37. Bad Doctor ลุ้นรักคุณหมอร้าย ภาคต่อ อิศรา (จบบริบูรณ์)

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 31 : ตอนที่ 2.1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เช้าวันจันทร์
“ปัญจะไปฝึกงานแล้วเหรอลูก” 
“ค่ะแม่  วันนี้ฝึกงานวันแรก  หนูไม่อยากไปสาย”  ปัญจรีย์หันมายิ้มให้มารดา  ขณะกำลังก้มลงสวมรองเท้าคู่โปรด
“แล้วนี่กินอะไรรึยังลูกเพิ่งจะเจ็ดโมงเองกินก่อนไปดีกว่ามั้ยจ๊ะ”  นางอัญจรีย์เดินเข้าไปหาบุตรสาวพร้อมกับช่วยตรวจตราความเรียบร้อยของเสื้อผ้าให้เธออย่างอารมณ์ดี
“หนูกินนมกับขนมปังแล้วค่ะแม่  วันจันทร์แบบนี้รถติดด้วยถึงบ้านเราจะไม่ค่อยไกลจากบริษัทแต่หนูก็ไม่อยากเสี่ยงค่ะ  ถึงก่อนเวลาก็ดีกว่าไปสายจริงมั้ยคะ” 
“ก็ดีจ้ะ  ตั้งใจฝึกงานนะลูก  เผื่อจบมาแล้วเค้าจะรับเราเข้าทำงานต่อ  นี่จ้ะ  แม่ทำข้าวกล่องมาให้  เอาไว้กินตอนเที่ยงนะลูก”  มารดายื่นปิ่นโตลายโดเรมอนขนาดสองชั้นให้กับเธอ
“ขอบคุณค่ะแม่  ห่ออะไรมาให้ปัญคะเนี่ย” 
“ข้าวผัดทะเลแล้วก็ไส้กรอกทอดน่ะลูก  มันจะได้ไม่หกเลอะเทอะ”
“ว้าว....น่าอร่อยจังเลยค่ะ  อยากให้ถึงตอนเที่ยงเร็วๆ จัง”  ปัญจรีย์รับปิ่นโตมาหิ้วเอาไว้อย่างอารมณ์ดี
“อะไรกันลูกคนนี้ยังไม่ได้ทันได้เริ่มงานก็คิดถึงตอนกินข้าวซะแล้ว  น่าตีจริงเชียวนะเรา”
“โธ่  หนูพูดเล่นเฉยๆ หรอกค่ะ  งั้นหนูไปก่อนนะคะแม่   เลิกงานแล้วจะรีบไปช่วยที่ร้านค่ะ”
“ไม่ต้องไปก็ได้ลูก  หนูไปฝึกงานก็เหนื่อยแล้ว  อีกอย่างตอนเย็นที่ร้านก็ไม่ได้ยุ่งอะไรมากมายเหมือนตอนเที่ยงด้วย  หนูเลิกงานก็กลับมาอาบน้ำพักผ่อนเถอะจ้ะ   เอาไว้วันหยุดค่อยไปช่วยดีกว่า”
“เอางั้นเหรอคะแม่  แต่หนูอยากไปช่วยแม่นี่นา  ร้านเราปิดตั้งสามทุ่มแน่ะ  ให้หนูไปช่วยล้างจานก็ยังดีนะคะ  ร้านก็อยู่แค่ปากซอยนี่เอง  หนูอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปช่วยก็ทันค่ะ”  เธอรีบอ้อนมารดา
“เฮ้อ  งั้นก็ตามใจจ้ะลูก  รีบไปเถอะมัวแต่คุยกันอยู่เดี๋ยวก็ได้สายจริงๆ หรอก” 
“จริงด้วยค่ะ  เจ็ดโมงสิบห้าแล้ว  หนูไปก่อนนะคะแม่  ตอนเย็นเจอกันค่ะ”  เธอหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่  ก่อนจะเดินทางออกจากบ้านที่อยู่กลางซอยเพื่อไปขึ้นรถเมล์หน้าปากซอยเช่นเดียวกับตอนไปเรียนมหาวิทยาลัย
“อ้าวแม่  ยัยปัญไปฝึกงานแล้วเหรอ”  นายปัญญา  บิดาของปัญจรีย์ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเอ่ยถามหาบุตรสาว
“จ้ะพ่อ  เห็นว่าฝึกงานวันแรกไม่อยากไปสาย นี่แม่บอกว่าเลิกงานแล้วให้พักผ่อนอยู่บ้านก็ไม่ยอม  บอกจะไปช่วยล้างจานที่ร้านให้ได้เลย  ดื้อจริงๆ ลูกคนนี้”  แม้จะบ่นไปอย่างนั้นแต่เธอก็อดภูมิใจในตัวบุตรสาวไม่ได้   ปัญจรีย์เป็นเด็กขยันไม่เคยทำตัวออกนอกลู่นอกทางเลยสักครั้งทำให้พวกท่านภาคภูมิใจในตัวของเธอมาก
“เอาน่า  ลูกเราเป็นเด็กดีก็ดีแล้วล่ะ  ไปปิดบ้านกันเถอะจะได้ไปเปิดร้านซะที” 
“จ้ะพ่อ”  แล้วทั้งสองคนก็พากันไปเปิดร้าน  โดยที่นายปัญญานั้นออกไปจ่ายตลาดแต่เช้ามืดและนำวัตถุดิบไปเก็บที่ร้านก่อนจะมาอาบน้ำที่บ้านแล้ว

บริษัท  เอส.อาร์.เอส.คอสเมติก  จำกัด(มหาชน)
ปัญจรีย์มาถึงบริษัทในเวลาเจ็ดนาฬิกาสามสิบนาที  ซึ่งแน่นอนว่ายังมีคนมาทำงานประปรายซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแม่บ้านเสียมากกว่า  เธอจึงกดลิฟต์ตัวเดิมขึ้นไปที่ชั้นสิบ  เพื่อรอเวลาลงชื่อ 
หน้าห้องฝ่ายบุคคลนั้นยังไม่มีใครมาทำงาน  เธอจึงรออยู่ที่เก้าอี้ด้านหน้าห้องนั้นแล้วนั่งเล่นโทรศัพท์ฆ่าเวลา
แต่แล้วขณะที่นั่งอยู่เพียงลำพัง  เธอก็รู้สึกเหมือนมีใครบางคนมองอยู่  ทว่าพอหันซ้ายหันขวาดูแล้ว  ก็ยังไม่เห็นมีใครอยู่แถวนี้เลยสักคน
หรือว่า...ผี!
แค่คิดถึงสิ่งที่ทำให้เธอกลัวมากที่สุดในชีวิต  ขนอ่อนของเธอก็ลุกเกรียวไปทั้งร่าง  อยากจะลงไปรอพี่นุ่นข้างล่างก็กลัวจะกลับขึ้นมาไม่ทันและอาจจะคลาดกันเสียก่อน 
แต่...ถ้าถูกผีหลอกล่ะ  เธอไม่ช็อกตายอยู่ตรงนี้เหรอ  เธอตัดสินใจหลับตาลงพยายามตั้งสติแล้วคิดว่าตัวเองอาจจะคิดมากเกินไปจนกระทั่ง
“น้อง...”  แล้วเสียงของใครคนหนึ่งก็ทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว
“ว๊าย!  หนูกลัวแล้ว  อย่ามาหลอกมาหลอนหนูเลยนะคะ  หนูแค่มาฝึกงานไม่ได้มาหลบหลู่อะไรคุณเลย  คุณ...”  เธอยกมือขึ้นพนมแล้วพยายามนึกถึงบทสวดมนต์ให้ได้สักบท
“นี่น้อง  ใครหลอกอะไรน้องไม่ทราบ  พี่แค่จะถามว่าพี่นุ่นมาทำงานรึยังต่างหาก”  ใครคนนั้นถึงกับหัวเราะออกมาอย่างขบขัน  ปัญจรีย์จึงได้ลืมตาขึ้นมามองอย่างช้าๆ
“อ้าว  คุณนั่นเอง  หนูตกใจหมดเลย  นึกว่าโดนผีหลอกแล้วซะอีกค่ะ”  เด็กสาวยิ้มเจื่อนเพิ่งรู้ว่าตัวเองปล่อยไก่ไปหลายตัว
“ผีที่ไหนจะหล่อขนาดนี้ล่ะ  น้องก็พูดอะไรแปลกๆ นะ”  เขาบอกพลางทำเนียนนั่งลงข้างเธอ
“คนอะไรหลงตัวเอง”  เธอพูดเสียงเบา
“พี่ได้ยินนะ”  เขาตอบกลับทันควัน
“เอ่อ...พี่มาหาพี่นุ่นเหรอคะ  พี่นุ่นยังไม่มาเลยค่ะ  สงสัยรถติด  ว่าแต่พี่ทำงานอยู่แผนกไหนเหรอคะ  หนูเจอพี่สองครั้งยังไม่รู้จักชื่อพี่เลยค่ะ  หนูชื่อปัญนะคะ  มาฝึกงานที่นี่วันแรกค่ะ”  เธอรีบแนะนำตัวเพราะคิดว่าการมีสัมมาคารวะกับคนที่ทำงานที่นี่น่าจะเป็นผลดีกับเธอมากกว่า
“พี่ชื่อ...พี่สิน  ทำงานอยู่ฝ่ายบริหารน่ะ”
“อ๋อ  สวัสดีค่ะพี่สิน  ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ  ปัญจะฝึกงานที่แผนกการตลาดค่ะ  เห็นพี่นุ่นบอกเมื่อวาน”
“อืม...แล้วเราเรียนสาขาการตลาดรึเปล่าล่ะ  ถึงได้ไปฝึกงานแผนกนั้นน่ะ”
“ก็ไม่เชิงค่ะ  หนูเรียนการจัดการทั่วไป  ไม่ได้เรียนการตลาดโดยตรง  แต่ฝึกงานแผนกไหนก็ได้ค่ะ  ขอแค่มีที่ฝึกงานหนูก็ดีใจแล้ว  เชื่อมั้ยคะว่าหนูไปสมัครมาห้าที่เลยนะก่อนจะมาที่นี่น่ะ  ที่ไหนๆ เค้าก็บอกว่ารับนักศึกษาเต็มแล้ว  พอที่นี่บอกว่ายังรับ  หนูก็ดีใจมากเลยค่ะ”  เพราะเป็นคนอัธยาศัยดีช่างพูดช่างคุย  ทำให้เธอคุยกับเขาได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ
“งั้นไปฝึกงานที่ฝ่ายบริหารมั้ยล่ะ  เดี๋ยวพี่จัดการให้”  ท่านประธานหนุ่มบอกอย่างอารมณ์ดี  ตั้งแต่เห็นเธอก้าวเข้ามาในตึกจากกล้องวงจรปิดภายในห้องของเขา  อดีตคุณหมอก็ถึงกับนั่งไม่ติดจนต้องลงมาหาเธอที่นี่  ไม่เสียแรงที่วันนี้เขามาทำงานตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า 
“แหม  พี่สินพูดอย่างกับว่าเป็นเจ้าของบริษัทอย่างนั้นแหละ  ไม่เป็นไรหรอกค่ะ  พี่นุ่นให้ฝึกที่แผนกไหนหนูก็ฝึกที่แผนกนั้นได้ค่ะ  หนูไม่อยากทำตัวเรื่องมาก  เดี๋ยวพี่เค้าจะไล่ออกซะก่อน”
“แปลกดีนะเราน่ะ  พี่เห็นนักศึกษาฝึกงานรุ่นก่อนๆ เค้าอยากไปฝึกที่ฝ่ายบริหารกันทั้งนั้น  เพราะว่าท่านประธานของเราหล่อมาก”  เขาบอกอย่างภาคภูมิใจ  ก็เห็นใครๆ พูดกันทั้งนั้น
“จริงเหรอคะ  แต่เอ๊ะ...ท่านประธานของเราเป็นผู้ชายเหรอคะ  หนูนึกว่าเป็นผู้หญิงซะอีก  บริษัทเราผลิตเครื่องสำอางไม่ใช่เหรอคะ  หรือว่าท่านประธานจะเป็น...”  เธอรีบยกมือปิดปากก่อนจะเผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป
“นี่เรา...คิดว่าท่านประธานเป็นอะไร”  สุรสินขมวดคิ้วเข้มอย่างสงสัย
“ก็...คือ...ช่างเถอะค่ะ  หนูเป็นแค่เด็กฝึกงานไม่ควรแสดงความเห็นมากนัก”  เธอบอกปัดที่จะพูดในสิ่งที่ใจคิด
“พูดได้น่า  ตอนนี้ยังไม่มีใครมา  นอกจากเราสองคนก็ไม่มีใครได้ยินหรอก”  เขาคะยั้นคะยอ  เพราะอยากรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่
“ก็จริงนะคะ  แต่ว่า...หนูจะไว้ใจพี่ได้ขนาดไหนล่ะคะ  หนูก็ยังไม่รู้จักพี่ดีพอเลย  หนูไม่พูดดีกว่าถ้าท่านประธานรู้ว่าหนูคิดว่าท่านไม่แมน  หนูจะต้องโดนไล่ออกแน่เลยค่ะ”
“หา...วะ...ว่าอะไรนะ  นี่เราคิดว่าท่านประธาน...ไม่แมนงั้นเหรอ”  เจ้าของตำแหน่งถึงกับหน้าเหวอ  ไม่คิดว่าการที่เขาเปิดบริษัทเครื่องสำอาง  จะให้เธอคิดไปไกลขนาดนั้น
“เอ่อ...หนูก็แค่คิดเฉยๆ ค่ะ  พี่สินอย่าไปพูดให้ใครฟังนะคะ  ต่อไปนี้หนูจะสงบปากสงบคำ  ไม่พูดเรื่องแบบนี้อีกแล้วค่ะ  ถ้าเรื่องนี้ถึงหูท่านประธาน  หนูคงไม่ได้ฝึกงานอีกแน่เลย  นะคะ”  เธอรีบอ้อนเขา
“ไม่ทันแล้วมั้ง”  เขาแอบเคืองเธออยู่ในใจ
“หนูขอโทษนะคะ  หนูพูดอะไรโดยที่ไม่ทันคิดให้รอบคอบ  เอาอย่างนี้มั้ยคะ  บ้านหนูขายอาหารตามสั่ง  ถ้าพี่สินรับปากว่าจะไม่เอาเรื่องไปพูดต่อ  หนูจะทำอาหารกล่องมาส่งพี่ทุกวันเลยจนกว่าหนูจะฝึกงานเสร็จ  นะคะ  หนูอยากฝึกงานที่นี่จริงๆ”
“นี่แอบติดสินบน?”  จากที่กำลังงอนเธออยู่  เขาก็ยิ้มออกมาได้
“อย่าเรียกว่าสินบนสิคะเค้าเรียกว่าสินน้ำใจค่ะ  ตกลงตามนี้นะคเริ่มพรุ่งนี้ก็แล้วกันค่ะ  พี่สินอยากกินอะไรตอนเที่ยงก็บอกหนูเลยนะคะ  หนูจะได้ทำปิ่นโตมาให้”  เธอบอกแววตาใสซื่อ
“ปิ่นโต?  แบบนั้นน่ะนะ”  เขาชี้ไปที่ปิ่นโตลายโดเรมอนของเธอ
“ใช่ค่ะ  ที่บ้านหนูมีลายหมีพูห์  คิตตี้แล้วก็โดเรมอน  เดี๋ยวหนูเอาลายหมีพูห์มาให้พี่ละกันนะคะ”  นี่เธอเห็นเขาอายุกี่ขวบกันนะ
“โอเคๆ  อยากทำมาให้ก็ตามใจ  งั้นพี่ไปก่อนนะ  เดี๋ยวคนอื่นก็คงจะมาทำงานกันแล้ว”  ท่านประธานหนุ่มลุกขึ้นยืนเพราะไม่อยากให้ใครมาเห็นว่าเขาอยู่ตรงนี้
“อ้าว  พี่มาหาพี่นุ่นไม่ใช่เหรอคะ  อีกเดี๋ยวพี่นุ่นก็น่าจะมาแล้วนะคะ”
“ไม่เป็นไร  พี่นึกขึ้นได้ว่ามีงานด่วนต้องทำน่ะ  ไว้ค่อยเจอกันใหม่นะสาวน้อย”  เขามองหน้าเธออีกครู่หนึ่งเหมือนอยากจดจำใบหน้างามนั้นให้นานที่สุด  ก่อนจะเดินกลับไปที่ลิฟต์ทางฝั่งขวา
“อะไรของเค้านะพิลึกคน  แต่ก็ไม่เป็นไรไม่ใช่ผีก็ดีแล้ว  ตกใจหมดเลย”  เธอพูดกับตัวเองอยู่ไม่นาน  นันทนาและพนักงานคนอื่นๆ ก็ทยอยกันมาทำงาน  ปัญจรีย์จึงไม่ได้ติดใจอะไรในตัวพนักงานชายฝ่ายบริหารคนนั้นอีก  เพราะเธอมีเรื่องอื่นที่ต้องสนใจมากกว่า
++++++++++++ฮ่าๆๆๆๆ   พี่สินไปหลอกน้องเค้าซะแล้วววว   ถ้าน้องปัญรู้ว่าตัวเองพูดอยู่กับใครจะทำหน้ายังไงน้าาาาา++++++++++++++


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha