ยอดรักอสูรร้าย

โดย: Janya,ณิชาดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : ร้ายจริงหรือ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 10

ร้ายจริงหรือ

 

            คลื่นทะเลกระทบเข้าหาฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า ประกายแสงในทะเลระยิบระยับชวนมอง ดวงตารีเล็กผ่านกรอบหน้าต่างที่กรุด้วยกระจกโปร่งแสงเต็มไปด้วยความกลัวและหวาดหวั่น มือน้อยๆ ทั้งสองข้างถูไถกันไปมา แม้ภาพตรงหน้าจะงดงามอยู่ในสายตาเกือบเก้าปีเต็ม แต่เวลานี้...เด็กชายเชนทร์ดูท่าทางกระวนกระวายและร้อนรน

            “เชนทร์ พี่รักไม่เป็นอะไรหรอกอย่ากังวลเลยเสียงแหบๆ ของป้าอิ่มดังขึ้น มือทั้งสองข้างบีบไหล่เด็กน้อยเบาๆ เชนทร์เงยหน้าขึ้นมองก่อนจะพยักหน้าหงึกหงัก

พี่รักต้องหายใช่ไหมฮะ

ป้าอิ่มละมุนพยักหน้า ก่อนดวงตาสองคู่จะหันไปมองบนเตียงนุ่ม

            ราวสามทุ่มของคืนที่ผ่านมา เสียงแหลมเล็กของเชนทร์ก็ตะโกนดังลั่นชายหาด ลุงมั่นเดินกลับมาจากการสำรวจความปลอดภัยรีบก้าวตรงไปหา ก่อนจะเห็นร่างบอบบางของบุษบาแน่นิ่งอยู่บนพื้นทราย สร้างความตื่นตระหนกได้โดยไม่คาดคิด และเรื่องราวที่เกิดขึ้นคาดว่าจะทำให้ใครบางคนเกิดอาการไม่พอใจและค่อนข้างจะโมโหมากด้วยซ้ำ

            เปลือกตาบางที่เคยนิ่งสนิทเริ่มขยับนิดๆ ปล่อยให้ดวงตากลม ได้มองรอบกาย ร่างระหงค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ต้องสูดปากเบาๆ เพราะอาการเจ็บร้าวบริเวณสะโพก

พี่รักฮะ

เชนทร์รีบโผเข้ามาหา แขนเล็กทั้งสองข้างกอดเอวบางไว้แน่นก่อนจะผละห่าง

พี่รักเจ็บมากไหมฮะ เชนทร์ขอโทษฮะคำขอโทษมาพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย

คิ้วเรียวย่นเข้าหากันก่อนจะนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา และนั่นก็ทำให้ใบหน้านวลร้อนผ่าวอย่างช่วยไม่ได้ ความฝันหรือ ช่างเหมือนความจริงเหลือเกิน

พี่รักเจ็บจนไข้ขึ้นหรือฮะ แก้มแดงจังเสียงเล็กยังเจื้อยแจ้ว บุษบาสั่นศีรษะเบาๆ ก่อนจะยิ้มแหยๆ ให้เด็กชาย

เอ่อ...พี่ไม่เป็นไรจ้ะ เจ็บสะโพกนิดหน่อย เอ่อ...แล้วพี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงจ้ะ

นายมั่นอุ้มมาน่ะลูกป้าอิ่มละมุนเป็นคนตอบก่อนจะก้าวเข้ามาหา มืออวบอูมลูบเรียวแขนบางอย่างแผ่วเบา ดวงตาอ่อนโยนกวาดมองทั่วร่างระหง ราวกับกำลังค้นหาบาดแผลที่อาจเกิดขึ้น

เจ็บตรงไหนอีกบ้าง เชิญคุณหมอมาตรวจดีไหมลูก

แค่ได้ยินคำว่า หมอบุษบาก็หน้าซีดเผือด อาการส่ายหน้าจนคอแทบหลุดจึงเกิดขึ้นให้คนในห้องต้องย่นคิ้วอย่างสงสัย แต่ก็เต็มไปด้วยสายตาแห่งความห่วงใยและขบขันอยู่ในที

ไม่เป็นไรค่ะ เจ็บนิดหน่อยเอง

แขนพี่รักช้ำด้วยฮะเสียงแหลมเอ่ยขึ้นแล้วชี้ให้เห็น บุษบามองตามแล้วทำได้แค่ลูบแขนตัวเองที่เป็นรอยช้ำอย่างแผ่วเบา เจ็บมากไหมฮะนิ้วเล็กๆ ลูบไล้ไปมาแล้วดวงตาหยีเล็กก็เอ่อคลอด้วยน้ำร้อนๆ

เชนทร์ทายาให้นะฮะ

ร่างเล็กๆ ของเด็กชายเชนทร์ผละไปยังโต๊ะเล็กแล้วหยิบหลอดยาสีขาวแก้ฟกช้ำเดินกลับมาหา ในขณะที่บุษบาและป้าอิ่มแย้มยิ้มนิด ดวงตาสองคู่จ้องมองนิ้วน้อยๆ แต้มยาให้ เจ้าตัวทำทางสูดปากครางเบาๆ ราวกับเจ็บเสียเอง แต้มยาทีก็สะดุ้งที สร้างความขบขันให้กับคนมองได้ไม่น้อย

เชนทร์ พี่รักเค้าเป็นคนเจ็บนะลูก เชนทร์ร้องยังกับว่าเจ็บเองอย่างนั้นแหละเสียงป้าอิ่มละมุนเอ่ยแซว เด็กเชนทร์เงยหน้าขึ้นและกวาดสายตามองทุกคนก่อนจะยิ้มเขิน

ก็เห็นพี่รักเจ็บเพราะเชนทร์นี่ฮะ

ดวงตารีเล็กคู่นั้นก้มลงมองปลายเท้าของตัวเองแล้วทำหน้าเศร้า มือบางของบุษบาลูบศีรษะทุยของหนุ่มน้อยเบาๆ แล้วส่ายหน้าไปมา

ไม่ใช่หรอกจ้ะ พี่เจ็บเพราะมันเป็นอุบัติเหตุและพี่ก็ไม่ระวังเองน้ำเสียงนุ่มนวลที่ได้ยินทำให้หนุ่มน้อยเงยหน้าขึ้นมองแล้วสั่นหัว

แต่ว่า...”

พี่ไม่เป็นไรหรอกนะ เชนทร์อย่ากังวลเลย พรุ่งนี้บ่ายๆ ก็วิ่งเล่นน้ำทะเลกับเชนทร์ได้แล้ว

หนุ่มน้อยวัยเก้าขวบยิ้มจนตาหยี มือเล็กยกขึ้นมาขยี้ตาของตัวเอง สูดจมูกดึงน้ำมูกร้อนๆ ให้ย้อนกลับ รอยยิ้มเริ่มหวนคืนกลับมาอีกครั้ง

เห็นไหมยิ้มแล้วหล่อจริงๆ เลยนะนี่

เสียงหัวเราะดังขึ้นจากปากจิ้มลิ้มแทบจะทัน บุษบาหันไปมองหน้าป้าอิ่มด้วยสายตาแห่งความสุขที่คลายกังวล อย่างน้อยที่นี่ก็มีเด็กตัวเล็กๆ คนนี้คอยห่วงใยเธอ

...เขาว่ากันว่าช่วงเวลาแห่งความสุขมันจะไม่สั้นและไม่ยาวเสมอไปนักหรอก

 

เสียงเปิดประตูแผ่วเบาดังขึ้น เรียกความสนใจจากทุกคนได้เป็นอย่างดี แค่เพียงเห็นใครก้าวเข้ามา เชนทร์ก็รีบก้าวขารีบเร่งไปยืนซ้อนหลังป้าอิ่มละมุน แนบใบหน้าเข้ากับเอวอวบๆ นั้น ถ้าทำได้คงจะมุดเข้าไปเพื่อปิดบังซ่อนเร้นแววตาของคนเป็นนาย

รพีภัทรก้าวเข้ามาข้างในห้องของบุษบาด้วยท่าทีขึงโกรธ เกิดเรื่องตั้งแต่เมื่อคืนคนเป็นเจ้านายเพิ่งรู้เรื่องราวในเวลาจวนเจียนจะเกือบเก้าโมงเช้า นี่ถ้าไม่รู้จากปากป้าอุ่นผู้เสิร์ฟมื้อเช้าแล้วล่ะก็ บางทีเจ้าของบ้านอาจจะกลายเป็นคนเดียวที่ไม่รู้อะไรเลย

ดวงตาคมดุกร้าวหันไปมองร่างเล็กบนเตียงก่อนจะเบนไปมองยังร่างของป้าอิ่มที่มีใครบางคนยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ลมหายใจหนักๆ ถูกระบายออกมา

เชนทร์เสียงเข้มเอ่ยเรียกค่อนข้างดัง เด็กชายสะดุ้งโหยง มือที่จับชายเสื้อป้าอิ่มเริ่มสั่น

เชนทร์ก้าวออกมาก่อนจะย้ำเน้นดังลั่น

เอ่อ...” บุษบาทำท่าทัดทาน

หุบปาก ฉันจะคุยกับเด็กนั่นก่อนที่จะคุยกับเธอ

เสียงสั่งดังสนั่นจนหญิงสาวเม้มปากสนิท เด็กน้อยวัยเก้าขวบค่อยๆ ก้าวออกมา ท่าทางเจียมตัวและหวาดหวั่น ป้าอิ่มส่ายหน้าขึ้นเมื่อบุษบากำลังจะขยับปาก อะไรบางอย่างบ่งบอกให้เธอเงียบ

สายตาของหญิงสาวทำได้แค่มองร่างเล็กๆ ที่ยืนก้มหน้าด้วยความสงสาร

รู้ตัวรึเปล่าว่าทำอะไรลงไปรพีภัทรเอ่ยถามเด็กน้อยที่มีท่าทีสั่นเทา ดวงตารีเล็กค่อยๆ เงยขึ้นมองแล้วพยักหน้า

ผมขอโทษครับที่ก่อเรื่องวุ่นวาย ทำให้พี่รักต้องเจ็บตัว

พี่รัก...” ชายหนุ่มนึกในใจก่อนจะหันไปมองเจ้าของชื่อ คนอะไรชื่อ รัก

ฉันจะทำโทษเด็กดื้ออย่างนายยังไงดีบุษบากำลังจะเอ่ยปากแต่ป้าอิ่มละมุนกลับบีบแขนเบาๆ แล้วส่ายหน้า แต่หญิงสาวกลับไม่ฟังคำทัดทานใดๆ ทั้งสิ้น

ฉันผิดเอง เชนทร์ไม่ผิดหรอก

หึๆ โทษของเธอน่ะมันมีอยู่แล้ว เธอไม่ต้องห่วงหรอก ต่อให้เธอเจ็บจนพิการยังไงซะเธอก็ต้องโดนดี ส่วนเจ้าเด็กคนนี้...” ชายหนุ่มเงียบไปแล้วมองสายตาทุกคนที่จ้องมองด้วยท่าทีหวั่นกลัว ราวกับตัวเองนั้นเป็นสัตว์ประหลาดหรืออสูรร้ายที่ทำลายล้างโลก

ต่อไปนี้ห้ามยุ่งวุ่นวายกับผู้หญิงคนนั้นอีก เข้าใจไหมเชนทร์

นิ้วเรียวยาวชี้กราดไปยังร่างระหง เด็กน้อยวัยเก้าขวบสั่นศีรษะ ดวงตาเล็กๆ เริ่มแดงก่ำอย่างน่าเวทนา

ไม่นะ คุณอย่าลงโทษเชนทร์อย่างนั้นเลย ฉันขอร้อง ได้โปรด...” หญิงสาวรีบก้าวลงจากเตียงแล้วคว้าร่างเล็กที่เริ่มร้องไห้เข้ามากอด มือเรียวบางลูบแผ่นหลังที่เริ่มสั่นสะท้านอย่างปลอบโยน

ก็ได้เสียงของชายหนุ่มเรียกรอยยิ้มให้กับสามคนที่ต่างสถานะกัน หญิงสาวและหนุ่มน้อยเงยหน้าขึ้นมอง

แต่...อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ห้ามเธอสองคนเจอกันมือเล็กร่วงผล็อยแล้วพยักหน้าตอบรับ แม้จะไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เลวร้ายจนเกินไป

ครับ

เชนทร์รับคำเบาๆ ก่อนจะก้าวออกจากห้องของบุษบา ป้าอิ่มส่ายหน้าแล้วก็ออกไปอีกคน ปล่อยให้สองหนุ่มสาวได้สู้รบกันทางสายตาอย่างเงียบๆ บรรยากาศในห้องชวนวังเวงและน่ากลัวอย่างประหลาด เหมือนบรรยากาศจะเย็นนิดๆ จากลมทะเลที่พัดเข้ามาแต่กลับแฝงไปด้วยความร้อนระอุของอารมณ์คุกรุ่นโกรธเคือง สองสายตาทำราวกับเสือที่พร้อมจะกระโจนขย้ำกันอย่างนั้นแหละ คล้ายประหัตประหารกันอยู่ในที

เกือบห้านาทีเต็มร่างระหงที่เจ็บร้าวสะโพกกดความร้าวรานให้ดิ่งลงลึกแล้วยืดตัวยืนตรง ใบหน้านั้นเชิดขึ้น ก่อนจะขยับกายก้าวเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม

เชนทร์ยังเด็ก บอกดีๆ ก็ได้ไม่เห็นต้องลงโทษเธอเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนข้อให้ ชายหนุ่มหันมามองแล้วเลิกคิ้วขึ้นสูง

เด็กนั่นคือคนของฉัน ฉันจะทำยังไงก็ได้ เวลานี้ก็หมายรวมถึงตัวเธอด้วยบุษบา

คุณรู้ไหม คุณมันเป็นคนใจร้าย ปากร้าย นิสัยไม่ดี ย่ำแย่ เห็นแก่ตัวที่สุดดวงตาคมดุกร้าวขึ้น มือหนาคว้าหมับเข้าที่แขนเรียวบางราวกับปลอกเหล็ก

ต่อให้ฉันเลวบัดซบขนาดไหนเธอก็ต้องทน!” สิ้นประโยคก็ปล่อยร่างบางให้ออกห่างเต็มแรง บุษบาเซถลาถอยหลังห่างออกไปสองสามก้าว พยายามประคองร่างของตัวเองไม่ให้ก้นจำเบ้าลงบนพื้นห้อง

เธอกล้าดีนักนะ กล้าด่าทอหม่อมหลวงรพีภัทร เทพาธิบดี

เสียงเข้มเค้นลอดไรฟันให้ได้ยิน ร่างเพรียวบางค่อยๆ ก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ ในขณะชายหนุ่มหน้าเหี้ยมกำลังก้าวเข้ามาหา ใบหน้าที่มีรอยแผลลึกซีกซ้ายเริ่มแดงก่ำ ซีกขวานั้นขึ้นสีเข้มจัด ดวงตาวาวเข้มน่ากลัว

ใจร้าย ปากร้าย นิสัยไม่ดี เห็นแก่ตัว ได้! ที่เธอพูดมาฉันจะทำให้ดูว่ามันเป็นยังไง

สิ้นประโยคร่างสูงใหญ่ก็ก้าวเข้ามาประชิด รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏให้หญิงสาวหวาดหวั่น ริมฝีปากบางเต้นระริกก่อนจะเม้มสนิทเป็นเส้นตรง ดวงตากลมๆ ของบุษบาเมียงมองหาทางออกจากห้องสี่เหลี่ยมที่ตอนนี้กำลังอบอวลไปด้วยอารมณ์โกรธรุนแรง

ใจร้าย หึๆ เธอคงไม่รู้ความหมายของมันสินะ เพราะตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาอยู่ที่นี่ยังรู้จักกับมันน้อยเกินไปเสียงหัวเราะกลั้วอยู่ในลำคอในขณะดวงตาคู่คมกวาดมองร่างบอบบาง

บุษบา เอกอัษรากร เริ่มหายใจติดขัด เท้าเล็กก้าวถอยหลังจนตอนนี้ช่วงขาประชิดริมขอบเตียง

อย่าเข้ามานะ!” เสียงแหลมเล็กแหวออกไป ซึ่งอีกฝ่ายยกมุมปากกระตุกนิดๆ

รพีภัทรนำพาตัวเองเข้ามาชิดใกล้ ไม่นำพาต่อแววตาขึงโกรธและอาการพยศที่เจ้าหล่อนตะบี้ตะบันมาทั้งมือและเท้าเลยสักนิด ร่างบางมากกกอด แขนล่ำสันรวบเอวคอดมาแนบชิด

ฉันจะใจร้ายให้เธอดูจริงๆ จังๆ สักทีเสียงเข้มดังขึ้นใกล้ๆ ใบหูบอบบาง ในขณะมือเล็กกำลังปลดพันธนาการที่รัดรึงอยู่จนแนบแน่นในเวลานี้

จะ...จะทำอะไร

น้ำเสียงสั่นเทาเอ่ยถามเต็มไปด้วยปฏิกิริยาที่มีไว้ป้องกันตัว

ไม่เห็นต้องทำท่าทางหวาดกลัวขนาดนี้ก็ได้ ทำเหมือนไม่เคยรู้มาก่อนว่าผู้ชายและผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันในห้องสองต่อสองน่ะเขาทำอะไรกันบ้าง

ฉันจะไปรู้รึไงเล่า

บุษบาโพล่งออกไปแล้วรีบเมินหน้าหนี รพีภัทรชะงักไปชั่วครู่แต่ก็ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่อยากเชื่อ เท่าที่มองอยู่ในเวลานี้ ยอมรับได้สนิทใจเลยว่าผู้หญิงทำท่าทางตื่นกลัวเหมือนลูกแกะที่ตกลงมาอยู่ท่ามกลางฝูงเสือแยกเขี้ยวพร้อมขย้ำนั้นน่ารักน่ากินขนาดไหน

...ไม่มีทางที่จะอยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงเวลานี้...บางทีข้างนอกอาจจะสุกใสข้างในเป็นโพลงก็เป็นได้

กลิ่นกายหอมกรุ่นช่างมีฤทธิ์จรรโลงใจอย่างประหลาด แววตาแข็งกล้าเริ่มทอประกายอ่อนโยนลง แรงฮึดฮัดของร่างเล็กที่เจ้าหล่อนเพียรพยายามสร้างความรำคาญปนหงุดหงิดได้ไม่น้อย

ต่อให้เธอดิ้นรน ถ้าฉันไม่ปล่อยอ้อมกอดนี้ก็ไม่มีทางหลุดหรอก อย่าพยายามให้มากนัก อะไรต่อมิอะไรของเราสองคนมันเสียดสีกันจนแทบจะแนบชิดติดกันจนไร้ช่องว่างอยู่แล้ว ถ้าขืนยังดันทุรังอยู่อย่างนี้...” ยังไม่จบประโยคยาวเหยียด บุษบาก็ยืนตัวแข็งทื่อ แม้แต่ลมหายใจเธอยังกลั้นเอาไว้

หึๆเสียงหัวเราะเยาะดังอยู่ในลำคอ ดวงตากลมโตของหญิงสาววาววับอย่างไม่ชอบใจ แรงฮึดสู้ที่จะหลุดจากพันธนาการกลับมาอีกครั้ง เท้าเรียวยกขึ้นสูงก่อนจะกระทืบลงบนหลังฝ่าเท้าของชายหนุ่มเต็มแรง รพีภัทรครางโหย พอๆ กับร่างบางระหงที่ดิ้นหลุดออกจากอ้อมแขน

แต่ช้าไปกว่าที่เท้าเรียวจะก้าวข้ามพ้นธรณีประตู มือหนาก็คว้าเข้ากับเรียวแขนก่อนจะดึงรั้งเต็มแรง

นี่ปล่อยนะ ฉันเจ็บ!” เสียงเล็กแหวใส่

เจ็บหรอ...เจ็บสิดีน้ำเสียงเข้มกร้าวเล็ดลอดไรฟันให้ได้ยินก่อนร่างระหงจะโดนเหวี่ยงให้ไปนอนแอ้งแม้งบนเตียงอย่างเต็มแรง

โอ๊ย!”

แว่วเสียงร้องโอดโอย อาการร้าวระบมของสะโพกลุกลามแทบจะทันที เมื่อวานตกเปล วันนี้โดนเหวี่ยงจนจุก วันพรุ่งนี้เธอคงโดนชายหนุ่มกระทืบจนจมดิน ดวงตากลมๆ ที่วาวด้วยน้ำร้อนๆ หันไปมองใบหน้ายักษ์วัดแจ้งที่ตีสีเข้ม

ฉันจะขังเธอไว้ในห้อง ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน โทษฐานที่เธอกระทืบเท้าฉัน รวมทั้งคำด่าไม่ว่าจะด้วยวาจาแววตาและเสียงโห่ร้องก้องติฉินนินทาฉันอยู่ในใจของเธอด้วย

ใบหน้าเรียวหันไปมองคนพูดเต็มสองตาก่อนจะเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีเช่นเคย

ฉันเป็นคนนะไม่ใช่สัตว์เลี้ยง คุณจะกักขังฉันไม่ได้

แล้วจะให้ฉันลงโทษเธอยังไง เรื่องเมื่อวานยังไม่ได้เคลียร์ วันนี้ก็ดันก่อเรื่องให้ฉันรำคาญใจอีก บอกหน่อยซิฉันจะทำยังไงกับเธอดี บุษบา เอกอักษรากร หรือว่าฉันต้องไปจับพ่อเธอมาอบรมลูกนิสัยเสียอย่างเธอ...”

ไม่นะหญิงสาวสั่นศีรษะไปมา ฉันขอร้องอย่าทำอย่างนั้นเลยนะ ฉันยอมทุกอย่าง ได้โปรด...”

น้ำเสียงสั่นเครือเว้าวอนขอให้ได้ยิน มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงที่สวมใส่ ค่อยๆ ก้าวเข้ามายังเตียงหรูซึ่งกระถดกายไปอยู่อีกฝั่ง

จะทำโทษเด็กดื้อปากเสียยังไงดีนะ รพีภัทรเสียงทุ้มเอ่ยถามตัวเองพรางย่นคิ้วไปมา รูปร่างหน้าตาหล่อนก็สวยดีนะ แก้มก็แดง ปากเล็กจมูกหน่อย บางที...”

ไม่นะ!”

ยังไม่จบประโยคของชายหนุ่ม หญิงสาวก็แหวปฏิเสธออกมาแทบจะทันที ดวงตาคมวาววับชั่วครู่ก่อนจะแปรเปลี่ยนแววตาสีหน้าให้ความเย็นชาเข้าครอบคลุม รพีภัทรค่อยๆ นั่งลงบนเตียงนุ่มอย่างแผ่วเบา มือทั้งสองข้างลูบไล้เตียงนอนที่นุ่มนิ่ม ดวงตาคมๆ หันไปกวาดมองเจ้าของร่างตื่นกลัว

มาใกล้ๆเขาสั่ง

บุษบาส่ายหน้า

ถ้าปฏิเสธ...ที่บ้านเธอมีใครอยู่บ้างนะ

เสียงทุ้มเอ่ยออกมาได้เพียงนิดร่างบางก็เริ่มขยับตัว ก่อนจะกระถดกายเข้ามานั่งข้างๆ มือเรียวทั้งสองข้างบีบกันแน่น ปากอวบอิ่มเม้มสนิท น้ำร้อนๆ เริ่มพุ่งตรงดิ่งมายังปลายจมูกและดวงตากลมๆ เริ่มเอ่อคลอน้ำ อาการร้อนผ่าวของใบหน้าแสดงปฏิกิริยาโกรธอย่างชัดเจน

ทายาที่ใบหน้าให้หน่อย

คะ?”

น้ำเสียงของบุษบาเต็มไปด้วยความสงสัยระคนค่อนข้างประหลาดใจ เธอมองหลอดยาที่ชายหนุ่มล้วงออกจากกระเป๋ากางเกงอย่างงุนงง แล้วก็ทำให้ความนึกคิดหวนไปถึงความฝันที่ทำให้ตัวเองต้องตกเปล ใบหน้านวลเนียนแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความเขินอาย รพีภัทรมองมือสั่นๆ รวมทั้งรอยเลือดฝาดแต้มบนแก้มนุ่มนั้นอย่างพอใจ รอยยิ้มบางอย่างกระตุกในหัวใจอย่างประหลาด...

 

สองหนุ่มสาวที่รบรากันก้าวออกจากห้องสี่เหลี่ยมโทนสีขาวสะอาดตาในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา รอบๆ บ้านดูเหมือนจะเงียบสงบ มีแต่พระพายพัดพลิ้วรายล้อมให้เย็นฉ่ำ ปัดเป่าความร้อนให้จางหาย กลิ่นอายจางๆ ของดอกไม้ที่ประดับประดารอบๆ บ้านส่งกลิ่นหอมรวยรินให้ชื่นใจ

ฉันไปช่วยป้าๆ ทำงานบ้านก่อนนะคะหญิงสาวเอ่ยขึ้น ขณะเดินตามแผ่นหลังของเจ้านายหนุ่ม ร่างสูงใหญ่ตรงหน้าหยุดเดินแล้วเอี้ยวตัวหันมามอง

ไม่ต้องหรอก วันนี้เธอยังเจ็บอยู่ ฉันให้พักได้

เอ่อ...” เสียงคัดค้านกำลังจะดังขึ้นแต่ก็ถูกขัดซะก่อน

หยุดเถียงสักวันไม่ได้รึไง เจ็บตัวแค่นี้ยังไม่พอใช่ไหม...อย่าหาเรื่องให้มากนัก

คำพูดของรพีภัทรเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ทั้งที่ชั่วครู่ยังระบายยิ้มนิดๆ ในดวงตาอยู่เลย เสียงลมหายใจร้อนๆ ถูกผ่อนปรนออกมา ก่อนจะก้าวเดินตรงไปข้างหน้า

ตามฉันมา

เสียงทุ้มสั่งขึ้น คนอยู่ข้างหลังตอบรับเบาๆ ก่อนจะซอยเท้าถี่ๆ ตามชายหนุ่มไปเรื่อยๆ โดยไม่คิดจะขยับปากถามอะไรขึ้นมาให้คนตรงหน้าต้องเคืองขุ่นอีก

 

ดวงตากลมๆ สีดำสนิทของบอดี้การ์ดหนุ่มสองคนเต็มไปด้วยความสงสัย เมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มของตัวเองเดินนำหน้าสาวสวยตรงไปยังแปลงดอกไม้บริเวณหลังบ้าน วาโยถึงกลับต้องขยี้ตาเมื่อเห็นรอยยิ้มแต้มใบหน้าของหม่อมหลวงรพีภัทร เทพาธิบดีในรอบหลายเดือนปรากฏขึ้น มันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงและค่อนข้างเหลือเชื่อเลยทีเดียว

ฝุ่นเข้าตาหรือวาโย

คนถูกถามส่ายหน้า เปล่าว่ะ แค่เห็นคุณภัทรยิ้มก็เลยขยี้ตาให้เห็นชัดๆ

ฮะ!” เสียงอุทานเต็มไปด้วยความตกใจ ดวงตาของมารุตเพ่งมองภาพเยื้องย่างของหนุ่มสาวทั้งสองคน แล้วจับจ้องใบหน้าของเจ้านายหนุ่มนับนาทีเต็ม

คุณภัทรไม่เห็นจะยิ้มเลยสีหน้ายังเรียบเฉยเหมือนเดิม นายตาฝาดแล้ววาโย

            วาโยส่ายหน้าก่อนจะยืนยันเสียงแข็ง ฉันเห็นจริงๆ

            “เจ้านายกระตุกยิ้มเย็นรึเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นน่ากลัวจะมีเรื่องนะคนฟังยังคงปฏิเสธและยืนยันหนักแน่นว่าที่ตัวเองเห็นนั้นเป็นรอยยิ้มละมุนละไม สดใส และเต็มไปด้วยความสุข

            “เอ่อ...ช่างเถอะ เราต้องไปทำงานก่อนที่จะโดนยิ้มเพชฌฆาต

            วาโยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนสองบอดี้การ์ดจะไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ราบรื่นอย่างที่สุด ไม่อย่างนั้นโทษทัณฑ์คงหนักหนาสาหัสเอาการเลยทีเดียว แต่ในหัวสมองอันชาญฉลาดของสองหนุ่มก็ยังประมวลภาพที่ตัวเองเห็นก่อนหน้านี้ รวมทั้งในเวลานี้ด้วย...และภาพตรงหน้ากำลังส่งตรงไปยังใครอีกคน ที่จะต้องเบิกตาค้างเหมือนกัน

 

            สองหนุ่มสาวก้าวเข้ามาในบริเวณสวนหลังบ้าน บุษบาเคยมาที่นี่เมื่อวานนี้เอง ภาพสดใสของดอกไม้ชูช่อรอบๆ กายยังทำให้เธอยิ้มได้เสมอ กลิ่นหอมรวยรินเข้ามาทำให้จมูกเชิดรั้นสูดกลิ่นเข้าไปจนเต็มปอด รอยยิ้มสดใสพร่างพราวอยู่บนใบหน้า ภาพที่เห็นทำให้คนบางคนเกิดอาการตาพร่ามัว

            “ไม่ได้พามาชมนกชมไม้รพีภัทรเอ่ยขัดจังหวะ มือบางผละห่างจากดอกไม้ที่โน้มเข้ามาดอมดมปล่อยให้มือเล็กแนบลู่ลงข้างกายแล้วเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม

คุณจะให้ฉันทำอะไรหรือคะเสียงหวานร้องถามขึ้น

            “เธอจัดดอกไม้ให้ฉันสักช่อได้รึเปล่าคนถามหมุนกายหันหลังให้แล้วกวาดสายตามองรอบๆ

คุณจะให้ฉันจัดแบบไหนคะ หรือจะมอบให้ใคร...”

            “ฉันจะมอบให้ผู้หญิงคนหนึ่งเสียงทุ้มแทรกขึ้น คนฟังอมยิ้มก่อนจะรับปากด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่นและตั้งใจ

ได้ค่ะ ฉันจะจัดให้สวยที่สุด

            หญิงสาวจะรู้ตัวบ้างไหมเวลาที่ยิ้มออกมาอย่างสดใส กำลังทำให้ใครบางคนเกิดความรู้สึกประหลาด ก้อนเนื้อในอกที่บ่งบอกว่ามีชีวิตเต้นถี่รัว

บุษบา เอกอักษรากร และรพีภัทร เทพาธิบดี ใช้เวลาอยู่กับสวนไม้ดอกไม้ประดับบริเวณหลังบ้านร่วมครึ่งชั่วโมง แววตาของหญิงสาวที่จับจ้องดอกไม้แต่ละชนิดนั้นเต็มไปด้วยประกายตาของความสุข ของความอ่อนโยน ชายหนุ่มมองเห็นรอยยิ้มที่แต่งแต้มบนใบหน้าของหญิงสาวแทบทุกนาที

บรรยากาศในสวนเต็มไปด้วยกลิ่นอายจางๆ ของความหอมหวานละมุนละไม ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้นอาจจะซ่อนรอยยิ้มได้อย่างมิดชิด แต่ดวงตากลมๆ ที่เคยดุเข้มกำลังทอประกายอ่อนโยนโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ด้วยซ้ำ เมื่อมองร่างบอบบางหยิบจับดอกไม้ช่องาม

เอ่อ...คุณไม่รู้หรือคะว่าผู้หญิงที่คนจะมอบช่อดอกไม้ให้ เธอชอบดอกไม้ชนิดไหน สีอะไร

คนฟังสั่นหัว อย่าถามมาก รีบจัดให้เรียบร้อย อีกครึ่งชั่วโมงก็ถึงเวลาอาหารมื้อกลางวัน

คุณก็ไปกินก่อนสิคะเสียงเล็กพึมพำตอบกลับมาเบาๆ

ไม่

น้ำคำแข็งกระด้างดังขึ้น ในขณะที่แววตาก็เริ่มดุกร้าว บุษบาส่ายหน้าเบาๆ แล้วรีบลงมือจัดดอกไม้ช่องามให้ทันใจอารมณ์ของเจ้านาย ซึ่งดูบางครั้งก็อารมณ์ดี บางเวลาก็อารมณ์ร้ายอย่างช่วยไม่ได้

ไม่ถึงยี่สิบนาทีดอกไม้ช่องามก็เสร็จเรียบร้อย ปากเล็กเผยอยิ้มอย่างพอใจ เงยหน้าขึ้นอีกทีคนสั่งก็ไม่อยู่รอชื่นชม ร่างระหงจัดเก็บส่วนเกินอย่างเรียบร้อย เสร็จสรรพก็ก้าวเข้าห้องอาหารด้วยรอยยิ้มพร้อมช่อดอกไม้ที่ลงทุนจัดแต่งเอง

เสร็จแล้วค่ะ

เธอเอ่ยแล้วก็นั่งลงบนเก้าอี้ประจำตัว วางดอกไม้ช่องามลงบนโต๊ะอาหาร สายตาคู่คมกวาดมองเพียงนิดก่อนจะพยักหน้าให้ป้าอิ่มละมุนกับป้าอุ่นละไมทำหน้าที่เสิร์ฟอาหารเที่ยงเช่นเคย

เมื่อป้าๆ ทำงานเสร็จเรียบร้อยก็ถอยห่างและก้าวออกไป

สวยไหมคะเสียงหวานถามขึ้น เรียวปากหยักกระตุกนิดๆ

สวย...ฉันให้เธอ

ประโยคนุ่มนวลหลุดจากปากของชายหนุ่ม แต่ก็ไม่ได้คลายความสงสัยให้บุษบาเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมๆ จ้องมองช่อดอกไม้ที่ตัวเองลงทุนจัดแจงกับมือแล้วก็ย่นคิ้วอย่างสงสัย เมื่อเงยหน้ามองคนนั่งเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ โดยไม่สนใจใครอีก หญิงสาวก็ได้แต่โคลงศีรษะและตักอาหารใส่ปากอย่างเงียบๆ

ทว่า...ถ้าหากเงยหน้ามองคนนั่งตรงกันข้ามเพียงสักนิดก็คงจะได้เห็นรอยยิ้มที่เยือกเย็นปรากฏ...ช่างน่ากลัวและชวนขนลุกขนพองเหลือเกิน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนผลงานค่ะ "

Janya,ณิชาดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha