37. Bad Doctor ลุ้นรักคุณหมอร้าย ภาคต่อ อิศรา (จบบริบูรณ์)

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 57 : ตอนที่ 3.3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ทั้งสองคนมองหน้ากันอยู่นานเหมือนต้องมนตร์สะกด  ร่างเล็กไม่กล้าขยับเพราะตอนนี้ทุกสัดส่วนของเธอก่ายเกยอยู่บนตัวของเขาไปหมดแล้ว 
แต่ยิ่งมองกันนานเท่าไหร่  ลมหายใจของพวกเขาก็เริ่มติดขัดมากขึ้นทุกที  ยิ่งอกนุ่มหยุ่นของเธอบดแนบลงมากับอกแกร่ง  เขาก็แทบคุมตัวเองไม่อยู่
ใบหน้าคมยื่นไปหาใบหน้างามให้ใกล้มากขึ้น  คราวนี้เขาตั้งใจจะจูบที่ปากเล็กจิ้มลิ้มนั้นจริงๆ  แต่ทว่าเธอก็รีบดันตัวแล้วลุกขึ้นเสียก่อน
“เอ่อ...หนูกลับบ้านก่อนนะ  ไว้ค่อยมาวัดขนาดวันอื่นละกันค่ะ”  เด็กสาวรีบเดินไปที่ประตูแล้วเปิดออกไป  ก่อนจะวิ่งกลับบ้านตัวเองด้วยใจที่เต้นแรงกว่าตอนวิ่งมาเสียอีก
“เฮ้อ...แหวนนะแหวน...มาทำให้อยากแล้วก็จากไปแบบนี้...ยัยเด็กแสบ...”  เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่  เมื่อคิดถึงความนุ่มนิ่มที่อยู่บนกายแกร่งก่อนหน้านี้  กลิ่นแก้มและกลิ่นกายของเธอยังคงหอมฟุ้งกระจายอยู่รอบๆ  แล้วคืนนี้...เขาจะหลับลงได้ยังไง  ในเมื่อบางอย่าง...มันตื่นตัวขึ้นมาตั้งแต่โดนตัวเธอเมื่อครู่นี้แล้ว
เวณิการีบกลับเข้าห้องนอนของตัวเองแล้วล็อกลูกบิดแน่นหนา  อย่างกับกลัวว่าเขาจะตามมาอย่างนั้น 
แก้มสาวร้อนผ่าวเมื่อคิดไปถึงสัมผัสแนบสนิทก่อนหน้า  ยิ่งตอนที่เธอรู้สึกว่าท่อนขานั้นมีอะไรบางอย่างดิ้นดุ๊กดิ๊ก  หัวใจของเธอก็แทบจะหยุดเต้น
“คนบ้า!  ทำไมต้องทำให้ใจสั่นตลอดเลย  ไอ้พี่บ้าๆๆๆ”  เธอล้มตัวลงนอนบนเตียงของตัวเองพร้อมกับหลับตาลง  แต่พอเปลือกตาปิด  ภาพใบหน้าหล่อๆ นั้นก็ตามมาหลอกหลอนเธออีก
“โอ๊ย...พี่เป็นผีรึไงเนี่ย  โผล่มาอยู่ได้”  เธอพลิกตัวซ้ายขวาอยู่อย่างนั้นทั้งคืนเพราะนอนไม่หลับ  ซึ่งก็คงไม่ต่างกับอีกคนแต่ดูเหมือนฝั่งนั้นจะทุรนทุรายกว่าหลายเท่า
วันต่อมา
วันนี้เป็นวันอาทิตย์  เวณิกาจึงไปสอนพิเศษในตอนเช้า  เพราะมารดาของน้องเอ็มหยุดงาน  ไม่เหมือนวันอื่นที่เธอจะไปสอนตอนที่ท่านเลิกงานแล้ว
เมื่อเธอกลับเข้ามาที่บ้านอีกครั้งในตอนบ่ายก็พบกับปาร์ตี้บาร์บีคิวหอมกรุ่น  พร้อมกับสมาชิกจากบ้านข้างๆ  และบิดามารดาของเธออยู่กันพร้อมหน้า  โดยที่ตอนนี้บิดาของเธอกำลังนั่งคุยอยู่กับคุณหมอหนุ่มอย่างออกรส
“อ้าว  ยัยแหวนกลับมาแล้วเหรอลูก  ไปล้างไม้ล้างมือแล้วมานั่งปิ้งบาร์บีคิวด้วยกันสิจ๊ะ  มีเบค่อนพันเห็ดเข็มทองของโปรดหนูด้วยนะ”
“ได้ค่ะแม่  งั้นเดี๋ยวหนูขออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายตัวก่อนแล้วจะรีบลงมานะคะ”  เธอบอกโดยไม่ได้หันไปมองใครบางคนที่เอาแต่จ้องเธออยู่ตลอดตั้งแต่เห็นเธอเดินเข้าเขตรั้วของบ้านมาแล้ว
“ตาวิทย์...วิทย์...”  นายกานต์ประมุขของบ้านเรียกหลานชายหลายครั้งกว่าเขาจะรู้สึกตัว
“เอ่อ...ครับคุณน้า” 
“มัวแต่ใจลอยคิดถึงสาวที่ไหนอยู่ล่ะ”  นายกานต์เอ่ยเย้าคุณหมอหนุ่มอย่างอารมณ์ดี
“เปล่าครับ  พอดี...คิดเรื่องงานนิดหน่อย”  เขารีบแก้ตัว
“คุณหมอฝีมือดีงานก็คงจะยุ่งมากเป็นธรรมดาสินะ  เฮ้อ...พูดถึงเรื่องงานน้าก็ว่าจะคุยกับยัยแหวนให้รู้เรื่องอยู่เหมือนกัน  ว่าเมื่อไหร่จะยอมไปช่วยงานที่บริษัทซะที  ออกไปเที่ยวเล่นได้ทุกวันทั้งที่ก็จบมาได้หลายเดือนละ”
“บางที...น้องอาจจะอยากพักก่อนก็ได้นะครับ  เรียนหนักมาหลายปี  เดี๋ยวถ้าน้องพร้อมก็คงจะไปช่วยคุณน้าเอง”
“แค่เรียนมันจะไปหนักหนาอะไรกันล่ะ  แต่ก็เอาเถอะ  ปล่อยไปอีกซักเดือนสองเดือนก็ได้  ถ้าถึงตอนนั้นยังไม่พร้อมอีก  น้าว่าคงต้องมีบังคับกันล่ะ”
“คุณน้าก็รู้นี่ครับว่าน้องไม่ชอบให้ใครบังคับ  อย่างแหวนน่ะชอบการท้าทายมากกว่าการออกคำสั่ง  ผมเคยได้ยินว่าน้องไม่อยากใช้เส้นสายในการทำงาน  คงไม่อยากให้คนอื่นครหาว่าเป็นลูกเจ้าของบริษัทแล้วก็เข้าไปทำงานตำแหน่งสูงๆ ทั้งที่ยังไม่มีประสบการณ์  เอาอย่างนี้สิครับ  คุณน้าก็ให้น้องทำตำแหน่งพนักงานทั่วไปก่อน  ให้น้องได้แสดงความสามารถแล้วค่อยปรับตำแหน่งให้ตามสมควรไปเรื่อยๆ  แบบนี้น้องอาจจะตัดสินใจได้ง่ายกว่า”
“จริงสินะ  น้าก็ลืมคิดถึงข้อนี้ไป  แหม  ตาวิทย์เนี่ยเข้าใจยัยแหวนมากกว่าน้าซะอีกนะเนี่ย  นี่ถ้าตาวิทย์คิดอยากจะมาเป็นลูกเขยของน้าเมื่อไหร่ล่ะก็  น้าจะรีบยกยัยแหวนให้เชียวล่ะ  ดูท่าคงไม่มีใครเอายัยแหวนอยู่เท่ากับเราแล้วล่ะนะ”  นายกานต์บอกอย่างอารมณ์ดี
“พูดแล้วห้ามคืนคำนะคะคุณกานต์  วิจะได้เตรียมสินสอด”  มารดาของภาวิทย์รีบพูดขึ้นมาพร้อมกับหันไปมองบุตรชายอย่างรู้ใจ
“เอ...นี่ตกลงว่า...”  นายกานต์มองหลานชายข้างบ้านอย่างค้นหา  เมื่อเห็นว่าภาวิทย์ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธใดๆ  เขาก็หัวเราะออกมาด้วยความชอบอกชอบใจ  ทำให้บรรยากาศครึกครื้นมากยิ่งขึ้น  เมื่อคิดว่าสองบ้านกำลังจะได้ดองเป็นทองแผ่นเดียวกันในอีกไม่ช้า
“หัวเราะอะไรกันเหรอคะ  น่าสนุกจัง  บอกแหวนบ้างสิคะ”  เวณิกาในชุดลำลองกางเกงขาสั้นสีชมพูอ่อนเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวเดินเข้ามาพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม  ตอนนี้เธอเกล้าผมไว้เหนือศีรษะยิ่งส่งให้ใบหน้างามดูสดใสมากขึ้น  สะกดสายตาใครบางคนได้อยู่หมัด
“คุยกันเรื่อง...งานมงคลน่ะลูก”  นางเวฬุฬีหันไปยิ้มให้ทุกคน
“งานมงคล?  พี่วิทย์จะบวชเหรอคะ”  เธอหันไปมองพี่ชายข้างบ้านอย่างสงสัย
“ก็...งั้นละมั้งลูก  บวชก่อนแล้วค่อย...เบียดทีหลัง  จริงรึเปล่าตาวิทย์”  นายกานต์ยิ้มให้ว่าที่ลูกเขย
“ก็...ครับ”  เขายิ้มตอบ  
“จริงเหรอคะพี่วิทย์  พี่วิทย์จะบวชจริงอะ”  เวณิกาถามพี่ชายอย่างตื่นเต้น
“ทำไมจ๊ะ  ถ้าพี่เค้าบวชแล้วเราจะไปถือหมอนให้รึไง”  คุณหมอภาวิณีเอ่ยถามว่าที่สะใภ้
“ถือหมอนเหรอคะ?  ทำไมแหวนต้องถือหมอนด้วยล่ะคะ  ถืออย่างอื่นไมได้เหรอคะ” เธอถามอย่างไม่เข้าใจ
“ไม่ได้หรอกลูก  สำหรับหนูแหวนน่ะ  ต้องถือหมอนให้พี่เค้าเท่านั้นแหละจ้ะ  จริงมั้ยจ๊ะพ่อลูกชาย”  คนเป็นแม่หันมองลูกชายด้วยสายตาหยอกเย้า  เมื่อรู้ว่าโคแก่ตัวนี้คิดจะเล็มหญ้าอ่อนข้างบ้านมานานหลายปีแล้ว
“ก็คงต้องถามความสมัครใจของเจ้าตัวก่อนนะครับ  ว่าเค้าอยากถือหมอนให้ผมรึเปล่า”  ภาวิทย์ยิ้มให้ผู้หญิงที่เขาเลิกมองเหมือนน้องสาวมาเนิ่นนาน
“เต็มใจสิคะ  งานบวชพี่วิทย์ทั้งที  ให้แหวนทำอะไรแหวนก็ทำได้หมดแหละค่ะ  ว่าแต่จะบวชเมื่อไหร่คะ  แหวนจะได้เตรียมตัว”  เธอบอกอย่างเอาใจ  เพราะไม่รู้ว่าผู้หญิงที่ได้ถือหมอนในงานบวชของฝ่ายชายมันแปลว่าอะไร
“ยังไม่ใช่เร็วๆ นี้หรอกจ้ะ  รอพี่เคลียร์งานให้เรียบร้อยก่อนละกันนะ  อย่ามัวแต่ถามอยู่เลยไปปิ้งบาร์บีคิวแล้วมานั่งข้างพี่ตรงนี้ดีกว่า  ปิ้งเผื่อพี่ด้วยล่ะ”  เขารีบบอก  ก่อนที่เธอจะซักไซ้มากไปกว่านี้
“ก็ได้ค่ะ” เวณิกาจึงเดินไปที่หน้าเตาย่าง  ปล่อยให้ผู้ใหญ่สี่คนมองหน้ากันอย่างอารมณ์ดี  แม้ตอนนี้เธอจะยังไม่แสดงออกว่าคิดกับพี่ชายข้างบ้านเช่นไร  แต่ทุกคนก็คิดว่าหากภาวิทย์เผยใจต่อเด็กสาวเมื่อไหร่  เธอก็คงไม่คิดปฏิเสธ
ปาร์ตี้บาร์บีคิวสิ้นสุดลงในเวลาสี่โมงกว่า  ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่นายแพทย์อิศราเพื่อนรักของภาวิทย์โทรมาเรียกรวมตัวพร้อมกับเพื่อนร่วมแก๊งอีกสองคน  นั่นก็คือธนากรและสุรสิน  อดีตอายุรแพทย์ที่ผันตัวไปทำกิจการส่วนตัว  เขาจึงกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ที่บ้าน  ก่อนจะขับรถไปหาเพื่อนรักในทันที
++++++++++โอ๊ยยยยยยยยยยย  หนูแหวนนนนน ไม่รู้เรื่องอะไรกะเค้าเล๊ยยยยยยยยย  ++++++++++++


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha