37. Bad Doctor ลุ้นรักคุณหมอร้าย ภาคต่อ อิศรา (จบบริบูรณ์)

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 34 : ตอนที่ 2.4


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“พรุ่งนี้จะห่อปิ่นโตมาให้พี่ใช่รึเปล่า  ห้ามลืมล่ะ  พี่จะได้ไม่ต้องมาซื้อข้าวกล่องกินเอง”  เขาแกล้งทวง  ไม่ใช่เพราะกลัวไม่มีอะไรจะกินตอนเที่ยง  แต่กลัวจะไม่ได้กินข้าวกับเธอต่างหาก
“ใช่ค่ะ  จริงสิ  หนูว่าจะถามพี่พอดีเลย  พี่สิน...ได้ไปพูดเรื่องที่หนูแอบเมาท์ท่านประธานที่ไหนรึเปล่าคะ  รู้มั้ยว่าหนูโดนสั่งย้ายไปฝึกงานกับเลขาของท่านประธานด้วย  หนูตกใจหมดเลย”
“เปล่านี่ครับ  พี่จะไปพูดกับใครได้ล่ะ  นี่เห็นพี่เป็นคนไม่รักษาคำพูดขนาดนั้นเลยเหรอ  พี่เสียใจนะเนี่ย”  เขาแกล้งตีหน้าเศร้า
“โธ่  ไม่ใช่นะคะ  หนูก็แค่ถามดูเท่านั้นเอง  มากินข้าวกันเถอะค่ะ  เดี๋ยวจะเลยเวลาพักเที่ยงซะก่อน” 
“แล้วนี่ห่ออะไรมาล่ะ  น่ากินจัง”  เขานั่งลงข้างเธอแล้วมองอาหารในปิ่นโตอย่างอารมณ์ดี
“ข้าวผัดทะเลกับไส้กรอกทอดค่ะ  พี่สินล่ะคะห่ออะไรมา” 
“ก็...กระเพราหมูกรอบ...มั้งนะ”  เขาเดาดูจากหน้าตาอาหารในกล่อง 
“น่ากินจังเลยค่ะ  งั้นมาแบ่งกันนะคะ”  เธอเลื่อนปิ่นโตไปให้ใกล้เขามากขึ้น  ก่อนที่จะเริ่มมื้อเที่ยงกันอย่างจริงจัง
นี่คงเป็นอาหารธรรมดาที่มีรสชาติอร่อยที่สุดตั้งแต่เขาเคยทานมา  เพราะมีคนช่างเจรจาเช่นเธออยู่ข้างๆ  เด็กสาวเจื้อยแจ้วชวนเขาคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้อย่างไม่เคอะเขิน  อาจจะเพราะเขาเป็นผู้รับฟังที่ดี  ไม่เคยโต้เถียงให้เธอต้องเสียหน้า  นั่นเพราะเขาชอบฟังเสียงของเธอมากกว่านั่นเอง
“ปัญเป็นลูกคนเดียวเหรอครับ”  เขาถามเมื่อทานอาหารอิ่มกันแล้ว
“ใช่ค่ะ  ปัญเป็นลูกคนเดียว  พี่สินล่ะคะมีพี่น้องรึเปล่า”
“ไม่มีเหมือนกันครับ  พี่ก็เป็นลูกคนเดียว  ตอนนี้ก็อยู่บ้านคนเดียวนะ  พ่อกับแม่เค้าอยู่ต่างประ...เอ่อ...ต่างจังหวัดน่ะ”  เขาเกือบหลุดบอกเธอไปแล้วสิ  ว่าบิดามารดาไปเที่ยวรอบโลกกว่าจะกลับคงอีกเป็นเดือน
“อ๋อ  แบบนี้พี่สินก็เหงาแย่สิคะ  แล้วไม่มีเพื่อนที่บริษัทนี้เลยเหรอคะ  หนูเจอพี่ทีไรพี่ก็อยู่คนเดียวตลอดเลย” 
“เพื่อนในบริษัทไม่มีหรอกครับ  มีเพื่อนอยู่ที่อื่นน่ะ”
“ไม่เป็นไรนะคะ เดี๋ยวหนูจะเป็นเพื่อนให้พี่เองค่ะ  อย่างน้อยก็สามเดือนนี้รับรองว่าพี่สินไม่เหงาแน่นอน  หวังว่าจะไม่รำคาญหนูไปซะก่อนนะคะ”  เธอบอกเพราะรู้สึกสงสารเขา  เธอเป็นคนที่มีเพื่อนมากเลยคิดว่าถ้าเราต้องทำงานโดยไม่มีเพื่อนคงจะเหงาน่าดู
“ไม่รำคาญหรอกครับ  มีเพื่อนแบบปัญคงจะ...อารมณ์ดีทั้งวัน”  เขายิ้มให้เธอเล็กน้อย  พลางพิจารณาใบหน้างามให้ชัดๆ อีกครั้ง
ผิวของเธอค่อนข้างขาว  แต่ไม่ได้ดูจืดชืดตรงกันข้ามเธอดูเป็นคนที่สุขภาพดีผิวอมชมพูอย่างธรรมชาติ  แก้มใสนั้นก็ดูเหมือนจะไม่ได้เคลือบด้วยเครื่องสำอางใดๆ นอกจากแป้งฝุ่น  แพขนตานั้นก็งอนงามโดยไม่ได้เกิดจากการดัด  ผมสีดำขลับที่ถึงแม้จะถูกมัดเกล้าเอาไว้แต่ก็เห็นได้ชัดว่านุ่มสวยไม่ได้ดูกระด้างแต่อย่างใด
อีกทั้งรูปร่างสมส่วนอกเป็นอก  เอวเป็นเอว  เรียวขานวลเนียนน่าสัมผัสนั้นก็ดึงดูดใจชายหนุ่มเช่นเขาได้ไม่ยากเย็น
“เอ่อ...พี่สินทำไมเงียบไปล่ะคะ”  เพราะเห็นเขาเอาแต่มองเธอแบบนั้น  แม้มันจะไม่ใช่สายตาที่มองเธออย่างลวนลาม  แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ จนต้องขยับกรอบแว่นแก้เขิน
“สายตาสั้นเหรอครับ  ทำไมไม่ใส่คอนแทคเลนส์แทนล่ะ  ใส่แว่นแล้วมันดูขัดๆ กับุคลิกของปัญยังไงไม่รู้สิ”  เขาถามเรื่องที่คาใจ
“หนูกลัวจะเจ็บตาค่ะ  อีกอย่างก็ชินกับการใส่แว่นมาตั้งแต่เด็กด้วย  สายตาหนูสั้นมากค่ะ  ถ้าถอดแว่นออกก็แทบมองไม่เห็นอะไร  อย่างตอนนี้ถึงพี่สินจะอยู่ใกล้ๆ  แต่ถ้าไม่ได้ใส่แว่น  หนูก็มองไม่เห็นเลยแบบเห็นเป็นเงาลางๆ ค่ะ”  เธอตอบเขาตามตรง
“ใส่คอนแทคเลนส์ไม่ได้ทำให้เจ็บตาหรอกนะ  อาจจะมีเคืองตาช่วงแรกๆ เพราะยังไม่ชิน  แต่ใส่ไปสักพักก็เข้าที่แล้วล่ะ  พี่ว่ามันดีกว่าใส่แว่นอีกนะ”
“เพื่อนหนูก็บอกแบบนั้นค่ะ  แต่หนูก็ยังกลัวอยู่ดี”  เธอยิ้มเจื่อน
“แต่ถ้าเราลืมแว่นล่ะ  มันจะลำบากเอานะ  ไหนลองดูซิว่าถ้าแว่นหายจะเป็นยังไง”  แล้วเขาก็แกล้งดึงแว่นของเธอออก  เล่นเอาปัญจรีย์ต้องกระพริบตาปริบๆ  แต่ให้ตายเถอะ...ตอนที่ใบหน้าหวานปราศจากแว่นสายตา  สาวน้อยของเขา...ช่างงดงามอะไรขนาดนี้
“อื้อ  พี่สินเอาแว่นหนูคืนมานะคะ  หนูมองไม่เห็น”  เธอยื่นมือไปไขว่คว้าหาเงาลางๆ ตรงหน้า  มือเล็กควานไปทั่วจนตอนนี้ใบหน้าของเธอเฉียดกับใบหน้าของเขาโดยไม่รู้ตัว
หัวใจของอดีตคุณหมอหนุ่มเต้นโครมคราม  เมื่อปากเล็กนั้นอยู่ห่างเพียงแค่เสี้ยวลมหายใจ  อยากจะทำอะไรบางอย่างที่ใจคิด  แต่ก็ติดกลัวเธอจะหนีห่างจากเขาไปไกลเลยได้แต่หักห้ามใจเอาไว้
“อยู่นิ่งๆ สิครับ  เดี๋ยวพี่ใส่คืนให้  แค่อยากรู้ว่าตอนไม่มีแว่นเราจะเป็นยังไงเท่านั้นเอง”  เขาพยายามทำสุ้มเสียงให้เป็นปกติที่สุด
“รีบคืนมาเลยนะคะ  ไม่งั้นหนูจะงอนแล้วด้วย”  เธอขยับตัวไปนั่งที่เดิมแล้วรอแว่นที่เขาบอกจะคืนให้
“ขี้งอนจังนะเรา คืนแล้วๆ”  เขาสวมแว่นกลับให้เธอแต่โดยดี  ก่อนที่จะเผลอไผลไปกับความน่ารักน่าทะนุถนอมตรงหน้ามากไปกว่านี้
“ก็บอกแล้วว่าหนูสายตาสั้น  ยังจะมาแกล้งกันอีก”  เธอมองค้อนเขาพร้อมกับขยับกรอบแว่นให้เข้าที่
“ไม่ได้แกล้ง  ก็แค่อยากรู้  แล้วนี่บ้านเราอยู่ไกลบริษัทมากรึเปล่า  มาทำงานยังไงน่ะ”  เขาถามเรื่องอื่นต่อ  อยากจะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเธอให้ได้มากที่สุด
“ไม่ไกลค่ะหนูนั่งรถเมล์มาแค่สามป้ายเอง  แล้วบ้านพี่ล่ะคะอยู่ไหน”  เธอถามกลับบ้าง
“ก็...ไม่ใกล้ไม่ไกลหรอก” 
‘คฤหาสน์หลังใหญ่น่ะไม่ค่อยใกล้หรอก  แต่คอนโดไม่ไกลเท่าไหร่’  เขาแอบขยายความในใจ
“แล้วพี่มาทำงานยังไงคะ  นั่ง BTS หรือ MRT” 
“พี่...ขับรถมา”  อันที่จริงก็มีคนขับให้หรอกนะ
“โห  มีรถยนต์ด้วย  แบบนี้ก็ต้องประหยัดมากๆ นะคะ  จะได้เก็บตังค์ไว้ผ่อนรถ  นี่ค่ะ  ตังค์ทอนค่ากาแฟ”  เธอยื่นเงินคืนให้เขา
“พี่บอกแล้วไงว่าให้เอาไปกินขนมน่ะ”  เขาอมยิ้ม  นึกขันในความคิดเองเออเองของเธอ  นอกจากจะหาว่าเขาไม่แมน  ตอนนี้ยังบอกให้เขาประหยัดเงินเอาไว้ผ่อนรถอีก  ทั้งที่เขาก็ซื้อสดทุกคัน
“ไม่เอาหรอกค่ะ  พี่สินมีภาระต้องใช้จ่าย  หนูไม่อยากเอาเปรียบพี่  ไหนจะต้องผ่อนรถผ่อนบ้านอีก  เหนื่อยแย่เลย  สู้ๆ นะคะหนูเป็นกำลังใจให้  นี่ก็จะได้เวลาเข้างานแล้ว  เดี๋ยวหนูขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะไว้พรุ่งนี้หนูจะทำปิ่นโตมาให้ค่ะ  พี่อยากกินอะไรสั่งได้เลย”
“เอ่อ...เอาอะไรก็ได้ครับ  พี่กินได้หมด”
“งั้นผัดพริกแกงหมูกรอบละกันนะคะท่าทางพี่จะชอบหมูกรอบ  หนูไปก่อนนะคะ  พรุ่งนี้เจอกันค่ะ  แต่เอ๊ะ...พี่ทำงานอยู่ฝ่ายบริหารใช่มั้ยคะ  บางทีบ่ายนี้เราอาจจะได้เจอกันอีกก็ได้  ยังไงก็ตั้งใจทำงานนะคะ  แต่ก็อย่าหักโหมมากล่ะ  เดี๋ยวล้มป่วยเอาพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดจะลำบากไปด้วย  พี่เป็นลูกคนเดียวคงต้องทำงานหาเงินตัวเป็นเกลียวเลย  ดีนะที่หนูอาสาทำปิ่นโตให้  พี่สินจะได้ประหยัดค่าอาหารกลางวันไปมื้อนึง  ขอโทษนะคะที่หนูอาจจะพูดมากน่ารำคาญไปหน่อย  แต่ก็ดีใจที่รู้จักนะคะพี่ชาย  หนูไปล่ะ  บ๊ายบายค่ะ”  เธอโบกมือลาเขาก่อนจะหิ้วปิ่นโตที่ล้างเรียบร้อยกลับลงไปด้านล่าง
“อะไรของเค้านะเด็กคนนี้  คิดเองเออเองไปถึงไหนล่ะเนี่ย  ท่าทางเรามันเหมือนคนที่ต้องดิ้นรนทำงานขนาดนั้นเลยรึไง” 
เขาก้มลงมองตัวเองอย่างไม่เข้าใจ  เสื้อผ้ารองเท้าของเขาก็ล้วนแล้วแต่เป็นของแบรนด์เนมทั้งนั้น  แต่คิดไปคิดมาก็อดเอ็นดูในความน่ารักของเธอไม่ได้ 
จริงอยู่ที่เธอช่างพูดช่างคุย  แต่เขากลับไม่มีความรู้สึกว่าเธอชวนคุยเพราะต้องการหว่านเสน่ห์ใส่เขาแต่อย่างใด  ตรงกันข้ามสายตาที่เธอมองมามันเหมือนน้องสาวมองพี่ชายมากกว่า  แต่เธอเคยถามเขาหรือเปล่าว่าเขาอยากมีน้องสาวบ้างไหม
++++++++++++ฮ่าๆๆๆๆ  ยอมใจในความคิดไปเองของน้องงงงง  หนูปัญน่าเอ็นดูแท้ลูก+++++++++++


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha