี

            “ไปทำงานเถอะนมมะลิเอ่ยย้ำอีกครั้ง คนฟังคำสั่งหมุนตัวจากไปทำหน้าที่อย่างเงียบๆ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าและพึมพำอะไรบางอย่าง

เฮ้อ! เป็นพี่สาวประสาอะไรไม่ห่วงน้องเลยสักนิด ยิ่งคนเป็นพ่อ...ไม่ถามถึงสักคำ ฉันล่ะกลุ้มจริงๆ

 

            ภาสกร อนันตนารถ บุตรชายนายทหารใหญ่เคลื่อนรถเข้ามาจอดในบ้านเอกอักษรากรในเวลาเกือบหกโมงเย็น ชายหนุ่มก้าวลงมาจากรถด้วยชุดลำลองสบายๆ รองเท้าผ้าใบสีขาวยี่ห้อดังกวาดสายตามองรอบๆ บ้านอันเป็นเป้าหมายสำคัญที่เขาต้องการจะหยิบจับพื้นที่นี้มาทำรีสอร์ตซึ่งเป็นธุรกิจส่วนตัว

            “ภาสคะ

เสียงหวานเอ่ยเรียกมาตั้งแต่ข้างบนบ้าน ก่อนร่างระหงจะรีบสาวเท้าก้าวยาวๆ มาใกล้ชายหนุ่ม มือเรียวบางเกาะแขนล่ำสัน ใบหน้านวลยิ้มพราย

            “มานานรึยังคะภาส

            “เปล่าครับ ผมเพิ่งมาถึงสักครู่นี้เอง

            “ไปที่ซุ้มลีลาวดีกันเถอะค่ะ ลิลลี่ให้คนเตรียมพร้อมไว้แล้ว รับรองภาสต้องชอบ

            ปากสีชมพูสดยังเอื้อนเอ่ยไปเรื่อยๆ ดึงรั้งให้ชายหนุ่มก้าวไปตามทิศทางข้างหน้า โดยไม่ทันได้สังเกตสักนิดว่าสายตาของภาสกร อนันตนารถ กำลังมองหาอะไรบางอย่าง...อย่างที่สอง ที่ทำให้เขาต้องมาเหยียบที่นี่ทุกเชื่อวัน

            “คุณเหนื่อยหรือคะ ภาส

เมื่อคนด้านข้างเงียบไปใบหน้าของลีลาวดี เอกอักษรากรเริ่มหมองลง ราวกับว่าชายหนุ่มเพิ่งรู้ตัวจึงได้เปิดรอยยิ้มกว้างแล้วส่ายหน้า

            “เปล่าครับ ผมแค่ชอบบรรยากาศที่นี่มาก มาทีไรก็อดมองไม่ได้ทุกที

            “ดีใจค่ะที่ภาสชอบ

ศีรษะได้รูปเอนซบไหล่ของชายหนุ่มอย่างออดอ้อน ก่อนทั้งคู่จะเดินชมวิวมาเรื่อยๆ แล้วมาหยุดอยู่ยังซุ้มลีลาวดี ที่ตกแต่งใหม่อย่างงดงาม มีดอกไม้พวงระย้าย้อยประดับประดารายล้อม บริเวณโต๊ะกลางซุ้มมีจานชามใบหรูบรรจุอาหารมากกว่าห้าชนิด แต่ละอย่างส่งกลิ่นหอมฉุย มีเชิงเทียนอยู่ใกล้ๆ มือเรียวบางของหญิงสาวจุดเทียนให้ส่องสว่างก่อนจะเอื้อมมือไปปิดสวิตช์ไฟให้หยุดทำงาน

            กลิ่นอายจางๆ ของเปลวเทียน บวกกับกลิ่นดอกไม้รอบๆ ตัวนั้น ทำให้บรรยากาศวันนี้ช่างโรแมนติก

            “คุณหนูลิลลี่ทำให้ผมประหลาดใจอีกแล้วชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มขำ สายตากวาดมองรอบๆ บริเวณ

            “มีอะไรหลายอย่างที่ภาสต้องประหลาดใจค่ะ และภาสก็ต้องชอบมันด้วยลีลาวดียิ้มเขิน ก่อนจะเชื้อเชิญให้ชายหนุ่มทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ บริการจัดเตรียมทุกอย่างให้เสร็จสรรพ ร่างระหงก็นั่งลงข้างๆ

ชอบไหมคะภาสคนถูกถามพยักหน้าเบาๆ

            “ชอบทุกอย่างครับ ดูสวยและมีเสน่ห์คนพูดจับจ้องสายตามองแต่ดวงตากลับเลยเถิดไปถึงต้นรักที่อยู่ไม่ไกล คนนั่งข้างๆ แก้มแดงสุกปลั่ง สายตาคู่หวานช้อนขึ้นมอง

กินข้าวเถอะครับผมหิวแล้ว

            “อุ๊ย! ตายจริง ขอโทษค่ะ ลิลลี่นี่แย่จริงๆ เลย ปล่อยให้คุณหิวเพราะมัวแต่ชวนคุยเสียงแหลมเล็กอุทานอย่างตกใจก่อนจะเชื้อเชิญหนุ่มหล่อให้ทานอาหารมื้อพิเศษ

            ภาสกรบอกว่าไม่เป็นไรแล้วคิ้วก็ขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย เอ่อ...คุณบุษบาไม่อยู่เหรอครับ น่าจะชวนเธอมากินด้วยกันคนฟังวางช้อนที่กำลังตักอาหาร สีหน้าแปรเปลี่ยนนิดๆ ไม่ถึงวินาทีก็ยิ้ม

เอ่อ...รักเค้าไปเที่ยวต่างจังหวัดค่ะ ไม่ต้องหรอก เวลานี้คงมีความสุขมากๆ

            ลีลาวดีเสหลบสายตาชายหนุ่มนิดๆ ก่อนจะละเลียดอาหารที่อยู่ในจานอย่างช้าๆ การพูดคุยเริ่มออกรสมากขึ้นเมื่อภาสกรหนุ่มหล่อเป็นคนเริ่มบทสนทนาเพื่อปัดป้องข้อสงสัยต่างๆ ให้จางหายไปจากใบหน้าของลีลาวดีด้วยตัวเอง กว่าอาหารมื้อค่ำนี้จะสิ้นสุดก็กินเวลาเกือบสามชั่วโมงเต็ม

            ...แต่มันจะมีประโยชน์อะไร เมื่อในหัวใจของภาสกรกำลังซ่อนเร้นใครบางคนอยู่

 

            อีกด้านกำลังยืนอมยิ้มและโบกมือให้กับท้ายรถที่แล่นออกไปเรื่อยๆ ในขณะใครบางคนยืนกอดอกแล้วเหม่อมองไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ข้างหน้าของเธอคือทะเลที่ได้ยินเสียงซัดซ่าของเกลียวคลื่นที่กระทบเข้าหาฝั่ง บนท้องนภามีจันทร์ครึ่งเสี้ยวทอแสงนวล ถ้าหากวันนี้ไม่มีหนุ่มน้อยอย่างเชนทร์คอยเติมรอยยิ้ม เชื่อแน่ว่าเธอคงจะกลายเป็นคนเฉยชาไปโดยปริยาย

            บุษบายิ้มขำเมื่อนึกถึงใบหน้าเล็กที่คอยเจื้อยแจ้วทั้งวัน

            พี่รักฮะ ดูปลาคาร์ฟตัวนั้นสิ สีสวยนะครับเชนทร์ชอบ

            “ฮ่าๆ ๆ แย่งอาหารกันด้วยล่ะครับพี่รัก

            “พี่รักฮะ ตัวนั้นโตขึ้นเยอะเลย วันก่อนเชนทร์มาให้อาหาร มันยังตัวเล็กนิดเดียว

            เสียงเคาะประตูหนักๆ ทำให้ภวังค์ของความคิดจางหาย ใบหน้าหวานที่เคยแย้มยิ้มเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย ก่อนร่างเพรียวบางจะตรงไปยังประตูแล้วเปิดออกกว้าง

            ดวงตากลมโตเบิกจ้านิดๆ เมื่อเห็นใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้า เขาอยู่ในชุดนอนลายทางสีน้ำตาลเข้ม มือทั้งสองข้างซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเย็นชา ริมฝีปากหยักได้รูปนั้นเม้มสนิท ดวงตาสีนิลจ้องมองมาที่เธอเช่นกัน

            “มีอะไรหรือคะ

ปล่อยให้ความเงียบรายล้อมสักพักหญิงสาวก็เอ่ยถาม คนฟังกระตุกยิ้มนิดๆ แล้วก้าวเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ เจ้าของร่างเล็กจึงก้าวถอยหลังออกห่างอย่างระแวดระวัง

            “มีอะไรหรือคะ คุณรพีภัทรคนถูกร้องเรียกส่งเสียงหึในลำคอเบาๆ

ฉันบอกให้เธอทำหน้าที่ดูแลฉันด้วย เธออาจจะลืม

            “คะ?” น้ำเสียงตกใจดังขึ้นก่อนจะพยักหน้าหงึกหงัก ฉันต้องทำอะไรบ้าง

            ชายหนุ่มล้วงยาหลอดเล็กในกระเป๋ากางเกงมายื่นให้ตรงหน้า แล้วชายหนุ่มก็นั่งลงบนเตียงนุ่มของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ระบายลมหายใจออกมาหนักๆ มือทั้งสองข้างวางไว้ข้างๆ กายแล้วกดลงไปบนที่นอนนุ่ม

            ปากบางระริกเม้มสนิทเข้าหากันเมื่อเห็นการกระทำของชายหนุ่ม บุษบาพยายามสกัดกั้นความไม่พอใจก่อนจะก้าวตรงเข้าไปใกล้ เชิญนั่งที่เก้าอี้ตัวนั้นดีกว่าค่ะ ฉันจะได้ทายาให้คุณสะดวกขึ้น

            “แผลบนใบหน้าของฉัน เธอช่วยจัดการให้ด้วยรพีภัทรไม่นำพาฟังเสียงของหญิงสาว ชายหนุ่มพยักพเยิดมองหลอดยาที่เธอถืออยู่ในมือ

            ร่างระหงขยับกายมายืนอยู่ตรงหน้าแล้วเมียงมองแผลส่วนเกินที่ประดับบนใบหน้าของชายหนุ่ม ร่องรอยยังเห็นชัดเจนมันลึกและน่าหวาดกลัว ถ้าหากว่าแผลนี้มาปรากฏอยู่บนหน้าของเธอ เชื่อเหลือเกินว่าบุษบาคงต้องหาผ้ามาคลุมทั้งตัว

            หญิงสาวกลั้นหายใจแล้วค่อยๆ ระบายลมร้อนๆ ออกมาในขณะที่นิ้วเรียวบางแตะยาลงบนใบหน้าซีกซ้ายของชายหนุ่ม พยาบาลจำเป็นใจเต้นไม่เป็นจังหวะคนไข้ปิดเปลือกตาลงและรับสัมผัสที่นุ่มนวล เมื่อนิ้วเรียวแต้มยาและลูบไล้แผ่วเบาลงบนซีกหน้าที่เจ็บปวด ก็ราวกับรู้สึกว่ามันทั้งนุ่มนวล แผ่วเบา และหวามไหวในเวลาเดียวกัน

            ชั่วเวลาไม่ถึงนาทีดวงตากลมๆ ของบุษบาก็ได้เห็นความผ่อนคลายบนใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้า เวลาที่เขาปิดดวงตาที่ดุกร้าวลง เขาก็ดู...

            “เอ่อ...เสร็จแล้วค่ะ

หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบาๆ รพีภัทรเปิดเปลือกตาขึ้นแล้วพยักหน้าให้ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากขอบคุณดั่งที่ควรจะเป็น ชายหนุ่มต้องพูดอย่างนั้นทำไม ในเมื่อมันเป็นหน้าที่ของหญิงสาวอยู่แล้ว

            “พรุ่งนี้คุณต้องทำหน้าที่พยาบาลผมจริงๆ จังๆ สักที

            “ค่ะเธอรับปากแล้วมองตรงไปยังประตูห้อง ดึกมากแล้ว...” หญิงสาวเอ่ยยังไม่จบประโยค แววตาของชายหนุ่มก็เริ่มแข็งกล้าขึ้น เอ่อ...ฉันหมายถึง ฉันง่วงแล้วค่ะ

            “ก็นอนไปสิน้ำเสียงราบเรียบดังขึ้น คนฟังเริ่มใจสั่น ก่อนมือเรียวบางจะกำหมัดเล็กๆ แน่น ฉันต้องขอบคุณเธอก่อนสินะ ที่เธอทายาให้เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกายแกร่งลุกจากที่นอนแล้วยืดตัวเต็มความสูง

            “ไม่ต้องหรอกค่ะ ก็มันเป็นหน้าที่ของฉัน

            มือทั้งสองข้างของรพีภัทรวางลงบนไหล่บอบบางในขณะบุษบายืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาที่เคยสู้อย่างไม่เคยยอมแพ้ใครกำลังเสมองไปรอบๆ ตัว

เอ่อ...” ปากเรียวเล็กขยับ กำลังจะเอ่ยบางคำออกไป แต่ทุกอย่างนั้นจางหายเมื่อริมฝีปากหนาทาบทับลงมาอย่างนุ่มนวล แผ่วเบา

            ปากหยักได้รูปบดเคล้าบนเรียวปากอวบอิ่ม ขบเม้มเชิญชวนให้หญิงสาวเผยอความหอมหวานในโพลงปากนุ่ม มือทั้งสองข้างที่เคยวางอยู่บนไหล่ก็เคลื่อนมาประคองแก้มนุ่มไม่ให้ใบหน้านวลงามเบี่ยงเบนหนีหาย

            ลิ้นร้อนเริ่มคลุกเคล้าเคล้นคลึงนวดเรียวปากบางก่อนจะเข้าไปตักตวงน้ำหวานที่กระจายรายล้อม รอยจูบของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความนุ่มนวลที่ทำให้หญิงสาวเผลอไผล

            จากนิ่งสนิทคราแรกและดวงตาเบิกจ้าตอนนี้ใบหน้าหวานหลับตาพริ้มเพรา ชั่วระยะเวลาหนึ่งที่รอบกายเต็มไปด้วยฝูงผีเสื้อบินล่อลมไปมา ดอกไม้ช่องามมีภมรหนุ่มเชยชมและตักตวงหาน้ำหวาน กลีบดอกไม้งามก็ผลิบานสะพรั่งปล่อยความหอมเย้ายวนให้เจ้าแมลงตัวเล็กได้ตักตวงจนเต็มอิ่ม

            เรียวปากนุ่มยังถูกรุกราน ความร้อนยังพร่างพราวอยู่เต็มใบหน้า อาการแดงๆ เป็นริ้วๆ เนื่องจากความขวยเขินลุกลามไปเกือบทั่วกาย ความอบอุ่นและเร่าร้อนถูกเติมเต็มเข้ามา มือหนายังประคองใบหน้าหวานให้รองรับกับรสจูบที่ละมุนละไม

            เสียงเล็กครางเบาๆ แล้วดันอกกระด้างให้ออกห่าง แววตาที่หวานหยดช้อนมองใบหน้าของชายหนุ่ม พร้อมกับเสียงที่ดังแว่วอยู่ไม่ไกลนัก ดวงตากลมๆ พยายามเมียงมอง รอบๆ กายเต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้บานสะพรั่ง หันกลับมามองชายหนุ่มอีกครั้งก็มีแต่ความว่างเปล่า ร่างเพรียวบางวิ่งตามหาจนเหน็ดเหนื่อย

เสียงเล็กๆ ที่ตะโกนขึ้นยังดังก้อง

            “พี่รักฮะ ตื่นยังฮะ

            “มืดแล้วนะฮะ นอนบนเปลให้เชนทร์ไกวมาหลายชั่วโมงแล้ว เชนทร์หิวข้าวแล้วนะฮะ

            เปลือกตาบางๆ เริ่มขยับและเปิดขึ้นช้าๆ เสียงตะโกนเรียกยังดังอยู่ใกล้ๆ ความอบอุ่นบนเรียวแขนถูกเขย่าเบาๆ ก่อนเจ้าของร่างบางระหงดีดเด้งจากเปลที่ยึดติดกับต้นไม้สองต้นอย่างตกใจ

            ตุบ!! สภาพของพี่สาวคนสวยทำให้เด็กชายเชนทร์ตาเหลือกค้าง...

            ตายแน่ๆ เชนทร์เอ้ย!                                                                   

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนผลงานค่ะ "

Janya,ณิชาดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha