อาญาร้ายเทพบุตรมาร by หงสรถ [วางแผงแล้วที่ 7-11]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 8 : อาญาร้ายเทพบุตรมาร ตอนที่ 4---(2)---


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

        “อย่าคิดทำร้ายผมอีกเลยยาหยี เพราะยังไงยาหยีก็ไม่มีวันทำเสร็จ” เขายิ้มเยาะ

        “แต่ฉันเชื่อว่าสักวัน ฉันจะทำสำเร็จ” มธุราบอกอย่างมั่นใจ

        “สงสัยจะเป็นชาติแล้วล่ะ”

        “ชาตินี่แหละ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ” ขู่ฟ่อๆ ทั้งที่ตอนนี้เธอยังเอาตัวไม่รอด

        “ปากคอเธอนี่ร้ายไม่เบาเลยนะ” เคลย์ริกยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยประหนึ่งว่าพอใจในความปากร้ายของสาวเจ้า

        “ฉันจะร้ายมากนี้แน่ ถ้าคุณยังไม่ปล่อยฉัน” มือเล็กระดมทุบตีกายแกร่งไม่ยั้งเพื่อหวังจะให้เขาปล่อย ทว่าอีกคนกลับทำหน้านิ่งเฉยใส่อย่างนั้นแล้วก็เป็นเธอที่เจ็บมือเสียเอง

        “ก็กอดมาตั้งนานแล้ว ทำไมเพิ่งมาบอกให้ปล่อยล่ะ หรือเปลี่ยนใจจะทำข้อตกลงแล้ว งั้นก็ไปนอนคุยกันบนเตียงได้เลย เพราะข้อตกลงที่ว่า ก็คือผมต้องทดสอบดูก่อนว่าไอ้ที่อยู่ข้างในยังใช้การได้ดีหรือเปล่า” คนถือไพ่เหนือกว่ายักคิ้วใส่ได้อย่างน่าหมั่นไส้ในสายตาของมธุรา ที่ตอนนี้เธออยากจะควักลูกตา แล้วก็เฉือนปากเน่าๆ ของอีตาหน้าโหดไปโยนให้อีกาจิกกินซะ

        “ไอ้...” มธุราอยากจะด่ากราดอีกฝ่ายให้สาแก่ใจนัก แต่ด้วยรู้ดีว่าด่าไปเขาก็ไม่รู้สึกสาอะไรขึ้นมา ซ้ำร้ายไปกว่านั้นหากเธอยิ่งด่า ก็รังแต่จะทำให้ตัวเธอโดนรังแกเร็วขึ้น คำด่าทอที่คิดได้เลยกลืนกลับสู่ลำคอจนหมดสิ้น

          จะทำไงดีถึงจะรอดเงื้อมมืออีตาโหดไปได้ หรือเราจะยอมฟังข้อตกลงของอีตาโหดไปก่อน แต่หากยอมฟัง นั่นก็หมายความว่าเธอเป็นผู้หญิงอย่างว่านะสิ โอ๊ย...เครียดจริงๆ ทำไมจะต้องมาเจอเรื่องบ้าๆ แบบนี้ด้วยนะ ใครก็ได้ช่วยทีได้ไหมมธุราครุ่นคิดจนหน้ายุ่งเหยิง เพราะหนทางที่มีให้เลือกไม่มีทางไหนดีกับตัวเธอเลย

        “ถ้าจะคิดนานขนาดนี้ ไปนอนคิดบนเตียงแล้วกัน” ขาดคำก็จัดการเหวี่ยงร่างเล็กขึ้นไปนอนบนเตียง

        “กรี๊ด!!” มธุราร้องเสียงหลง ตะเกียกตะกายลุกหนีทว่าไม่ทันการณ์เมื่อกายแกร่งตามเข้ามาคร่อม มือทั้งสองถูกกดตรึงไว้ข้างหัวไหล่ ตาคู่สวยเบิกกว้าง ใจสั่นระรัว แล้วยิ่งใบหน้ายียวนโน้มต่ำเรื่อยๆ ใจเธอก็ยิ่งเร็วจนนับแทบไม่ทัน

        “ไอ้บ้า อย่าทำอะไรฉันนะ” มธุรายกเท้าขึ้นกระแทกบนแผ่นหลังอีกฝ่ายทำให้เขาถอนใบหน้าออกไปทันที

        “เธอนี่ร้ายไม่เบาเลยนะ” เคลย์ริกกัดฟันกรอดที่พลาดท่าเสียทีโดนยัยตัวแสบทำร้าย เขาจึงเอาคืนด้วยการลงน้ำหนักมือที่กดตรึงข้อมือเล็กให้มากยิ่งขึ้นจนใบหน้าสวยเหยเก

        “ไอ้คนทุเรศ ดีแต่ใช้กำลังกับผู้หญิง แกมัน...ไม่ใช่ลูกผู้ชาย” มธุราเอ่ยต่อว่าด้วยน้ำตาคลอเบ้า รู้สึกเหมือนมือทั้งสองจะแตกหักอยู่รอมร่อ

        “อีกเดี๋ยวได้รู้แน่ๆ ว่าผมเป็นลูกชายจริงหรือไม่จริง” เคลย์ริกยิ้มเหี้ยม ไม่สะทกสะท้านกับคำต่อว่าต่อขานจากปากจิ้มลิ้มเลยสักนิด นั่นก็เพราะเขาไม่เคยมีความคิดที่จะรังแกผู้หญิง ถ้าหากผู้หญิงคนนั้นเป็นคนดี แต่กับผู้หญิงคนนี้ที่ชอบสร้างความร้าวฉานให้กับครอบครัวคนอื่น โดยไม่สนใจเลยว่าภรรยาของผู้ชายคนนั้นจะทุกข์ทรมานใจสักแค่ไหน แล้วเหตุใดเขาจะต้องไปใส่ใจกับคำต่อว่านั่นด้วย ในเมื่อเธอเลือกที่จะเป็นผู้หญิงแพศยาเอง!

        “คุณไม่มีสิทธิ์มาข่มเหงรังแกฉันนะ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ได้ยินไหมว่าฉันไม่ได้ทำอะไรผิด” คนเสียเปรียบทุกประการบังคับเสียงไม่ให้สั่นตอบโต้กลับไปเผื่อจะช่วยฉุดรั้งคนที่กำลังจะขืนใจเธอฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้บ้าง

        “แน่ใจว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด” เคลย์ริกแสยะยิ้มร้ายเพื่อข่มขวัญคนเล็กที่แค่เขาไม่ยิ้ม เธอก็กลัวจนหัวหดอยู่แล้ว

        “ฉันแน่ใจล้านเปอร์เซ็นต์ แล้วฉันก็เคยบอกไปแล้วด้วยว่าฉันไม่ได้เป็นผู้หญิงแพศยา ไม่เป็นแม่เล้า หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ที่คุณพยายามยัดเยียดให้ฉันเป็น ฉันว่าคุณต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ” เสียงหวานสั่นพยายามทักท้วงเพื่อถ่วงเวลาหาวิธีเอาตัวรอด ทั้งๆ ที่เธอก็รู้ดีว่าหนทางนั่นแทบไม่มี

        “หลักฐานก็มี ยังคิดจะเป็นปฏิเสธอีกหรือไง ผู้หญิงอย่างเธอนี่...มันน่าฆ่าให้ตายนัก” ใบหน้าของเคลย์ริกเริ่มเปลี่ยนจากที่มีแววล้อเล่น ทว่าบัดนี้เคร่งขรึมจนน่ากลัว มธุรามองอย่างหวาดหวั่น ไม่รู้ตัวเธอพูดอะไรผิดอีตาบ้านี่ถึงได้ทำหน้าขรึมใส่เธอ

        “อย่าฆ่าฉันนะ ฉัน...ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด จริงๆ นะคุณ ได้โปรดเชื่อฉันเถอะ” เธอขออ้อนวอนเสียงสั่นๆ ยิ่งเขาวางสายตาไว้ที่อกอวบใหญ่เกินตัวของเธอ ใจเธอก็ยิ่งหวาดกลัว

        “ผู้หญิงอย่างเธอ ฆ่าให้ตายตอนนี้มันง่ายเกินไป อย่างเธอนี่เธอต้องตายทั้งเป็น เหมือนที่เธอทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องเจ็บปวดจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต” น้ำเสียงและแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเครียดแค้น จนอยากบีบคอเธอให้ตายซะตอนนี้

        “คุณ...คุณหมายถึงใคร ฉัน...ฉันไม่เข้าใจ” มธุราสับสบจนจับต้นชนปลายไม่ถูก แล้วตั้งแต่เกิดมาเธอก็ไม่เคยไปทำให้ใครต้องเจ็บช้ำน้ำใจเลยด้วย แล้วใครกันล่ะที่เจ็บปวดจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต

        “ไอ้เรื่องแสแสร้งนี่เธอคงทำบ่อยล่ะสิ ถึงได้แสดงท่าทีแบบนี้เก่งนัก” ปากหยักกดยิ้มหยันๆ สายตาก็มองอย่างสมเพชจนคนถูกมองหน้าชา 

        “ฉันไม่ได้แสแสร้ง” เสียงหวานแย้งขึ้นมาทันที

        “เลิกมารยาสักที” สิ้นเสียงห้าวห้วน เคลย์ริกก็ซุกใบหน้าเข้ากับซอกคอขาวผ่อง ปากหยักร้อนตะโบมจูบซุกไซ้ผิวเนื้อบริเวณนั้นจนเกิดรอยแดง มธุราดิ้นรนขัดขืน ปากก็ร้องบอกให้อีกคนฟังเธออธิบายก่อน แต่มีหรือที่คนที่หัวใจสุ่มไปด้วยไฟแค้นจะยอมฟัง

        เคลย์ริกใช้ร่างกายที่ใหญ่โตกว่ากดทับร่างเล็กจนแทบกระดิกไปไหนไม่ได้ ก่อนจะจัดการรวบสองมือเล็กขึ้นไปไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างหนึ่ง ขณะที่อีกมือก็คืบคลานเข้าหาทรวงอก วินาทีที่มือหนาสัมผัสกับอกอวบ น้ำตาของมธุราก็ร่วงริน หากแต่เสียงสะอื้นไห้ของเธอไม่ได้ทำให้อีกคนหยุดการกระทำอันจวบจ้วงเลยสักวินาที

        “ฉันเกลียดแก ไอ้เลว” ไม่ใช่น้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเกลียด หากแต่ดวงตาคู่สวยก็มองอีกฝ่ายอย่างชิงชัง

        “แต่อีกเดี๋ยวเธอจะได้ไอ้เลวคนนี้เป็นผัว” ปากหยักกดยิ้มร้ายลึก แววตาเรืองโรจน์ด้วยไฟโทสะปะปนกับเพลิงปรารถนาที่กำลังแล่นพล่านไปทั่วกาย

        “ฝันไปเถอะ!” มธุรายกศีรษะขึ้นมาแล้วอ้าปากงับเข้าที่หัวไหล่สุดแรงเกิด เท้าเล็กๆ ก็ยกขึ้นมากระทุ้งบนลำตัวคนเหนือร่างแบบไม่เหลือที่ เคลย์ริกถึงกับผงะถอนใบหน้าออกจากซอกคอขาวผ่องที่มีกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ก่อนจะสบถด้วยถ้อยคำหยาบคาย พยายามสลัดหัวไหล่เพื่อให้หลุดจากฟันของยัยตัวแสบที่กัดแน่นไม่ยอมปล่อย

        “ยัยหมาบ้า! ปล่อย!” คนถูกกัดจนจมเขี้ยวตวาดสั่ง แต่มีหรือที่คำสั่งจะเป็นผล มธุรากดฟันกัดแน่นจนเธอได้ลิ้มรสเค็มปะแล่มๆ และกลิ่นคาวเลือดก็คุ้งอยู่ในปาก แม้อยากอาเจียนแทบตายแต่เธอก็ฝืนทนจนกว่าจะได้รับอิสรภาพ

        “บ้าเฮ้ย! ยัยตัวแสบ ปล่อยเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ปล่อย เธอโดนดีแน่!” เคลย์ริกคาดโทษเสียงดังลั่น พลางส่งสายตาคาดโทษไปให้ มธุราเริ่มลังเลว่าจะปล่อยดีหรือไม่

        “ผมจะนับหนึ่งถึงสาม หนึ่ง!” ทันทีที่เริ่มนับเจ้าของคมเขี้ยวก็เริ่มคิดหนัก

        ตายแน่ๆ เลยเรา แล้วจะทำไงต่อดีล่ะ ถ้าอีตาหน้าโหดเกิดโมโห แล้วบีบคอเราตายล่ะ ระหว่างที่เธอคิดครุ่นอยู่นั่นเสียงห้าวก็นับสองดังลั่น

        “สอง!” สันกรามบนหน้านูนเด่นชัดอย่างโมโห แต่โมโหตัวเองมากกว่าที่ดันพลาดท่าเป็นหนที่สองให้กับคนตัวเล็กที่กำลังฝังเขี้ยวบนร่างกายของเขา

        “สะ...

        “ฉันยอมปล่อยแล้ว แต่คุณห้ามทำอะไรฉันนะ ไม่งั้นฉันจะกัดคุณอีกรอบ” ยังไม่ทันนับสามเสียงหวานก็ดังแทรก พลางจ้องมองผลงานของตัวเองอย่างพึงพอใจ เพราะอีตาโหดคงจะเจ็บไม่น้อยเชียวแหละ ในเมื่อเลือดไหลซิบออกอย่างนั้น แต่ถึงจะพอใจแค่ไหน เธออดหวั่นอยู่เหมือนกันว่าจะโดนอีตาหน้าโหดปู้ยีปู้ย่ำโทษฐานไปทำให้เลือดตกยางออก แต่งานนี้จะไปโทษใครได้ล่ะ ในเมื่ออีตานั่นคิดจะข่มเหงเธอก่อน

        “เธอนี่มัน หมาบ้าชัดๆ นี่ฉีดยากันบ้ามาหรือยังเนี่ย” แม้จะโมโหอยู่แต่เคลย์ริกก็ยังมีอารมณ์ขันต่อว่าเจ้าของคมเขี้ยวที่เผลอค้อนขวับเข้าให้ ทั้งที่ตอนนี้เธอควรคิดหาทางหนีออกไปให้พ้นเงื้อมมืออีตาโหดก่อนจะโดนจับปู้ยี้ปู้ยำ หญิงสาวแหงนหน้ามองหาอาวุธที่พอจะทำอันตรายอีกฝ่ายได้เพื่อเปิดทางหนี แต่ของสิ่งนั่นก็อยู่ใกล้เกินเอื้อมไปหน่อย

        “คิดหนีเหรอ” เสียงทุ้มห้าวดังขึ้น ขณะที่เจ้าของเสียงกำลังใช้ผ้าซับเลือด

        “ชะเปล่าซะหน่อย” มธุรากลับคำแทบไม่ทัน เพราะขืนเธอตอบไปว่าใช่ คงไม่แคล้วโดนอีตาหน้าโหดบีบคอตายแน่

        “แน่ใจว่าเปล่า” เคลย์ริกยิ้มเยาะ เพราะถ้าเขาเดาไม่ผิดเจ้าหล่อนคงคิดจะเอาโคมไฟมาฟาดเขาแน่ๆ ถ้าเอื้อมถึง แต่อย่าฝันไปเลยว่าจะทำร้ายเขาได้อีก

        “พูดมากอยู่นั่นแหละ ลุกออกไปทำแผลซะทีสิ หรือคุณจะรอให้เลือดไหลหมดตัวก่อน ถึงจะลุกออกไปจากตัวฉันได้” เธอบ่นอุบ

        “กลัวห้ามใจตัวเองไม่ไหว ลุกมาปล้ำผู้ชายหรือไง ถึงไม่อยากให้ผมอยู่ใกล้” ประโยคท้ายๆ เคลย์ริกก้มหน้าลงต่ำแล้วยิ้มยั่ว

        “ฉันไม่สิ้นคิดไปไล่ปล้ำผู้ชายหรอก โดยเฉพาะผู้ชายปากสกปรกอย่างคุณ ต่อให้นอนแก้ผ้ายั่วทั้งวันทั้งคืนฉันยังไม่คิดจะทำเลย!” มธุราตอบกลับเสียงเขียว พลางจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาขุ่นคลัก เพราะเวลานี้เธอเกลียดน้ำเสียงยียวนกวนประสาทของอีตานี่เข้าไส้

        “ก็แน่ล่ะ เพราะผู้หญิงอย่างเธอเคยชินแต่นอนให้ผู้ชายทำไง” ปากหยักคลี่ยิ้มเยาะ ที่ยั่วโมโหยัยตัวแสบให้โกรธจนหน้าดำหน้าแดงได้ ที่เขาก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าการได้ต่อปากต่อคำกับเธอนี่มันทำให้เขาอารมณ์ดีชะมัด

        “ไอ้...”

        “หยุดปากร้ายได้แล้วยาหยี อย่าหาว่าผมไม่เตือน” จบคำขู่เขาก็หันไปหยิบผ้าห่มขึ้นมาซับเลือดบนหัวไหล่แก้ขัดไปพลางๆ

        “คุณจะฆ่าฉันหรือไงล่ะ” หญิงสาวโต้กลับไปอย่างอดไม่ได้ เพราะขนาดว่าอีตาหน้าโหดไม่ได้ขู่ เธอยังโดนรังแกขนาดนี้เลย แล้วไหนๆ ก็จะต้องโดนอยู่แล้ว สู้เธอด่ากราดให้มันสาแก่ใจไปเลยไม่ดีกว่าหรือ

        “ก็อยากจะฆ่าอยู่หรอก แต่ผู้หญิงอย่างเธอไม่สมควรตายง่ายๆ จำเอาไว้” สิ้นเสียงดุดันโทรศัพท์ของคนหน้าโหดก็แผดร้องขึ้นมาขัดจังหวะ มธุรายิ้มดีใจเมื่ออีกฝ่ายขยับห่างออกไปยืนอีกมุมหนึ่งของเตียง วินาทีนั่นเองเธอก็ดันตัวลุกพรวดแล้ววิ่งสุดชีวิตไปที่ประตูโดยไม่สนใจเสียงสบถลั่นห้อง

        “ปัดโธ่เว้ย! ยัยตัวแสบ กลับมา!” คำสั่งของเคลย์ริกไม่ได้ผลเลยสักนิด ขณะที่คนในสายก็พูดไม่หยุดเช่นกันหลังจากคนสนิทของน้องชายโทรมาแจ้งว่าตอนนี้โรมันถูกตำรวจควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจ หลังจากไปมีเรื่องชกต่อยกับลูกชายสุดรักสุดสวาทของเคอร์ติน ก่อนที่เคลย์ริกจะแจ้งให้ทางนั่นทราบว่าอีกครึ่งชั่วโมงจะเดินทางไปประกันตัวน้องชาย และพอตัดสายจากคนสนิทของน้องชายแล้ว เคลย์ริกก็โทรหาบอดี้การ์ด

        “จีโอ! รีบพาคนออกไปตามตัวมธุรากลับมา” สั่งความเสียงเข้มพร้อมกับเดินมองหาเสื้อโค้ทที่พาดบนโซฟาแต่ตอนนี้ไม่มีแล้วจึงบอกจีโอไปว่าเธอสวมโค้ทสีดำของเขา

        “ครับเจ้านาย” จีโอรีบโทรตามลูกน้องให้กระจายกำลังหาตัวมธุราทันที ส่วนผู้เป็นนายก็ยืนพ่นลมหายใจอยู่กลางห้องพักอย่างเหนื่อยหน่ายใจ

        เมื่อไหร่แกจะเลิกหาเรื่องให้ฉันปวดหัวสักที โรมัน เคลย์ริกพึมพำ ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องนอนแล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็โทรบอกให้เอสก้าเตรียมรถ ไม่ถึงห้านาทีเคลย์ริกก็ลงมาขึ้นแล้วรีบเดินทางไปยังสถานีตำรวจ ระหว่างทางก็โทรสอบถามกับจีโอเป็นระยะว่าหาตัวมธุราเจอหรือยัง ครั้นเมื่อได้คำตอบว่ายังหาไม่พบใจ คนโทรถามก็ใจร้อนรุ่ม นึกหวั่นใจว่าเธออาจจะหนีไปเจอพวกอันธพาล มือหนาล้วงเอาโทรศัพท์ออกมากดหาจีโออีกครั้ง แล้วสั่งให้จีโอเพิ่มกำลังคนในการตามหาตัวมธุรา เพราะเขากลัวว่าหากเจอเธอช้าไป เธอคงไม่ได้กลับมาในสภาพที่หนีออกไป

        “ได้ครับเจ้านาย แล้วถ้าผมเจอตัวคุณมธุราเมื่อไหร่ ผมจะรีบโทรบอกเจ้านายครับ”

        “อืม” เคลย์ริกขานรับแค่นั้นก็ตัดสายทิ้งแล้วเพิ่งสายตาไปยังท้องถนน โดยมีสายตาของเอสก้าและวิกเตอร์ สองบอดี้การ์ดคอยชำเลืองมองผ่านกระจกเป็นระยะ เพราะต่างก็นึกสงสัยว่าเหตุใดเจ้านายหนุ่มถึงได้ดูเป็นห่วงเป็นใยเชลยสาวคนนี้นัก

        “มองอะไร อยากตายกันใช่ไหม” เสียงห้วนจัดของผู้เป็นนายดังขึ้นทำเอาสองหนุ่มสะดุ้งโหย่งไปตามๆ กัน ก่อนจะรีบปฏิเสธจนลิ้นแทบพันกัน จากนั้นสองบอดี้การ์ดหนุ่มก็นั่งสงบนิ่งไปตลอดทาง ขณะคนเป็นนายก็พ่นลมหายใจออกมาเป็นระยะ เพราะผ่านมาเกือบสิบนาทีแล้วจีโอก็ยังไม่โทรแจ้งความคืบหน้า


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วางแผงแล้วนะคะ ที่เซเว่น อิเลฟเว่น หรือสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์สำนักพิมพ์  

รับส่วนลดสูงถึง 20% ได้ที่ www.romantic-publishing.com   ราคา 159 บาท


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha