อาญาร้ายเทพบุตรมาร by หงสรถ [วางแผงแล้วที่ 7-11]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 6 : อาญาร้ายเทพบุตรมาร ตอนที่ 3---(2)---


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“อื้อ” มธุราทั้งดิ้นทั้งสะบัดหน้าหนีจุมพิต ที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ที่เธอรู้ตัวดีว่าหากไม่ต่อต้านเขาตอนนี้ เธออาจสูญเสียพรหมจรรย์ที่เก็บรักษามายี่สิบกว่าปีให้ไอ้หน้าโหดแน่นอน เล็บแหลมคมกดลงบนผิวเนื้อของอีกคนสุดแรง แต่เคลย์ริกไม่ได้สะดุ้งสะเทือน

        “ชอบแบบรุนแรงก็ไม่บอกกันก่อนเลยนะยาหยี” เคลย์ริกถอนปากออกมากระซิบ ใบหน้าเคียดขึ้ง เพราะเวลานี้เขากำลังโกรธตัวเองที่หลงใหลไปกลิ่นกายยั่วยวนของผู้หญิงแพศยาและโกรธผู้หญิงอวดเก่งที่กล้าทำร้ายร่างกายเขา

        เคลย์ริกถอยห่างจากเรือนร่างน่าปรารถนา คนที่กำลังจะพ่ายแพ้ต่อแรงอารมณ์ใจชื้นขึ้นมาเมื่อเขาถอยห่างออกไป เธอเตรียมการจะเผ่นหนี แต่ทว่า...

        “กรี๊ด!!” หญิงสาวกรีดร้องเสียงหลง เมื่อร่างถูกเหวี่ยงลงบนเตียงอย่างไม่มีการอ้อมแรง ทำให้ร่างกระเด็นกระดอนจนแทบร่วงจากเตียง

        “ที่ร้องลั่นห้องเพราะชอบใช่ไหมความรุนแรงใช่ไหม” น้ำเสียงเต็มไปการเยาะเย้ย

          ไอ้บ้า ไอ้สารเลว ไอ้ถ่อย ไอ้โรคจิต มธุราก่นด่าอีกฝ่ายอยู่ในใจด้วยสีหน้าเหยเก แต่เวลานี้เธอไม่ควรมัวสำออย หญิงสาวกัดฟันอดทนกับความมึนงงและเจ็บที่ถูกโยนลงบนเตียง ขยับกายถอยหนีอีกคนที่เดินเข้ามา อึดใจผ้าเช็ดตัวที่จะหลุดมิหลุดเหล่ก็ถูกดึงออกจากสะโพกสอบ

        มธุราตาโตจนแทบถลน ทั้งตกใจทั้งกลัวเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง เธอพลิกตัวหันหลังเผ่นลงจากเตียง ทว่าเท้าเหยียบพื้นไปเพียงแค่เสี้ยววินาทีร่างก็ถูกกระชากกลับมา

        “กรี๊ด!!” เธอทั้งร้องทั้งดิ้นไม่หยุด

        “คิดว่าจะหนีไปได้ง่ายๆ เหรอยาหยี” สิ้นเสียงทุ้มห้าวลำตัวที่ปราศจากเสื้อผ้าก็เข้ามาเบียดชิดกับร่างเล็ก ที่ตอนนี้หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก เพราะตัวตนที่แข็งและร้อนของเขาเบียดสะโพกของเธออยู่ แม้เวลานี้เธอจะสวมเสื้อผ้าแต่ไอร้อนจากส่วนนั้นของเขาก็ทะลุผ่านเข้ามาให้เธอใจหายใจคว่ำได้

        “ไอ้เลว! ปล่อยฉันนะ” เสียงหวานตะโกนก้องหาอิสรภาพพร้อมทั้งดิ้นรนสุดชีวิต

        “ฝันไปเถอะ” คำตอบนั่นดับสิ้นหนทางรอดของคนตัวเล็ก แต่ถึงกระนั้นเจ้าตัวก็ยังไม่เลิกดิ้นรนขัดขืน ที่ต่อให้เธอต้องถูกคนหน้าโหดบีบคอตายไปตอนนี้ เธอก็ยังจะดิ้นรนขัดขืนจนวินาทีสุดท้ายแน่

        “ปล่อยฉันนะไอ้สารเลว แกไม่มีสิทธิ์มาทำอะไรกับฉันแบบนี้ ปล่อย!” มธุราดิ้นรนโดยไม่รู้เลยว่าทำให้ร่างกายสัมผัสเสียดสีกันและกันมากยิ่งขึ้น

        “ก็บอกแล้วไงว่าฝันไปเถอะ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง หรือต้องให้พูดภาษากาย เธอถึงจะเข้าใจ” ตอบกลับไปแล้วก็เผยยิ้มยียวนกวนประสาทคนตัวเล็กที่ทั้งกลัวทั้งโกรธจนหน้าดำหน้าแดง

        “ฉันไม่อยากเข้าใจอะไรทั้งนั้น ส่วนแก ไอ้ลามก โรคจิต ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉัน...ฉันจะไปฟ้องตำรวจให้มาลากคอแกเข้าคุก ถ้าแกขืนใจฉัน” คนเสียเปรียบเริ่มหยิบยกเอากฎหมายมาข่มขู่ด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจนัก นั่นก็เพราะหนทางหลุดพ้นจากพันธนการของผู้ชายหน้าโหดริบหรี่เหลือเกิน

        “ก่อนจะได้ไปฟ้องตำรวจ เธอคงป่นปี้หมดแล้วล่ะยาหยี” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงรื่นเริง สายตาก็เต็มไปด้วยความท้าทายประหนึ่งว่าให้รีบไปฟ้องได้เลย แล้วเขาจะนั่งรอให้ตำรวจมาจับ!

        “ไอ้...”

        “อย่าปากร้ายสิยาหยี” เคลย์ริกทำเสียงขัดใจ ก่อนจะมองจ้องมองคนตัวเล็กด้วยสายตาหื่นกระหาย

        “ไอ้บ้า หยุดมองฉันด้วยสายตาแบบนี้นะ”

        “อยากรู้จริงๆ ว่าผู้หญิงอย่างเธอมีอะไรเป็นทีเด็ดนักหนา ทำไมผู้ชายถึงได้ชอบเธอกันนัก” เคลย์ริกแสยะยิ้มร้าย ก่อนจะกระชากร่างเล็กที่ไม่สิ้นฤทธิ์เข้ามานอนแผ่หาอยู่ใต้ร่าง

        “ปล่อยไอ้บ้า ไอ้โรคจิต” มธุราทั้งร้องทั้งตบตีและทำอีกสารพัดเพื่อให้ตัวเองคนโรคจิต ที่คงจะโรคจิตขั้นวิกฤติแล้ว เพราะไม่ว่าเธอจะตะโกนด่าอะไรออกไปไอ้หน้าโหดก็ทำแค่แสยะยิ้มที่เธอเกลียดแสนเกลียดกลับมา

        “เปลี่ยนจากร้องให้ปล่อย มาเป็นแสดงทีเด็ดของเธอดีกว่านะยาหยี แล้วจากนั้นเราจะได้สนุกด้วยกัน” เคลย์ริกก้มหน้าลงต่ำแล้วทาบริมฝีปากลงปากอิ่ม ที่เจ้าของเม้มแน่น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนที่เจนจัดเรื่องบนเตียงอย่างเคลย์ริกเลยสักนิด

        “อื้อ” ใบหน้าสวยส่ายไปมาเพื่อห้ามปรามคนโรคจิต ที่แค่สบตาเธอก็ดูออกว่าเขาจะต้องทำอะไรกับร่างกายของเธอแน่ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ยอมเปิดปากให้เขาบุกรุกเข้ามา

        “จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม” เคลย์ริกเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นไปบีบขย้ำทรวงอกผ่านเนื้อผ้าที่เธอสวมใส่ แต่แม้จะมีเนื้อผ้าขวางกั้นอยู่ทว่าแรงสัมผัสที่จาบจ้วงนั่นก็ทำให้เจ้าของทรวงอกสั่นสะท้านและสับสนงงงวยกับความรู้สึกที่ตีร่วนอยู่ในร่างกาย ทั้งร้อนทั้งหนาวจนอยากเปล่งเสียงออกมาดังๆ ทว่าเธอไม่อาจขยับปากปลดปล่อยเสียงออกมาได้ เพราะหากทำเช่นนั้นก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้คนเหนือร่างได้ฉกฉวยเข้าไปช่วงชิงน้ำหวานภายในปากของเธอ ที่เธอรู้ดีว่าหากถูกจูบเมื่อไหร่ เธอจะโอนอ่อนให้ผู้ชายคนนี้ในไม่ช้า

        “อือ...”  มธุราได้แต่ส่งเสียงครางอืออาในลำคอ ขยับกายหนีมือใหญ่ที่กำลังคลึงเคล้นอกอวบอย่างเมามัน

        “อดทนให้ได้ตลอดแล้วกันยาหยี” เคลย์ริกยิ้มอย่างเป็นต่อ นั่นก็เพราะเกมนี้เขาเป็นฝ่ายชนะเห็นๆ

        “ฮึก...ฮือ...” น้ำตาไหลอาบสองแก้มเมื่อกางเกงที่สวมถูกปลด

        “ร้องไปก็ไม่ประโยชน์หรอกยาหยี ท่าทางที่ดียาหยีคิดหาวิธีปล่อยทีเด็ดของตัวเองออกมาดีกว่า” คำพูดของเขาดับสิ้นความหวัง ที่คนใต้ร่างหวังว่าน้ำตาจะช่วยทำให้เธอรอดพ้น

        “ไอ้เลว ไอ้ชั่ว ฉันขอสาปแช่งให้แกโดนยิงตายเหมือนหมาข้างถนน” มธุรายอมเปิดปากในที่สุด แต่แทนที่เธอจะอ้อนวอนขอร้องให้เขาหยุดรุกรานร่างกาย กลับเป็นคำสาปแช่งแทน ซึ่งคนถูกแช่งก็น้อมรับคำแช่งนั่นด้วยรอยยิ้มนิดๆ บนมุมปาก

        “ถ้างั้นก่อนผมจะตาย ผมขอ...” เคลย์ริกหยุดพูดเมื่อได้ยินเสียงเอะอะจากด้านนอกเล็ดรอดเข้ามา ที่เขาก็ลืมไปเสียสนิทเลยว่าได้ให้ลูกน้องโทรตามคู่ขาให้ไปรอในห้องที่มีไว้ทำกิจกรรมอย่างว่า

        “ปล่อยฉัน ไอ้สารเลว!” มธุราใช้โอกาสที่อีกคนหยุดสนใจเสียงเอะอะ ผลักไสกายใหญ่ออกสุดแรง ทว่าเขาขยับเขยื้อนเพียงนิดเดียวเท่านั้น

        “แต่ผู้หญิงส่วนมากก็ชอบคนเลวๆ ไม่ใช่หรือไง” แล้วก็ต้องรวยๆ ด้วย เคลย์ริกคิดต่อในใจ

        “หนึ่งในนั้นไม่มีฉันแน่!” ขาดคำเธอก็ใช้มือทุบตีกายแกร่งไม่ยั้ง กระทั่งเธอเป็นฝ่ายเจ็บมือเสียเองจนต้องหยุดทำร้ายคนเนื้อหนา ที่ตบตีเท่าไหร่เขาก็นิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

        “อย่ามาเปลี่ยนใจชอบทีหลังล่ะกัน” ปากหยักขยับยิ้มอย่างดูแคลนทันทีที่พูดจบ

        “ไม่มีทาง!” มธุราโต้กลับแบบไม่คิดให้เสียเวลา

        “อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจเร็วขนาดนั้นยาหยี” เคลย์ริกรู้สึกอึกเหิมดีเหลือเกิน เมื่อคนตัวเล็กประกาศกร้าวออกมาเช่นนั้น

        “จะช้าจะเร็วยังไงฉันก็ไม่มีวันไปหลงชอบคนเลวๆ อย่างแกแน่ ปล่อยฉัน!” มธุรารวบรวบแรงดิ้นรนอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่หลุดไปจากพันธนาการ แต่ขณะที่เธอกำลังหมดหวังจะรอดเงื้อคนหน้าโหดอยู่นั่น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง

          ก๊อกๆ

        “เคลย์ริก คุณทำอะไรอยู่ในห้องคะ ฉันมารอคุณนานแล้วนะคะ” ลีอา นักร้องสาวเบอร์หนึ่งของห้องอาหารชื่อดัง ทั้งเคาะห้องทั้งส่งเสียงเรียกด้วยสีหน้าหงุดหงิด หลังจากต้องสู้รบปรบมือกับบอดี้การ์ดหน้าห้องของหนุ่มในฝันของสาวๆ อยู่พักใหญ่จนสามารถบุกเข้ามาถึงห้องพักของอีกฝ่ายได้ในที่สุด

        “คุณลีอา กลับไปรอที่ห้องเดิมเถอะครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มที่ทำงานพลาด เพราะขัดขวางนักร้องสาวไม่ได้ เดินตามมาฉุดแขนของนักร้องสาวออกไป

        “ไอ้บ้า! ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ามาแตะต้องตัวฉัน” ลีอาตวาดใส่อย่างไม่เกรงใจเจ้าของห้องพักสุดหรู ที่ตอนนี้กำลังโกรธนักร้องสาวที่กล้าบุกเข้ามายังพื้นที่ส่วนตัวของตน ทั้งที่เขาสั่งห้ามแล้วว่าให้อยู่ในที่ที่ควรอยู่

        “ผมขอโทษครับ แต่ผมจำเป็นต้องพาคุณออกไป” บอดี้การ์ดหนุ่มจับตัวนักร้องสาวออกจากห้องไปได้สำเร็จ โดยที่บนหน้าของตัวเองยังมีเลือดไหลไม่หยุด เนื่องจากก่อนหน้านั่นนักร้องสาวเอากระเป๋าฟาดหน้าตนไม่ยั้งจนหัวคิ้วแตก

        “ไอ้กระจอก! แกเตรียมตัวตกงานได้เลย ฉันจะฟ้องเคลย์ริกว่าแกแตะต้องตัวฉัน” ลีอาต่อว่าด้วยความโมโห ก่อนจะยืนกระฟัดกระเฟียดรออยู่หน้าห้อง ทว่าก็ยังไม่มีวี่แววว่าเจ้าของห้องพักสุดหรูจะออกมา

        หรือคุณมีผู้หญิงคนใหม่แล้ว แล้วนั่งนั่นเป็นใครกัน ลีอาครุ่นคิดด้วยใจร้อนรุ่ม พลางชะเง้อมองที่ประตู ทางด้านคนที่ทำให้นักร้องสาวโมโหจนหน้าดำแดงก็กำลังถอยห่างจากร่างเล็ก หลังจากได้ต่อปากต่อคำไปกันมาอย่างสนุก ทั้งที่เคลย์ริกไม่ชอบต่อล่อเถียงกับใครมาก่อน แต่กับเธอคนนี้เวลาเถียงกันทำให้ชีวิตที่เงียบสงบและเรื่อยๆ ของเขามีชีวิตชีวาขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทว่าเวลานี้เขาคงต้องยุติสงครามปะทะคารมลงเสียก่อน เพราะมีเรื่องต้องไปจัดการ

        “เอาไว้วันหลังผมจะมาสานต่อให้นะยาหยี แต่ถ้าอารมณ์ค้าง ผมแนะนำให้ยาหยีช่วยตัวเองไปก่อน” เคลย์ริกใช้มือตบแก้มนุ่มเบาๆ ในเชิงหยอกล้อ

        “ไอ้ทุเรศ”

        “หรืออยากได้คนมาสานต่อล่ะ ผมมีลูกน้องเยอะนะ จะเอาไหม แล้วจะเอาสักกี่คนดีล่ะ” เขายิ้มเยาะ  

        “เชิญแกเอาไปใช้เองเถอะไอ้โรคจิต!” มธุราโต้กลับเสียงแข็ง

        “พูดแบบนี้แสดงว่าอยากให้ไอ้โรคจิตคนนี้สานต่อให้ล่ะสิ ติดใจจูบของผมล่ะสิท่า” เคลย์ริกอดใจไม่ไหวจนต้องรั้งร่างเล็กเข้ามาแนบชิดลำตัวอีกครั้ง อึดใจปากหยักก็บดขยี้ลงริมฝีปากอิ่ม มือหนาเคลื่อนเข้าหาทรวงอกบีบขย้ำอย่างหนักมือ พลางเบียดกายช่วงล่างเข้าหาร่างเล็กราวกับจะหลอมรวมเป็นหนึ่ง

        “อื้อๆ” มธุราครางประท้วง ส่ายสะบัดหน้าหนีจุมพิตหยาบกระด้าง สองมือเล็กพยายามผลักดันหน้าท้องแข็งแกร่งของเขาออกห่าง แต่ยิ่งผลักเขาก็ยิ่งดันเข้าหา

        “เธอนี่มัน...แม่มดชัดๆ” เคลย์ริกถอนใบหน้าออกมากระซิบเสียงแหบพร่า พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่านของตัวเองลงอย่างยากลำบาก

        “แกมันก็ไอ้โจรชั่ว” นานหลายนาทีกว่าที่จะเธอตอบกลับ แล้วรีบจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่ เมื่ออีกคนถอยห่างออกไป ที่เธอก็ได้แต่ภาวนาขอให้ออกไปจากห้องนี่แล้วไม่ต้องกลับมาอีกเลย

        “ทำความสะอาดห้องเรียบร้อย แต่ถ้าเธอไม่ทำ คืนนี้ก็นอนไปทั้งที่ห้องสกปรกนี้แหละ” เคลย์ริกกล่าวทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก็เดินไปก้มหยิบผ้าเช็ดตัวผืนเดิมมาพันรอบสะโพก ก่อนจะเปิดประตูออกไปพบกับลูกน้อง

        “แบรด! หัวแกไปโดนอะไรมา”

        “เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยครับเจ้านาย” แบรดใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเลือดไปด้วยขณะตอบคำถามผู้เป็นนาย

        “ถ้างั้นแกออกไปทำแผล แล้ววันนี้ก็หยุดพักได้เลย ส่วนเรื่องที่แกปล่อยให้ลีอาเข้ามาในห้องส่วนตัวของฉัน ครั้งนี้ฉันจะยกโทษให้” แม้จะยกโทษแต่น้ำเสียงและแววตานั่นทำให้คนทำงานพลาดรู้แก่ใจว่าอย่าได้ทำพลาดเป็นครั้งสองอีก

        “ขอบคุณครับเจ้านาย” แบรดโค้งศีรษะเล็กน้อย แล้วจึงเดินออกจากห้องพักเจ้านายหนุ่ม ส่วนคนเป็นนายก็โทรสั่งให้จีโอหาคนมาทำหน้าที่แทนแบรด จากนั้นก็โทรหาเลขาฯ หนุ่มแล้วสั่งให้จัดการเรื่องเงินให้กับนักร้องสาวเพื่อจบความสัมพันธ์ ทำเอาเลขาฯหนุ่มเกิดอาการงงไม่น้อยเมื่อเจ้านายหนุ่มเบื่อคู่ขาคนนี้แบบไม่มีวี่แววว่าจะเบื่อให้เห็น

        “เจ้านายแน่ใจนะครับ” เลขาฯ หนุ่มถามย้ำ

        “แน่ใจสิว่ะ แล้วแกไม่ต้องถามเซ้าซี้อะไรฉัน จัดการจ่ายเงินไปซะ” เคลย์ริกเสียงเข้ม เพราะเดาความคิดของเลขาฯหนุ่มออกทันทีว่าตอนนี้อีกฝ่ายคงทำหน้าสงสัยอยู่

        “ถ้างั้นผมจะรีบจัดการให้ครับเจ้านาย แต่ผมมีอีกเรื่องที่จะแจ้งให้เจ้านายทราบ”

        “เรื่องอะไร”

        “เรื่องเลขาฯ คนใหม่ของเจ้านายครับ”

        “หมายถึงผู้หญิงคนที่แม่ฉันเคยแนะนำให้มาทำงานเป็นเลขาฯ ของฉันน่ะเหรอ” เคลย์ริกตอบแบบคล้ายจะพึมพำกับตัวเองมากกว่า เพราะเขาก็ลืมเรื่องนี้ไปแล้วด้วย  

        “ใช่ครับเจ้านาย ตอนนี้เธอเรียนจบพร้อมจะมาทำงานกับเจ้านายแล้วครับ”

        “ถ้างั้นแกจัดการไปล่ะกันว่าจะให้หล่อนทำงานอะไรบ้าง” เคลย์ริกบอกอย่างตัดรำคาญ เพราะตอนที่มารดาของเขาแนะนำ เขาก็ตอบไปแค่ว่าจะลองพิจารณาดู ซึ่งเขาจะไม่รับหล่อนเข้าทำงานก็ได้ แต่เพื่อเห็นแก่มารดาที่จากโลกนี้ไปแล้วเขาจะยอมรับหล่อนเข้ามาทำงาน แล้วหากทำงานไม่เรื่องก็เลิกจ้าง

        “เออ...”

        “แกจะเอ่อทำไมลิเบอร์ ให้เป็นผู้ช่วยแกก็ได้ แต่หลักๆ ก็ต้องเป็นแกอยู่แล้วที่ต้องคอยเป็นมือขวาให้ฉัน อย่าได้ขาดตกบกพร่องล่ะ” 

        “ถึงจะมีผู้หญิงสวยๆ มาทำงานด้วยก็ไม่ทำให้ผมเสียสมาธิครับเจ้านาย เพราะผมให้ความสำคัญกับงานมาอันดับหนึ่ง” ลิเบอร์ได้โอกาสก็พูดหยอกเย้าเจ้านายเล่น เผื่อเจ้านายจะหลุดปากบอกอะไรมาบ้าง นั่นก็เพราะเขาเพิ่งทราบว่าตอนนี้เจ้านายหนุ่มไปดักฉุดผู้หญิงมาคนหนึ่ง ที่เขาเองก็ยังไม่เคยเห็นหน้า ซ้ำยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุด้วยว่าทำไมเจ้านายหนุ่มถึงไปฉุดผู้หญิงมา ทั้งที่มีผู้หญิงต่อคิวรอขึ้นเตียงอีกนับสิบ

          “ให้มันจริงเถอะแก” น้ำเสียงประชดกรายๆ

        “ผมขอเอาหัวเป็นประกันเลยครับเจ้านาย”

        “ถ้าแกไม่หวั่นไหวจริง เดี๋ยวสิ้นปีฉันจะให้โบนัสแกเยอะกว่าคนอื่นเลย” เคลย์ริกตอบอย่างหมั่นไส้ไอ้คนบ้างาน ทั้งที่ความจริงแล้วตัวเขาก็บ้างานไม่แพ้เลขาฯ หนุ่ม แต่ถึงเขาจะบ้างานแค่ไหน เขาก็มีเวลาไปผ่อนคลายด้วยกิจกรรมบนเตียงตลอด ผิดกับเลขาฯ หนุ่มที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานจนสาวที่มันคบหาอยู่หนีไปกับชายอื่น

        “ว้าว! ขอบคุณล่วงหน้าครับเจ้านาย” ลิเบอร์ยิ้มรับหน้าบาน

        “แกก็อย่าลืมว่าห้ามบกพร่องต่อหน้าที่ล่ะกัน แค่นี้แหละ ฉันจะรีบไปอาบน้ำ”

        “เดี๋ยวครับเจ้านาย ค่ำนี้เจ้านายมีนัดนะครับ” ลิเบอร์ทักท้วงได้ทันก่อนเจ้านายหนุ่มจะตัดสายทิ้ง

        “ฉันรู้แล้ว นี่ก็กำลังจะอาบน้ำแต่งตัว ส่วนแกก็มาหาฉันได้เลย” บอกกล่าวจบเคลย์ริกก็ตัดสายทิ้ง ก่อนจะหันไปมองคนที่อยู่ภายในห้อง ใจหนึ่งก็อยากจะเข้าไปจัดการหล่อนต่อ แต่ติดที่เขาต้องออกไปทานมื้อค่ำกับแขกคนสำคัญ

          ฝากไว้ก่อน ยัยแม่มด เคลย์ริกพึมพำจบแล้วก็ก้มมองสภาพร่างกายตัวเองที่คงต้องพึ่งดรรชนีทั้งห้าไปก่อน เพราะเขาไม่มีเวลามากพอจะให้ไปจัดการลงทัณฑ์สวาทเชลยสาว ทั้งที่จุดประสงค์ในการไปจับตัวผู้หญิงแพศยามานั่นก็เพื่อทำให้หล่อนหายสาบสูญไปจากชีวิตของใครบางคน

******

        หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วและพอดีกับที่เลขาฯ หนุ่มมาถึง ทั้งสองหนุ่มจึงพากันออกจากห้องพักเพื่อไปร่วมประทานอาหารค่ำกับบุคคลสำคัญ ท่านหนึ่งที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีส่งการ์ดมาเชิญให้เข้าไปร่วมรับประทานอาหารด้วย โดยที่ระหว่างจะเดินออกจากห้องพักเลขาฯ หนุ่มก็พยายามมองหาหญิงสาวที่เจ้านายหนุ่มพามาอยู่ด้วย

        “ลิเบอร์! แกมองหาอะไร” เอ่ยถามเสียงดังจนเลขาฯ หนุ่มสะดุ้ง

        “คือ...” เลขาฯ หนุ่มอึกอัก ชั่งใจว่าจะพูดออกไปตรงๆ เลยดีหรือไม่ ด้วยรู้ดีว่าเจ้านายไม่ชอบให้ใครมาละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว

        “ก็พูดมาสิ” เคลย์ริกขมวดคิ้ว แล้วนึกขึ้นได้เองว่าเลขาฯ หนุ่มคงจะมองหาผู้หญิงแพศยาคนนั้น ปากหยักขยับนิดเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น “ มองหาผู้หญิงคนนั้นอยู่ล่ะสิ”

        “ครับเจ้านาย คือผมกลัวว่าเจ้านายจะพลั้งมือทำร้ายเธอจนถึงขั้น...”

        “ฉันไม่โหดร้ายถึงขั้นฆ่าหล่อนหรอก แกไม่ต้องห่วง” ปากบอกไม่ฆ่าแต่รอยยิ้มที่ประดับบนหน้านั่นทำเอาเลขาฯ หนุ่มรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ แต่ครั้นจะถามหาต้นสายปลายเหตุของการจับตัวมากักขัง เขาก็ไม่กล้าถาม ด้วยรู้จักนิสัยเจ้านายหนุ่มดีว่าถ้าหากอยากพูด อยากบอก เจ้านายหนุ่มจะเอ่ยปากพูดออกมาเอง งานนี้เขาก็คงได้แต่หวังว่าหญิงสาวที่ถูกจับตัวมานั่นไม่ใช่ลูกสาวคนใหญ่คนโตก็แล้วกัน เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริง เจ้านายของเขาอาจจะลำบาก ถ้าพ่อแม่ของหญิงสาวคิดจะเอาเรื่อง

        “แต่ยังไงผมก็อดห่วงไม่ได้ครับ” ลิเบอร์ยังไม่ไว้วางใจ เพราะเจ้านายหนุ่มของเขาบทจะดีก็ดีใจหาย แต่บทจะร้ายขึ้นมา ก็ไม่ฟังใครทั้งนั้น

        “ฉันรู้สึกว่าแกจะเป็นห่วงผู้หญิงคนนั่นมากเกินไปแล้วนะลิเบอร์ รู้จักหล่อนหรือไง” เคลย์ริกหยุดเดินแล้วหันมาจ้องหน้าเลขาฯ หนุ่ม แต่พอกลับมาคิดๆ ดูแล้วเลขาฯหนุ่มจะไปเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นตอนไหนกัน ในเมื่อเขาไม่เคยพูดเรื่องนี้ให้เลขาฯ หนุ่มฟังแม้แต่ครั้งเดียว

        “อย่ามองผมแบบนั้นสิครับเจ้านาย แล้วผมก็ตอบไม่ได้ด้วยครับว่ารู้จักเธอมาก่อนหรือไม่ เพราะผมไม่เคยเห็นหน้าผู้หญิงที่เจ้านายจับมาขัง”

        “แต่ถ้าแกขยันทำเรื่องบนเตียงแบบฉัน บ้างทีแกอาจจะรู้จักหล่อนมาก่อนก็ได้ เพราะหล่อนมีประวัติด้านเรื่องบนเตียงไม่เบาเหมือนกัน” เคลย์ริกกระตุกยิ้มร้ายลึก และนั่นยิ่งทำให้เลขาฯ หนุ่มยิ่งสงสัย แต่ก็ไม่กล้าซักถามให้คนเป็นนายต้องรำคาญใจ

        “เจ้านายพาผมวกเข้าเรื่องนี้อีกจนได้” ลิเบอร์อยากถอนใจแรงๆ ก็นึกเกรงใจเจ้านายหนุ่ม เลขาฯ หนุ่มเลยทำได้แค่กลอกตาบนไปมา

        “ก็ใครใช้ให้แกไม่ขยันทำเรื่องบนเตียง” คนเป็นนายยักคิ้วทะเล้นให้

        “ผมก็อยากจะขยันเหมือนกันแหละครับ แต่มันติดที่หาผู้หญิงถูกใจไม่ได้นี่สิครับ”  เพราะเขาต้องใจชอบก่อนถึงจะพาไปถึงขึ้นเตียง ผิดกลับเจ้านายหนุ่มที่เพียงแค่ถูกตาก็ลากขึ้นเตียงได้เลย

        “แค่ถูกตาก็พอแล้ว เพราะหลังจากเสร็จกิจก็ทางใครทางมันอยู่ดี แต่หากแกติดใจ แกก็ไปเรียกใช้บริการใหม่ แค่นี้ก็จบ” พูดจบเคลย์ริกก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี แต่เสียงหัวเราะหยุดชะงักราวกับถูกปิดสวิทซ์เมื่อนักร้องสาวโผเข้ามากอดรัด เบียดเนื้อตัวเข้าหาอย่างหาโดยไม่สนใจเลยว่าตอนนี้มีใครยืนอยู่บริเวณนั้นบ้าง

        “เคลย์ริก อย่าตัดสัมพันธ์ฉันแบบนี้เลยนะคะ ฉันรักคุณนะคะเคลย์ริก ฉันไม่ต้องการเงินของคุณเลย” ลีอากล่าวตัดพ้อ หลังเพิ่งจะได้รับเช็คจากคนของเลขาฯหนุ่มเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า และเพราะเหตุนี้ทำให้เธอกล้าเข้ามาดักรอเขาที่หน้าลิฟต์ เพราะไม่อยากโดนตัดสัมพันธ์ในขณะที่เธอกำลังจะสานต่อความใกล้ชิดครั้งนี้ไปถึงขั้นแต่งงานกัน

        “นั่นมันเรื่องของคุณ” เคลย์ริกตอบกลับเสียงเย็น ก่อนจะดันตัวนักร้องสาวออกห่าง นักร้องสาวคนสวยไม่ได้อยากผละห่างเลยสักนิด แต่เมื่อเจอสายตาดุดันของชายหนุ่มทำให้เธอยอมถอยออกมาโดยไม่อิดออด

        “แต่เราสองคนมีความสัมพันธ์กันมานานแล้วนะคะ ฉันจริงจังกับคุณนะคะคุณเคลย์ริก ได้โปรดอย่าเอาเงินมาฟาดหัวฉันเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ของคุณได้ไหมคะ” นักร้องสาวใส่จริตมารยาเต็มที่ หวังจะให้ชายหนุ่มที่หมายปองหวนกลับมาคิดทบทวนเรื่องตัดสัมพันธ์เสียใหม่

        “มันเกิดจากความใคร่ของผมล้วนๆ แล้วผมก็ชัดเจนตั้งแต่แรกแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผม เกิดจากความพอใจของทั้งสองฝ่าย เพราะฉะนั้น อย่ามาเรียกร้องหาความรักจากผม กลับไปได้แล้ว” แม้น้ำเสียงจะราบเรียบแต่สีหน้าและดวงตายังคงดุดันไม่แปรเปลี่ยน

        “เคลย์ริกคะ” สีหน้าของนักร้องสาวซีดเผือดเมื่อถูกตัดสัมพันธ์แบบไม่เหลือเยื่อใย

        “กลับไป” ชายหนุ่มย้ำอีกครั้งเมื่อนักร้องสาวไม่ย้ายตัวเองออกไปให้พ้นหูพ้นตา ชั่ววูบหนึ่งสายตาของเขากลับเห็นสีหน้าของนักร้องสาวที่สวยชนิดที่หาจุดบกพร่องไม่พบ กลายเป็นหน้าตาของผู้หญิงแพศยา

          บ้าชิบ!’ เคลย์ริกสบถในใจ ก่อนจะปิดเปลือกตาลงแล้วเปิดขึ้นอีกครั้งก็เห็นเป็นหน้าของนักร้องสาว ที่เขาเกิดความเบื่อหน่ายอย่างที่ไม่เคยเป็น สองเดือนกว่า ที่เขามีความสัมพันธ์กับนักร้องสาวคนสวย เพราะเธอเร่าร้อนได้ใจเขามาก เลยทำให้ถูกเรียกใช้งานบ่อยและนานที่สุด แต่พอมาวันนี้เขากลับเบื่ออย่างที่สุด!

        “ถ้าคุณไม่ออกไป ผมจะสั่งให้ลูกน้องโยนคุณออกไป เดี๋ยวนี้!” น้ำเสียงและท่าทางไม่ได้มีแววล้อเล่นเลยสักนิด อึดใจก็มีบอดี้การ์ดหนุ่มหุ่นยักษ์เดินเข้ามาประกบนักร้องสาว

        “เคลย์ริกค่ะ อย่าขับไล่ฉันเลยนะคะ ฉันรักคุณนะคะคุณเคลย์ริก ไอ้พวกบ้า! ปล่อยฉันนะ ปล่อย!” ลีอาโวยวายลั่น พลางสะบัดตัวออกจากการบอดี้การ์ดหนุ่มยักษ์ แต่มีหรือจะหลุดพ้น

        “เอาตัวออกไป” เสียงทุ้มห้าวตวาดลั่น 

        “ครับเจ้านาย” บอดี้การ์ดหนุ่มโค้งศีรษะเล็กน้อยก่อนจะพาตัวนักร้องสาวออกไป ส่วนที่หน้าลิฟต์เคลย์ริกได้แต่ยืนถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายและรู้สึกหมดอารมณ์ไปร่วมรับประทานอาหารกับท่านรัฐมนตรีคนใหม่ แต่ไอ้ที่เขาบอกหมดอารมณ์จะออกไปไม่ใช่เป็นเพราะนักร้องสาว แต่เป็นผู้หญิงอีกคนที่ตามหลอกหลอนเขาราวกับภูตผีจนเขาอยากจะหมุนตัวกลับไปกระชากหล่อนมาจูบให้หนำใจ!

        “รีบไปเถอะครับเจ้านาย เดี๋ยวท่านจะรอนานนะครับ” ลิเบอร์เอ่ยเตือน หลังจากยืนฟังเสียงถอนหายใจของเจ้านายหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง

        “แกก็นำสิว่ะ” เคลย์ริกตอบกลับด้วยสีหน้าหงุดหงิด ก่อนจะก้าวตามเลขาฯ หนุ่มเข้าไปในลิฟต์และไปยังลานจอดรถ ก่อนจะเดินทางไปยังห้องอาหารสุดหรู ที่พอไปถึงท่านรัฐมนตรีก็มารอแล้ว ก่อนที่บรรยากาศการรับประทานอาหารจะเต็มไปด้วยเสียงฉอเลาะของบรรดาสาวๆ ที่ท่านรัฐมนตรีจัดหามาให้ แต่เคลย์ริกกับเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย จนอยากผลักสาวๆ ที่ห้อมล้อมออกไปให้พ้น เพราะเวลานี้เขาอยากจะเอาตัวไปแนบชิดกับผู้หญิงแพศยาคนนั้นมากกว่า แล้วดูสิว่าหล่อนจะเด็ดดวงสักแค่ไหน!




++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วางแผงแล้วนะคะ ที่เซเว่น อิเลฟเว่น หรือสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์สำนักพิมพ์  

รับส่วนลดสูงถึง 20% ได้ที่ www.romantic-publishing.com   ราคา 159 บาท

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha