อาญาร้ายเทพบุตรมาร by หงสรถ [วางแผงแล้วที่ 7-11]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 5 : อาญาร้ายเทพบุตรมาร ตอนที่ 3---(1)---


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 3

          ประตูห้องพักถูกผลักเข้ามาแบบไม่มีปีมีขลุ่ยทำให้คนที่นั่งร้องไห้จนน้ำตาไม่มีให้ไหลเหลือบตามองปลายเท้า ที่เป็นรองเท้าสวมภายในบ้านเลยทำให้เธอสงสัยว่าใครกันที่เปิดประตูเข้ามา แต่พอเงยหน้าขึ้นมองได้แค่เสี้ยวนาที ผิวหน้าก็เห่อร้อน เมื่อเจ้าของปลายเท้ามาในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียว

        “เข้ามาทำไม” ถามเสียงแข็ง ก่อนจะคอยเหลือบมองคนหน้าโหดเป็นระยะอย่างระมัดระวังตัว

        “ลุกขึ้นมาทำความสะอาดห้อง แล้วก็ช่วยทำให้มันสะอาดเหมือนเดิมด้วย” เจ้าของร่างสูงออกคำสั่งด้วยเสียงห้าวห้วน ตาคมดุปราดมองร่างเล็กไม่วางตา เมื่อเขาก็อยากจะรู้นักว่าหล่อนจะพยศอีกหรือไม่

        “ฉันไม่ทำ” มธุราปฏิเสธแบบไม่ต้องหยุดคิดให้เสียเวลา ก่อนจะขยับลุกขึ้นเตรียมพร้อมหาทางหนีทีไล่ เมื่อคนหน้าโหดขยับตัว

        “เธอแน่ใจว่านั่นคือคำตอบที่คิดดีแล้ว” เคลย์ริกขยับปากยิ้มเยาะคนอวดเก่ง ที่ไม่มีอะไรมาสู้เขาได้ แต่ก็ยังไม่รู้จักเจียมตัว ซึ่งถ้าเธอเจียมตัวซะบ้าง เขาอาจจะใจดีก็ได้

        “แล้วแกจะฆ่าฉันหรือไง ถ้าฉันไม่ทำตามคำสั่ง” แม้จะรู้ตัวว่าเสียเปรียบแต่คนอย่างมธุราที่ไม่ชอบให้ใครมาบังคับเชิดหน้าตอกกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว เคลย์ริกกระตุกยิ้มพอใจกับความหาญกล้าของเธอเสียจริง แต่มันคงจะดีกว่านี้ถ้าเธอรู้จักใช้ความกล้าในเรื่องที่ถูกต้อง

        “ผู้หญิงแพศยาอย่างเธอ ฉันไม่ฆ่าทิ้งง่ายๆ” ปากหยักร้ายกดยิ้มเยาะเมื่อพูดจบ

        “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแพศยา” เสียงหวานตะโกนใส่หน้าเขากลับไปทันที

        “ฮึ!” เคลย์ริกแค่นยิ้มที่ทำให้คนมองอยากจะมีเอาปืนยิงรอยยิ้มของเขานัก

        “ออกไปจากห้องฉันได้แล้วไอ้หน้าโหด ไอ้คนปากหมา ไอ้คนสมองกลวง” มธุราบริภาษอย่างเหลืออด ที่ถูกผู้ชายที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงแพศยาครั้งแล้วครั้งเล่า

        “เธอลืมไปแล้วหรือไงว่าที่นี่มันที่ไหน”

        “ถึงจะเป็นที่ของแก แต่ฉันก็มีสิทธิ์ไล่ เพราะฉะนั้น ออกไปซะ!” มธุราตอบกลับด้วยเสียงห้วนจัด ทั้งที่ตอนนี้เธอกำลังกลัวอีกฝ่ายจนหัวหด เพราะทั้งน้ำเสียง ทั้งแววตา ของเขาดุดันราวกับเสือร้ายที่กำลังฟาดฟันกับศัตรู

        “ประหลาด” เคลย์ริกยิ้มขันให้กับคำตอบของคนอวดเก่ง แต่ที่น่าแปลกก็คือเขาเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าวันนี้เป็นวันที่เขายิ้มได้กว้างมากที่สุดในรอบปี

        “แกสิประหลาด” ริมฝีปากสวยเบ้ออกอย่างนึกชังรอยยิ้มบนหน้าโหดๆ นั่น

        “เธอต่างหากที่ประหลาด แล้วก็จำเอาไว้ด้วยว่าเธอไม่สิทธิ์ไล่เจ้าของบ้าน” ตอบกลับด้วยเสียงเจือหัวเราะ

        “แกก็ไม่สิทธิ์มากักขังฉันไว้ที่นี่เหมือนกัน แล้วฉันก็ขอยืนยันไว้ตรงนี้เลยว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงแพศยาอย่างที่แกกล่าวหาด้วย” มธุราเอ่ยยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองอย่างชัดถ้อยชัดคำ

        “เห็นอยู่ตำตายังจะกล้าปฏิเสธอีกหรือไง!” เคลย์ริกตะคอกใส่อย่างหัวเสียเมื่อสาวเจ้าไม่ยอมรับ ทั้งที่ก่อนจะบุกไปจับหล่อนมา เขาก็มีหลักฐานอย่างชัดเจน

        “ตำตาบ้าบออะไรล่ะ” เธอตอบกลับเสียงแข็ง พลางจ้องมองคนตัวโตตาไม่กะพริบ อีกทั้งก็พยายามนึกว่าเคยไปเจอผู้ชายคนนี้ที่ไหน ทว่านึกให้ตายก็นึกไม่ออก

        นี่มันเรื่องบ้าบอคอแตกอะไรเนี่ย โดนจับมาขังไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน แล้วยังจะมาโดนด่าว่าเป็นผู้หญิงแพศยาเข้าให้อีก บ้า! บ้าๆ บ้าที่สุดเลย แล้วจะหนีไปได้ยังไงล่ะมธุราครุ่นคิดอย่างหงุดหงิด

        “เธอจะไม่ยอมรับใช่ไหม” เสียงห้าวห้วนดังฉุดรั้งให้คนตัวเล็กตื่นจากภวังค์มาเงยหน้าจ้องมองหน้าอีกฝ่าย

        “ฉันไม่ยอมรับอะไรทั้งนั่นแหละ แก...เออ คุณช่วยพูดให้มันรู้เรื่องหน่อยได้ไหมว่าฉันไปทำอะไรไว้” มธุราพยายามระงับอารมณ์ให้เย็นลง เพื่อจะได้ใช้โอกาสนี้ถามอีกฝ่ายกลับไปว่าเธอไปทำอะไรผิด ทำไมจะต้องมาปรับปรำเธอ แล้วก็จับเธอมากักขังจนหมดอิสรภาพแบบนี้ด้วย

        “เธอเป็นแม่เล้าคอยหาผู้หญิงไปปรนเปรอผู้ชาย แล้วเธอก็ขายตัวเองด้วย เธอมันผู้หญิงแพศยา รู้ทั้งรู้ว่าผู้ชายที่เธอไปนอนด้วยมีครอบครัวอยู่แล้ว เธอก็ยังจะไปนอนให้ผู้ชายเอา!” ประโยคท้ายตะคอกใส่หน้าสวยๆ

        “คุณว่าไงนะ!” ร่างเล็กร้องเสียงหลงเมื่อเจอข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงหนักกว่าเดิม แม่เล้า! เธอนี่เนี่ยแม่เล้า อีตาบ้านี่ ไปเอาข้อมูลมาจากไหนกัน

        “อย่ามาแสแสร้ง” เคลย์ริกบิดปากออกอย่างเย้ยหยัน นึกเกลียดมารยาหญิงเสียจริง แต่อย่าหวังว่ามารยาที่ต่อให้มีเป็นพันๆ เกวียนก็ทำอะไรเขาไม่ได้!

        “ฉันไม่ใช่แม่เล้านะคุณ!” มธุราปฏิเสธข้อกล่าวหาเสียงดังฟังชัด พลางมองคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจว่าอีตาบ้านี่เป็นอะไร ทำไมจะต้องมาใส่ร้ายป้ายสีเธอให้เป็นนั่นเป็นนี่ด้วย

        “ต้องให้เอาหลักฐานมาปาใส่หน้าก่อนใช่ไหม เธอถึงจะยอมรับ” เคลย์ริกบอกเสียงกร้าว

        “ไอ้บ้า! ฉันไม่ยอมรับอะไรทั้งนั้นแหละ เพราะว่าฉันไม่ได้เป็นทั้งแม่เล้าทั้งผู้หญิง...โอ๊ย!” แพศยายังไม่ทันหลุดออกจากปากท่อนแขนก็ถูกมือหนากระชากอย่างแรง เสี้ยววินาทีตัวของเธอกระแทกเข้ากับแผงอกกำยำ ทรวงอกอวบเบียดชิดจนแม้แต่อากาศยังพัดผ่านไปแทบไม่ได้

        “เธอแน่ใจว่าไม่ใช่” เคลย์ริกเอ่ยเสียงเย็น พลางโน้มหน้าลงต่ำจนตอนนี้ปลายจมูกของเขาชนกับจมูกโด่งรั้น มธุราดิ้นรนเพื่อไปให้หลุดจากพันธนาการที่รัดแน่นยิ่งกว่างูเหลือมรัดเหยื่อ ทว่ายิ่งดิ้นรนอกนุ่มๆ ของเธอก็ยิ่งบดเบียดกับอกกำยำ

        “ว่าไงล่ะ” เขาย้ำเสียงห้าวห้วนเมื่อสาวเจ้าเอาแต่ดิ้นหนี

        “ฉันแน่ใจซะยิ่งกว่าแน่อีก รู้เอาไว้ซะด้วย ส่วนแก ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ปล่อย ปล่อยสิ” น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาลงเรื่อยๆ เมื่อคนหน้าโหดฝังจมูกลงบนแก้ม กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอทำให้เคลย์ริกเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอด และนั่นก็ทำให้คนถูกสูดกลิ่นกายขนลุกซู่ไปทั้งตัว หายใจก็ไม่ทั่วท้อง

        “ดิ้นเข้าไปสิ” เคลย์ริกกระซิบข้างใบหูนุ่มนิ่มพร้อมกับสูดดมกลิ่นกายของเธอไปด้วย

        “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะไอ้โรคจิต ไอ้ลา...อื้อ!” เสียงถูกกลืนหายลงลำคอเมื่อปากหยักร้อนประกบจูบลงมาอย่างดุดัน ก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวล มธุราตัวอ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งถูกไฟลนเมื่อถูกจูบสูบวิญญาณ มือเล็กที่ตั้งใจประทุษร้ายกายแกร่ง เปลี่ยนเป็นเกาะเกี่ยวเขาเอาไว้เป็นที่พึ่ง เมื่อแข้งขาอ่อนแรงเหมือนจะยืนหยัดไม่อยู่

        “อื้อ...” เสียงหวานประท้วงเมื่อลมหายใจใกล้หมด

        “ปากเธอหวานเหลือเกิน มธุรา” เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดปากอิ่ม มือหนาเลื่อนลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้ง ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่สะโพกงามงอน บีบเคล้นหนักเบาสลับกัน ปากหยักร้ายที่ซุกไซ้ทั่วลำคอขาวที่หอมละมุน เลื่อนขึ้นไปประกบจูบปากอิ่ม บดขยี้หนักหน่วงจนปากอิ่มบวมช้ำมากยิ่งขึ้น

        “อืม...ปละ...ปล่อย” เสียงหวานเอ่ยสั่งทันทีเมื่อปากหยักร้ายเคลื่อนไปจูบไซ้บริเวณใบหู

        “แน่ใจว่าอยากให้ปล่อย” เสียงทุ้มพร่าถามกลับ สลับกับตวัดลิ้นอุ่นชื้นไล้เลียใบหูนุ่มนิ่ม ขณะที่เจ้าของก็หดคอหนีการรุกรานชวนใจสั่นพัลวัน

        “ปล่อย...อ๊ะ!” มธุรายื่นมือออกไปคว้าร่างใหญ่ เมื่อเขาถอยห่าง

        “คราวหลังอย่าอวดเก่งกับผมอีก” เพราะกลิ่นหอมที่ยั่วยวนทำให้เคลย์ริกเปลี่ยนสรรพนามตัวเองอย่างลืมตัว ก่อนจะสอดมือรวบเอวคอดแล้วรั้งร่างเล็กให้เข้ามาชิดลำตัวเช่นเดิม อึดใจริมฝีปากหยักที่ร้อนระอุราวกับไฟก็กดลงบนแก้มนุ่มสูดดมกลิ่นหอมเข้าสู่ปอดอย่างช้าๆ 

        “หยุดนะ” มธุราร้องห้ามเสียงสั่นเทา เบี่ยงหน้าปากหยักสุดชีวิต

        “แก้มเธอนี่หอมชะมัด” เขาพึมพำเสียงพร่า พยายามจะถอยห่างจากแก้มนุ่ม ทว่าช่างเป็นอะไรที่ตัดใจถอยห่างยากเสียจริง ทั้งที่เขาก็ผ่านผู้หญิงมาแล้วหลายคน แต่ไม่เคยเจอกลิ่นกายของใครหอมเย้ายวนได้เท่าเธอคนนี้

        “ยะ...อย่า อย่าทำอะไรฉันนะ” เมื่อถูกกอดรัดหนักเข้าเธอจึงรีบร้องห้ามเสียงตะกุกตะกักที่กว่าจะพูดจบประโยคร่างกายเบื้องล่างก็ถูกอีตาหน้าโหดลวนลามด้วยการขยับสะโพกสอบเบียดความแข็งขึงที่เธอรู้ดีคืออะไร เลยทำให้ตอนนี้ท้องไส้ของเธอปั่นป่วนไปหมดแล้ว

        “ชอบไหม” ถามเสียงทุ้มพร่า

        “ปล่อยฉันนะ ไอ้หน้าโหด อย่ามาทำทุเรศๆ กับฉัน” สองมือเล็กผลักไสกายแกร่ง ทว่าเขาไม่ขยับเขยื้อนไปไหน

        “อย่ามาแสแสร้งว่าไม่เคยทำแบบนี้เลยยาหยี” เคลย์ริกกระซิบเสียงแหบพร่า บดปากขยี้จุมพิตหนักๆ กับกลีบปากบวมช้ำอย่างหลงใหลในความหวาน มือหนาก็ยังนวดเฟ้นสะโพกงามงอนอย่างสนุกมือ


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วางแผงแล้วนะคะ ที่เซเว่น อิเลฟเว่น หรือสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์สำนักพิมพ์

รับส่วนลดสูงถึง 20% ได้ที่ www.romantic-publishing.com


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha