35. อิศรา ซีรี่ส์ My Mafia Doctor II (จบบริบูรณ์)

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 7 : EP.7


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“ไอ้พวกนี้นี่  เปลี่ยนเรื่องกันเร็วจริงวุ้ย  คือ...ฉัน...มีแต่ลูกว่ะ  ไม่มีเมีย”  ธนากรถอนหายใจเฮือกใหญ่  เมื่อคิดถึงเรื่องของตัวเอง

“อะไรนะ!  นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ  มีลูกไม่มีเมีย  หรือว่า...เมียแก...ตายแล้ว”  ภาวิทย์คาดเดา

“ไม่ได้ตายโว๊ย!”  ธนากรโวยลั่น

“งั้นก็หนีตามชู้  แกเลยตรอมใจจนต้องมาเปิดสำนักงานนักสืบ แบบนี้สิท่า”  สุรสินพูดบ้าง

“ไม่ได้ตาย  ไม่ได้หนีตามชู้  แต่ฉันไม่มีเมีย  ไม่เคยมีเลยน่ะเข้าใจรึเปล่า”  ธนากรบอกอย่างอารมณ์เสีย

“แล้วตกลงแกมีลูกได้ยังไงวะ  หรือว่า...”  อิศราอยากจะลองเดาดูบ้างแต่ก็ถูกสะกัดไว้ก่อน

“พอเลยไอ้อิศ  พวกแกนั่งเงียบๆ แล้วฟังอย่างเดียวพอ  คืออย่างนี้...”  ธนากรเริ่มต้นเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนรักทั้งสามคนได้ฟัง  โดยนึกย้อนไปเมื่อสองปีก่อน  ตอนที่เขายังทำงานเป็นหมออยู่ที่จังหวัดภูเก็ต

“วันนั้นฉันกำลังจะขับรถกลับคอนโดหลังจากหมดเคสฉุกเฉินตอนเที่ยงคืน แต่พอมาถึงรถก็ได้ยินเสียงเด็กทารกร้องไห้ดังมาก  ฉันก็มองหาต้นตอของเสียงก็ปรากฎว่าเด็กถูกทิ้งเอาไว้ข้างถังขยะซึ่งมีรถของฉันจอดอยู่ตรงนั้นคันเดียว  ฉันก็เลยรีบพาเด็กกลับเข้าไปในโรงพยาบาล  ให้พวกพยาบาลเค้าช่วยดูแลไปก่อน  จากนั้นพวกเราก็ช่วยกันตามหาแม่เด็กจนรู้ว่าเป็นใคร”

“อ้าว  ถ้ารู้ว่าแม่เด็กเป็นใคร  แล้วแกเอามาเลี้ยงเองทำไมวะ  หรือว่า...แม่เด็กคือคู่ขาเก่าแกรึไง”  สุรสินถามอย่างสนใจ

“เปล่า  ฉันกับแม่เด็กไม่รู้จักกันมาก่อนหรอก ตอนที่เจอตัว...แม่เด็กก็...โดนฆ่าตายไปแล้ว  ถูกแทงตายน่ะ  คิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายา  แล้วพอสืบประวัติแม่เด็กคนนั้นก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน  ตอนแรกพวกเราก็คิดว่าคงจะต้องพาเด็กไปให้มูลนิธิที่เกี่ยวข้อง  แต่พอได้อยู่กับเด็กนานๆ เข้า  ฉันก็สงสารว่ะ  ไม่อยากให้แกโตมาแบบไม่มีอนาคต  อีกอย่างที่ตัวเด็ก...ก็มีหลักฐานบางอย่างที่อาจจะนำไปสู่คนร้ายที่ฆ่าแม่เด็กหรือไม่ก็อาจจะเป็นหลักฐานให้เราสืบหาครอบครัวทางพ่อเด็กได้”

“มิน่าล่ะ  แกถึงได้มาเปิดสำนักงานนักสืบ  แต่แกแน่ใจเหรอวะที่ทิ้งอาชีพหมอแล้วมาทำงานนี้น่ะ”  ภาวิทย์ถามต่อ

“พวกแกก็รู้ว่าความจริงฉันก็ไม่ได้อยากเป็นหมอตั้งแต่แรก  แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรกันแน่  พอพ่อกับแม่บอกให้เรียนหมอก็เลยเรียน  จนมาได้พัวพันกับเด็กคนนี้นี่แหละ  ฉันถึงรู้สึกว่าฉันอยากตามหาความจริงให้กับเธอ”  ธนากรบอกอย่างมุ่งมั่น

“เธอ?  แปลว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กผู้หญิงเหรอ”  อิศราถามบ้าง

“อืม  ชื่อน้องฟ้าใส  ตอนนี้ก็เกือบสองขวบแล้วล่ะ  กำลังน่ารักน่าชังเชียว  แถมยังเลี้ยงง่ายไม่ดื้อด้วย  ตัวนี่ขาวอวบจ้ำม่ำน่ารักอย่าบอกใครเลยนะ”  เมื่อพูดถึงลูกสาวบุญธรรม  คนเป็นพ่อก็ยิ้มแก้มปริอยากจะกลับไปฟัดเธอให้หายคิดถึง

“แล้วนี่แกเลี้ยงคนเดียวเลยเหรอ  หรือว่าให้แม่แกช่วยเลี้ยง”  สุรสินนึกขันเมื่อเห็นแววตาของอดีตเพลย์บอยยามที่พูดถึงเด็กคนนั้น

“อือ  ก็ให้แม่กับพ่อช่วยเลี้ยงด้วยนั่นแหละ  นี่ก็ให้ท่านช่วยเซ็นรับรองบุตรให้  เพราะฉันมันตัวคนเดียวการจะรับเด็กเป็นลูกมันต้องทำหลายขั้นตอน  ตอนนี้ถ้าพูดกันจริงๆ  หนูฟ้าใสก็เป็นน้องสาวฉันนั่นแหละ  แต่ฉันชอบเรียกเธอว่าลูกมากกว่า”

“เฮ้อ...ไม่คิดว่าคนอย่างแกจะทำอะไรแบบนี้ได้  แล้วนี่แกก็กำลังตามสืบเรื่องของหนูฟ้าใสอยู่ล่ะสิ”

“ใช่  ตอนแรกก็จะไปจ้างคนอื่นทำนั่นแหละ  แต่พอทำไปทำมาฉันอยากลงมือด้วยตัวเองว่ะ  เลยเปิดสำนักงานไปซะเลย  ความจริงก็ว่าจะเปิดเล็กๆ เท่านั้นนะ  แต่คุณหญิงแม่ของฉันท่านก็เจ้าบุญทุ่มอยู่แล้ว  เลยจัดมาให้ซะอลังการอย่างที่เห็น”

“อ้อ  ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง”  ทุกคนมองหน้ากันอย่างเข้าใจเจตนารมย์ของเพื่อนรักในที่สุด

หลังจากนั้นพวกเขาก็นั่งคุยกันไปอีกพักใหญ่  กว่าที่เจ้าของสำนักงานจะส่งแขกกลับหมด  ทุกคนจึงไปสังสรรค์ต่อที่คฤหาสน์หลังงามของอดีตแพทย์อย่างธนากร  เมื่อได้เห็นหลานสาวคนใหม่ทุกคนก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเธอน่ารักน่าชังดังที่เพื่อนรักบอก  จวบจนเวลาล่วงเข้าเที่ยงคืน  จึงได้แยกย้ายกันกลับ  


ขณะที่รถของคุณหมอหนุ่มวิ่งลงมาจากทางด่วนได้ไม่นาน  บนถนนที่ไม่ค่อยมีรถยนต์สัญจรมากนักเพราะเป็นเวลาค่อนข้างดึก เขาก็เห็นว่ามีรถยนต์ยี่ห้อหรูจอดอยู่ข้างทางและเพียงแค่เห็นป้ายทะเบียนเขาก็จำได้ว่าเป็นรถของใคร

เขาตัดสินใจตบไฟเลี้ยวซ้ายและจอดอยู่ด้านหลังรถคันนั้น  ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วก้าวลงไป

กังสดาลค่อยๆ ลดกระจกรถลงเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่มาเคาะกระจกรถของเธอ

“พี่หมอ...” 

“รถเป็นอะไรรึเปล่า  ทำไมมาจอดอยู่ตรงนี้ล่ะ”  แม้จะมีแอลกอฮอลล์อยู่ในกระแสเลือดอยู่ไม่น้อย  แต่เขาก็ยังครองสติอยู่ได้และดูเหมือนฤทธิ์น้ำเมาจะทำให้เขาดูอ่อนโยนลงไม่เหมือนทุกครั้งที่มักหาเรื่องเธออยู่เสมอ

“กั้งก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ  ขับมาดีๆ มันก็กระตุก  พอกั้งเลี้ยวมาจอดมันก็ดับไปเลย  นี่ก็กำลังโทรไปที่บ้านแต่ยังไม่มีใครรับสายไม่รู้ว่าหลับกันไปหมดรึยัง”

“มันก็เกือบจะตีหนึ่งแล้วนี่นะ  จอดทิ้งไว้ตรงนี้ก่อนละกัน แล้วค่อยให้คนมาลากไป”

“แล้ว...กั้งจะกลับยังไงล่ะคะ  อีกตั้งนานกว่าจะถึงบ้าน  แถมยังไม่มีแท็กซี่วิ่งมาซักคันเลย”

“ก็ไปกับพี่ไง  ถามแปลกนะเรา”  นอกจากคำพูดที่ดูประหลาด  รอยยิ้มที่เขามอบให้ยังทำให้เธอรู้สึกแปลกใจมากยิ่งขึ้นไปอีก

“นี่พี่หมอ...ไม่สบายรึเปล่าคะ  พี่ถึงได้...”

“ตกลงจะนั่งอยู่ในรถนี่จนกว่าใครสักคนที่บ้านจะมารับซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่  หรือว่าจะกลับกับพี่ก่อนล่ะ  พี่ง่วงแล้วนะ”  เมื่อเริ่มรู้สึกว่าเขาคงจะทำตัวผิดปกติไป  เขาจึงได้ชักสีหน้าใส่เธอดังเช่นทุกครั้ง

“เอ่อ...ก็ได้ค่ะ  ขอบคุณนะคะ”  เธอรีบเก็บกระเป๋าและโทรศัพท์  จากนั้นก็ก้าวลงจากรถและล็อคเรียบร้อย  แล้วเดินตามเขาไปที่รถอีกคัน

เมื่อเข้ามานั่งในรถแล้ว  เขาก็รีบขับออกไปโดยไม่รีรอ  ก่อนจะหันมาคุยกับเธออีกครั้ง

“ดึกป่านนี้ทำไมเพิ่งกลับบ้าน  หรือว่า...ไป...” 

“กั้งไม่ได้ไปเที่ยวหรือไปค้างกับผู้ชายคนไหนมาหรอกค่ะ  วันนี้มีเดินแบบงานเค้าเลิกดึกกว่าจะกลับบ้านได้ก็เที่ยงคืนแล้ว  ดันมาเจอรถเกเรอีก”

“อ้อ...ไปทำงาน”  ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้เชื่อและรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา

“แล้วพี่หมอล่ะคะ  ไปดื่มที่ไหนมากลิ่นคลุ้งเชียว  ถ้าขับไม่ไหวให้กั้งขับก็ได้นะคะ”

“ห่วงพี่รึไง”  เขาหันมาถาม

“ห่วงตัวเองมากกว่าค่ะ  ยังไม่อยากตายตอนนี้”  เธอรีบแก้ตัว

“นั่นสินะ  พี่ก็รู้สึกมึนๆ แล้วสิ  งั้นกั้งขับแทนพี่หน่อยละกัน  จะได้ไม่มีใครตาย”  เพราะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เขาจึงได้ทำตัวเหมือนคนที่เมามากขึ้น  ทั้งที่สติยังมีครบถ้วน

“ก็ดีค่ะ  งั้น...จอดตรงนั้นสิคะ  เดี๋ยวกั้งจะขับรถไปจอดที่บ้านพี่ให้  แล้วจะเดินกลับบ้านเอง”

“ขอบใจ”  เขาพูดแค่นั้นแล้วจึงได้จอดรถยังป้ายรถเมล์ข้างหน้า  ก่อนจะสลับตำแหน่งกัน

กังสดาลขับรถของเขาด้วยความเร็วที่ไม่มากนักเพราะรู้สึกไม่ชิน  แต่พอหันกลับมามองคนที่ดูเหมือนจะเมาไม่มากก็หลับไปเสียแล้ว

“อะไรกัน  นี่เมาขนาดไหนกันนะ  ถึงได้หลับง่ายแบบนี้  พี่หมอคะ  อย่าเพิ่งหลับสิ  อีกไม่นานก็ถึงบ้านแล้วนะคะ”  เธอลองเรียกเขาดู  แต่เขาก็ไม่ได้ตอบรับ

“เฮ้อ...ปกติก็ไม่ค่อยดื่มนี่นา  ทำไมวันนี้ดื่มซะหนักเลยล่ะ  เป็นหมออะไรไม่รักษาสุขภาพตัวเองบ้างเลย”

คนแกล้งเมาแอบยิ้มเมื่อได้ยินเธอบ่นพึมพำ  ไม่รู้ทำไมเขาจึงรู้สึกได้ถึงความห่วงใยในน้ำเสียงที่คล้ายรำคาญนั้น  และตอนนี้เขาก็คิดว่าตัวเองอารมณ์ดีแบบสุดๆ อย่างที่ไม่เคยมีมาเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา




ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha