37. Bad Doctor ลุ้นรักคุณหมอร้าย ภาคต่อ อิศรา (จบบริบูรณ์)

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 6 : ตอนที่ 1.4


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“เด็กดี  เดี๋ยวเราพาพี่มาไปดูห้องนอนกันก่อนดีกว่านะคะ  พี่มาจะได้ทำธุระส่วนตัวก่อนจะลงมาทานข้าวเช้ากับเรา”  เขาเดินไปนั่งข้างหญิงต่างวัยทั้งสองคน  หากใครมองผ่านๆ  คงจะคิดว่าพวกเขาเป็นพ่อแม่ลูกที่น่ารักแน่นอน

“ไปๆ”  เด็กหญิงขยับตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว 

“หนูฟ้าใสระวังค่ะ”  มาลีรัตน์กับธนากรขยับตัวเข้าคว้าร่างเล็กได้พร้อมกัน  เป็นจังหวะที่มือหนาประกบเข้ากับหลังมือเล็กพอดิบพอดี  แต่เพราะมาลีรัตน์เป็นห่วงความปลอดภัยของเด็กในปกครองมากกว่าจึงไม่ได้สนใจอะไร  หากแต่อีกคนกลับรู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มของมือบางจนแอบยิ้มและคิดไปไกล

“คิกคิก...”  เด็กหญิงไม่รู้เรื่องราวอะไรได้แต่ยืนหัวเราะชอบใจ

“เอ่อ...เดี๋ยวพี่อุ้มหนูฟ้าใสเองนะครับ”  เขาบอก  เธอจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่ามือบางไม่ได้เป็นอิสระดังเช่นเวลาปกติ

“ค่ะ”  เธอค่อยๆ ดึงมือกลับอย่างมีมารยาท  ก่อนจะลุกขึ้นและเดินตามสองพ่อลูกไปด้วยแก้มที่แดงเรื่อเมื่อคิดถึงความอบอุ่นจากมือหนาที่ไม่รู้ว่ากอบกุมมือเธอไว้นานแค่ไหนแล้วก่อนที่เธอจะรู้ตัว

“เชิญครับ”  เขาเปิดประตูเมื่อมาถึงหน้าห้องหนึ่ง  แต่ก็ไม่ได้ตามเธอเข้าไปเพราะคิดว่าอาจเป็นการเสียมารยาท  จึงทำได้เพียงยืนอุ้มบุตรสาวอยู่หน้าห้องเท่านั้น

“ขอบคุณนะคะ”

“ห้องนี้จะเป็นห้องของหนูมาลีนะครับ  ส่วนห้องนั้นเป็นห้องหนูฟ้าใส  แล้วก็...ห้องนั้นเป็นของพี่  ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมก็แจ้งที่แม่บ้านได้เลยนะครับไม่ต้องเกรงใจ  เดี๋ยวพี่จะพาลูกไปรอที่ห้องทานอาหารก็แล้วกัน  ทานข้าวเช้าเสร็จแล้วค่อยขึ้นมาจัดเก็บเสื้อผ้าละกันนะ”  เขาชี้ห้องทางฝั่งซ้ายของห้องเธอเป็นตำแหน่งของห้องบุตรสาว  ส่วนห้องฝั่งตรงข้ามเธอคือห้องเขานั่นเอง

“ได้ค่ะ  งั้นมาขออนุญาตล้างไม้ล้างมือสักครู่แล้วจะตามลงไปนะคะ”

“เชิญตามสบายครับ  ถ้าไปไม่ถูกก็ถามแม่บ้านเอานะเดี๋ยวจะหลงทางไปห้องอื่นซะก่อน”  เขาบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะเดินกลับลงไปชั้นล่าง

“มันก็น่าหลงทางอยู่หรอกนะ  บ้านใหญ่ออกขนาดนี้”  เธอพูดเสียงเบากับตัวเอง  ก่อนจะปิดประตูและเข้าไปสำรวจห้องใหม่และทำธุระส่วนตัวไม่นานก็ตามเขาลงไป  เพราะไม่อยากให้ผู้ใหญ่ต้องรอนาน


“หนูฟ้าใสจ๋า...หนูชอบพี่มามั้ยครับลูก” คนเป็นพ่อหันไปถามบุตรสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ชอบๆ”  เธอบอกพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้บิดา

“งั้น...อยากให้พี่มาเป็นคุณแม่ของหนูมั้ยครับ” 

“คุณ...แม่...”  เด็กน้อยทำหน้างง

“ครับ  คุณแม่กับคุณพ่อจะอยู่กับฟ้าใสตลอดไปไง  ดีรึเปล่า”

“ดีค่ะ...เอาแม่...แม่...”  เด็กหญิงพยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มจนตาหยี

“ดีมากครับลูกสาวพ่อ  งั้นฟ้าใสก็ต้องช่วยคุณพ่อจีบคุณแม่ให้ได้เลยนะ”

“จีบ...อายัยเหยอคะ”  เธอถามด้วยใบหน้าที่งุนงงมากกว่าเดิม

“เอ่อ...จีบก็คือ...”  เวรกรรม  ลูกสาวเขายังไม่ถึงสองขวบดีนี่นะ  จะบอกให้เธอเข้าใจยังไงดีล่ะเนี่ย

“คุยอะไรกันอยู่คะสองพ่อลูก  ขอพี่มาคุยด้วยคนได้รึเปล่าเอ่ย”  เสียงหวานใสดังมาจากด้านหลัง  ทำให้ธนากรต้องรีบหันไปมองด้วยความตกใจ  ราวกับคนที่เพิ่งจะทำอะไรผิดมาอย่างนั้น

“แม่...”  แล้วเด็กหญิงตัวน้อยก็เรียกพี่เลี้ยงคนใหม่ของเธออย่างที่คนเป็นพ่อบอก 

“คะ?  คุณแม่หนูฟ้าใสอยู่แถวนี้เหรอคะ”  มาลีรัตน์หันมองซ้ายขวา  ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีใครนอกจากเธอกับพวกเขาทั้งสองหากไม่นับแม่บ้านที่เดินเข้าออกระหว่างจัดโต๊ะอาหารเท่านั้น

“เอ่อ...หนูฟ้าใสคงอยากมีแม่น่ะครับ  แกเลยเรียกแม่ขึ้นมา”  คนเป็นพ่อรีบบอก

“อ้าว  แล้ว...แม่ของเธอไปไหนแล้วล่ะคะ” 

“คือว่า...เดี๋ยวคืนนี้พี่จะเล่าให้ฟังละกันนะครับ  รอให้หนูฟ้าใสเข้านอนก่อน”

“ค่ะ  มาเข้าใจ”  เพราะคิดว่าเรื่องที่เขาจะบอกอาจไม่ใช่เรื่องดีเท่าใดนักและเขาคงไม่อยากให้บุตรสาวตัวเล็กต้องมารับรู้เรื่องราวที่อาจกระทบจิตใจ  เธอจึงพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

“หนูมาลีมานั่งตรงนี้สิครับจะได้ทานมื้อเช้ากัน  เอ...หรือจะเรียกว่ามื้อเที่ยงดีล่ะ  นี่ก็สิบโมงแล้วด้วย”

“มื้ออะไรก็ได้ค่ะ  แต่คิดว่ากว่าจะได้ทานอีกทีคงเป็นมื้อค่ำเลย  แล้ววันนี้พี่ธนาจะออกไปข้างนอกรึเปล่าคะ  หรือว่าจะอยู่บ้านทั้งวัน”

“คงไม่ไปไหนหรอกครับ  หนูมาลีมีอะไรรึเปล่า”

“อ๋อ  มาแค่อยากจะให้พี่ธนาบอกหน้าที่ที่มาต้องทำในการดูแลหนูฟ้าใสเท่านั้นค่ะ  มาจะได้จัดตารางเวลาในการทำงานได้ถูก”

“ได้สิครับ  ไว้เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแล้วพี่จะเขียนรายละเอียดงานคร่าวๆ ให้นะ  ระหว่างนั้นหนูมาลีก็ไปจัดเก็บเสื้อผ้าให้เรียบก่อนก็ได้ครับ  เพราะเวลานี้ปกติหนูฟ้าใสจะนอนกลางวันน่ะ  ตื่นอีกทีก็บ่ายสองกว่าๆ”

“ได้ค่ะ  งั้นมาจะพาหนูฟ้าใสไปเข้านอนก่อนแล้วค่อยไปเก็บของอีกทีละกันนะคะ”  เธอบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“โอเคครับ  งั้นก็ทานอาหารกันเถอะนะ”

“แล้วหนูฟ้าใสล่ะคะเธอทานอะไร”

“แกทานนมกับอาหารเสริมไปแล้วล่ะครับ  ดูสิพูดยังไม่ทันขาดคำก็เริ่มหาวแล้วลูกพ่อ”  เขาหันไปลูบศีรษะเล็กนั้นอย่างเอ็นดู  พลอยทำให้คนมองรู้สึกอุ่นซ่านไปถึงหัวใจ  ไม่อยากคิดเลยว่าทำไมแม่ของเด็กถึงได้ทิ้งผู้ชายอบอุ่นแบบนี้ไปได้  น่าสงสารเหลือเกินทั้งพ่อทั้งลูก


ขณะที่มาลีรัตน์นั่งมองสองพ่อลูกด้วยสายตาอาทรอยู่นั้น  เขาก็หันกลับมามองเธอพอดี  ดวงตาสองคู่จึงได้สอดประสานกันโดยไม่ตั้งใจ

พวกเขามองกันอยู่นานเหมือนตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน  แววตาของเธอทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้านได้อย่างไม่น่าเชื่อและแววตาของเขาก็ทำให้เธอหวั่นไหวได้อย่างไม่เคยเป็นกับใครมาก่อนเช่นกัน

เพล้ง!

“แงๆๆๆ” 

แล้วเสียงอะไรบางอย่างที่กระทบกับพื้นห้องจนแตกกระจายก็ทำให้พวกเขากลับมาสู่โลกของความเป็นจริงอีกครั้ง

“ตายจริง  หนูฟ้าใสเป็นอะไรรึเปล่าคะ”  มาลีรัตน์รีบลุกขึ้นไปดูเด็กหญิงตัวน้อยทันทีเมื่อเห็นว่ามือเล็กๆ นั้นปัดแก้วน้ำบนโต๊ะลงมาแตกกระจายและเสียงของมันก็ทำให้เธอร้องไห้ดังลั่นห้อง

และด้วยความที่ห่วงเด็กมากกว่าตัวเอง  ทำให้เธอไม่ทันมองที่พื้นห้อง  จนพลาดเหยียบเศษแก้วชิ้นใหญ่เข้าเต็มเปา

“โอ๊ย...” 

“หนูมาลี!  ป้าครับผมฝากพาหนูฟ้าใสขึ้นไปนอนข้างบนก่อนนะครับ  เธอน่ะเข้ามาเก็บกวาดเศษแก้วพวกนี้ให้เรียบร้อยเร็วเข้า"  เขาสั่งแม่บ้านที่วิ่งเข้ามาหาแล้วรีบลุกจากโต๊ะหลังจากอุ้มบุตรสาวส่งให้แม่บ้านเรียบร้อยแล้ว  ก่อนจะช่วยประคองให้มาลีรัตน์นั่งลงยังเก้าอี้ที่ห่างออกไป

“มาไม่เป็นไรค่ะแค่แก้วบาด  แต่หนูฟ้าใส...”

“หนูฟ้าใสแค่ตกใจครับ  แกไม่ได้บาดเจ็บอะไร  เดี๋ยวก็คงจะหยุดร้องเอง  ไหนพี่ขอดูแผลหน่อยซิ”  จับข้อเท้าของเธอแล้วก้มดูแผลที่ฝ่าเท้าก่อนจะพบว่ามันลึกพอสมควร

“ใครก็ได้ไปเอาอุปกรณ์ทำแผลมาให้หน่อยเร็วเข้า  แล้วตามผมไปที่ห้องทำงานเลยนะ”  เขาหันไปตะโกนสั่งแม่บ้านและรีบอุ้มเธอไปยังห้องทำงานของตนเองซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องอาหารนักด้วยความร้อนใจ







+++++++++++++++อร๊ายยยยยยยยยย   กำลังจะซึ้งอยู่แล้วเชียวว  พี่ธนาจะหาแม่ให้หนูฟ้าใสได้รึเปล่าน้าาาา++++++++






ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha