อาญาร้ายเทพบุตรมาร by หงสรถ [วางแผงแล้วที่ 7-11]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 7 : อาญาร้ายเทพบุตรมาร ตอนที่ 4---(1)---


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 4

       เคลย์ริก เลขาฯ หนุ่ม และเหล่าคนติดตามเดินทางกลับมาถึงที่พักในเวลาเกือบเที่ยงคืน และเมื่อทั้งหมดขึ้นมาถึงชั้นที่พักของเจ้านายหนุ่มแล้วก็พากันยืนเรียงหน้ากระดานเพื่อรอคำสั่งด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ผิดกับเจ้านายหนุ่มที่ยังคงมีสีหน้าเบื่อหน่ายไม่เลิกนับตั้งแต่อยู่ในห้องอาหาร

       “มายืนรออะไรกันอีก ไป! แยกย้ายกันไปพักผ่อนได้แล้ว” สิ้นคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม บอดี้การ์ดสามนายก็โค้งศีรษะเล็กน้อย แล้วแยกย้ายกันไปพักผ่อน แต่ลิเบอร์ยังคงยืนจ้องหน้าผู้เป็นนายอยู่

       “แล้วนี่แกยืนรออะไรอีก ไอ้ลิเบอร์” เคลย์ริกเอ่ยเสียงห้วนๆ เพราะเวลานี้เขารู้สึกว่าทุกอย่างที่อยู่รอบกายมันเกะกะลูกตาไปเสียหมด โดยเฉพาะหน้าของเลขาฯหนุ่ม ที่ตอนนี้เขารู้สึกหน้าตาของหมอนี่กวนบาทาซะเหลือเกิน

       “เจ้านายจะให้ผมเรียกสาวๆ มาปรนนิบัติหรือเปล่าล่ะครับ ถ้าไม่ ผมจะได้ไปพักบ้าง” เลขาฯ หนุ่มถามกลับด้วยสีหน้ากลั้นยิ้ม เพราะเขาสังเกตเห็นเจ้านายหนุ่มมีสีหน้าเบื่อหน่ายตั้งแต่อยู่ในห้องอาหารกับท่านรัฐมนตรีแล้ว แล้วก็เดาได้เลยว่าสาวๆ ที่ท่านรัฐมนตรีจัดหามาให้คงไม่ถูกใจเจ้านายของเขาเป็นแน่ เลยมีอาการอย่างที่เห็น ทำให้เวลานี้เขาเลยต้องทำหน้าที่เลขาฯ ที่ดีด้วยการเตรียมหาสาวสวยที่ถูกใจไว้ให้เจ้านายหนุ่ม

       “แกนี่มัน สู่รู้จริงๆ เลย” แต่ถึงเลขาฯ หนุ่มจะเดาใจได้ตรงเพ่ง ทว่าเวลานี้เขาไม่ต้องการหญิงสาวคนไหนเลยนอกจากผู้หญิงแพศยาคนนั้น ที่ป่านนี้คงจะนอนหลับสบายอยู่ในห้อง และเพียงแค่นึกถึงร่างกายของเขาก็มีปฏิกิริยาบางอย่างเกิดขึ้น

       เธอนี่มัน...แม่มดชัดๆ มธุราคนร่างกายตื่นตัวจนคับแน่นภายใต้ชั้นในขบเขี้ยวเคี้ยวฟันถึงตัวต้นเหตุอยู่ในใจ ร่างกายก็ร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ

       “ก็ถ้าผมไม่รู้ใจเจ้านาย ก็คงมาเป็นเลขาให้เจ้านายไม่ได้หรอก จริงไหมครับเจ้านาย” น้ำเสียงล้อเลียนจนคนเป็นนายแทบจะยกเท้าขึ้นมาเสยปลายคาง

       “พูดมากไปแล้ว!” เคลย์ริกตีหน้าเหี้ยมใส่

       “ไม่พูดก็ได้ครับ แล้วตกลงจะให้เรียกสาวๆ หรือเปล่าครับ ผมจัดรอไว้ให้แล้วนะครับ ขอเพียงเจ้านายสั่ง ไม่ถึงห้านาทีรับรองสาวสวยมาเสิร์ฟถึงเตียงเลยครับ” พูดจบก็เบี่ยงตัวหลบฝ่าเท้าของเจ้านายหนุ่มไปได้อย่างหวุดหวิด

       “ไม่เอา!” เคลย์ริกบอกเสียงกระแทกกระทั้น

       “อ้าว!

       “แกไม่ต้องมาอ้าวอะไรทั้งนั้นลิเบอร์ รีบไปซะ ก่อนที่ฉันจะกระทืบแกนอนกระอักเลือดอยู่ที่นี่” เคลย์ริกบอกอย่างหัวเสีย พลางชี้ไปที่ประตูบอกเป็นนัยว่าให้เลขาหนุ่มรีบๆ ไปให้พ้นหน้า ทางด้านเลขาหนุ่มก็โค้งศีรษะให้เล็กน้อยก่อนจะเดินผิวปากออกไปอย่างคนอารมณ์ดี ผิดกับอารมณ์ผู้เป็นนาย ที่เวลานี้เดือดดาลจนสันกรามนูนเด่นชัด

       “ไอ้เลขากวนบาทา ไปได้ซะทีนะแก” เคลย์ริกบ่นตามหลังเลขาฯ หนุ่ม ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินเข้าห้องพัก

       “ผมจะไปจริงๆ แล้วนะครับเจ้านาย” ก่อนจะเปิดประตูไม่วายที่ลิเบอร์จะหันมาส่งเสียงยั่วโทสะคนเป็นนาย

       “ไอ้ลิเบอร์!!” เคลย์ริกคำรามลั่น ชี้หน้าคาดโทษเลขาฯ หนุ่ม หากเจ้าหมอนั่นไม่ใช่เพื่อนรักแล้วล่ะก็ เขาได้ไล่มันออกจากตำแหน่งเลขาแน่

       คนอยากไล่เลขาฯ ออกยกมือเสยผมลวกๆ เมื่อคนกวนโมโหปิดประตูห้องเรียบร้อย ชายหนุ่มกระแทกลมหายใจออกมาสุดแรง ประหนึ่งว่าโล่งใจที่เลขาฯ ไปซะได้ ครู่ต่อมาเขาก็เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่งแทนที่จะเดินกลับห้องพักของตนเอง อึดใจก็หันไปคว้ากุญแจที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กๆ มุมห้อง แต่ขณะกำลังจะไขกุญแจเข้าไปดูผู้หญิงแพศยา เสียงโทรศัพท์ที่นอนแอ้งแม้งอยู่ในกระเป๋ากางเกงแบรนด์ดังก็แผดร้องขึ้นมาเสียก่อน

       เคลย์ริกขมวดคิ้วยุ่งอย่างนึกสงสัยว่าใครกันที่โทรมาเวลานี้ กระทั่งเห็นชื่อคนโทรเข้ามา ชายหนุ่มจึงรีบกดรับสายทันที

       “ป้าเลเนียร์โทรหาผมดึกขนาดนี้มีอะไรหรือเปล่าครับ” เคลย์ริกเอ่ยถามเสียงทุ้มนุ่ม

       “ป้าโทรมาเตือนว่าอย่าลืมดื่มนมก่อนนอนนะคะ ป้าเป็นห่วงคุณจริงๆ ไม่รู้ว่าแม่บ้านคนใหม่จะดูแลคุณเคลย์ริกของป้าได้ดีหรือเปล่า” คนเป็นห่วงเจ้านายหนุ่มเอ่ยเตือนเสียงเนิบนาบ

       “ผมไม่ลืมครับ ส่วนเรื่องแม่บ้านคนใหม่ ป้าเลเนียร์วางใจได้เลยครับ ผมเชื่อว่าคนใหม่จะทำงานได้ดีไม่น้อยไปกว่าป้าเลเนียร์แน่นอนครับ ป้าอย่างห่วงเลยครับ อยู่พักผ่อนที่บ้านให้สบาย แต่ถ้าหากแม่บ้านคนใหม่ทำงานไม่ได้เรื่องจริงๆ ผมจะให้จีโอไปรับป้าเลเนียร์กลับมาทำงานเหมือนเดิมนะครับ” เคลย์ริกพูดเอาใจ แต่ไม่คิดจะให้ป้าเลเนียร์กลับมาทำงานอีก เพราะด้วยอายุของท่านก็มากแล้ว เขาจึงอยากให้ท่านพักผ่อนอยู่บ้านกับลูกหลานมากกว่า

       “ค่ะคนดีของป้า ถ้างั้นป้ารบกวนคุณเคลย์ริกแค่นี้แหละค่ะ”

       “ครับ กู๊ดไนท์ครับป้าเลเนียร์” เคลย์ริกรอจนป้าเลเนียร์วางสาย จึงเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกงไว้เช่นเดิม แล้วหันไปเปิดประตูห้อง

       เคลย์ริกเข้ามายืนจ้องมองคนบนเตียงด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ขณะที่คนนอนขดคู้อยู่บนเตียงกว้างก็หลับตาพริ้มดูมีความสุขจนน่าหมั่นไส้

       “สบายเกินไปแล้วนะยัยแม่มด” สิ้นเสียงทุ้มห้าว ผ้าห่มที่สาวเจ้าใช้ห่มก็ถูกกระชากออกไปหล่นอยู่ข้างเตียง แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้คนขี้เซารู้สึกตัว เคลย์ริกจึงเดินไปเปิดสวิทซ์ไฟ อึดใจไฟทั้งห้องก็สว่างโร่ มธุราวาดมือควานหาหมอนมาปิดหน้าปิดตาหนีแสงไฟ แต่เมื่อสำเหนียกได้ว่าตัวเธอหาได้นอนสบายอยู่บนเตียงนุ่มๆ ภายในบ้านพักหลังใหญ่ของตนเองก็ดีดตัวลุกขึ้นทันที

       “ไอ้หน้าโหด” ขานเรียกด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

       “ไง นอนสบายเลยสิ” น้ำเสียงแดกดันเต็มที่ ปากหยักร้ายแค่นยิ้มที่คนเห็นเกลียดแสนเกลียด

       “แกเข้ามาให้ห้องฉันทำไม” ถามจบแล้วเธอก็รีบโดดลงจากเตียงไปยืนหลบภัยอยู่มุมห้อง

       “เข้ามาดูดนมล่ะมั้ง” คนตัวโตตอบกลับด้วยสีหน้ายียวนกวนโมโห

       “ไอ้ทุเรศ หยาบคายที่สุด!” มธุราหน้าแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอายกับถ้อยคำห่ามๆ ของอีกฝ่าย หญิงสาวหันรีหันขวางเพื่อหาทางหนี ครั้นเมื่อมองแล้วก็นึกโทษแต่ตัวเองที่ดันโดดหนีมาอีกฝั่งแทนที่จะโดดไปฝั่งใกล้กับประตูห้อง เพราะมันยังพอจะมีหนทางหนีไปได้บ้าง

       “อย่ามาทำเป็นรับไม่ได้ไปหน่อยเลย เพราะผู้หญิงอย่างเธอคงโดนมามากกว่าดูดนมด้วยซ้ำ” เคลย์ริกสาวเท้าเข้าหาร่างเล็กที่ตอนนี้เริ่มหน้าซีด เพราะดูจากท่าทางคุกคามของอีตาหน้าโหดแล้ว เธอคงไม่แคล้วโดนย่ำยีแน่ๆ

       คุณแม่ขา พี่มาร์ชขา ช่วยแอนนี่ด้วย แอนนี่กลัวมธุราร่ำร้องหาคนช่วย ทั้งที่รู้ดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะป่านนี้คนที่รักทั้งสองคงยังไม่รู้ว่าเธอถูกคนโฉดที่ไหนก็ไม่รู้จับตัวมากักขัง ซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังจะมายัดเยียดให้เธอเป็นนั่นเป็นนี่ตามอำเภอใจ

       “ผมพูดถูกใช่ไหม” เคลย์ริกยังคงคุกคามร่างเล็กด้วยวาจาและท่าทาง ที่ตอนนี้คนตัวเล็กหวาดกลัวจนก้าวเท้าแทบไม่ออกอยู่แล้ว

       “ยะ...หยุดนะ แกอย่าเข้ามาใกล้ฉัน ดะ...เด็ดขาด” เสียงหวานร้องห้ามตะกุกตะกัก บังคับให้เท้าขยับถอยหนีอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ยิ่งอยู่ห่างประตูห้องมากขึ้น ขณะที่เคลย์ริกก็หาได้สนใจฟังคำห้ามปรามนั่น เท้าคู่ใหญ่เดินไล่ต้อนร่างเล็ก กระทั่งอีกฝ่ายจนมุม ปากหยักขยับยิ้มร้ายลึก แล้วเริ่มปลดกระดุมเสื้อ

       “ผมเบื่อจะเล่นแล้ว เอาจริงเลยดีกว่า” พูดจบก็รูดเข็มออก ก่อนจะโยนไปบนเตียง เพราะอีกไม่นานอาจต้องใช้

       “แก...เอ่อ...คุณจะทำอะไรฉันเหรอคะ” มธุราเปลี่ยนสรรพนามอีกฝ่ายอย่างเร็ว เมื่อดูท่าเธอคงไม่รอดเงื้อมคนหน้าโหดแน่ แต่อย่างน้อยๆ หากพูดดีด้วย เธอก็อาจจะรอด

       “อย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลย เพราะเธอก็รู้อยู่แก่ใจดีว่า เวลาดีๆ แบบนี้ผู้หญิงกับผู้ชายมักจะทำอะไรกัน หรือว่าเธอไม่เคยนอนกับผู้ชายในเวลานี้” คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างยียวน

       “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้น” มธุราโต้กลับเสียงดังลั่น

       “แล้วเธอจัดว่าเป็นผู้หญิงพวกไหนล่ะ เจนจัดหรืออ่อนประสบการณ์ แต่อย่างเธอนี่คงจะ...” เคลย์ริกหยุดพูดแล้วใช้สายตามองอย่างโลมเลียจนสองแก้มของมธุราเห่อร้อน เพราะไอ้ชุดที่ใส่มันบางมากพออยู่แล้ว แล้วยิ่งมายืนอยู่ทามกลางแสงไฟ ยิ่งทำให้มองทะลุผ่านเข้าไปเห็นอะไรต่อมิอะไร สาเหตุก็เพราะชุดชั้นในตัวที่สวมใส่ระหว่างถูกจับตัวมาอันตรธานหายไปไหนก็ไม่รู้ ครั้นจะให้ไปถามหากับอีตาหน้าโหด เธอก็ไม่อยากเสวนาด้วย 

       “หยุดมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นซะที ไอ้โรคจิต!” มธุราปรี๊ดแตกในที่สุด หลังทนถูกมองด้วยสายตาหื่นกระหายไม่ได้อีกต่อไป เธอยกมือขึ้นมาปิดทรวงอกตัวเองไว้ สองขาก็ขยับปิดส่วนล่างที่ดูจะไม่ค่อยช่วยได้เลย

       “อย่างเธอนี่คงจัดอยู่ในจำพวกผู้หญิงเจนจัด แต่ก็คงจะผ่านการยกเครื่องมาเกือบทั้งตัว เพราะหน้าอกยังเต่งตึงได้รูป แสดงว่าค่าตัวของเธอคงสูงน่าดี” จบคำวิพากษ์วิจารณ์เสื้อบนกายก็ถูกเหวี่ยงทิ้งอย่างไม่ไยดี เท้าใหญ่ขยับไม่กี่ก้าวก็เข้าไปคว้าร่างเล็กเข้ามาชิดได้อย่างง่ายดาย

       “ไอ้บ้า! ปล่อยฉันนะ” เธอร้องสั่งเสียงแข็ง พลางดิ้นรนต่อสู้ทุกวิถีทางที่จะทำได้ แต่กลับเหนื่อยเปล่า เพราะเธอไม่อาจหนีไปจากพันธนาการของโฉดได้ ซ้ำร้ายยังต้องมาทนฟังเสียงหัวเราะเยาะจากคนที่ดีแต่ทำเก่งกับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอเข้าให้อีก

       “ไม่เอาน่ายาหยี ไหนๆ ก็เคยมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง จะมาเล่นตัวไปทำไมล่ะ หรือที่ยึกยักท่ามากอยู่นี่ เพราะต้องการเรียกร้องค่าตัวเพิ่มจากเดิม” น้ำเสียงเต็มไปความเย้ยหยัน

       “ฉันไม่เอาค่าตัวตงค่าตัวอะไรทั้งนั้น ปล่อยฉันนะไอ้บ้า ไอ้คนปากเน่า ไอ้คนจิตสกปรก ไอ้คนเฮงซวย ดีแต่รังแกผู้หญิง ปล่อย! ปล่อยสิโว้ย!” หญิงสาวยังคงดิ้นรนต่อสู้เพื่อหนีไปให้ได้ แต่ก็เหมือนเดิมคือเหนื่อยเปล่า เพราะพันธนาการที่โอบรัดตัวเธอเอาไว้แน่นราวกับกาวตราช้าง

       “ไม่เอาค่าตัว แปลว่าจะให้เอาฟรีๆ งั้นเหรอ” เคลย์ริกโต้กลับหน้าระรื่น หาได้สนใจคำด่าทอจากปากจิ้มลิ้มน่าจูบนั่นสักนิด

       “ไม่มีทาง!” มธุราตอบกลับโดยไม่หยุดคิดให้เสียเวลา

       “งั้นผมยินดีจ่ายค่าตัวให้ไม่อั้น เรียกมาได้เลยนะยาหยี แต่เราต้องมีข้อตกลงกันสักหน่อย โอเค!” เคลย์ริกบอกอย่างใจป้ำ แต่ถึงจะใจป้ำแค่ไหนนักธุรกิจอย่างเขาก็ไม่ยอมเสียเงินก่อนแน่ หากยังไม่ได้ทดสอบสิ่งของมีชีวิตที่นุ่มนิ่มน่ากอดและน่าจูบไปทั้งตัว

       “ฉันไม่ตกลงอะไรทั้งนั้น ส่วนคุณ ถ้าอยากอวดรวยมากนักก็ไปอวดกับผู้หญิงของคุณโน่น อย่ามาอวดกับฉัน เพราะฉันไม่ต้องการเงินของคุณ!” ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างถือดี ทำให้เคลย์ริกนึกชอบเหลือเกิน พลางนึกอยากรู้นึกว่าเธอจะจองหองได้อีกไหม หากวันดีคืนดีเหลือแต่ตัวขึ้นมา

       “ก็ดีที่ไม่ตกลง จะได้ไม่เสียเวลา” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ พลางกระชับอ้อมกอดให้แนบแน่นมากยิ่งขึ้น มธุราละมือจากการประทุษร้ายอีกฝ่ายมาผลักดันที่อกกำยำแทน เมื่อเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าตอนนี้อกนุ่มๆ ของเธอกำลังเบียดกับอกของอีตาโหด 

       “นี่! ปล่อยฉันนะไอ้บ้า” หญิงสาวตะเบ็งเสียงสั่งแต่ทว่าเสียงกลับแผ่วเบาลงเรื่อยๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นไปเห็นสายตาหื่นกระหายอยากเข้าอย่างจัง สองแก้มนุ่มเห่อร้อนขึ้นมาอีกระลอก มธุรายกเท้าขึ้นหวังจะกระทืบลงบนหลังเท้าอีกฝ่าย ทว่าเขากลับรู้ทันเธอ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วางแผงแล้วนะคะ ที่เซเว่น อิเลฟเว่น หรือสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์สำนักพิมพ์  

รับส่วนลดสูงถึง 20% ได้ที่ www.romantic-publishing.com   ราคา 159 บาท


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha