YES or NO (*จบแล้วจ้า)

โดย: Venus909/ดาอัน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : มันดีนะ 4


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




EP.4

Kyta’s Part

                "หลุดรุมโทรม ซุปตาร์คนดัง" 

                ผาดหัวข่าวได้กระชากเรตติ้งมาก แต่ภาพในข่าวดูยังไงก็เดาไม่ออกว่าเป็นใคร ต้องขอบคุณฝีมือการถ่ายรูปของผม ตั้งแต่วันที่ปล่อยกันต์กลับบ้าน ในหัวผมวนเวียนอยู่แต่คำว่ารู้สึกผิด แต่มันเป็นความผิดที่ผมอยากช่วยเค้านะ ถ้าผมไม่รับงานนี้เอง ก็ยังมีคนที่หิวเงินและพร้อมจะทำเพื่อเงินก้อนโต วงการมาเฟียมันแคบครับ คนใหญ่ๆ ในวงการนี้ถึงกันหมด ธุรกิจคาสิโน่ของผมรับใช้ผู้มีอิทธิพลมากมาย ทำให้เห็นสัจธรรมอยู่ข้อหนึ่งว่า "ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร" กันต์คงโดดเดียวน่าดู ที่ต้องอยู่ท่ามกลางคำว่าผลประโยชน์แบบนี้

 

                งานวันนี้ผมรู้ดีว่าต้องเจอใคร ดวงตากลมใสน้ำตาลอ่อนชวนหลงใหลมาก แค่วินาทีแรกทำให้ผมรู้สึกประหม่าทันที อาจเป็นเพราะผมไม่เคยเห็นมัน ผ้าที่มัดปิดตากันต์วันนั้นทำให้ผมพลาดสิ่งที่สวยงามที่สุดไป เค้าจะรู้สึกบ้างไหมนะว่าเราเคยเจอที่ไหน ยิ่งผมมองจ้องเค้ามากเท่าไร กันต์ยิ่งแสดงแววตาอ่อนแอมากเท่านั้น 

                ขอโทษที่ฉวยโอกาสใช้ฝ่ามือโอบไหล่ไว้ ผมแค่อยากถ่ายทอดทุกๆ สัมผัสให้เค้าคุ้นเคย อยากให้กำลังใจ กันต์นี่งี่เง่าชะมัดใครให้ไปไหนก็ไป ถ้าผมกลัดมันขึ้นมาจะให้ทำไง เรื่องที่เคยเจอก็หนักพอแล้วทำไมไม่รู้จักเข็ดไม่รู้จักจำ ผมเลือกพาเค้ามาที่บ้านมันปลอดภัยสุด สำหรับตัวผมเองและตัวกันต์ด้วย พูดมาถึงตรงนี้ก็งงตัวเองนะ บ้านนี้คือที่ส่วนตัวของผม ไม่เคยเปิดตอนรับใครและไม่คิดจะให้ใครค้างด้วย แต่กันต์ได้สิทธิพิเศษนั้น

                เนคไทที่มัดไว้หลวมๆ ผมยังพอมองเห็นอาการคนเสียใจ แววตาที่มีน้ำใสกลบหน้า ฝ่ามือกุมขมับเหมือนคนเก็บกดยิ่งทำให้ผมรู้สึกสงสาร (ใช่!!ผมเรียกถูกแล้ว มันคือความสงสาร) ถ้ากันต์รู้จักปฏิเสธ หรือทันคนสักหน่อยเค้าคงไม่ต้องมาเสียใจแบบนี้

                "อร่อยก็กินเยอะๆ นะ" ผมตักอาหารให้กันต์จนเต็มจาน ปากก็ชวนคุยไปเรื่อย ปกติผมก็กินข้าวกับคุณนมสองคน เพิ่งมีวันนี้แหล่ะที่มีสมาชิกใหม่ กันต์เคี้ยวตุ้ยๆ เหมือนเด็กเจอของถูกใจ ผมเห็นแบบนี้ค่อยเบาใจหน่อย เพราะตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน แววตาของกันต์เศร้าหมองเหลือเกิน

                "คืนนี้นอนนี่เลยละกันนะ" ผมเห็นบรรยากาศเริ่มดีขึ้นแล้ว จึงเอ่ยปากชวนกันต์นอนค้างที่นี่เลย

                ห๊ะ!!” กันต์หน้าตาตื่น ข้าวแทบจะสำลักออกจากปาก ผมมองหน้ากันต์ขำๆ ยิ้มจางแทนคำตอบ

                "ดูทำหน้า ดีใจขนาดนั้นเลย" ผมรีบเปลี่ยนความตื่นเต้นของกันต์ให้เป็นโอกาส ใจก็รู้อยู่ว่าเค้าไม่อยากค้าง แต่ผมก็จงใจให้เค้าค้างที่นี่อยู่ดี

                ผมเป็นคนพูดตรงๆ ครับ เพราะวันนี้ผมไม่ยอมปล่อยคุณซุปตาร์กลับบ้านแน่ ร่องรอยที่เคยทำไว้จางหายจนเกือบไม่เห็นแล้ว แต่ผมยังจำมันได้ดี รวมถึงไฝฝ้าทุกเม็ดด้วยซิ แล้วคุณคิดว่าซุปตาร์กันต์จะยอมค้างกับ CEO หนุ่มไหมครับ?

                "ถูกต้องนะครับ คำตอบคือค้าง"

                "ก็ผมบอกแล้ว หมอนี่งี่เง้าไม่ทันคน"

                ผมให้กันต์พักอยู่ห้องเดียวกันเลย ท่าทีกันต์อึกอักเล็กน้อยสังเกตจากแววตาคือเค้าเริ่มรู้สึกดีกับผมบ้างแล้วถึงยอมขึ้นมาด้วย ไม่แสดงท่าทีปฏิเสธใดๆ ร่างขาวบางออกมาจากห้องน้ำพร้อมผ้าพันช่วงล่างไว้ อุณหภูมิห้องที่กันต์ปรับไว้เอง 18 องศาคงหนาวจนตัวสั่น ผมรีบเอาผ้าเช็ดตัวอีกผืนห่มให้ทันที

                "เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก จะเอาอะไรก็เรียกดิ" หยดน้ำพราวกายถูกผมใช้ผ้าละเลียดเช็ดให้ด้วยความห่วงใย กันต์ยิ้มตอบคงจะงงกับท่าทีแบบนี้ของผม

                ...นายไม่ชอบคนอ่อนโยนหรือไง

                "ขอชุดนอนหน่อยครับ" กันต์เอ่ยปากขอ ร่างบางสั่นเทาจากความเย็นของอุณหภูมิห้อง ผมเหลือบเห็นเม็ดสวยยอดอกแข็งยั่วสายตา ริ้วแดงที่ผมประทับไว้ยังเหลืออยู่จางๆ ตอนนี้ตาผมอ่านกินทั่วร่างกันต์อย่างห้ามไม่ได้ กันต์คงรู้ทันเริ่มดึงผ้าจากมือผมไปปิดส่วนอกไว้เอง

                "ปกติใส่ชุดนอนหรอ ที่นี่ไม่มีหรอกนะ" ผมตอบอึกอักก็ใจไม่อยากให้ใส่อะไรเลยสักชิ้นนี่น่า มันน่าจะนอนสบายกว่านะ

                ...ผมคิดอย่างนั้น

                "อะไรก็ได้ ผมไม่เรื่องมาก" ผมจัดบ๊อกเซอร์สีขาวขาบานตัวสั้น กับเสื้อกล้ามขาวคว้านลึกโชว์สองตุ่ม กันต์สวมชุดนี้มองทะลุเหมือนไม่ได้ใส่อะไรเลย แค่เห็นบางส่วนบางมุมที่คุ้นเคย ผมก็นึกถึงเสียงครางหวานแล้ว เผลอมือสัมผัสลูบไล้แผงอกตรงหน้า ลูบขึ้นสูงจนถึงเนินไหล่บาง ผมเกลี่ยนิ้วคลึงหัวไหล่ด้วยสัมผัสรุกเร้า กันต์เริ่มหน้าแดงขึ้นเลือดฝาด เค้าคงรู้สึกถึงสายตาที่ผมสื่อไป

                "จะมองอะไรหนักหนา" เสียงอ่อมแอ้มถามผมอย่างติดขัด แถมร่างกันต์ยังสั่นเทา ไม่รู้ว่าเพราะอากาศเย็นหรือสัมผัสคุ้นเคยกันแน่

                "แล้ว..ทำมากกว่ามองได้ไหมละ" ผมแกล้งหยอดกลับทันที แต่ในใจก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ทำไมนะ...คุ้นเคยกับร่างนี้จัง อยากครอบครองอีกสักครั้ง

                ผมพูดประโยคนั้นจบก็แยกตัวไปอาบน้ำดับความร้อนรุ่ม ผมใช้เวลาในห้องน้ำนานกว่าทุกวัน กะให้กันต์หลับก่อนแล้วผมค่อยออกไป ผมพูดจากใจจริงนะ ถ้าคนที่เคยมีอะไรกันแล้วนอนอยู่ใกล้ๆ คุณจะห้ามใจได้ไหม? ถ้าเราสองพร้อมใจกันมันก็ไม่เท่าไร กลัวใจตัวเองนี่สิจะทนความหื่นไม่ได้ ออกมาเจอร่างบางหลับใหลตามที่คาดการณ์ไว้ ปิดไฟขึ้นเตียงเบาๆ 

 

                "อืม..เสร็จแล้วหรอครับ อาบน้ำโคตรนานเลย" (หลับตางึมงำ)

                "พูดกับใคร? ผม CEO คุณนะ"

                ผมกระซิบแค่เบาๆ ไม่หวังว่ากันต์จะได้ยิน แต่หมอนี้สงสัยหูดีเด้งตัวลุกมาขอโทษผมทันที เอากันเข้าไปที่ต้องการคือต่างคนต่างนอน แต่ตอนนี้ต่างคนต่างตื่น แล้วจะได้หลับไหม? ถ้าเรายังจ้องตากันอยู่อย่างนี้ผมใช้ฝ่ามือที่ใหญ่กว่าลูบหัวด้วยความ เอ็นดู 

                "ฝันดีนะครับ คุณซุปตาร์" กันต์พยักหน้าตอบอย่างว่าง่าย เค้ารีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดถึงปาก คงกลัวว่าผมจะทำมากกว่ามองจริงๆ มือผมยังลูบหัวต่อไป ร่างกายเริ่มผ่อนคลายลงบ้างไม่เกร็งเหมือนตอนแรก

                "พรุ่งนี้นัดงานกี่โมงครับ ผมได้ไปส่ง" ผมถามด้วยความห่วงใย ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรู้สึกว่าเด็กคนนี้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

                "แปดโมง แต่ต้องแวะไปเอากระเป๋าเครื่องสำอางที่บ้านก่อน" กันต์งึมงำตอบ เค้าหลุดภาพซุปตาร์ พูดเสียงอ้อนเหมือนเด็กกำลังเล่าเรื่องสำคัญให้ผู้ใหญ่ฟัง มือผมลูบหัวให้ต่อ ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ยังชื้น ขยับไปใกล้สูดดมกลิ่นแชมพูจางๆ

                "งั้นตื่นหกโมงละกันเนอะ จากนี่ไปบ้านกันต์ขึ้นทางด่วนแป๊บเดียว รถคงยังไม่ติดด้วย" ผมเริ่มผ่อนคลาย พูดแผนที่คิดไว้ออกมาให้อีกคนได้ฟังไปด้วย

                "รู้จักบ้านผมด้วยหรอ" เสียงที่เหมือนจะเงียบไป เพราะความง่วงกับตื่นเต้นจนผิดสังเกต เสียงหวนถามอย่างไม่ไว้ใจ

                ผมไม่ได้ตอบคำถามนี้ เพียงแต่แสยะยิ้มแล้วก้มหน้าลงไปใกล้ๆ กันต์เริ่มเกร็งและเบี่ยงหน้าหลบ จินตนาการของคุณซุปตาร์คงเรท 18+แน่ แต่ผมยังไม่ต้องการ ผมขอแค่ก้มลงไปจูบซอกคอขาวเบาๆ เท่านั้น สัมผัสจากริมฝีปากประทับบนคอระหงษ์หยุดการเคลื่อนไหวต่างๆ ของกันต์ไว้ ผมล้มตัวลงนอนหันหลังให้ทันทีไม่พูดอะไรอีก ฮอร์โมนในร่างกายพุ่งพล่านอยากปลดปล่อย ยิ่งยุบหนอพองหนอยิ่งคับแน่นจนเจ็บจี๊ด กว่าจะกดบางส่วนที่ตื่นตัวแล้วให้กับเข้าที่ได้ผมต้องทรมานอย่างมาก ทนนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง พลิกซ้ายพลิกขวาพยายามข่มตาให้หลับ

                แผ่นหลังของคนข้างกายยังขยับอยู่เหมือนกัน บ่งบอกว่าเจ้าตัวยังไม่หลับ ผมรู้สึกห้ามตัวเองไม่ได้อีกแล้ว รวบรวมความกล้ายื่นแขนออกไปรวบร่างบางมาไว้ในอ้อมกอด สอดแขนอีกข้างที่ว่างอยู่ไปรองต้นคอ ร่างกันต์อยู่ในอ้อมอกผมอย่างง่ายดาย ราวกับเจ้าตัวจะเต็มใจ ไม่นานเสียงกรนเบาๆ ก็ฟ้องว่าเค้าหลับแล้ว หวังว่าความอบอุ่นนี้จะเยียวยาบาดแผลได้นะ

 

                เช้าวันนี้รถไม่ติดตามคาด ผมพากันต์มาคอนโดได้โดยที่เจ้าตัวไม่ต้องบอกทางสักคำ หน้างงของกันต์แยกไม่ออกว่างงหรือง่วงกันแน่ เข้าล็อบบี้ไปก็เจอคุณเจนนี่รอรับกันต์อยู่ ดูจากสายตาคุณเจนนี่คงมีเรื่องให้คุยกันยาว ผมจึงขอแยกตัวออกมาก่อน

                " ยืมมือถือหน่อยสิ "

                (กันต์ส่งให้)

                "เบอร์พี่นะครับ" ผมรับมือถือเครื่องหรูมากดบันทึกเบอร์โทรส่วนตัวใส่ไว้ แถมใช้ชื่อว่า พี่คีย์ด้วย

                "เรียกผมว่าพี่คีย์นะ ไหนลองเรียกสิ" ผมบอกให้กันต์เรียกว่าพี่ กันต์หน้าตาตื่นเพราะเราคงสนิทกันเร็วไป แต่จะให้ทำไงล่ะ...ก็เราไม่ได้สนิทกันธรรมดานิ เราผูกพันทางกายกันแล้วด้วย ปากบางกลั้นยิ้มอยู่เริ่มคลีปล่อยเสียงให้เป็นคำที่ผมอยากฟัง

                "เอออ พี่..พี่คีย์"

                "ถ้าวันไหนเหงา อกอุ่นๆ ของพี่ยินดีต้อนรับนะครับ" ผมกระซิบคำนี้ใส่หูกันต์ ส่งยิ้มนิดหนึ่งแล้วเดินแยกออกมาทันที

 

                ผมอยากเริ่มต้นความสัมพันธ์ของเราใหม่ ชีวิตผมมีสองด้านเสมอ ไม่รู้ทำไมกับกันต์ผมอยากใช้ด้านที่สวยงาม สุภาพ อบอุ่น ถ้าคุณเจนนี่ไม่ยืนอยู่ด้วยตอนนี้ผมคงคว้าตัวเค้ามากกอดแล้ว หน้าเหรอหรางุนงงตอนนี้ น่ารักสดใสผิดกับซุปตาร์คนดังที่ทุกคนรู้จัก

                กว่าจะเปิดใจยอมใช้ชีวิตให้อยู่ในกรอบของเวลาได้ ผมทำใจอยู่นานมากกับงานออฟฟิตที่ต้องเข้า 9.00น. เลิก 17.00น. แม้ว่าจะเป็นบริษัทของเราเองแต่ผมก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพนักงานคนอื่น เราสองพี่น้องถูกสั่งสอนมาเสมอว่า

                "ให้ใครๆ เคารพที่ความสามารถของเรา ไม่ใช่เงินของเรา"

                "คุณคีตะคะ 10.00น. มีประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทลูกค่ะ และ 14.00น. คุณเปรมผู้จัดการส่วนตัวของคุณชมพู่ของเข้าพบค่ะ ไม่ทราบว่าคุณคีตะจะให้เข้าพบไหมคะ" เสียงคุณนิดา เลขาสวยร่ายยาวเจื้อยแจ้วสมวัย เธออายุประมาณยี่สิบต้นๆ ส่วนผมยี่สิบปลายๆ เรายังอยู่ในวัยใกล้เคียงกัน จึงไม่ได้คุยแบบพิธีรีตองแบบเจ้านายกับลูกน้องเหมือนคนอื่น 

                "ผมโอเค แล้วพี่ซอลเข้าบริษัทมายัง" ผมเปลี่ยนเรื่อง ถามหาพี่สาวที่ไม่ค่อยได้เจอกันสักเท่าไร

                "คุณซอลเข้ามาแล้วคะ นิดาเชคคิวที่เลขาคุณซอลให้แล้วเช้านี้ว่างนะคะ" เธอนี่รู้ใจผมจริงๆ รอยยิ้มหวานแอบร้ายเหมือนรู้ทันว่าผมอยากเจออยู่พอดี

                "คุณนิรู้ใจผมจริงๆ งั้นเดี๋ยวผมไปหาพี่ซอลก่อน ขอกาแฟตามไปที่ห้องพี่ซอลด้วย" ผมเอ่ยปากสั่งตามปกติ แต่ก็ยอมรับว่าผมยิ้มให้นิดามากกว่าใครในออฟฟิตนี้
                "คร้า" เสียงหวานโต้ตอบ

 

                เมื่อก่อนครอบครัวผมก็ไม่ได้ร่ำรวยอย่างทุกวันนี้ การที่พ่อเอาตัวมาเสี่ยงทำคาสิโนอยู่ชายแดนกำไรมันงอกเงยเร็วก็จริง แต่บนโต๊ะใต้โต๊ะก็ไม่ใช่น้อย พอเริ่มมีกำลังทรัพย์มากพอก็เปิดบริษัทหลัก จนมาถึงรุ่นลูกผมกับพี่ซอลถูกจับแยกไปเรียนกันคนละประเทศ สังคมของพี่ซอลคือผู้ดีอังกฤษ นางดูแลธุรกิจอิมพอร์ต เอ๊กซ์พอร์ตผ้าไหมและโรงแรมห้าดาวที่เซี่ยงไฮ้ ส่วนผมถูกเลี้ยงมาในสังคมดิบๆ อย่างอเมริกา เจอมาทุกรูปแบบปล้น ชิ่ง วิ่ง ฆ่า ยาเสพติด ใครๆ ก็รู้ว่าพี่มืดนี้โหดขนาดไหน เอาตัวรอดกลับมาเป็น CEO ได้ ก็โชคดีมากแล้ว 

                "ไงพ่อตัวดี นึกยังไงมาหาพี่ได้" เสียงแว๊ดๆ วัยสามสิบพอดิบพอดีของพี่สาวผม ดังแทบจะจังหวะเดียวกับที่ผมเปิดประตูเข้าไป

                "ผมต้องขอคิวนะ กว่าจะได้เข้ามาหาพี่ตัวเองเนี่ย"

                "ก็มีแฟนแล้ว..ลืมพี่เลยนะ"

                "แฟนน...ไหน?"

                "ก็คุณนมบอกอยู่ว่านายกำลังมีความรัก"

                ผมไม่ได้โต้ตอบอะไร ถ้าข่าวออกมาจากปากคุณนมเชื่อถือได้แน่นอน แต่เรายังไม่ถึงขั้นเป็นแฟนกันนะ 
               

ก๊อก!! ก๊อก!!

                "กาแฟกับอาหารว่างมาแล้วค่ะ" คุณนิดาเข็ญรถเสิร์ฟอาหารว่างเข้ามาในห้อง ใช้สายตาแทนคำถามว่าจะให้ว่างไว้ตรงไหน ผมเองก็ตอบกลับเป็นภาษาท่าทางเหมือนกัน ว่าเอามาว่างตรงนี้เลย

                "ขนมน่าทานนะครับ" ผมมองของหวานที่เสริมเข้ามาอย่างแปลกใจ

                "นิดาซื้อมาเองค่ะ เจ้านี้อร่อยนะคะ" เสียงหวานหูตอบอย่างอารมณ์ดี เธอเลื่อนขนมที่ผมชมมาไว้ตรงหน้า เพิ่งรู้นะเค้าเรียกว่าเครปเค้กนมสดแถมสีขาวน่ากินมองแล้วคิดถึงบางคน ดูมันจะเหมาะกับนายมากกว่าผมนะ

                ...น่ากินเหมือนนายเลย

                "แหม่!! อย่าบอกนะว่าแฟนเธอคือคุณเลขาหมวยนี่ ดูรู้อกรู้ใจกันดีเหลือเกินพี่ซอลพูดไล่หลังคุณนิดาทันที ผมไม่ได้คิดอะไรแต่ถ้าเธอได้ยินมันจะไม่ดีกับผู้หญิงนะ

                "เฮ้ย!! อย่าพูดอย่างนั้นเดี๋ยวคุณนิดาเธอจะเสียหาย" ผมก็มีความเป็นสุภาพบุรุษนะ เพียงแต่จะใช้กับใคร...ก็แค่นั้นเอง

                "เสียหายยังไงจ๊ะ เป็นแฟนน้องพี่เสียหายตรงไหน"

                "พี่ก็รู้ว่าผมม.."

                "อะนะ..แต่ด้วยเซ้นของฉันเนี่ย อก 36 ฟิตแน่นกระโปรงสั้นแค่คืบ เค้าคิดกับเธอแน่นอน อย่าเผลอละกัน"

                ผมล่ะหมั่นไส้หน้าสวยๆ ที่ปั่นตามคำพูดตลอด เพิ่งรู้ว่าพี่ผมนี่นักแสดงกลับชาติมาเกิดนะ แต่เพราะทุกคำที่เธอพูดมันออกมาจากความห่วงใยล้วนๆ ผมจึงยิ้มตอบแทนคำขอบคุณ เราถูกเลี้ยงดูกันคนละที่แต่ก็ติดต่อหากันเสมอๆ การแสดงความรักความห่วงใยของเราจึงไม่ค่อยเหมือนใครเท่าไร

 ตริ๊ง!! ตริ๊ง!!

Line : Gun add you with phone number

(กันต์เพิ่มเพื่อนจากเบอร์โทรศัพย์ผม)

 

 

 

 

 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่ะ"

Venus909/ดาอัน


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha