35. อิศรา ซีรี่ส์ My Mafia Doctor II (จบบริบูรณ์)

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 5 : EP.5


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

คฤหาสน์ฤทธิรงค์คุณากร

พระอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้าเต็มที  คุณหมอหนุ่มขึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปสูดอากาศที่ริมระเบียงห้องตัวเอง  แต่เพราะระเบียงห้องของเขาหันหน้าไปทางคฤหาสน์ที่อยู่ถัดไป  เขาจึงได้มองเห็นสนามหญ้าขนาดใหญ่ของเพื่อนบ้านได้อย่างชัดเจน  และตอนนี้สนามหญ้านั้นก็มีใครบางคนกำลังวิ่งออกกำลังกายอยู่

เขาตั้งใจจะลุกแล้วกลับเข้าไปในห้องดังเดิม  แต่ยิ่งมองเธอนานเท่าไหร่  สองขาของเขาก็กลับก้าวไม่ออก  แล้วสมองก็นึกย้อนไปถึงวันแรกที่เขาได้พบกับเธอ  ซึ่งเป็นวันแรกที่พวกเขาย้ายมาอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้นั่นเอง

“ทำไมนะกั้ง  ทำไมเธอถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้  น้องกั้งที่น่ารักและนิสัยดีคนนั้น...หายไปไหนแล้ว” 

ตั้งแต่ที่เขากับเธอรู้จักกันมา  นับจนถึงวันนี้ก็สิบปีเต็มแล้ว  แต่เหมือนกับว่าเขาเคยไม่รู้จักตัวตนจริงๆ ของเธอเลยสักครั้ง

เขาเคยแอบชื่นชมในความสวย  แอบชื่นชมรอยยิ้มใสๆ และการเป็นคนตรงๆ ของเธอมาตลอด  แต่แล้วเหตุการณ์ในวันหนึ่งก็ทำให้เขามองเธอเปลี่ยนไป

จำได้ว่าวันนั้น  เขาอาสาขับรถไปส่งเธอที่มหาวิทยาลัยตอนที่เรียนปีหนึ่งเพราะเธอยังไม่มีรถขับและถึงจะมีคนขับให้  เขาก็ยังอยากไปส่งเธออยู่ดี  หลังจากนั้นตอนเย็นเขาก็โทรบอกว่าจะแวะรับเธอกลับบ้านด้วยกัน  จนเมื่อรถคันหรูจอดรออยู่ที่หน้าตึกคณะ  รออยู่นานก็ไม่เห็นเธอออกมาเสียที  เมื่อออกไปถามเพื่อนของเธอที่เดินผ่านมา  ก็ได้ความว่าเธอเข้าไปพบกับอาจารย์เพื่อส่งรายงานก่อนเขาจึงได้ถามทางและเดินตามไป  เพราะคิดว่าเธออาจจะลืมนัดของเขาก็ได้

แต่เขายังไม่ทันไปถึงจุดหมาย  สายตาก็พลันมองไปเห็นกังสดาลกับอาจารย์หนุ่มกำลังหอมแก้มกันอยู่หน้าประตูห้องพักอาจารย์  แถมเธอยังช่วยติดกระดุมเสื้อให้กับเขาอีกด้วย  ซึ่งไม่ต้องมีใครบอกเขาก็พอจะคิดได้  ว่าคนทั้งคู่ผ่านกิจกรรมอะไรร่วมกันมา  และตั้งแต่วันนั้นกังสดาลก็ได้เข้าสู่วงการบันเทิงเต็มตัว  จนกลายเป็นนางแบบดังของประเทศเพียงเวลาไม่กี่ปี  ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเธอใช้ร่างกายเข้าแลกกับงานใหญ่ๆ มาโดยตลอด  ซึ่งก็คงสอดคล้องกับภาพที่เขาเห็นในวันนี้

ไม่เพียงแค่นั้น  เมื่อหลายเดือนก่อน  ก็มีภาพของเธอกับนายแบบหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาจากโรงแรมด้วยกันในยามวิกาล  แม้เธอจะออกมาให้ข่าวว่าเป็นการเข้าใจผิด  แต่ก็คงไม่มีใครเชื่อ  อย่างน้อยก็เขาคนหนึ่งล่ะ

แม้เธอจะเคยพยายามอธิบายให้เขาฟังอยู่บ่อยครั้ง  ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง  แต่จากการที่เขาได้พบเจอเหตุการณ์หลายอย่างตลอดหลายปีที่ผ่านมา  คำพูดและการกระทำของเธอมันก็สวนทางกันเสมอ  จนในที่สุด  ภาพหลุดการร่วมรักของเธอกับนายแบบอีกคนหนึ่งภายในรถคันหรูก็ทำให้เขาไม่อาจมองเธอเป็นน้องสาวได้เหมือนเดิมอีกเลย  ทั้งยังรู้สึกรังเกียจและขยะแขยงเธอยิ่งกว่าไส้เดือนกิ้งกือ  หรือบางที...อาจะเป็นเพราะเขาเกลียดตัวเองที่ครั้งหนึ่ง...เคยเผลอใจไปรักผู้หญิงร้อยเล่ห์คนนั้น

แต่น่าแปลก  ไม่ว่าเธอจะโดนข่าวฉาวเล่นงานขนาดไหน  เธอก็ยังคงโด่งดังและมีชื่อเสียง  มีงานรัดตัวจนแทบไม่มีเวลาว่าง คงเพราะใบหน้าที่สวยสง่าและรูปร่างเย้ายวนใจที่ไม่มีใครเทียบได้นั่นล่ะมั้ง

ดูเหมือนคนถูกแอบมองจะเริ่มรู้ตัว  เมื่อกังสดาลหันไปมองบ้านข้างๆ และพบว่าบนชั้นสามของคฤหาสน์หลังงามนั้น  มีใครบางคนยืนอยู่  และต่อให้ไกลแค่ไหน  เธอก็ยังจำได้ว่าเขาเป็นใคร

ร่างเล็กหมุนตัวกลับแล้วเริ่มออกวิ่งไปในทิศทางที่เธอเพิ่งจะผ่านมา  เธอรักเขา  รักคนที่ไม่มีหัวใจคนนั้น  รักคนที่ไม่เคยสนใจจะรับฟังคำอธิบายของเธอเลย  ทั้งที่เขา...ควรจะเป็นที่รู้จักเธอดีไม่น้อยไปกว่าคนในครอบครัวแท้ๆ


คนแอบมองเองก็หมุนตัวกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้งเมื่อสนามหญ้าของบ้านข้างๆ  มีเพียงความว่างเปล่า  เขาล้มตัวลงนอนบนเตียงนอนขนาดใหญ่  แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม

กริ๊ง...กริ๊ง...กริ๊ง...

เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นรบกวนความเงียบงัน  มือหนาควานไปกดรับสายโดยไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าใครโทรมา

(“สวัสดีครับ”)  น้ำเสียงนั้นบ่งบอกถึงความเหนื่อยหน่ายใจจนคนฟังรู้สึกได้

(“เฮ้ย  ไอ้อิศ  เป็นอะไรวะ  ทำไมทำเสียงอย่างกับคนอกหัก  ได้ข่าวว่าแกมีแฟนแล้วนี่หว่า  หรือว่าโดนทิ้งวะ”)  ปลายสายหยอกเย้าอย่างอารมณ์ดี  ทำให้คุณหมอหนุ่มต้องก้มลงมองชื่อของคนที่โทรมาให้แน่ใจ

(“อ้าว  แกเองเหรอธนา  มีอะไรรึเปล่าถึงได้โทรมาได้น่ะ  ไหนไอ้สินบอกว่าแกไปทำงานที่ภาคใต้ไง”

(“กลับมาได้หลายเดือนแล้วว่ะ  ฉันมาเปิดบริษัทนักสืบเอกชนน่ะ  พรุ่งนี้มีงานทำบุญเลี้ยงพระฉลองเปิดสำนักงานใหม่  ถ้าแกว่างก็แวะมาสิ  เดี๋ยวจะส่งแผนที่ให้”)

(“อะไรของแกวะ  เรียนจบหมอแล้วมาทำงานนักสืบเนี่ยนะ”)  เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วเริ่มอารมณ์ดีมากขึ้น  เมื่อได้คุยกับเพื่อนรักที่ห่างหายกันไปหลายปี

(“เรื่องมันยาวน่ะ  เอาไว้จะเล่าให้ฟัง  ถ้าแกมีงานอะไรให้ฉันสืบก็บอกได้เลยนะเพื่อนรัก  เดี๋ยวฉันจะคิดราคาให้เป็นพิเศษเลยล่ะ”)  ธนากร  อดีตอายุรแพทย์รุ่นเดียวกับอิศราบอกอย่างตื่นเต้น

(“ไม่ล่ะ  ฉันคง...”)  อยู่ดีๆ เขาก็เริ่มคิดบางอย่างออกมาได้

(“มีอะไรรึเปล่าวะ  ทำไมเงียบไปล่ะ”)

(“เอาไว้พรุ่งนี้ถ้าแกว่างแล้วฉันจะบอกอีกทีก็แล้วกัน  พรุ่งนี้ฉันอาจจะเข้าไปหาแกตอนบ่ายนะ  ส่งที่อยู่มาในไลน์ละกัน  ถ้าถึงแล้วจะโทรหา”)  

(“โอเค  งั้นพรุ่งนี้เจอกัน  ถ้าแฟนแกว่างก็พามาแนะนำให้พวกเรารู้จักหน่อยสิวะ  นี่ฉันก็นัดไอ้สินกับไอ้วิทย์ไว้ด้วยจะได้รู้จักกันไว้”)

(“คง...ไม่สะดวกว่ะ  ฉันไปคนเดียวดีกว่า”)

(“นี่แกคงไม่ได้มีปัญหากับแฟนหรอกนะ”)  ธนากรถามอย่างรู้ทัน

(“ฉันก็ไม่รู้ว่ะ  ฉัน...ไม่รู้ว่า...ความจริงแล้ว...ใครเป็นยังไงกันแน่”)

(“ยิ่งพูดก็ยิ่งอยากรู้โว๊ย...เอาเป็นว่าพรุ่งนี้แกก็แถลงมาให้หมดละกัน  ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้เลย  ฉันยินดีช่วยแกเต็มที่”) 

(“ขอบใจมากไอ้เพื่อนยาก  ดูแล้วแกก็เหมาะจะเป็นนักสืบมากกว่าหมอจริงๆ ซะด้วยสิ”)

(“จะว่าฉันสาระแนล่ะสิ  ไอ้เวรนี่  แค่นี้แหละ  เดี๋ยวไปอาบน้ำให้ลูกก่อน”)

(“อะไรนะ  นี่แก...มีลูกมีเมียตอนไหนวะ”)  คุณหมอหนุ่มแทบหลุดขำ  ไม่อยากจะเชื่อว่าเพลย์บอยตัวพ่ออย่างธนากรจะมีครอบครัวไปก่อนเขาเสียอีก

(“เฮ้อ...เรื่องมันยาวว่ะ  พรุ่งนี้ดูท่าเราคงมีอะไรต้องอัพเดทข่าวสารกันอีกเยอะเชียวล่ะ  แค่นี้นะเพื่อน  พรุ่งนี้เจอกัน”)

(“โอเคๆ”)

แล้วเขาก็วางสายไป  พร้อมกับคิดถึงเรื่องที่เขาควรจะทำเพื่อให้ปัญหาทุกอย่างมันคลี่คลายลงไปเสียที


วันต่อมา

สำนักงานนักสืบเอกชนธนากร

ตอนแรกคุณหมอหนุ่มคาดว่าสำนักงานของเพื่อนรักนั้นจะมีลักษณะเหมือนทาวน์โฮมเล็กๆ ทำกันในครอบครัวเท่านั้น  แต่อาคารสูงสี่ชั้นกินพื้นที่กว่าห้าคูหาตรงหน้า  ทำให้เขาต้องมองเพื่อนรักเสียใหม่  เพราะดูแล้วสำนักงานแห่งนี้น่าจะมีพนักงานมากกว่าสามสิบคนเลยทีเดียว

“อ้าวไอ้อิศ  มาแล้วเหรอวะ  มาๆ เข้ามาก่อน ไอ้สินกับไอ้วิทย์ก็อยู่ข้างในแล้ว”  ธนากรในมาดของนักธุรกิจภายใต้ชุดสูทภูมิฐานเดินเข้ามาลากตัวเพื่อนรักเพื่อพาเข้าไปภายในสำนักงานและมุ่งหน้าไปบนชั้นสี่ซึ่งเป็นห้องทำงานของเขานั่นเอง

“โอ้โห  มาจนได้นะครับไอ้คุณอิศ  นึกว่าไอ้ธนามันจะพาตัวมาไม่ได้ซะแล้ว”  สุรสิน  อดีตแพทย์หนุ่มที่ผันตัวเองมาทำบริษัทเครื่องสำอางรายใหญ่ของภาคตะวันออกเป็นฝ่ายทักทายเพื่อนร่วมรุ่นก่อน

“นั่นสิวะ  ตอนไอ้ธนาบอกว่าไอ้อิศจะมาด้วย  ฉันนี่แทบไม่อยากเชื่อว่าจักษุแพทย์อันอับต้นๆ ของเมืองไทยจะเจียดเวลามางานนี้ได้”  นายแพทย์ภาวิทย์  ผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมพลาสติกให้กับดาราดังหลายคนรีบพูดเสริม

“พวกแกก็เว่อร์เกินไป  แต่ละคนก็งานยุ่งเหมือนกันไม่ใช่รึไง  ในเมื่อไอ้ธนามันเปิดบริษัททั้งที  ฉันจะไม่มาได้ยังไงล่ะ”  อิศราบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“เอาน่า  ไหนๆ ไอ้อิศมันก็มาได้แล้ว  พวกแกก็อย่าไปแซวมันนักเลย  เดี๋ยวฉันจะให้แม่บ้านเอาผลไม้มาให้ก่อนละกัน  ตอนเย็นๆ ถ้าพวกแกไม่ได้ไปไหน  ค่อยไปปาร์ตี้กันต่อที่บ้านฉัน  รอส่งแขกให้เสร็จก่อน”

“ก็ดี  วันนี้ฉันว่างทั้งวัน  นานๆ เจอกันทีไปเมากันให้ปลิ้นก็ดีเหมือนกัน”  สุรสินเห็นดีด้วย

“ฉันก็ว่าง  วันนี้ปิดคลินิกให้เพื่อนรักหนึ่งวัน  แล้วแกล่ะไอ้อิศ  ไหวรึเปล่า”  ภาวิทย์บอกอย่างอารมณ์ดี

“วันนี้ฉันก็ไม่มีคิวตรวจแล้วเหมือนกัน  อีกอย่าง...ฉันก็มีงานแรกให้แกทำด้วยว่ะไอ้ธนา”  อิศราตอบรับด้วยใบหน้าเคร่งขรึม  จนเพื่อนรักทั้งสามต้องมองหน้ากันอย่างสงสัย




ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha