อาญาร้ายเทพบุตรมาร by หงสรถ [วางแผงแล้วที่ 7-11]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 3 : อาญาร้ายเทพบุตรมาร ตอนที่ 2---(1)---


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 2


        ค่ำวันต่อมา ประตูห้องพักชั้นบนสุดภายในโรงแรมหรูของตระกูลแม็คแคลตันถูกเปิดออกด้วยมือของบอดี้การ์ดหนุ่มเจ้าของสีหน้าเรียบเฉย ไม่ต่างจากสีหน้าของผู้เป็นนายในเวลานี้ ซึ่งก็ทำเอาผู้ติดตามถึงกับเดาใจผู้เป็นนายไม่ออกเลยว่าจะจัดการอย่างไรกับเชลยสาวแสนสวย

        “ผู้หญิงคนนั้นเป็นไงบ้าง” เสียงทุ้มห้าวถามโดยไม่เจาะจงว่าถามใคร ทำเอาเหล่าบอดี้การ์ดสี่นายลอบมองตากันก่อนจะพากันมองมาที่จีโอ ที่มีหน้าที่คอยหาข้าวหาน้ำให้กับเชลยสาว ซึ่งเวลานี้เชลยสาวที่ว่าก็กำลังเอาหน้าแนบประตูฟังความเคลื่อนไหวสลับกับมองจานใส่อาหาร พร้อมความคิดบางอย่าง เมื่อเธอต้องหาวิธีออกไปจากห้องบ้าๆ นี่เสียที

        “ดูเธอสบายดีครับเจ้านาย” จีโอเอ่ยตอบเสียงเรียบๆ ก่อนเหลือบตามองไปยังห้องขังเชลยสาว ที่ไม่รู้ว่าจะออกฤทธิ์ด้วยการเคาะประตูห้องอีกหรือไม่ แต่เมื่อเสียงเงียบก็พลอยโล่งอก เพราะเกรงว่าเสียงจะดังรบกวนเจ้านายหนุ่ม

        “ก็แน่ล่ะ ได้มาอยู่บนห้องพักหรูๆ โดยไม่เสียเงินสักบาท หล่อนก็ต้องสบายอยู่แล้ว” คนพูดบิดปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเดินไปทั้งตัวลงลงบนโซฟาเรียบหรู ยกเท้าทั้งสองพาดไปบนโต๊ะกระจกเล็กๆ แล้วหันไปรับเครื่องดื่มจากเลเนียร์ แม่บ้านวัยเกษียณ แต่ยังไม่เกษียณตัวเองเสียทีเพราะเป็นห่วงเจ้านายหนุ่ม หญิงชราจึงอยู่ดูแลเจ้านายหนุ่มต่อไปจนกว่าจะไม่มีแรง

        “ขอบคุณครับ ป้าเลเนียร์” ดื่มจนหมดแก้วแล้วก็หันไปขอบคุณพร้อมรอยยิ้มมีเสน่ห์ ก่อนจะสั่งให้เอสก้าไปส่งป้าเลเนียร์ที่บ้านพัก แต่ก่อนไปก็ได้บอกให้ป้าเลเนียร์หยุดพักผ่อน ไม่ต้องมาดูแลเขาอีก

        “แล้วใครจะมาดูแลคุณเคลย์ริกของป้าล่ะคะ” เลเนียร์ยังนึกห่วงกลัวไม่มีใครดูแลชายหนุ่ม

        “ป้าเลเนียร์ไม่เป็นต้องห่วงครับ ผมมีคนมาดูแลแน่นอน” เคลย์ริกบอกแล้วยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ซึ่งรอยยิ้มนั่นก็ทำให้เลเนียร์เบาใจ เพราะเดาได้ว่าตอนนี้เจ้านายหนุ่มคงหาแม่บ้านคนใหม่มาได้แล้วจริงๆ

        “แต่ถ้าคนใหม่ดูแลคุณเคลย์ริกของป้าไม่ดี คุณเคลย์ริกก็เรียกป้าได้ตลอดนะคะ”

        “ครับ” เจ้าของเสียงยิ้มกว้าง แล้วหันไปพยักหน้าให้กับเอสก้าให้เข้ามาพาป้าเลเนียร์ไปส่งบ้าน คล้อยหลังของป้าเลเนียร์ไปเล็กน้อย เคลย์ริกก็สั่งให้ลูกน้องแยกย้ายกันไปพัก โดยไม่ลืมสั่งให้ลูกน้องโทรตามคู่ขาให้ไปรอในห้องที่มีไว้สำหรับทำกิจกรรมบนเตียง ก่อนออกไปพบแขกบุคคลสำคัญ

        ภายในห้องพักจึงเหลือเพียงหนุ่มหล่อทายาทคนโตของตระกูลแม็คแคลตันและเชลยสาว ที่เวลานี้เจ้าตัวก็กำลังพยายามจับการเคลื่อนไหวด้านนอกด้วยสีหน้านิ่วคิ้วขมวด สลับกับมองไปที่จานข้าวซึ่งยังมีอาหารเหลืออยู่ครึ่งจานอย่างหมายมั่น

           ทำไมมันเงียบแบบนี้ล่ะ หรือว่าพ่อหนุ่มร่างยักษ์กลับไปแล้ว เฮ้ย! แล้วจะทำไงดี อุตส่าห์วางแผนหนีเสียดิบเสียดี เพราะวันนี้เธอคิดว่าจะเอาจานใส่อาหารฟาดหนุ่มร่างยักษ์แบบจังๆ แล้วจากนั้นเธอก็จะเผ่นออกไป แต่ดูเหมือนแผนที่วางไว้คงจะล่มไม่เป็นท่าซะแล้ว ถ้าหาพ่อหนุ่มร่างยักษ์ไม่เข้ามาเก็บจานชามออกไปเหมือนเช่นทุกวัน

        ไอ้คนหน้าโหดนั่นก็หายหัวไปเลย เหอะ! ที่แท้แกก็ไม่ไม่แน่จริง เลยไม่กล้าโผล่หัวมาเจรจากับฉันมธุราเบ้ปากอย่างนึกชังน้ำหน้าเมื่อต้องมานึกถึงหน้าคนโหด ที่นึกอยากจะไปฉุดใครมาก็ฉุดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

        แก๊ก!

          นั่นมันเสียงดังมาจากประตูนี่ ดีเลย!’ มธุรารีบโดดลงจากเตียงไปคว้าเอาคว้าจานข้าวมาถือไว้มั่น ก่อนจะเดินแอบอยู่ข้างประตู เพื่อรอจังหวะเหมาะๆ ด้วยใจลุ้นระทึก

        เพล้ง!

        “บ้าฉิบ!” อาวุธในมือเล็กหล่นกระแทกพื้นแค่เสี้ยววินาทีเสียงสบถดังลั่น ที่ไม่ต้องมองหน้าก็เอาออกว่าเวลาเจ้าของเสียงสบถอยู่ในห้วงอารมณ์ไหน ทว่าคนที่เอาภาชนะใส่อาหารฟาดใส่คนที่โผล่หน้าเข้ามาหาได้สนใจอารมณ์ใครทั้งนั้น เพราะตอนนี้เธอคิดเพียงอย่างเดียวว่าจะต้องรีบวิ่งผ่านคนตัวโตออกไปให้ ทว่าวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็ชนกับอะไรบางอย่างที่มันไม่ใช่บานประตูแน่นอน แต่ก็ทำเอาเจ็บไม่ใช่เล่น

        พลั่ก!

        “อูยย...เจ็บก้นชะมัดเลย” หญิงสาวร้องครางโอดโอยด้วยความเจ็บ เพราะหลังจากวิ่งชนกำแพงมนุษย์แล้วเธอก็เสียหลักล้มก้นกระแทกพื้นอย่างจัง

        “บ้าเฮ้ย!” เคลย์ริกยังสบถไม่เลิกและหงุดหงิดอย่างที่สุดเมื่อตอนนี้ตัวเขาเต็มไปด้วยเศษอาหารที่คนแรงเท่าเอาปาใส่เขา หน้าหล่อที่ดูโหดจนไม่น่าเข้าใกล้อยู่แล้วยิ่งโหดมากขึ้นเป็นร้อยเท่า

        “อะ...ไอ้...ไอ้หน้าโหด” มธุราเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก ความเจ็บมลายหายไปเกือบหมด จนเธอสามารถพยุงตัวเองลุกขึ้นมายืนประจันหน้ากับอีกฝ่ายได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งที่ก่อนหน้าเธอคิดว่าคงจะลุกขึ้น

        “นี่เธอทำบ้าอะไร” เสียงห้าวห้วนดังจนหูคนฟังแทบจะบอด ก่อนที่เจ้าตัวละลนลานถอยไปยืนแอบอยู่ที่เดิมนั่นก็คือหน้าต่างก่อนจะม้วนเอาผ้าม่านมาปิดตัวเอาไว้เพื่อป้องกันภัยอันตราย

        “ฉันถาม!” เคลย์ริกตะคอกใส่อย่างหัวเสีย

        “คือ...คือ...” มธุราตอนนี้ปากคอสั่นไปหมดแล้ว เพราะไม่คิดไม่ฝันว่าวันนี้จะได้เจอคนหน้าโหด

        “คือบ้าคือบออะไรห๊ะ!” เคลย์ริกยกมือเท้าเอว ตาคมดุปราดมองไปยังร่างเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในผ้าม่านอย่างนึกขำ เพราะแค่ผ้าม่านมันไม่ได้ช่วยอะไรเธอได้เลยสักนิด แต่หล่อนก็ยังโง่เอาตัวเข้าไปซ่อน!

        “เลิกตะคอกฉันสักทีจะได้ไหมไอ้บ้าหน้าโหด” เสียงหวานแต่ขุ่นจัดเอ่ยออกมาโดยไม่ติดขัด เพราะตอนนี้เธอรำคาญเสียงของเขาจนเกินทนแล้ว

        “ผู้หญิงอย่างเธอ มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน!” เคลย์ริกยังไม่เลิกตะคอก และคิดว่าเขาจะต้องจัดการผู้หญิงคนนี้ให้หลาบจำสักนิดก่อนถึงจะไปล้างเอากลิ่นอาหารออก เพราะถ้าเดินดุ่มๆ ออกไปตอนนี้เจ้าหล่อนคงจะยิ้มเยาะเขาแน่

        “ก็แล้วผู้ชายอย่างแกล่ะ มีสิทธิ์อะไรมาตะคอกใส่ฉัน” มธุราเชิดหน้าขึ้นอย่างอวดเก่ง ทั้งที่รู้ตัวเองดีว่าเธอไม่มีปัญญาไปสู้อะไรเขาได้

        “ปากเก่งดีนี่” ปากหยักสวยราวกับผู้หญิงยกยิ้มหยันๆ สาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างเล็กที่ไม่มีแม้โอกาสหนี เมื่อเท้าใหญ่ก้าวพรวดๆไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวคนปากเก่งเรียบร้อย

        “แก...แกจะทำอะไรฉันไอ้หน้าโหด” ความกล้าและอวดเก่งเมื่อครู่ของเธอหายวับไปกับสายลมเมื่อคนตัวโตเหมือนตึกมายืนปล่อยรังสีอำมหิตอยู่ใกล้ๆ

        “ผู้หญิงปากเก่ง แล้วก็แพศยาอย่างเธอ คิดว่าผู้ชายแมนทั้งแท่งอย่างฉันควรจัดการเธอยังไงดีล่ะ” เป็นอีกครั้งที่คนหน้าโหดขยับปากยิ้มด้วยรอยยิ้มหยัน ที่ตอนนี้มธุรากำลังทั้งช็อกทั้งงงเป็นไก่ตาแตก เมื่ออยู่ดีๆ ก็โดนด่าว่าเป็นผู้หญิงแพศยาจากปากของผู้ชายที่เธอก็เพิ่งจะเคยเห็นหน้า!

          ไอ้หน้าโหดนี่เป็นบ้าอะไร มากล่าวหาเธอทำไม

        “เสนอความคิดมาสิ อย่าเอาแต่เงียบ” น้ำเสียงยังเย้ยหยันและสายตาก็ดูแคลนจนถูกถามชาไปทั้งหน้า พลางคิดทบทวนว่าตั้งแต่เกิดมาไปทำเรื่องเสียหายอะไรไว้งั้นหรือ อยู่ดีๆ ถึงได้โดนตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงแพศยา ทว่าต่อให้คิดย้อนกลับไปกี่ร้อยกี่พันครั้ง เธอก็มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์เลยว่าไม่เคยทำตัวอย่างที่เขากล่าวหาเลยสักครั้ง

        “ตอบมา!” เสียงห้าวห้วนตวาดลั่น      

        “ไอ้บ้า! ออกไปห่างๆ ฉันนะ” เธอตอบกลับไปทันทีเมื่อควานหาเสียงของตัวเองเจอ

        “ก็ตอบมาสิ” คนตัวโตคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้

        “ฉันบอกให้ออกไปห่างๆ ฉัน ไอ้ผู้ชายปากสกปรก” เสียงหวานสั่นย้ำอีกครั้งอย่างช้าๆ ชัดๆ

        “ผู้ชายปากสกปรกงั้นเหรอ” เคลย์ริกยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็นแล้วพูดต่อ “แต่จะว่าไปคนปากสกปรกอย่างฉัน ก็เหมาะกับผู้หญิงอย่างแพศยาอย่างเธอดีเหมือนกันนะ เธอว่าจริงไหม”

        “ไอ้เลว” มธุรารู้สึกเจ็บจี๊ดอีกครั้งเมื่อถูกตอกย้ำว่าเป็นหญิงแพศยา ทั้งที่ตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่งโตเป็นสาวสะพรั่ง เธอไม่เคยทำเรื่องที่จะสื่อไปในทางผู้หญิงแพศยาอย่างที่เขากล่าวหาเลย

        “คนอย่างเคลย์ริกไม่สะดุ้งสะเทือนเพราะคำว่าเลวหรอกยาหยี” ปากหยักร้ายแสยะยิ้ม สีหน้าก็ยียวนจนน่าตบสักฉาดสองฉาด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha