YES or NO (*จบแล้วจ้า)

โดย: Venus909/ดาอัน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : มันดีนะ 5


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




EP.5

Gun’s Part

                ถ้ามีใครสักคนอยู่ตอนที่คุณกำลังเสียใจ คุณร้องไห้ฟูมฟายปานจะขาดใจแต่เค้ายังกุมมือคุณไว้ ใครที่คุณไม่รู้จักกันมาก่อน ใครที่ไม่เคยสนว่าหน้าตาคุณตอนนั้นจะหล่อ สวย หรือขี้เหร่เพียงไหน คำเพ้อเจ้อถูกพ้นออกมาเหมือนเรื่องไร้สาระ ผมไม่รู้ว่าในชีวิตคุณเคยระบายออกให้ใครสักคนฟังไหมแต่ผมไม่เคย ไม่เคยมีใครถามความรู้สึกผม

                ตัวผมเหมือนเป็นสินค้าชิ้นหนึ่งที่ถูกซื้อเวลาเพื่อไปตั้งโชว์ตามสถานที่ต่างๆ ไปทำกิจกรรมต่างๆ ถ้าคุณมีใครสักคนแบบผมตอนนี้คุณจะรู้สึกอย่างไร วงแขนที่คว้าผมไปกอดมันอบอุ่นที่สุด คืนนี้เป็นคืนแรกที่ผมได้หลับสนิทจริงๆ สักที

                พี่เจนนี่ซักถามทุกข้อสงสัย ต่อมมโนของเจ้แกทำงานแต่เช้าแค่ผมไปค้างคืนบ้าน CEO คืนเดียว...มันน่าตื่นเต้นตรงไหน บรรยากาศการทำงานวันนี้ราบรื่นดี จะมาเสียอารมณ์ก็ตอนขากลับเนี่ยล่ะ เจอหน้าพี่ชมพู่กับพี่เปรมที่ไรเหมือนชีวิตอยู่กลางสงคราม เสือสองตัวอย่างพี่เจนนี่กับพี่เปรมอดจะปะทะคารมกันไม่ได้ ผมรู้ว่าพี่ชมพูไม่ชอบผมที่เข้ามาเสียบงานที่แฟนแกอยากได้ ลงทุนขนาดเอาตัวเข้าไปแลกแต่สุดท้ายกลายมาเป็นผมที่หยิบชิ้นปลามัน ทำไงได้ก็ผมได้รับโหวตจากคนทั้งประเทศเองนะ เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วทำไมพี่ไม่หายโกรธผมสักที ผมไม่ได้บังคับในพี่เสียตัวนะ พี่ใช้ร่างกายเปลืองเองตังหาก

                ถ้าพี่เมตตาชมพู่ พี่นัดชมพู่มาได้เลยนะคะ เดี๋ยวชมพูจะเทคแคร์ดูแลพี่อย่างดีเลย ของแค่พี่เลือกคริสเป็นพระเอกเรื่องนี้ ชมพู่ยอมทุกอย่างค่ะ

"ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร"

 

                ผมรีบลากพี่เจนนี่ออกมาก่อนจะมีคนได้คลิปเด็ด ฝ่ามือที่ง้างไว้พร้อมรบเสมอผมไม่ค่อยไว้ใจ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงปรี่ไปช่วยอีกแรงแต่ผมเปลี่ยนไปแล้ว อะไรยอมได้ก็ยอมเหอะผมคิดแบบนั้นนะ ลากพี่เจนนี่ขึ้นมาบ่นต่อบนรถ ถ้าได้ฟังเจ้แกด่าหรือขุดเรื่องเก่าๆมาเล่าละก็ คุณจะได้รู้ว่าวงการนี้...อยู่ยาก

                เบอร์ล้าสุดที่กดโทรออกคงเป็นเบอร์คุณคีตะ ผมจ้องชื่อที่เจ้าของเมมไว้ให้ แค่คืนเดียวผมได้ทั้งเบอร์ทั้งไลน์เลยนะ ผมอยากจะทักไปแต่ไม่รู้ว่าทำไมเกิดเปลี่ยนใจตอนกดส่ง "บางคนผ่านมาแค่ให้จำ" ผมรู้สึกเศร้าลงทันทีที่ผมเริ่มนึกถึงอดีต เสียงพี่เจนโวยวายปลุกผมจากภวังค์

                "อะไรนะคุณน้อง วันนี้นังเปรมขอเข้าพบคุณคีตะหรอ มันคงจะไปสตอเบอร์แหลเอาหน้านะสิ หรือไม่มันก็อยากเอาสินค้าไปเสนอขาย" พี่เจนเมาท์โทรศัพท์กับปลายสายอย่างออกรส

                ผมหันมองหน้าพี่เจนนี่ทันที เพราะคำว่าสินค้าของผจก.ส่วนตัวก็คือนักแสดง ผมรู้สึกคันยิบๆ ที่หัวใจ เพราะหน้าสวยระดับพี่ชมพู่เวลสูงยิ้มยั่ว มารยา ผู้ชายร้อยทั้งร้อยเสร็จนางทุกคน ยิ่งถ้าเป็นคนที่แสนดีอย่างคุณคีตะจะรอดไหม? ความรู้สึกของผมตอนนี้คงเรียกว่า "เป็นห่วง" สินะ ผมตัดสินใจส่งสติ๊กเกอร์ทักผ่านไลน์ไปทันที

 12.35 สติ๊กเกอร์ (ทักทาย)

 12.35 เที่ยงแล้วอย่าลืมหาอะไรกินนะครับ

ตึก ตึก..

ตึก ตึก..

                ผมรอให้ขึ้น Read ด้วยใจจดจ่อ พี่เจนนี่ก็ยังเมาท์ไม่หยุด ตั้งใจจับความประโยคที่เจ้กับปลายสายพูดกัน หัวใจที่คันอยู่แล้วยิ่งปั่นป่วน พี่เค้าเมาท์กันราวกับคุณคีตะ(ของผม)เสียตัวไปแล้ว

 

ไลน์!! ไลน์!! 

Read 12.37 เที่ยงแล้วอย่าลืมหาอะไรกินนะครับ

คีตะ : เดี๋ยวรอ มากินด้วยกันสิ  Read 12.43

คีตะ : สติ๊กเกอร์ (นอนรอ)  Read 12.43

                ผมอดจะยิ้มกับสติ๊กเกอร์รูปนอนรอไม่ได้ เพราะถ้าคิดถึงช๊อตที่นอนกอดกัน คิดถึงอ้อมกอดนั้นที่ไรรู้สึกอบอุ่นทุกที รอยยิ้มขำของผมคงทำลายสงครามน้ำลายได้ พี่เจนนี้หันมากระแอมเสียงแล้วรีบคว้ามือถือผมไปทันที (ผมยังไม่ได้ปิดหน้าสติ๊กเกอร์เลยนะ!!)

                "กันต์!! เค้าชวนเธอไปกินข้าว ไปเลยๆ" เสียงแผดสูงทันทีที่อ่านข้อความของคนอื่น แววตาเจ้าเล่ห์สแกนทั่วร่างผม ก่อนจะเอ่ยปากให้ผมไปร่วมในสงครามน้ำลายด้วย

                "เค้าไม่ได้ชวนพี่ เค้าแค่พูดเล่น" พูดรีบปฏิเสธิ ก็ไม่อยากไปขัดขวางใครนี่น่าแค่นี้พี่ชมพูกับพี่เปรมก็เกลียดผมจะแย่แล้วนะ

                "หึ..ไปเถอะไปดูละครของนางเปรมกัน "

 

                พูดจบเจ้หมุนพวงมาลัยชิดขวาเข้าเลนยูเทิร์นมุ่งไปบริษัท XYZ ทันที ผมไม่ได้ต้องการให้เป็นอย่างนี้ แต่ลึกๆ ก็อยากไปช่วยคุณคีตะ มันน่าจะดีกว่าเราไม่ได้ทำอะไรเลย ถือว่าตอบแทนที่เค้าอุตส่าห์ลดตัวมาดูแลผมเมื่อคืนละกัน ร่างผมถูกฉาบตัวเสื้อผ้าแบรนด์เนม ใบหน้าเคลือบด้วยเครื่องสำอางอย่างดี ออร่ากระจายไปทุกๆ ก้าวที่ผมเดินผ่าน ความน่ารักสดใสถูกดึงมาใช้โดยอัตโนมัติ พนักงานในตึกกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ เพราะผมก็เพิ่งจะมาเป็นครั้งแรกครับ พี่เจนนี่สิเชียวชาญแวะทักทายทุกคนตลอดทาง โต๊ะประชาสัมพันธ์รีบโทรขึ้นไปแจ้งอย่างไว ว่ามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างผมมาหา

 

14.25น.

                "เชิญพี่เจนนี่ กับคุณกันต์ห้องมิตติ้ง2เลยคะ" คุณประชาสัมพันธ์แจ้งให้เราขึ้นไปพบคุณคีตะที่ชั้นบน ตอนผมก้าวเข้าลิฟท์แอบรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เพิ่งจะแยกกันยังไม่ถึงสิบชั่วโมงเลย ผมสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะก้าวเข้าห้องมิตติ้ง

                "ต๊ายย!! โลกกลมจริงๆ ไม่เห็นบอกว่านัดคุณคีตะเหมือนกัน ได้ออกมาพร้อมกันเลย ทางเดียวกันไปด้วยกันลดโลกร้อนนะฮะ" เสียงพี่เปรมเปิดประเด็น สร้างภาพเป็นพี่เห็นอกเห็นใจน้องขึ้นมาทันทีเลย

                "น้องกันต์มีงานคุยกับลูกค้านิดนึ่งนะค่ะ ขอโทษที่มาช้านะคะ คือก็..ไม่ค่อยได้ว่าง" เบี่ยงสายตาไปทางพี่เปรมเล็กๆ

                "เชิญนั่งครับ" คุณคีตะเชิญเราเข้าไปนั่ง สายตาที่เค้ามองมาทางผมเหมือนรู้ทันอยู่แล้วว่าผมมาทำไม เค้าจะเข้าใจผิด...คิดว่าผมมาแสดงความเป็นเจ้าของไหมนะ

                เราสี่คนขนาบซ้าย-ขวา มีคุณคีตะนั่งหัวโต๊ะ คุณตีตะในชุดเสื้อเชิ้ต กางเกงผ้าสีดำทรงเดฟพอดีตัวดูดีไปอีกแบบ บรรยากาศง่ายๆ เป็นกันเองทั้งพี่เจนนี่ พี่เปรมแย่งกันพูด บ้างก็พูดเหน็บอีกฝ่ายอย่างสนุกสนาน แอบเห็นรอยยิ้มสดใสของคุณคีตะแล้วผมรู้สึกใจสั่น พี่ชมพูพยายามขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้ฉวยโอกาสไปสัมผัสตัวคุณคีตะตลอด เรียกง่ายๆ ว่าอ่อยครับ ผมทำได้แค่มองนิ่งสะกดอารมณ์ฉีกยิ้มทำเหมือนคิดตามไม่ทันใคร

                 "แหม่!! น้องกันต์ถ้าอึดอัดมากจะกลับก่อนก็ได้นะ พูดอะไรไปเด็กๆ คงฟังไม่รู้เรื่องใช่ไหม" พี่เปรมเริ่มแขวะมาที่ผม คงเห็นหน้าผมเอ๋อยิ้มตามไปเรื่อยไม่แสดงความคิดเห็นสักพักแล้ว ก็ผมไม่รู้จะพูดแทรกตอนไหนนิ เล่นโต้คารมกันไม่เว้นช่องไฟเลย

                "ฟังพี่ๆ พูดก็เพลินดีนะครับ ผมชอบดูเวลาคุณคีตะยิ้มมากกว่า ผมสวมบทนักเรียนการแสดงช้อนสายตาฉ่ำวาวมองเป้าหมาย แล้วพูดเสียงเขินอายอย่างตั้งใจ

                "ก็บอกให้เรียกพี่คีย์ ไม่กี่ชั่วโมงลืมล่ะ" เสียงคุณคีตะเปลี่ยนทันทีที่หันมาคุยกับผม คำพูดหยอกล้อของคุณคีตะบวกกับมือที่เอื้อมมาลูบหัวผมเบาๆ ทำให้ในห้องเกิดภาวะสุญญากาศทันที ใจเต้นรัวปากกลั้นยิ้มจนแก้มจะแตก ผมเงยหน้าไปยิ้มเย้ยพี่ชมพู่ ผมไม่ต้องอ่อยนะผู้ชายเค้ามาเอง หึ หึ

                หน้านางเอกเบอร์หนึ่งของค่าย เหมือนขาดอากาศหายใจสายตาพิฆาตมาก ผมจงใจเอื้อมมือขึ้นไปคว้ามืออุ่นบนหัวแล้วจับค้างไว้ในระดับสายตา #ชัดนะใสใส

                "พี่คีย์ กันต์หิวไหนว่ารอกินข้าวไง เมื่อไรจะคุยธุระกับคุณสองคนนี้จบสักที" ผมพูดยานคราง น้ำเสียงออดอ้อนจนอีกฝ่ายยิ้มหวานตอบกลับ

                "หิวเหรอ งั้นไปกันเลยดีกว่า" คุณคีตะคว้ามือผมลุกขึ้นทันที โดยไม่สนใจคนอื่นเลยว่าคุยอะไร ถึงไหนแล้ว จะทำไงได้ล่ะ..ผมคงทำได้แค่ยิ้มอย่างคนชนะตอบกลับ หน้าพี่เจนนี่ยิ้มเหยียดใส่พี่เปรมจนอีกฝ่ายเส้นเลือดปูดปานจะแตกตรงนั้น

                "ถ้าไม่มีธุระต่อก็คุยกันไปก่อนนะครับ ผมให้เลขาเตรียมของว่างให้แล้ว ผมขอตัวพากันต์ไปทานข้าวก่อน" คุณคีตะเดินกอดคอผมออกมาโดยไม่รู้สึกถึงรังสีริษยาใดๆ แหม่!! นิ่งๆ แต่ได้กินนะ #หมายถึงกินข้าวนะครับ

 

ณ. ห้องน้ำหญิงในบริษัทXYZ

                "อย่าถามมากนะคริส ก็บอกแล้วทุกอย่างคืองาน"

                "ชมก็ไม่ได้อยากอ่อยไปทั่วหรอกนะ แต่ถ้าไม่ทำอย่างนี้"

                "ชมจะมีแบคมีงานทำอย่างทุกวันนี้ไหม"

                "แค่นี้ก็หงุดหงิด อีเด็กเวรนั่นจะแย่ล่ะ"

                "มันทั้งโดนข่มขืน โดนรุมโทรมทำไมยังมีคนสนใจมัน"

                "CEO หน้าอ่อนนี่ก็เหมือนกัน ไม่รู้ผัวคนที่เท่าไรของมัน"

                ใบหน้าสวย พ้นคำพูดที่แสลงหูขัดกับภาพลักษณ์ สาดคำพูดใส่ปลายสายจบก็เดินกระแทกเท้าออกจากห้องน้ำไป เสียงประตูบางบานค่อยๆ เปิดออก ร่างหญิงสาวแต่งกายดี จ้องตามทางมือกำไว้เกร็งจัด

                "อืมมมมมม อีนี่ร้าย"

 

                รถสปอร์ตคันหรูแล่นไปตามทางที่มันควรจะไป ผมเริ่มรู้สึกว่าเราออกมานอกเมืองอีกแล้วตั้งแต่ตอนที่คุณคีตะ จูงมือผมเดินออกมาใบหน้า CEO หนุ่มถูกฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มจางแก้มขาวขึ้นชมพู่ระเรื่อ อารมณ์ดีเหมือนคนได้ของเล่นที่ถูกใจ เราเงียบกันมาตลอดทาง จนผมรู้สึกแปลกๆ

                "เราจะไปไหนกันเหรอครับ" รถเบนซ์คันหรูแล่นช้าตามทิศทางที่คุณคีตะบังคับ เราเงียบใส่กันอีกแล้ว ผมก็ไม่อยากกวนหรอกนะแต่มันอึดอัด เพราะเล่นทำหน้าดุดันเหมือนคิดอะไรอยู่คนเดียวตลอด ผมรู้สึกเป็นส่วนเกินทุกครั้งเลย เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอีกแล้วซิ

                "ก็ไปทานข้าวไง หิวมากไหมอดทนหน่อยนะ" คงจะนึกขึ้นได้ว่ามีผมอยู่ด้วย กว่าจะหันมาตอบได้นะ เส้นทางคุ้นๆ แถบชานเมืองที่วันนั้นเคยเงียบสงบ แต่พอเป็นเวลาบ่ายแบบนี้อากาศดีไปอีกแบบ ต้นไม้เยอะ ไม่ร้อนมาก บ้านหลังใหญ่ๆ  ปลูกบนพื้นที่กว้างปลูกทิ้งตัวห่างๆ ดูสบายตาไม่แออัดเหมือนกลางเมือง

                อย่าบอกนะ ว่าเราจะขับกลับบ้านเนี่ย ผมพูดคำนี้เบาๆ ไม่น่าที่อีกฝ่ายจะได้ยิน แต่เพราะเค้าหูดีไงถึงโต้ตอบผมแทบทันทีแบบนี้

                ช่าย ผมไม่ชอบทานนอกบ้านฝีมือนมทิพย์อร่อยที่สุดแล้วคุณคีตะฉีกยิ้มสุดพลังทุกครั้งที่พูดถึงคุณนม ดูไปเค้าก็ติดคุณหนูนิดๆ นะ ผมชอบมองรอยยิ้มนี้จริงๆ เพราะมันทำให้ผมใจเต้นแรง

                สายตาที่คุณคีตะมองกลับมา ผมพยายามแปลข้อความจากแววตานั้น ภาษากายที่ถูกส่งออกมาอย่างชัดเจนว่าอยากเอาอกเอาใจผมมันก็พอเข้าใจ แต่คือคุณคีตะไม่ได้อยู่ฐานะที่ควรเอาใจผม เราควรวางตัวในจุดที่เรียกว่าความเหมาะสม สิ่งที่ผมอ่านเจอจากแววตานี้อีกอย่างก็คือ ความเอาแต่ใจ ผมคงได้หลับสนิทเป็นคืนที่สองแน่ๆ

 

 16.00น.

                บ้านเดี่ยวสองชั้น ปลูกสร้างสไตล์ร่วมสมัยเวลานี้ดูอบอุ่น ต้นไม้สูงที่ปลูกไว้กั้นเป็นรั้วดูไม่อึดอัดจนเกินไป ตัดกับแสงแดดอ่อนยามเย็น เมื่อคืนทุกอย่างมันมืดมากจนไม่ทันสังเกตแต่วันนี้มองบรรยากาศรอบๆ แล้วอบอุ่น

                บ้านคุณคีตะมีระบบการรักษาความปลอดภัยดีมาก ชุดรักษาความปลอดภัยมีอาวุธครบมือ ประจำตามจุดต่างๆ แอบเห็นมีการผลัดเวรยามกันด้วย การดูแลรักษาความปลอดภัยระดับนี้ผมเคยเห็นแต่บุคคลสำคัญ องค์ชายองหญิงไม่น่าเชื่อว่าครอบครัวคุณคีตะจะดูแลลูกชายดีขนาดนี้ (ช่างขัดกับหน้าตา ท่าทีที่ดูเรียบง่ายซะจริงเลย)

                เปิดเข้าประตูบ้านมาก็เจอคุณนมกับเด็กหนุ่มช่วยยกอาหารอีกหนึ่งคน เห็นคุณคีตะเรียกแห้ว สายตาที่แห้วมองมาที่ผมดูตึงๆ ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร อาจจะเป็นเพราะผมมากะทันหันก็ได้ ผมพยายามฉีกยิ้มแสดงความเป็นมิตรให้ทุกคน โดยเฉพาะหญิงชราที่ยืนอยู่ตรงหน้าเอ่ยทัก พร้อมแนะนำเมนูอาหารบนโต๊ะ อาหารไทยที่ผมแทบจะลืมไปแล้วถูกจัดวางแบบมีรสนิยม ไม่ต้องถามถึงรสชาตินะ

                ...อร่อยมากเลย

                "แบ่งท้องไว้ทานของหวานบางนะกันต์" ปากเตือนให้ผมเผื่อท้องไว้บ้าง แต่มือตักโน้นนี่ให้ไม่หยุด แล้ววัยกำลังโตอย่างผมด้วย จะให้อดใจไหวหรอก็มันน่ากินทุกอย่างเลยอะ

                "ไม่ไหวแล้วครับ อิ่มมาก" ผมแสดงภาษากายลูบพุงป่องๆ เพื่อยืนยันว่าไม่ไหวแล้วแถมท่าทีตลกๆ อีกหลายอย่าง เผลอห้าวปากกว้างออกมาด้วย ทำไงได้ล่ะอิ่มแล้วก็ง่วง

                "กันนี่เหมือนเด็กนะ ท้องตรึงปุ๊บ ตาพร้อมปิดปั๊บ" คุณคีตะลูบหัวปลอบโยนเหมือนทุกครั้ง แต่คราวนี้แววตาอ่อนโยนจนผมรู้สึกแบบเดิมอีกแล้ว

                ตึก ตึก..

                ...ใจสั่น

                เสียงหัวเราะหยอกล้อผม ไม่ใช่มีแค่ผมที่มีความสุข ขนาดคุณนมที่ร่วมโต๊ะกับเราด้วยยังยิ้มตาม เด็กแห้วนั่นก็มองแต่คุณคีตะไม่วางตา การที่เรื่องของผมทำให้ทุกคนยิ้มได้ แล้วเค้าก็พูดคุยเรื่องอื่นต่อไปแต่มันเป็นเรื่องที่ผมไม่รู้

                ...ไม่เข้าใจด้วยเลย

                เสียงสนทนาและรอยยิ้มของคนสามคน ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ มันรู้สึกเหมือนเหมือน..เหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน

                "ป่ะ!! ขึ้นห้องกันเถอะ โบกเครื่องสำอางเต็มตัวขนาดนี้ไม่อึดอัดหรือไง" คงเห็นผมอ้าปากหาวหลายรอบแล้ว จึงชวนขึ้นไปพักด้านบน ก็ดีเหมือนกันหนังท้องตึง หนังตาหย่อนพอดีเลย

                ผมทำได้แค่พยักหน้าตอบรับ และเดินตามไปอย่างว่าง่าย มันก็หน้าอึดอัดจริงนะครับ หน้าที่โบก 10 ชั้นกว่าจะดูกระจ่างใส ผิวที่เคลือบครีมออร่าวิ๊งเด้ง!! แบบเกาหลี เสื้อผ้าจัดเต็มยังกับหลุดมาจากแม็กกาซีน อย่าลืมว่าผมเพิ่งถ่ายแบบเสร็จและกำลังจะกลับบ้าน ไม่ใช่บ้านนี้นะบ้านผมตังหากล่ะ ทิ้งร่างบนโซฟานิ่มเอียงตัวปรับหาท่านอนสบายๆ อืม..ขอหลับสักตื่นก่อนนะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว

                ผมได้ยินเสียงแว่วแต่จับใจความไม่ได้ เห็นลางๆ คือร่างชายหนุ่มเดินเข้ามาปลดสร้อยขอมือที่พะรุงพะรังออก แหวนในนิ้วถูกถอดอย่างเบามือ กระดุมเสื้อเชิ๊ตที่ติดสูงถึงคอถูกปลดออกเกือบหมด สอดหมอนนุ่มมาไว้หลังคอเพื่อให้ผมนอนสบายมากขึ้น

 

22.00น.

                "กันต์ ตื่นๆๆ ตื่นเหอะ"

                "อืมม.. ครับ"

                ผมขานรับแทบไม่มีเสียงในลำคอ แต่ตามันไม่ยอมแยกจากกันนี่สิ ผมปรับให้ตัวเองตื่นในทันทีไม่ได้หรอก ก็มันหลับสบายมากเลย รู้สึกถึงแรงลูบหัวเบาๆ ผมกระพริบตาถี่ไล่ความง่วง ภาพที่ผมเห็นคือหน้าคุณคีตะค่อยเคลื่อนเข้ามาใกล้ ริมฝีปากที่ประกบทับแนบแผ่วเบาค่อยๆ เคลื่อนตัวช้า เม้มเน้นๆ ทั้งบนและล่าง ผมจูบตอบตามสัญชาตญาณ ยิ่งเค้าจูบเบาเท่าไรผมยิ่งเร้าร้อนอยากได้ ต้องการมากขึ้นอีก

                ปลายลิ้นสอดเข้ามาเกี่ยวพัน กระดกหยอกล้อปลายลิ้นผมให้ขยับตาม ยิ่งจูบดูดดึงผมยิ่งเคลิ้มไปกับความหวาน ร่างกายเกร็งตัวตามจนผมต้องใช้แขนโอบคว้าร่างสูงแนบชิดเข้ามาอีก จังหวะที่เคยแผ่วเบาเริ่มทิ้งช่วงให้ได้หายใจ กอบโกยอากาศเข้าปอดก่อนบทจูบจะเปลี่ยนไปเป็นเน้นๆ และเร้าร้อนตามอารมณ์ ปลายนิ้วเคลื่อนตัวพลิ้วไหวบนแผงอกผม เริ่มเข้าไปหยอกล้อเจ้าตุ่มคู่แฝด ไม่นานความเสียวซ่านจากปลายนิ้วก็ถูกส่งผ่านมาถึงผม

                ผละจากริมฝีปากปลายจมูกคมสันเคลื่อนเข้าหาต้นคอ ร่างผมที่แอ่นตัวตามความเสียวที่ตุ่มแฝดรับมาเชิญชวนให้เค้าเข้ามาซุกไซ้ จังหวะเราตอบรับกันเป็นอย่างดี ผมยิ่งเสียวซ่านไปทั้งตัว

               

                "พี่คีย์.."

                "..." (ยังไม่หยุด)

                "พี่คีย์ ปล่อยผมก่อน"

                "หึมมม"

                "ผมอยากเข้าห้องน้ำ" มือคุณคีตะลูบไล้แทบไม่ทิ้งจังหวะให้ผมได้ถอยตัวหนีเลย ยิ่งเสียงกระเส่าพร่าเพิ่งตื่นนอน ยิ่งรู้สึกตัวเองยั่วยวนมากขึ้นอีก ผมใช้เสียงอู้อี้ที่ยังโดนปากประกบทับอยู่พูดให้เป็นคำ แต่อีกฝ่ายเหมือนไม่ยอมลดละ คว้ามือเข้าแก่นกลางผมอย่างรู้งาน มืออุ่นกระตุ้นส่งความรู้สึกได้ดีเหลือเกิน แถมน้ำเสียงแววตายังเว้าวอนผมมากด้วย

                "มาพี่ช่วย" แววตาเจ้าเล่ห์กับมือหนาทำงานพร้อมกันทันที ผมอ่อนระทวยไปหมด คงเพราะไร้เรี่ยวแรงอยู่แล้ว พอโดนปั่นป่วนขนาดนี้จึงคล้อยตามได้ง่าย

                "คือผม เออผม...ขะ ขอผมทำเองเถอะครับ" ฝืนพูดคำนี้ออกไปอย่างทรมาน ทั้งที่ใจไม่ควรปฏิเสธแต่ผมรู้สึกแปลกๆ

                ...เค้าไม่ใช่ของเรา

                "แต่พี่เป็นคนปลุก ให้พี่ช่วยเถอะ"

                "ผม.. ผมช่วยตัวเองได้ครับ"

                จบประโยคผมรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันที โดยไม่ได้รอว่าเค้าจะอนุญาตไหม ผมใช้เวลาทำธุระส่วนตัวไม่นาน ผมนั่งเพลียอยู่บนชักโครกพลางคิดไปถึงความรู้สึกที่ใกล้จะปลดปล่อย ใกล้จะเลยตามเลย แต่ผมกลับลุกขึ้นมาปฏิเสธ ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร? ไม่เข้าใจตัวเองเลย

ร่างเปล่าเปลือยถอนหายใจกับความไม่รู้ของตัวเอง เอื้อมมือไปเปิดฝักบัวให้ความเย็นชุ่มฉ่ำของน้ำขับไล่ความรุ่มร้อนออกไป ไอ้ความรู้สึกนี้คืออะไรนะ ผมหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ พลางถอนหายใจมองไปรอบ ของใช้แบบเรียบง่ายในห้องน้ำช่างขัดกับภาพลักษณ์ที่ดูเป็นลูกคุณหนูของคุณคีตะจริงๆ

 คุณคีตะเหมือนคนสองบุคลิก บางครั้งผมก็มองเห็นมุมอบอุ่น บางทีก็มีเหยียดยิ้มแววตาเอาแต่ใจ บางช่วงมือแกร่งก็เอาแต่ลากผมและล้าสุดก็เจอโหมดฉวยโอกาส จัดการธุระส่วนตัว จัดการความรู้สึกของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ถ้าออกไปจะทำหน้ายังไงเนี่ย

                ...ไอ้คนฉวยโอกาส

                ไม่มี (ตึก ตึก)

                ไม่มี (ตึก ตึก)

                ...ไม่มีผ้าเช็ดตัว

                ผมค่อยๆ แง้มประตูออกไปส่องหวังจะขอความช่วยเหลือจากเจ้าของห้อง แต่ตอนนี้ห้องว่างเปล่าหรือว่าคุณคีตะจะลงไปข้างล่างแล้ว ผมรู้สึกโล่งใจก่อนจะรวบรวมความกล้าเพื่อจะวิ่งเปลือยล่อนจ้อนไปหยิบผ้าเช็ดตัว

                "ทำไรอะ" เสียงคุ้นหูถามลั่นห้อง ตามด้วยเสียงขบขันเหมือนกำลังดูจำอวดอะไรสักอย่าง นี่ซุปตาร์คนดังนะครับไม่ใช่ใครที่ไหน เห็นผมทุกสัดส่วนขนาดนี้มันต้องตกตะลึงในความสวย เอ้ย!! ความหล่อซิ มีอะไรน่าขำหรอ..

                !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!(ความรู้สึกของผม)

                "ผมจะไปเอาผ้าเช็ดตัว" ก้มหน้าตอบเสียงเบาๆ มือสาละวนอยู่กับการปิดส่วนน่าอาย เสียงบ่นอู้อี้ร่ายยาวฟังแทบไม่ทันจับใจความได้ว่า นานจัง เข้าไปนานมาก น้ำหมดตัวยังเนี่ย พาไปเรื่องทะลึ่งจนได้นะคนฉวยโอกาส ระดับสายตาผมอยู่ที่อกแน่นของร่างสูง ร่างกายเกือบเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายอยู่ใกล้ผมขนาดนี้เลยเหรอ มันใกล้จนสะกดให้ผมมองค้างอยู่อย่างนั้น

                "จะเอาผ้าเช็ดตัวเหรอ"

                "อ่ะ!! เอาไปดิ"

                มือคู่เดิมที่เพิ่งขยับแก่นแข็งผม กำลังแก้ผ้าผืนที่พันกายตัวเองออกส่งให้ผมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากที่อึ้งอยู่แล้วยิ่งอึ้งหนัก เมื่อเค้าเดินสวนผมไปทั้งอย่างนั้น หางตาผมยังเห็นบางส่วนสั่นไหวไปตามแรงโน้นถ่วงโลก ผ้าเช็ดตัวที่อยากได้นักหนาเริ่มไม่มีความหมายเพราะผมแทบไม่ได้มองมันเลย

                มองไล่จากปลายเท้าขึ้นไป ปั้นท้ายกลมสมส่วน กับแผ่นหลังผายแบบผู้ชาย สายตาผมจับจ้องอยู่ที่รอยสักรูปอะไรสักอย่างเต็มแผ่นหลัง ลายกราฟฟิกสีทึบดูน่ากลัวประดับอยู่บนร่างขาวเนียนแบบผู้ดี รอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่หัวไหล่ คล้ายรอยกรีดเป็นทางยาวนั้นก็ด้วย ทั้งหมดของคุณคีตะทำเอาผมต้องมนต์สะกดหลายนาทีเลย

                 "มองขนาดนั้น มาอาบน้ำให้พี่เลยไหม"

                "ห๊ะ!! อะไรนะครับ"

                ภาษากายที่กวักมือเรียกให้ผมเข้าไปหา เหมือนตัวปลุกผมให้รับขยับหนีความรู้สึกที่ชอบแทรกมาในวินาทีสุดท้ายห้ามผมไว้ตลอด รีบหันหลังกลับแล้วเดินออกจากตรงนั้นทันที เสียงหัวเราะไล่หลังมาคงคิดว่าผมจะเขิน แต่ความรู้สึกผมตอนนี้ไม่ใช่เลย ความรู้สึกหน่วงนี่คืออะไร

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่ะ"

Venus909/ดาอัน


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha