23. ลวงหัวใจนายมาเฟีย ซีรี่ส์ ทายาทมาเฟีย VI

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 4 : EP.1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ฮ้  ไรลี่ย์  มองอะไรอยู่น่ะ” 

อเล็กซ์นักธุรกิจส่งออกเฟอร์นิเจอร์หันไปมองตามสายตาของเพื่อนรัก  ที่กำลังจ้องอะไรบางอย่างตรงมุมมืดของไนต์คลับหรู  หลังจากที่เขานัดให้ทายาทมาเฟียหนุ่มออกมาสังสรรค์เพราะไม่อยากให้เพื่อนรักเคร่งเครียดอยู่แต่กับงาน

“มองพวกขยะสังคมอยู่น่ะสิ”  เขาเหยียดริมฝีปากมองพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งที่คนทั่วไปคงไม่ได้สังเกตว่าเด็กเสิร์ฟคนนี้มีอะไรที่แตกต่างกับคนอื่นตรงไหน

“ทำไมล่ะ”  อเล็กซ์ยังคงไม่เข้าใจ 

“นายเห็นเด็กเสิร์ฟคนนั้นไหมล่ะ  มันกำลังล้วงกระเป๋าของยัยป้าโบท็อกซ์คนนั้นอยู่เพราะมัวแต่พะเน้าพะนอเด็กหนุ่มอีกคน  ถ้าให้ฉันเดา  ไอ้สองคนนี้ต้องเป็นแก๊งเดียวกันแน่”  ไรลีย์  แมคคานี่  ทายาทคนรองของเรย์โนลด์  แมคคานี่ อธิบายให้เพื่อนรักฟัง

“จริงด้วย  นี่ยัยป้านั่นคงไม่รู้ตัวสินะ  ว่ากำลังโดนดีเข้าให้แล้วน่ะ  นายจะทำยังไงล่ะ  ไปช่วยไหม”  อเล็กซ์เอ่ยถาม

“เรื่องอะไรฉันจะต้องไปยุ่งด้วยล่ะ  ฉันแค่กำลังมองว่ามันจะเกิดอะไรต่อไปมากกว่า” 

ปกติแล้วเขาไม่ค่อยออกมาเที่ยวกลางคืนเท่าใดนัก  เพราะมัวแต่ทำงานตลอด  นอกเวลานอนก็มีแค่เรื่องงานและงาน  ไม่มีเรื่องผู้หญิง  ไม่เคยรู้จักความรัก  เพราะเขาชอบผู้หญิงแบบมารดาเท่านั้น  ซึ่งตั้งแต่เด็กจนอายุ 30 ปี  ก็ยังไม่เคยเจอกุลสตรีแบบมารดาจริงๆ สักคน  เจอแต่พวกเสแสร้งแกล้งทำเป็นอ่อนหวาน  ทั้งที่ข้างในเน่าเฟะ  เขาจึงครองโสดมาจนถึงทุกวันนี้

ไรลี่ย์มองสองหนุ่มที่ทำงานกันอย่างเข้าขา  คนหนึ่งคอยหลอกล่อให้แม่หม้ายสาวไฮโซหลงใหล  อีกคนก็ค่อยๆ หยิบของออกมาจากกระเป๋าหรูทีละชิ้น  จนเด็กหนุ่มนักล้วงหันมาเห็นสายตาของไรลี่ย์  เขาจึงรีบส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมทีมรู้ตัวก่อนจะค่อยๆ หลบออกไป

“กรี๊ด!!!  สร้อยเพชรฉันหายไปไหนเนี่ย  ต้องเป็นไอ้เด็กสองคนนั้นแน่ๆ  กรี๊ด!!!  เสียงกรีดร้องของคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าโดนตบทรัพย์  ดังลั่นไนต์คลับหรู  เธอเรียกผู้จัดการไนต์คลับมาพบเพื่อล่าตัวเด็กหนุ่มที่เธอควงมาจากด้านนอกแล้วความวุ่นวายก็เกิดขึ้น  ไรลี่ย์กับอเล็กซ์จึงต้องกลับเพราะบรรยากาศไม่น่านั่งอีกต่อไป

“เซ็งจังเลยว่ะ  อุตส่าห์ลากนายมาเที่ยวด้วยกันได้  ดันมาเจอเรื่องซะนี่  เอาไว้คอยนัดกันใหม่นะเพื่อน”  อเล็กซ์โบกมือลาเพื่อนรัก  ก่อนจะขับรถหรูออกไป

ไรลี่ย์เองก็กำลังเดินไปที่รถของตัวเอง  วันนี้เขาไม่ได้พาบอดี้การ์ดมาด้วยเพราะเบื่อที่ต้องมีคนคอยตาม  แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าวขึ้นรถ  เด็กหนุ่มทั้งสองคนที่เขาพบในไนต์คลับก็เข้ามายืนขวางเอาไว้

“แกคงไม่บอกยัยป้านั่นใช่ไหม”  เด็กหนุ่มที่รับบทเด็กเสิร์ฟชักมีดเล็กๆ ออกมาขู่ไรลี่ย์

“ถ้าฉันบอก  ป่านนี้นายสองคนคงได้โดนลากไปฆ่าหมกหลังร้านแล้วล่ะ”  ไรลี่ย์บอกอย่างไม่เกรงกลัวอาวุธในมือคนร้ายสักนิด

“งั้นก็ดี  เอากระเป๋าเงินมา  ถ้าไม่อยากตาย”  เขายังขู่ต่อ  แม้ว่าชายอีกคนจะทำท่าเหมือนบอกให้รีบกลับมากกว่า

“นี่ถามจริงเถอะ  คิดจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน  พวกนายรอดจากยัยป้านั่นมาได้  แทนที่จะรีบหนีออกไปจากที่นี่ก่อนที่พวกการ์ดของไนต์คลับจะมาเจอเข้าดีกว่ามั้ง”  เขายืนกอดอกมองสองหนุ่มราวครูฝ่ายปกครองกำลังดุเด็กนักเรียน

“ไม่ต้องมาสอนพวกเราหรอก” 

“ไอ้อาร์ท  รีบไปเถอะ คุณเค้าพูดถูกแล้วนะ  ถ้าพวกนั้นมาเจอเราเข้า  เราสองคนตายแน่”  ชายอีกคนบอก

“แล้วเราจะปล่อยมันไปได้ยังไงล่ะ  มันรู้ว่าพวกเราเป็นคนทำนะ  ถ้ามันไปแจ้งตำรวจล่ะ”

“นี่จะบอกอะไรให้นะ  ถ้าฉันจะแจ้งตำรวจ  คงไม่มายืนคุยกับพวกนายตรงนี้หรอก  ดึกมากแล้ว  ฉันแค่อยากกลับบ้านไปนอน  พรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้า  อย่ามาทำให้ฉันเสียเวลานักเลย  แค่มีดเนี่ยทำให้ฉันตายไม่ได้หรอก  แต่ถ้าเป็นปืนของฉันพวกนายคงไม่รอด”  ไรลี่ย์แกล้งทำท่าว่าจะชักปืนตรงสะโพกออกมา  แค่นั้นเด็กหนุ่มทั้งสองก็เผ่นแนบแทบไม่ทัน

“เฮ้อ  นึกว่าจะแน่”  ไรลี่ย์มองตามเด็กหนุ่มทั้งสองที่ขี่จักรยานยนต์ออกไปอย่างรวดเร็ว  จากนั้นเขาจึงได้ขับรถกลับบ้าน  แต่ยังไปได้ไม่ถึงไหน  เขาก็พบว่าสิบแปดมงกุฎรุ่นเยาว์   ถูกรุมทำร้ายอยู่ตรงมุมตึก  คาดว่าน่าจะเป็นคนของไนต์คลับที่เห็นข้อมูลจากกล้องวงจรปิดหรือไม่ก็คนของยัยป้าโบท็อกซ์นั่นแน่ๆ

ข้างทางมีจักรยานยนต์ของเด็กทั้งสองล้มอยู่  สภาพของพวกเขาสะบักสะบอมใบหน้าแตกยับ  ไรลี่ย์จึงจอดรถไว้ข้างทางแล้วลงไปดู

“มีอะไรกันรึเปล่า”  เขาถามออกไป  เป็นพวกบอดี้การ์ดของไนต์คลับนั่นเอง

“ไม่มีอะไรครับท่าน  แค่สั่งสอนไอ้เด็กเวรที่คิดจะลองดีกับร้านเราเท่านั้นเอง”  เพราะไรลี่ย์เป็นเพื่อนของอเล็กซ์ลูกค้าระดับวีไอพีของไนต์คลับ  และทุกคนก็รู้จักทายาทตระกูลแมคคานี่เป็นอย่างดี  พวกเขาจึงกล่าวกับมาเฟียหนุ่มอย่างเคารพ

“แค่นี้ก็คงพอแล้วล่ะมั้ง  เดี๋ยวฉันจะช่วยจัดการต่อให้เอง  พวกนายกลับไปเถอะ”  ไรลี่ย์บอก  ทุกคนจึงยอมทำตามแต่โดยดี 

“ไงล่ะ  ฉันบอกพวกนายแล้วว่าให้รีบไป  เอาเบอร์ผู้ปกครองพวกนายมา”  เพราะเท่าที่ประเมินจากสายตา  เด็กหนุ่มทั้งสองน่าจะเป็นผู้เยาว์อายุไม่น่าเกินสิบแปดปี  พวกเขาจึงคงจะต้องมีผู้ปกครองดูแล

“พวกเราไม่มีผู้ปกครองหรอกครับ  เราเป็นเด็กกำพร้า  คุณอย่าจับพวกเราส่งตำรวจเลยนะครับ  เราจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว  เราแค่อยากหาเงินไปให้น้องๆ ที่บ้านเท่านั้นเอง”  ชายคนที่ดูจะใจเสาะกว่ารีบบอกทั้งที่เลือดชุ่มไปทั่วตัวไม่ต่างกับอีกคน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha