23. ลวงหัวใจนายมาเฟีย ซีรี่ส์ ทายาทมาเฟีย VI

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 9 : EP.6


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“เอมมี่อยากฟังเรื่องไหนครับ” 

“เรื่องเจ้าหญิงนิทราคะ  เอมมี่ชอบ”

“แปลว่าฟังทุกวัน  ไม่เบื่อรึไงครับ”  เขาถามแต่ก็หยิบเรื่องเจ้าหญิงนิทรามาอ่านให้เธอฟัง

“ไม่เบื่อค่ะ  เอมมี่ชอบมากๆ  เหมือนที่ชอบพี่ไรลี่ย์มาก  เอมมี่เลยไม่เบื่อไงคะ”  เธอพูดเสียงใส

“เฮ้อ...นี่ถามจริงๆ นะเอมมี่  ครูเค้าสอนให้พูดแบบนี้หรือเอมมี่พูดเอง”  เขาวางหนังสือลงแล้วนั่งคุยกับเธอแทน

“เอมมี่พูดเองค่ะ  คุณครูแค่บอกว่าให้ทำตัวดีๆ เชื่อฟังผู้ใหญ่  แล้วเค้าจะรักเราเอง” 

“มันก็จริงหรอกนะที่เป็นแบบนั้น  แต่คำว่ารักของคุณครูคงไม่ได้หมายถึงว่ารักแบบชู้สาวหรอกนะครับ  เป็นแบบผู้ใหญ่รักและเอ็นดูเด็กๆ มากกว่า  พี่ไรลี่ย์น่ะไม่ได้รักเอมมี่แบบนั้นหรอกนะ”  เขาพยายามอธิบายให้เด็กน้อยเข้าใจ

“รักแบบชู้สาวเป็นยังไงเหรอคะ  หรือว่าเราจะต้องเป็นชู้กันคะ  แล้วชู้คืออะไรคะ”  คำถามของเธอเล่นเอาเขาไม่รู้จะอธิบายยังไงดีเลยทีนี้

“เอ่อ...ชู้สาวหมายถึงความรักแบบผู้ชายกับผู้หญิงที่เค้าโตกันแล้ว  ส่วนชู้เนี่ยคือ...คนที่แอบไปมีความสัมพันธ์กับคนที่มีคู่ครองอยู่แล้ว  และเราก็ไม่ควรไปเป็นชู้กับใครนะครับ”

“เอมมี่ไม่เห็นเข้าใจเลย  พรุ่งนี้ไปถามครูทิชาดีกว่า  คุณครูพูดรู้เรื่องกว่าพี่ไรลี่ย์ตั้งเยอะแน่ะ” 

“ครูชื่อทิชาเหรอครับ” 

“ใช่ค่ะ  ครูหนูสวยมากเลยนะคะ  เอมมี่อยากสวยเหมือนคุณครู  แต่ทำไมคุณครูถึงยังไม่มีแฟนก็ไม่รู้นะคะ”

“คนสวยก็ใช่ว่าจะต้องมีแฟนเสมอไปนี่ครับ  ขนาดพี่ไรลี่ย์หล่อขนาดนี้ยังไม่มีแฟนเลย”  เขาแอบยกยอตัวเองเสียอย่างนั้น

“ใครบอกว่าพี่ไรลี่ย์ไม่มีแฟนคะ  เอมมี่นี่ไงคะแฟนของพี่น่ะ  อย่านอกใจเอมมี่นะคะ  เอมมี่หึงจริงๆ ด้วย”  คำพูดของเธอทำให้ไรลี่ย์เริ่มเครียดขึ้นมาจริงๆ แล้ว  เพราะดูท่าหลานสาวตัวน้อยจะจริงจังกับเรื่องนี้เกินไปแล้ว

“นี่เอมมี่ไปเอาคำพูดพวกนี้มาจากไหนกันครับ”

“เอมมี่ได้ยินมามี้พูดกับแด๊ดดี้แบบนี้บ่อยๆ ค่ะ  คนเป็นแฟนกันต้องพูดแบบนี้ไม่ใช่เหรอคะ” 

“เฮ้อ...นี่พี่จะทำยังไงกับเอมมี่ดีนะ  เอมมี่ถึงจะเข้าใจ”  ไรลี่ย์ถอนหายใจอย่างคิดหนัก  นี่เขาต้องอยู่เป็นแฟนเธอไปอีกสองสัปดาห์รึไงกัน

 

รุ่งขึ้น

ไรลี่ย์พาเอมมี่ไปส่งที่โรงเรียนตามหน้าที่ที่อเล็กซ์มอบหมายไว้  เขามีคนขับรถและบอดี้การ์ดไปด้วย  จึงได้นั่งกับหลานสาวอยู่ด้านหลังด้วยกัน

“พี่ไรลี่ย์จะมารับเอมมี่ด้วยใช่รึเปล่าคะ”  เธอหันมาถามมาเฟียหนุ่มเมื่อใกล้ถึงโรงเรียนแล้ว

“ใช่ครับ  พี่จะมารับและมาส่งเอมมี่ทุกวันเลยนะ  จนกว่าลุง อเล็กซ์จะกลับมา” 

“ถ้าลุงอเล็กซ์กลับมาแล้ว  พี่ไรลี่ย์จะอยู่กับเอมมี่รึเปล่าคะ”

“เอ่อ...คือ...พี่...”

“อยู่กับเอมมี่นะคะ เอมมี่คิดถึง”  เธอจับมือเขาแน่น

“เอาเป็นว่าถ้าเอมมี่เป็นเด็กดี  พี่ไรลี่ย์จะแวะไปหาที่บ้านบ่อยๆ ก็แล้วกันนะครับ” 

“เอมมี่เป็นเด็กดีค่ะ  เอมมี่จะเชื่อฟังพี่ไรลี่ย์ค่ะ”  เด็กหญิงยิ้มดีใจ

ไม่นานนัก  รถตู้คันใหญ่ก็มาถึงโรงเรียนอนุบาล  ไรลี่ย์จูงมือหลานสาวลงจากรถแล้วพาเธอเดินเข้าไป  ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของครูสาวทั้งหลายที่ยืนรอเด็กๆ อยู่หน้าประตูโรงเรียน

“คุณครูขา...เอมมี่พาแฟนมาหาคุณครูค่ะ” 

เอมมี่ร้องตะโกนไปหาทิชากรแต่ไกล  เธอจึงได้หันมาดูก็พบว่าแฟนของเด็กนักเรียนตัวน้อยก็คือผู้มีพระคุณของเธอนั่นเอง  ซึ่งไรลี่ย์ก็ตกใจไม่น้อยที่พบกับเธออีก  ซึ่งวันนี้เธอดูไม่เหมือนคราวก่อนที่พบกัน  เนื่องจากเธอแต่งหน้าอ่อนๆ อีกทั้งยังสวมชุดเดรสน่ารักและรวบผมเรียบร้อย  แปลกเหมือนกันที่เขาจำเธอได้  ทั้งที่ปกติเขาจะไม่ค่อยจำหน้าผู้หญิงเท่าไหร่นัก

“คุณ...คุณนั่นเอง  สวัสดีค่ะ”  เธอรีบยกมือไหว้เขา 

“อ้อ  คุณเองสินะ  ครูที่ชอบสอนเอมมี่ให้คิดอะไรแปลกๆ น่ะ”  เขาหาเรื่องเธอเสียอย่างนั้น

“คุณหมายถึงอะไรคะ  ดิฉันไม่เข้าใจ”

“เอมมี่จ๋า...หนูไปเล่นกับเพื่อนก่อนนะครับ  พี่ขอคุยกับคุณครูหน่อยนะ”  เขาลูบศีรษะเอมมี่อย่างเอ็นดู

“ก็ได้ค่ะ  คุณครูรีบตามไปนะคะ”  เอมมี่หันมายิ้มให้ครูของเธอแล้วจึงไปวิ่งเล่นกับเพื่อนร่วมชั้นที่อยู่แถวนั้น

“ตามผมมาทางนี้”  ไรลี่ย์มองหาที่สงบๆ ซึ่งเป็นที่นั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากประตูนักแต่ก็ค่อนข้างเป็นส่วนตัว

ทิชากรเดินตามเขาไปแต่โดยดี  แม้จะมีครูคนอื่นแอบอิจฉาอยู่ไม่น้อยที่เธอได้อยู่กับชายหนุ่มสุดหล่อคนนี้ตามลำพัง

“คุณมีอะไรจะพูดกับดิฉันเหรอคะ”

“ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าโรงเรียนมีชื่อเสียงขนาดนี้รับคนแบบคุณเข้าทำงานในฐานะครูได้ยังไง”  เขาเริ่มพูดจาดูถูกเธอทันที

“ทำไมคุณถึงพูดแบบนี้ล่ะคะ”  เธอถามอย่างสงสัย

“ผมหมายถึงพวกคุณน่ะเป็นพวกสิบแปดมงกุฎยังไงล่ะ  การให้พวกมิจฉาชีพมาอยู่กับเด็กอนุบาลแบบนี้ผมว่าไม่เหมาะเท่าไหร่นะ”  คำพูดของเขาเล่นเอาเธอถึงกับสะอึกไปเลย

“ขอโทษนะคะ  ดิฉันเคยบอกไปแล้วว่าคุณเข้าใจพวกเราผิด  น้องชายของดิฉันอาจจะหลงผิดไปชั่ววูบถึงได้ทำเรื่องไม่ดีลงไป  แต่พวกเราไม่ใช่สิบแปดมงกุฎหรอกนะคะ  พวกเราเป็น...เด็กกำพร้าที่แม่วิไลเก็บมาเลี้ยงจนเติบใหญ่  แม้พวกเราจะจนและไม่มีพ่อแม่ที่แท้จริงคอยดูแล  แต่เราก็ไม่ใช่คนเลว  อีกอย่างดิฉันเข้ามาทำงานที่นี่ได้ด้วยการสอบแข่งขัน  ไม่ใช่เพราะโชคช่วย  ความรู้ความสามารถที่ดิฉันมีก็ไม่ได้ด้อยกว่าใครเลย  ดิฉันสามารถดูแลเด็กๆ ที่นี่ได้อย่างแน่นอนค่ะ  ถ้าหากว่าคุณเสร็จธุระแล้ว  ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ  ได้เวลาต้องไปดูแลพวกเด็กๆ แล้วค่ะ”  เธอพยายามข่มความรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจนี้ไว้แล้วฝืนยิ้มให้เขาไป


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha