อาญาร้ายเทพบุตรมาร by หงสรถ [วางแผงแล้วที่ 7-11]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 4 : อาญาร้ายเทพบุตรมาร ตอนที่ 2---(2)---


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

วางแผงที่ เซเว่น อิเลิฟเว่น 



หรือสั่งซื้อผ่าน เว็บไซต์สำนักพิมพ์ รับส่วนลดสูงถึง 20%

ได้ที่ www.romantic-publishing.com


        “ไอ้ปากหมา” ด่าไปแล้วเธอก็ไม่แน่ใจนักหรอกว่าเขาจะเข้าใจความหมายนี้หรือไม่ แต่สำหรับเคลย์ริกตั้งแต่เขาคิดจะลงทัณฑ์ผู้หญิงแพศยา เขาก็เริ่มเรียนรู้ภาษาไทยมาจนพอเข้าใจ เลยเป็นเหตุให้ตอนนี้สันกรามบนหน้านูนขึ้นเป็นสัน

        “ถ้าเก่งจริง ก็ด่าอีกสิ” เคลย์ริกท้าให้ด่าประหนึ่งพวกโรคจิตที่ชอบฟังคำด่าที่เจ็บแสบ

        “ไอ้เถื่อน ไอ้โรคจิต ไอ้เส็งเคร็ง ไอ้เฮงซวย ไอ้คนทุเรศ ไอ้คนน่ารังเกียจ ไอ้...โอ๊ย!” มธุราร้องเสียงหลงเมื่อต้นแขนถูกมือหนาบีบจนเธอรู้สึกเหมือนกระดูกจะหัก หน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บแต่ถึงกระนั่นเธอก็ไม่ร้องขอความเห็นใจ ซึ่งนั่นทำให้เคลย์ริกรู้สึกหงุดหงิดใจเป็นที่สุด

        “อดทนเก่งงั้นเหรอ” เคลย์ริกเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ลงแรงบีบแขนเรียวจนเส้นเลือดนูนปูด เพราะเขาก็อยากจะรู้นักว่าผู้หญิงแพศยาคนนี้จะทนได้นานสักแค่ไหน

        “โอ๊ะ!” มธุราน้ำตาร่วงอาบแก้ม แต่ถึงแม้จะเจ็บจนจะทนไม่ไหว เธอก็ยังไม่อ้าปากขอร้องให้เขาปล่อย

        “อวดดี!” เคลย์ริกตะคอกใส่เสียงเหี้ยม ใบหน้าดุดันน่ากลัว

        “ไอ้บ้า ไอ้เลว ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ามาตะคอกใส่ฉัน” มธุรายกมือขึ้นมาทุบตีกายแกร่งแบบไม่เลือกที่ขอเพียงได้ล้างแค้นที่เขาบีบแขนเธอจนแทบหัก

        ขณะที่เคลย์ริกก็ปล่อยให้สาวเจ้าตบตีไปได้ไม่กี่ครั้ง เขาก็ละมือจากต้นแขนมารวบสองมือเล็กเอาไว้ แล้วขยับกายเข้ามาแนบชิดจนแผ่นอกที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อบดเบียดกับอกอวบ ที่คงจะใหญ่โตน่าดูทีเดียว ปากหยักร้ายกระตุกยิ้มนิดๆ เมื่อเจ้าของความนุ่มนิ่มเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาขุ่นคลัก

        “เนื้อนมไข่ดีแบบนี้นี่เอง ผู้ชายถึงได้ชอบเธอ” เคลย์ริกหลุบตามองอกอวบ มธุราหน้าเห่อร้อนเมื่อถูกจดจ้อง

        “ไอ้คนลามก โรคจิต เลิกมองฉันเดี๋ยวนี้” เสียงห้ามของเธอไม่มั่นค่อยคงนัก

        “เคยชินแต่ให้ทำล่ะสิ” เขาขยับปากยิ้มอย่างดูแคลน

        “พูดบ้าอะไร” มธุราโต้กลับเสียงเขียว ขยับมือที่ถูกรวบไว้หยุกหยิกๆ แต่ก็ไม่หลุดจากพันธนาการเสียทีจนเธอชักหงุดหงิดที่ทำร้ายไอ้หน้าโหดไม่ได้เลย

        “ฉันชอบจริงๆ ผู้หญิงปากเก่งอย่างเธอ แต่อย่างเธอ...คงไม่ได้เก่งแค่ปาก” เคลย์ริกหยุดพูดแล้วขยับตัวออกห่างเล็กน้อยแล้วใช้สายตามองสำรวจร่างเล็ก ประหนึ่งกำลังจ้องมองสินค้า อึดใจปากหยักก็เผยยิ้มที่คนเห็นเกลียดแสนเกลียด เพราะเธอไม่เข้าใจเลยว่าไปทำอะไรให้ผู้ชายคนนี้โกรธเคืองตอนไหน เขาถึงได้มากล่าวหาว่าเธอเป็นผู้หญิงแพศยา แล้วยังมามองเธอเหมือนเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ด้วยเงิน

        “หยุดมองฉันด้วยสายตาแบบนี้ซะทีไอ้คนเฮงซวย แล้วก็พูดมาว่าฉันไปทำอะไรผิด หรือทำอะไรให้แกไม่พอใจตอนไหน ทำไมจะต้องจับฉันมาขังไว้ด้วย”

        “ก่อนจะบอก เรามาเล่นอะไรสนุกๆ ก่อนสักรอบสองรอบไหม”  แววตาเขาไม่ได้พูดเล่น แต่คิดจะทำจริง

        “ไม่!” มธุราปฏิเสธโดยไม่ต้องคิดทบทวนให้เปลืองรอยหยักในสมอง ขณะที่คนตัวโตก็กดยิ้มมุมปาก และยังคงใช้สายตาจดจ้องร่างเล็กไม่เลิก ความรู้สึกบางอย่างก็เริ่มก่อตัวขึ้น

        “แต่เรื่องสนุกที่ว่าเป็นงานที่เธอถนัดมากนะ” เคลย์ริกยังไม่เลิกชักชวน เพราะเวลานี้เขาอยากจะรู้จริงๆ ว่าริมฝีปากคู่นี้จะหวานสักเพียงใด ทำไมผู้ชายถึงได้ชอบเธอนัก โดยเฉพาะผู้ชายที่เขารู้จักเป็นอย่างดี! ชอบถึงขนาดที่ว่ามีเท่าไหร่ก็ทุ่มให้ไม่อั้น

        “ฉันไม่สน ส่วนแก บอกฉันมา ว่าจับฉันมาทำไม หรือคิดว่าตัวเองใหญ่คับฟ้า ถึงทำอะไรได้โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง” มธุรายกเอากฎหมายมากล่าวอ้าง เผื่อจะทำให้คนหน้าโหดสำนึกได้บ้างว่าประเทศนี่ยังมีกฎหมาย หาใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน

        “คิดจะเอากฎหมายมาขู่งั้นเหรอ” เคลย์ริกเหยียดปากยิ้มเยาะร่างเล็กที่คิดจะเอากฎหมายมาขู่คนอย่างเขา เพราะถ้าเขากลัวติดคุกติดตารางจริง คงไม่ไปดักฉุดเจ้าหล่อนมาไว้ที่นี่นานนับสัปดาห์

        “ใช่!” มธุราตอบกลับเสียงกระแทกกระทั้น พลางยกเข่าขึ้นหวังจะกระทุ้งใส่จุดยุทธศาสตร์ แต่ทว่าอีกคนกลับรู้ทันหลบไปได้อย่างหวุดหวิด ซ้ำยังตอนนี้ยังเอาท่อนขาใหญ่โตแทรกหว่างขาของเธอไว้ ทำให้เท้าของเธอลอยขึ้นจากพื้น

        “ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้มันใช้กับคนอย่างฉันไม่ได้หรอก...ยาหยี” เคลย์ริกยิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนจะยกท่อนขาขึ้นอีกนิด มธุราหน้าแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอายกับท้วงท่าที่เขาใช้จัดการเธอ โดยเฉพาะใบหน้าของเขาที่ขยับเข้าใกล้จนเธอรับรู้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว ที่มันชวนให้เส้นขนกายของเธอพากันลุกชัน 

        “ไอ้บ้า! ปล่อยฉันนะ” มธุราร้องขอออกมาในที่สุด เพราะไม่อยากจะให้เขาเอาหน้าเข้ามาใกล้มากกว่าที่เป็นอยู่ ต่างจากคนตัวโตที่อยากจะเบียดอยากจะชิดให้มากกว่านี้ และจะดีกว่านี้แน่ๆ หากได้เบียดบางอย่างเข้าไปอยู่ในตัวเธอ

        “ถ้าไม่ปล่อย เธอจะทำอะไรได้” เคลย์ริกขยับหน้าเข้าใกล้จนปลายจมูกชนกัน

        “ทะ...ถอย ถอยไปห่างๆ ฉันนะไอ้คนปากสกปรก” น้ำเสียงของเธอสั่นมากยิ่งขึ้น

        “รังเกียจกันขนาดนั้นเลยหรือยาหยี”  เจ้าของเสียงทำหน้าได้น่าตบเป็นที่สุด

        “ใช่ ฉันรังเกียจ แล้วก็ขยะแขยงแกมากๆ ด้วย เพราะงั้นแกเอาหน้าของแกไปห่างๆ ฉันเดี๋ยวนี้นะ” คำตอบเธอทำให้เคลย์ริกรู้สึกหงุดหงิด และไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะไปหงุดหงิดทำไม ในเมื่อเขาก็ทั้งเกลียดทั้งขยะแขยงผู้หญิงแพศยาคนนี้ไม่ต่างจากที่แม่คนอวดเก่งรู้สึก

        “แล้วถ้าฉันจูบเธอสักครั้งสองครั้ง เธอยังจะเกลียดฉันอยู่อีกหรือเปล่า” แววตาและน้ำเสียงดูทีเล่นทีจริง แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้คนฟังอกสั่นขวัญแขวนไปแล้วตั้งแต่เขาพูดคำว่า จูบ สองมือเล็กพยายามดิ้นรนออกจากมือร้ายกาจ ปากอิ่มสวยก็เม้มสนิทป้องกันการถูกรุกราน

        “กลัวโดนจูบขนาดนั้นเลยหรือยาหยี” เคลย์ริกยอมปล่อยมือเล็กให้เป็นอิสระแล้วเคลื่อนมือข้างหนึ่งสอดรวบเอวคอดก่อนจะดันตัวเธอเข้ามาชิดกับลำตัว ส่วนอีกมือก็ขยับขึ้นมาล็อกท้ายทอยเล็กเอาไว้จนคนแรงเท่ามดหมดสิทธิ์ดิ้นหนี

        “จะ...จะทำอะไรฉัน” เสียงหวานตะกุกตะกัก ตาคู่สวยจดจ้องไปยังคนตัวโตอย่างหวาดหวั่น

        “จูบเธอไง”  เคลย์ริกทาบริมฝีปากบดขยี้เรียวปากของผู้หญิงอวดเก่งทันที มธุราเม้มปากแน่นไม่ยอมให้ลิ้นอุ่นชื้นสอดผ่านเข้าไป มือใหญ่จึงละจากท้ายทอยมาที่สาบเสื้อ กระชากแรงๆ เพียงครั้งเดียวกระดุมก็หลุดเกือบทั้งแถบ ก่อนจะทาบมือเข้ากับทรวงอกอวบอิ่ม เคล้นคลึงอย่างหนักมือ

        “ไม่!” มธุราเผลอร้องด้วยความตกใจ ลิ้นอุ่นที่รอจังหวะอยู่แล้วจึงแทรกผ่านเข้าไปควานหาน้ำหวานภายในโพรงปากเล็กได้อย่างง่ายดาย

        เคลย์ริกดื่มด่ำกับน้ำหวานที่เขาเองก็ไม่เคยคาดคิดว่าผู้หญิงแพศยาอย่างเธอจะหวานน่ากินจนเขายังเผลอไผลไปกับความหอมหวานจากเธอ

          บ้าชิบ คนที่กำลังหลงใหลความหวานล้ำสบถเบาๆ แต่จะให้เขาถอยห่างจากความหวานตอนนี้เขาก็ทำไม่ได้ จูบนุ่มนวลอ่อนหวานชวนหลงใหลจึงแปรเปลี่ยนเป็นดุกระด้างจนปากอิ่มแทบปริแตกและมึนงงกับสัมผัสที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สองมือที่วางนิ่งอยู่บนเอวสอบเริ่มกดจิกปลายเล็บลงไปเพื่อหยุดยั้งคนตัวโต

        “อื้อ! ปละ..ปล่อยฉัน” เสียงหวานดังอู้อี้อยู่แค่ในลำคอเท่านั้นจึงทำให้เรียวปากที่บวมช้ำยังคงถูกรุกรานด้วยริมฝีปากหยักที่ร้ายกาจต่อไป

        มธุราจึงเปลี่ยนจากร้องประท้วงให้เขาหยุด มาเป็นพยายามไล่กัดลิ้นอุ่น  สองมือเล็กก็ทั้งหยิกทั้งข่วนผิวเนื้อของอีกฝ่ายแบบไม่เลือกที่ ขอเพียงให้เขาหยุดก็พอ

        “แพศยา” เคลย์ริกถอนริมฝีปากออกมากระซิบเสียงแผ่วพร่าข้างใบหูนุ่ม มธุราหน้าชาอีกครั้ง ก่อนจะสั่นหน้าปฏิเสธคำกล่าวหานั่น

        “ไม่ยอมรับงั้นเหรอ” น้ำเสียงเขากระด้างขึ้น มือที่กอบกุมอกอวบอยู่เริ่มบีบเคล้นอย่างหนักมืออีกครั้ง ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บที่มาพร้อมความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เส้นขนของเธอลุกชัน

        “ฉัน...ไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น ไม่ใช่...ไม่ใช่” มธุราส่ายหน้าไปมา น้ำตาเอ่อนองสองแก้มนวล แต่นั่นไม่ได้ทำให้คนไร้หัวใจอย่างเคลย์ริกรู้สึกสงสารและเห็นใจ ชายหนุ่มลงน้ำหนักมือในการนวดเฟ้นอกอวบอิ่มจนก้อนเนื้อทั้งสองแทบแหลกเหลวคามือ

        “งั้นเหรอ” เขายิ้มเหี้ยม ลงน้ำหนักมือให้มากขึ้น เพราะเขาอยากได้ยินเสียงครวญครางเพราะความกระสันรัญจวนดังออกมาจากปากอิ่มสวย ที่กล้าปฏิเสธว่าตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงแพศยา ทั้งๆ ที่เธอเป็นต้นเหตุทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องทุกข์ทรมานใจ

        “ปล่อยฉันนะไอ้ชั่ว”

        “ฮึ!” คนตัวโตครางลึกในลำคอ ละมือห่างจากทรวงอกมายังขอบกางเกง อึดใจต่อมากระดุมถูกปลดและตามมาด้วยซิปกางเกงมันถูกรูดลงมาจนสุด มธุราดิ้นรนเอาเป็นเอาตายในขณะที่อีกคนกำลังยิ้มพึงพอใจ

        “ปล่อย ปล่อยฉัน” คนถูกล่วงล้ำร่างกายร้องสั่ง พลางดิ้นรนหนีมือใหญ่

        “แสแสร้งเก่งจริงนะ” พูดจบปากหยักก็แสยะยิ้มร้ายที่คนเห็นเกลียดแสนเกลียด

        “ไอ้คนสารเลว ดีแต่รังแกผู้หญิง ไอ้คนน่ารังเกียจ” สิ้นเสียงด่าทอสิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือสีหน้ายียวนกวนโทสะจนน่าหาอะไรมาฟาดให้เลือดอาบนัก ผู้ชายบ้าบอคอแตกอะไรก็ไม่รู้ เดี๋ยวว่าก็เธอแพศยา เดี๋ยวก็ว่าแสแสร้ง ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยไปทำอะไรให้ มาถึงก็ว่าเอาๆ ซ้ำยังแตะต้องร่างกายของเธออย่างจวบจ้วง

        “ไอ้เลว ไอ้ชั่ว ปล่อยฉันนะ” เมื่อผู้ชายบ้าๆ เอาแต่ตีหน้ากวนโทสะ มธุราจึงตะโกนด่าลั่น

        “อย่ามาหลงรักทีหลังก็แล้วกัน” เคลย์ริกหัวเราะอกกระเพื่อมทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องน่าขำเลยสักนิด

        “ไม่มีทาง!” มธุราปฏิเสธเสียงดังฟังชัด พลางยื่นมือไปปัดมือร้ายกาจออก เมื่อเขาพยายามจะสอดผ่านเข้าไปสัมผัสสิ่งที่เป็นของเธอเพียงคนเดียว แต่เวลานี้ไม่ใช่!

        “เต็มมือดีจริงๆ” เคลย์ริกตกตะลึงกับสิ่งที่มือของตัวเองสัมผัสอยู่ และหากได้ทำมากกว่าการสัมผัสคงดีกว่านี้

          “ไอ้ทุเรศ! ไอ้ลามก! ไอ้วิปริต! แกเอามือออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้นะ เอาออกไป” มธุราหน้าเห่อร้อนจนแทบไหม้เมื่อความเป็นหญิงที่รักษามาอย่างดีและไม่เคยมีผู้ชายคนไหนแตะต้องถูกไอ้หน้าโหด ที่เธอไม่รู้ว่ามันเป็นใครมาจากไหนล่วงล้ำราวกับเป็นเจ้าของเสียเอง

        “อย่าบอกว่าไม่เคยให้ผู้ชายคนไหนจับมาก่อน” หน้าตาของเคลย์ริกไม่เชื่อเลยสักนิดว่าสาวเจ้าไม่เคยให้ผู้ชายคนไหนแตะต้อง

        “ก็ไม่เคยนะสิ” มธุราโต้กลับแบบไม่ทันคิดไตร่ตรองว่าคำตอบมันอาจจะทำให้ตัวเธอถูกประณามว่าเป็นผู้หญิงแพศยาอีกครั้ง แต่จะให้มาคิดตอนนี้ก็สายไปเสียแล้วเมื่อเธอได้ยินเสียงของอีกคนตะคอกกลับมาจนหูเธอแทบดับ

        “โกหก!!” เพราะหนึ่งในนั่นก็คือเขาที่กำลังล้อเล่นอยู่กับส่วนนั้นของเธอและตอนนี้เขาก็รู้ว่าเจ้าตัวกำลังพยายามต่อสู้กับอารมณ์ที่ถูกเขาปลุกขึ้นมา เคลย์ริกขยับปากยิ้มเยาะเมื่อรับรู้ได้ถึงร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของคนอวดเก่ง

        “ตอบสนองไวเหมือนกันนี่” ปากหยักร้ายยิ้มเยาะอีกครั้ง แล้วล่วงล้ำจุดลี้ลับหนักหน่วงขึ้น แล้วไม่ใช่แค่เธอร่างกายเปลี่ยน เขาก็เปลี่ยนเช่นกัน!

        “อะ...ไอ้บ้า กะ...แกทำอะไรฉัน” เสียงหวานดังกระท่อนกระแท่น เหงื่อเม็ดโตผุดเต็มขึ้นหน้าผาก ภายในท้องก็บิดม้วนเป็นเกลียวยามที่อวัยวะร้ายกาจขยับไหวภายในสิ่งหวงแหน

        “ก็ทำเหมือนที่ผู้ชายคนอื่นเคยทำให้เธอร้องคราง เพราะความอยากไง” แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้รู้สึกไม่ชอบใจนัก ที่ต้องมารับรู้ว่ากุหลาบงามในมือของเขาเคยมีผู้ชายคนอื่นแตะต้องมาก่อน

        แกเป็นบ้าอะไรว่ะ ทำไมจะต้องสนใจด้วยว่าเคยมีใครทำ เหมือนที่เขาทำ!’ ชายหนุ่มก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ ก่อนที่เขาจะโยนความผิดทั้งหมดให้กับผู้หญิงแพศยาที่กำลังทำให้เขาหงุดหงิดจนแทบคลั่ง เพราะกลิ่นกายที่หอมยั่วยวนของเธอ

        “กะ...แก พูดบ้าอะไร ปละ...ปล่อยฉันนะ”

        “แน่ใจว่าอยากให้ปล่อย” เคลย์ริกคลี่ยิ้มเยาะเมื่อเห็นสีหน้าทรมานของสาวเจ้า

        “แก...ไอ้โรคจิต ไอ้เลว แกมันบ้า บ้าที่สุด อ๊ะ! กรี๊ด!!” ประโยคด่าทอถูกแทนที่ด้วยเสียงกรีดร้องเมื่อถูกส่งไปเยือนดินแดนหฤหรรษ์ ที่เธอเพิ่งจะค้นพบเป็นครั้งแรกในชีวิตสาว ลมหายใจหอบกระชัน สองขาแทบจะไม่มีแรงยืนหยัดเมื่อคนหน้าโหดถอยห่างออกไปยืนมองเธอด้วยสายตาพึงพอใจกึ่งถากถาง

        “ชอบมากล่ะสิถึงได้กรี๊ดลั่นห้อง” เคลย์ริกยื่นมือเข้ามากระชากร่างเล็กให้เข้ามาใกล้อีกครั้ง

        “ปล่อยฉัน ไอ้สารเลว ปล่อยฉัน” มธุราตอบโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สายตาก็เฝ้ามองผู้ชายกักขฬะอย่างเกลียดชัง

        “ทีเมื่อกี้ไม่เห็นร้องให้ปล่อย” ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนปากชนกัน มธุรารีบเม้มปากเป็นเส้นตรง หลับตาปี๋ เลยทำให้เธอไม่ได้เห็นรอยยิ้มพึงพอใจฉายชัดบนหน้าหล่อเหลา เมื่อในที่สุดเขาก็ทำให้ผู้หญิงแพศยาคนนี้กลัวจนหัวหดได้

        ความเงียบที่เกิดขึ้นทำให้เปลือกตาบางขยับหยุกหยิก ก่อนจะเปิดขึ้นในที่สุด ภาพแรกที่เธอเห็นก็คือไอ้หน้าโหดยิ้ม วินาทีต่อมาปลายคางของเธอก็ถูกยึดด้วยมือหนา เคลย์ริกกดสายตามองต่ำมายังทรวงอกอวบอิ่ม ที่กำลังสะท้อนขึ้นลงตามแรงหายใจของเจ้าของ

        “หุ่นเธอนี่มัน...น่าฟัดดีจริงๆ” เคลย์ริกไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด พลางเคลื่อนมืออกจากคางมนแล้วใช้ปลายนิ้วลูบไล้ริมฝีปากอิ่มเล่น

        “จะ...จะข่มขืนฉัน...” ถ้อยคำถูกกลืนหายไปโดยปริยายเมื่อเสียงทุ้มห้าวพูดแทรก

        “คนอย่างเคลย์ริก ถ้าอยากจะเอากับผู้หญิงสักคน ไม่จำเป็นต้องข่มขืน เพราะแค่กระดิกนิ้วเดี๋ยวเดียวผู้หญิงก็แก้ผ้ารอบนเตียงแล้ว” เขาไม่ได้พูดโอ้อวดเลยสักนิด แต่มันคือความจริง แล้วเขาก็รู้จุดประสงค์ของพวกเธอเหล่านั้นดีว่าต้องการมากกว่าการเป็นคู่นอน แต่อย่าฝันว่าเขาจะตกหลุมบ่วงเสน่หาของใครง่ายๆ

        “หยาบคาย” เสียงของเธอดังแผ่วเบาราวกระซิบ

        “อย่าบอกว่าไม่เคยแก้ผ้ารอให้ผู้ชาย” สิ้นคำหยาบคาบ ปากหยักก็แสยะร้าย

        “ไอ้คนทุเรศ หยาบคายที่สุด นั่นปากเหรอ” แล้วเธอก็ไม่เคยเจอผู้ชายที่ไหนหยาบคายเท่าไอ้หน้าโหดคนนี้มาก่อนเลยด้วย มธุราดิ้นเร่าๆ อยากพุ่งเข้าไปตบปากคน ทว่าเธอกลับทำไม่ได้อย่างที่ใจคิด เพราะถูกคนหน้าโหดพันธนาการเอาไว้

        “แต่ถ้าเธอได้ลองลีลาคนหยาบคาบอย่างฉันไปสักครั้ง เธอติดใจแน่ มธุรา” เคลย์ริกกล่าวทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก็เปิดประตูออกไป และทันทีที่ประตูปิดน้ำตาของอีกคนก็ไหลรินราวกับสายฝน เสียงสะอื้นไห้ดังเล็ดรอดออกมานั่นทำให้คนที่เดินจากไปเหลียวหลังกลับมามองแล้วขยับปากยิ้มด้วยความสะใจ แต่นี่มันแค่เริ่มต้น!


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha