37. Bad Doctor ลุ้นรักคุณหมอร้าย ภาคต่อ อิศรา (จบบริบูรณ์)

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 55 : ตอนที่ 3.1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“คุงคูคับ  ผมทำถูกป่าวคับ” เด็กชายวัยห้าขวบยื่นสมุดคิดเลขให้ครูผู้สอนพิเศษได้ดู
“เก่งมากครับ  ถูกทุกข้อเลย  เอาล่ะ  วันนี้คุณครูจะให้หัวใจน้องเอ็มห้าดวงนะครับ  แล้วก็พรุ่งนี้เรามาลองทำข้อสอบกันใหม่  นี่ก็จะสองทุ่มแล้ว  คุณครูจะกลับก่อนนะครับ”  เวณิกาประทับตรายางรูปหัวใจลงบนสมุดการบ้านของลูกศิษย์ตัวน้อย  ก่อนที่จะส่งคืนให้  เลยได้รับรอยยิ้มแป้นจากเขาเป็นการตอบแทน
“ขอบคุงคับ”  น้องเอ็มเก็บสมุดดินสอใส่กระเป๋าของตัวเองอย่างเรียบร้อย  เวณิกาจึงเดินไปลาคุณแม่ของลูกศิษย์ที่กำลังเก็บล้างห้องครัวอยู่
“พี่แมวคะ  วันนี้แหวนกลับก่อนนะคะ  น้องเอ็มเก่งมากเลยค่ะ  สอนก็ง่าย  ความจำก็ดี  ท่าทางโตมาจะฉลาดน่าดู”
“จริงเหรอคะ  ได้ยินน้องแหวนบอกแบบนี้พี่ก็ดีใจค่ะ  นี่ค่ะ  เงินค่าจ้างของเดือนนี้”  แม่ของน้องเอ็มหันไปหยิบซองสีขาวบนโต๊ะมาให้คุณครูพิเศษ
“ขอบคุณมากค่ะ  ลืมไปเลยว่าวันนี้สิ้นเดือนแล้ว  งั้นพรุ่งนี้เจอกันใหม่นะคะ  สวัสดีค่ะ”  เธอยกมือไหว้ลานายจ้างสาวที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว  ก่อนจะเดินทางกลับบ้านของตัวเองที่อยู่ไม่ไกลกันนัก
ปกติแล้วเธอจะนั่งรถเมล์กลับบ้าน  แต่วันนี้ขณะที่เธอยืนรอรถอยู่ตรงป้ายรถเมล์  ก็มีรถเก๋งยุโรปสีขาวคุ้นตาแล่นเข้ามาจอดตรงหน้าเธอ  และพอกระจกรถเลื่อนลงเธอก็เห็นว่าเป็นคุณหมอเสริมอึ๋มข้างบ้านเธอนั่นเอง
“แหวน  จะกลับบ้านรึเปล่า  ขึ้นรถสิ”  เขาตะโกนบอก  เธอจึงรีบเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งทันที
“ราชรถมาเกยของแท้เลยนะคะเนี่ย  อยู่ดีๆ ก็มีรถหรูมารับ  ว่าแต่...พี่วิทย์ทำไมมาจากทางนี้ล่ะคะ  แอบไปส่องพริตตี้ที่ไหนมาอีกรึเปล่า”  เธอแกล้งชี้หน้าเขาและมองอย่างสงสัย
“ส่องพริตตี้อะไรกันล่ะ  พี่ไปซื้อข้าวผัดปูร้านโปรดให้แม่มาต่างหาก   นั่นไงอยู่ตรงเบาะหลัง  ไม่ได้กลิ่นรึไงปกติจมูกดีอย่างกับหมา”  เขาว่าให้
“ผู้ชายปากร้าย  ชิ แต่ก็...หอมจริงด้วย  ซื้อมากี่กล่องคะ  แบ่งน้องแหวนคนสวยสักกล่องได้รึเปล่าน้อ  หิ๊วหิวล่ะ”  เธอลูบที่หน้าท้องป้อยๆ พร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออวดเขาอีกต่างหาก
“ยัยเด็กตะกละ  นั่นน่ะ  กล่องทางขวาน่ะของเราแต่อย่าเพิ่งแกะกินในรถล่ะ  รอให้ถึงบ้านก่อน”
“พี่วิทย์สุดหล่อน่ารักที่สุดเลยค่ะ  ช่างเป็นคุณหมอโรคจิตที่มีน้ำใจประเสริฐจริงๆ  ขอให้เจริญยิ่งๆ ขึ้นไปนะคะ” 
“นี่ชม?  ว่าแต่ไปทำอะไรตรงป้ายรถเมล์ล่ะ  รถที่บ้านก็มีทำไมไม่ใช้”
“ก็ขี้เกียจขับนี่นา  รถกรุงเทพก็ติดจะตายไป  นั่งรถเมล์ยังถึงบ้านเร็วกว่าอีก  แหวนไปรับจ็อบทำงานพิเศษมาค่ะ  นี่ไงๆ  ได้เงินเดือนแล้วนะวันนี้”  เธอรีบหยิบซองสีขาวมาอวดให้เขาดูอย่างภาคภูมิใจ
“เรานี่ก็แปลกนะ  บ้านก็ออกจะรวยทำตัวอย่างกับไม่มีจะกินอยู่ได้  แล้วงานพิเศษที่ว่าน่ะอะไร  เรียนจบแล้วทำไมไม่ไปช่วยงานบริษัทของคุณอาล่ะ  เห็นท่านบ่นอยากให้เราไปช่วยทำตั้งแต่ยังเรียนไม่จบไม่ใช่หรือไง”
“โธ่  พี่วิทย์น่ะ  แหวนไม่ชอบทำงานกับพ่อตัวเองนี่นา  ไม่อยากให้คนมองว่าใช้เส้นสาย”
“เส้นสายอะไรกัน  เราเป็นลูกไปช่วยกิจการของพ่อแม่ก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย” 
“ก็แหวนอยากเป็นพริตตี้มากกว่า”  เธอตอบเสียงอ่อน
“ทำไมถึงได้อยากเป็นนักพริตตี้เนี่ย  ชอบให้คนมามองรูปร่างของตัวเองรึไง”
“แหวนจะมีเหตุผลอะไรก็ช่างเถอะ  พี่วิทย์อย่ามาสนใจเลย  พูดไปก็คงไม่มีใครเข้าใจหรอก”  เธอสะบัดหน้าหนีเขาแล้วมองไปยังข้างทางแทน
“อ้าว  ไหงมางอนพี่ล่ะเนี่ย  แหวน  เราน่ะไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ  ทำอะไรก็หัดมีเหตุผลหน่อยได้รึเปล่า  ทำตัวเป็นเด็กแบบนี้เดี๋ยวก็หาแฟนไม่ได้หรอก”  เขาแกล้งเย้าเธอเล่น  แต่มันกลับเหมือนไปจี้ใจเธออย่างจัง
“ไม่มีแฟนก็ไม่ตายนี่คะ  ถ้าไม่มีใครรัก  แหวนก็จะอยู่เป็นโสดไปจนตายนี่แหละ”  เธอหันกลับมาวีนใส่แล้วงอนเขาหนักกว่าเดิมเสียอีก
“แล้วกัน  เฮ้อ...เด็กหนอเด็ก...” 
“แหวนไม่ใช่เด็กแล้ว  เลิกมองว่าแหวนเป็นเด็กซะทีได้รึเปล่า”  เธอหันกลับมาทำตาเขียวใส่เขา
“โอเคๆ  ไม่เด็กก็ไม่เด็กครับคุณหนูแหวน  อย่างอนนักเลยน่า  วันนี้พี่เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว  ไม่อยากมานั่งทะเลาะกับเราอีกหรอกนะ  เข้าใจรึเปล่า”
“แหวนก็ไม่ได้อยากทะเลาะกับพี่วิทย์ซะหน่อย” เสียงเธอเบาลงเหมือนจะไม่ได้หงุดหงิดเขามากเหมือนตอนแรกอีกแล้ว
“ก็ดีแล้ว  เป็นน้องพี่ห้ามดื้อเข้าใจรึเปล่า”  เขายื่นมือไปขยี้ศีรษะของเธออย่างเอ็นดู 
“แล้ว...พี่วิทย์ล่ะคะ”  เธอหันกลับมามองหน้าเขา
“พี่ทำไมเหรอ” 
“ก็...พี่วิทย์...หาแฟนได้ยัง” 
“ทำไม  ไม่อยากให้พี่มีแฟนจะได้ขึ้นคานเป็นเพื่อนตัวเองล่ะสิ” 
“ก็...งั้นมั้ง”
“หล่อๆ อย่างพี่น่ะ  จะหาเมื่อไหร่ก็ได้หรอก  แต่ตอนนี้ยังไม่ว่างหา  พี่ยุ่งขนาดไหนเราก็น่าจะเห็นอยู่”
“ไม่ว่างหาแฟนเป็นตัวเป็นตน  แต่ว่างหาคนไปควงให้เป็นข่าวบ่อยๆ ได้เนาะคนเรา”
“เป็นแฟนคลับพี่หรือไง  รู้ดีไปทุกเรื่อง”  เขาว่าให้
“อ้าว  ก็มันจริงนี่คะ  พี่วิทย์น่ะมีข่าวกับพวกนางแบบออกจะบ่อยไป  นี่ไปแอบกินกันมาแล้วล่ะสิท่า”  เธอพูดเหมือนไม่พอใจอย่างนั้น
“ลูกค้าทั้งนั้นแหละน่า  พี่ไม่ได้บ้ากามขนาดนั้นซะหน่อย  ถึงบ้านพอดีเชิญลงได้แล้วครับคุณหนูแหวน  อย่าลืมเอาข้าวผัดลงไปด้วยล่ะ”
“ค่า...คุณพี่หมอโรคจิต”  เธอหันไปดึงสายเข็มขัดนิรภัยแต่เหมือนมันจะติดอะไรสักอย่างเธอจึงดึงไม่ออก
“ดึงไม่ออกเหรอ  ไหนดูซิ”  เขาปลดเข็มขัดฝั่งตัวเอง  ก่อนจะเอี้ยวตัวไปดูฝั่งเธอ
“เนี่ยพี่วิทย์...เอ่อ...”  เวณิกาหันหน้ามามองเขา  ใบหน้างามนั้นจึงเกือบจะชนกับหน้าเขาอยู่แล้ว
ทั้งสองคนมองสบตากันนิ่ง  ภาวิทย์มองสำรวจรูปหน้าของเธอด้วยความรู้สึกแปลกๆ ในใจ  ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ  ที่เขารู้สึกว่า...น้องสาวข้างบ้านคนนี้  ถึงได้สวยขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
เวณิกาเองก็ใจเต้นแรงไม่ต่างกัน เมื่อรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่เป่ารดแก้มนวลอยู่ตลอด   พี่วิทย์ของเธอทำไมถึงได้หล่อขนาดนี้ล่ะ  หมอเสริมอึ๋มจำเป็นต้องหล่อขนาดนี้เลยเหรอ
แล้วเธอก็แทบหยุดหายใจ  เมื่อใบหน้าของเขาค่อยๆ โน้มลงมาหา  ริมฝีปากหยักนั้นอยู่ห่างกับปากเธอไม่ถึงเซนด้วยซ้ำ  เด็กสาวจึงได้รีบหลับตาลงทันทีเพราะไม่กล้ามองว่าเขาจะทำอะไรเธอ
“หลับตาทำไม  คิดว่าพี่จะจูบเรารึไง  เด็กแก่แดด”  เขาแกล้งเคาะมือลงบนหน้าผากของเธอแทน  ก่อนจะช่วยปลดเข็มขัดออกให้เธอได้สำเร็จ  เล่นเอาคนที่นึกว่าจะเสียจูบแรก  ถึงกับไปไม่เป็น
“ใคร...ใครคิดว่าจะโดนจูบ  หนูเหม็นปากพี่ต่างหากล่ะ คนอะไรไม่รู้ปากเหม็นชะมัด”  เวณิกาว่าเขาแก้เขิน  ก่อนจะรีบผลักประตูรถออกไป  ทิ้งให้คุณหมอหนุ่มเป็นฝ่ายเหวอแทน
“เราเนี่ยนะปากเหม็น  ไม่เหม็นซะหน่อย  ยัยเด็กนี่...น่าจับมาตีก้นนัก  อ้าวแล้วข้าวผัดก็ไม่เอาลงไปอีก  เฮ้อ...”  เขาคว้ากล่องข้าวผัดที่เบาะหลังก่อนจะเปิดประตูรถแล้วเดินตามเธอเข้าไปข้างใน
++++++++++++++ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ   คู่นี้มันก็จะฮาๆ หน่อยนะคะ  ฮาไปหื่นไป  อร๊ายยยยยยยยยยยย+++++++++++


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha