25. เสน่หามนตราลิลลี่ ซีรี่ส์ ดอกไม้ของมาเฟีย I

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 1 : แม่มดลิลลี่


ตอนต่อไป


ตอนที่ ​ 1

แม่มดลิลลี่


“แม่จ๋า...แม่...อย่าไป...อยู่กับหนูก่อน...แม่...”

“ลิลลี่!  ลิลลี่!  ตื่นได้แล้วนะ  สายแล้ว...”  

เสียงเรียกเหมือนในทุกๆ เช้า  ปลุกให้เจ้าของชื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

“พี่แนท...กี่โมงแล้วจ๊ะ” 

ลิลณีกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับแสงพร้อมกับลุกขึ้นมานั่งบิดตัวไปมาเพื่อขับไล่ความปวดเมื่อย  นี่เธอฝันถึงมารดาอีกแล้วสินะ...

“จะเก้าโมงแล้วจ้ะ  มีนัดลูกค้าสิบโมงครึ่งไม่ใช่รึไง  ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะนะ  พี่ทำอาหารเช้าให้เสร็จแล้วล่ะ”  แนทหรือนาตาชา  พี่สาว...ไม่สิผู้มีพระคุณของเธอต่างหาก  บอกด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเมตตาอย่างเช่นทุกวัน

“จ้ะพี่แนท  งั้นเดี๋ยวลิลลี่ตามลงไปนะ”  เด็กสาวก้าวลงจากเตียงนอนสีขาวสะอาดแล้วจึงคว้าผ้าเช็ดตัวที่อยู่ไม่ไกลมุ่งไปเข้าห้องน้ำในห้องของตนเอง

นาตาชาลงไปที่ชั้นล่างของบ้านหลังเล็กๆ ในตรอกหนึ่งของลาสเวกัส  ที่ซึ่งเป็นทั้งบ้านและที่ทำงานของแม่มดสาว...

***‘แม่มดลิลลี่’*** 

ชื่อที่คนอื่นใช้เรียกน้องสาวบุญธรรมของเธอ  ลิลณี  ภาวิลักษณ์  หรือลิลลี่  เด็กสาววัยสิบเก้าปี  ที่มารดาของเธอรับมาเลี้ยงดูตั้งแต่สองขวบเพราะบิดาชาวไทยและมารดาชาวอเมริกันของลิลณีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่  และพวกเขาก็เป็นเพื่อนสนิทกับมารดาของเธอ

นาตาชานั้นอายุได้ยี่สิบแปดปีแล้ว  เรียกว่าห่างกับน้องสาวคนนี้เกือบรอบเลยทีเดียว  แต่เพราะอยู่ด้วยกันมากว่าสิบเจ็ดปีทำให้พวกเธอเหมือนพี่น้องแท้ๆ  เพราะมารดาของเธอเองก็เสียชีวิตไปเมื่อสามปีก่อนนี้เอง  ทำให้สองพี่น้องต้องอยู่ด้วยกันตามลำพังโดยอาศัยความสามารถพิเศษของน้องสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกันคนนี้

ความสามารถพิเศษที่ว่านั่นก็คือ  ลิลณีสามารถมองเห็นอนาคตของคนอื่นในระยะเวลาหนึ่งปีข้างหน้าได้  แต่ก็นั่นแหละ  เธอมองเห็นแค่ปีเดียวต่อจากนี้เท่านั้น  แปลว่าคนที่ต้องการให้เธอช่วยเหลือสามารถพบเธอได้ปีละครั้งจะมาถามเรื่องเดิมซ้ำๆ ในหนึ่งปีไม่ได้เด็ดขาด

การเห็นอนาคตของคนอื่นนี้  เริ่มแสดงออกมาตั้งแต่สามปีก่อน  ใช่...มีมาตั้งแต่มารดาของนาตาชาเสียชีวิต  เพราะมารดาของนาตาชาคือแม่หมอผู้เลื่องชื่อในเรื่องการทำนาย  หากแต่ความสามารถนั้นกลับไม่สืบทอดไปถึงสายเลือดแท้ๆ  แต่กลับส่งผ่านไปหาลิลณีเพราะในขณะที่มารดาของนาตาชากำลังจะสิ้นใจ  มีเพียงลิลณีที่อยู่เคียงข้างเนื่องจากในเวลานั้นนาตาชาต้องไปทำงานต่างเมือง  แม้เธอจะรีบเร่งเดินทางมาดูใจมารดาครั้งสุดท้าย  แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว

“ลิลลี่...หนูคือคนที่ถูกเลือกแล้วนะ...จำเอาไว้ว่าสิ่งนี้จะทำให้ชีวิตของหนูเปลี่ยนไปตลอดกาล”

คำพูดที่นางเทเรน่า  มารดาของนาตาชาบอกเอาไว้ก่อนสิ้นลมพร้อมกับบีบมือของเด็กสาววัยสิบหกปีเอาไว้แน่นยังฝังแน่นอยู่ในโสตประสาทของแม่มดสาวจนถึงทุกวันนี้

และนับจากวันนั้นมา...ชีวิตของเธอก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป


จากเด็กสาวไฮสคูลทั่วไป  กลับกลายเป็นเจ้าแม่ที่หยั่งรู้ฟ้าดิน  และเมื่อเธอได้คายความลับของสวรรค์ออกไปเมื่อไหร่  จะมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับเธอทุกครั้ง  นั่นคือเธอจะมีเลือดกำเดาไหลออกมาในจำนวนมากถึงขนาดเป็นลมไปเลยก็มี  เป็นเหตุผลให้เธอเลือกจะรับงานนี้เพียงสัปดาห์ละหนึ่งวัน  วันละสามคนเท่านั้น  ส่งผลให้ค่าตัวของแม่หมอวัยใสสูงถึงครั้งละหนึ่งหมื่นเหรียญสหรัฐ (ประมาณสามแสนสองหมื่นบาท)  เลยทีเดียว  เพราะพวกเธอจะนำเงินครั้งละสองพันเหรียญไปทำบุญกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่เสมอ

และเพราะรายได้มากขนาดนี้นี่เอง  ที่ทำให้สองพี่น้องไม่ได้ลำบากหรือขัดสน  แม้จะถูกบางคนตราหน้าว่าเป็นพวกลวงโลก  แต่ก็มีเพียงคนที่เข้ามาดูดวงกับเธอเท่านั้นที่รู้ดีว่าสิ่งที่เธอบอกคือเรื่องจริงหรือไม่

วันนี้คือวันเสาร์วันที่เธอจะต้องรับงานอีกครั้ง  ที่เธอเลือกเปิดสำนักในวันนี้ เพราะผลข้างเคียงของการเป็นแม่หมอจะทำให้เธอไม่อาจลุกไปไหนได้เลยในวันถัดไป  ซึ่งมันคงจะดีกว่าหากเธอจะพักร่างกายในวันอาทิตย์ซึ่งเธอไม่ต้องไปเรียนนั่นเอง

“วันนี้มีลูกค้ารายเดียวนะ  เค้าเหมาเวลาของลิลลี่ทั้งวันเลย  ดีจังให้มาตั้งสี่หมื่นเหรียญแน่ะ  มากกว่าที่เรารับลูกค้าสามคนอีกนะ”

นาตาชาบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม  แม้จะรู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น  แต่เธอก็เตรียมของบำรุงร่างกายให้น้องสาวเอาไว้แล้ว  และที่สำคัญ  เมื่อลิลณีอายุครบยี่สิบปีเมื่อไหร่  พวกเธอจะเลิกทำอาชีพนี้เสียที  และหันไปเปิดร้านอาหารเล็กๆ ด้วยกัน  เพราะคงมีเงินมากพอแล้วเมื่อถึงตอนนั้น

“ดีเลยจ้ะ  หนูจะได้ไม่เหนื่อยมาก”  ลิลณีบอกพร้อมกับเคี้ยวอาหารอย่างมีความสุข

“พี่ขอโทษนะ  ที่ทำให้ลิลลี่ต้องเหนื่อยอยู่คนเดียว”  นาตาชาเองก็ไม่เคยชอบอาชีพนี้เท่าใดนัก  ตั้งแต่สมัยของมารดาแล้ว

“พูดแบบนี้อีกแล้ว  บอกแล้วไงคะ  ว่าหนูทำได้  พี่แนทกับแม่มีพระคุณกับหนูมาก  หนูดีใจด้วยซ้ำที่ได้ความสามารถนี้แทนพี่แนท  พี่แนทจะได้ไม่ต้องเลือดออกแบบหนู  ไม่เป็นหรอกเนาะ  อีกปีเดียวเราก็จะทำงานปกติเหมือนคนอื่นเค้าแล้ว”  ลิลณีบอกเช่นเดียวกับทุกครั้ง

“จ้ะ  ตอนนี้เงินในบัญชีเราก็มีเยอะพอสมควรแล้วนะ  พี่ก็ไปหาทำเลเปิดร้านอยู่เหมือนกัน  ถ้าเปิดร้านได้เมื่อไหร่ลิลลี่ไม่ต้องทำอะไรเลยนะ  เรียนหนังสืออย่างเดียวพอ  พี่จะดูแลร้านเองแลกกันไง” 

“โธ่  พี่แนทขา...พี่แนทก็รู้ว่าหนูเป็นพวกอยู่เฉยได้ซะที่ไหนล่ะ  ขืนให้หนูเรียนอย่างเดียวก็เบื่อตายพอดี  ให้หนูเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านดีกว่านะคะ  เพราะเรื่องอาหาร...ก็เห็นๆ กันอยู่  ว่าถ้าหนูทำทีไรได้ท้องเสียตลอด”  เด็กสาวนึกขัน  เมนูล่าสุดที่เธอทำคือไข่เจียวง่ายๆ  แต่ก็ไหม้เป็นตอตะโก

“จ้า  แม่น้องสาวจอมขยัน” 

สองพี่น้องทานอาหารเช้าร่วมกันอย่างมีความสุขเพื่อเตรียมตัวรับลูกค้าวีไอพีที่นาตาชาก็ได้ยินแต่เสียง  รู้เพียงว่าเป็นผู้ชายเท่านั้นเพราะเขาโทรมาจองคิวกับเธอตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เวลาสิบโมงครึ่ง  ตามเวลานัด  ลูกค้าของพวกเธอก็มาถึงบ้านสีขาวหลังเล็กอันแสนอบอุ่น

รถสปอร์ตยี่ห้อหรูจอดสนิทอยู่หน้าบ้าน  แล้วผู้ชายใส่สูทสองคนก็ก้าวลงมา  ก่อนจะหันไปเปิดประตูรถด้านหลังให้ใครคนหนึ่งได้ก้าวลงมา

“นี่น่ะเหรอ  สำนักดูดวงของยัยสิบแปดมงกุฎนั่นน่ะ”  น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความหงุดหงิดปะปนไปด้วยความเหยียดหยันเอ่ยถามลูกน้อง

“ครับนาย บ้านหลังนี้ไม่ผิดแน่ครับ”  ลูกน้องของเขาบอก

“อืม...งั้นก็เข้าไป” 

ร่างสูงก้าวไปตามทางเดินระหว่างสนามหญ้าเล็กๆ เข้าไป  โดยที่บอดี้การ์ดเป็นคนกดกริ่งเรียก  ไม่นานนัก  นาตาชาจึงได้มาเปิดประตู

“มาพบใครคะ”  เธอเอ่ยถามเสียงหวาน

“นายของเรามีนัดกับแม่มดลิลลี่” 

“อ๋อ  ใช่คุณโรบิน  คาลอฟกี้รึเปล่าคะ”  

“ใช่”

“งั้นเชิญด้านในเลยค่ะ”  นาตาเปิดประตูให้ชายหนุ่มทั้งสามเข้าไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม








++++++++++++อิอิ  มาแล้วจ้าาาาาา  พี่โรบินลูกชายคนโตของพี่ร็อบกับหนูบัวของเรา  (จากเรื่องรักสุดท้ายของนายมาเฟีย)  ใครไม่เคยอ่าน  ตามไปอ่านก่อนได้นะคะ+++++++++



ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha