อาญาร้ายเทพบุตรมาร by หงสรถ [วางแผงแล้วที่ 7-11]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 13 : อาญาร้ายเทพบุตรมาร ตอนที่ 7---(1)---


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 7

      หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่อยู่ในชุดพร้อมออกไปทำงานเหมือนเช่นทุกเช้า เปลี่ยนใจเดินกลับมาหยุดที่หน้าห้องคุมขังแทนการออกไปทำงาน เพื่อมาดูว่าเจ้าหล่อนยังมีลมหายใจอยู่หรือชิงกัดลิ้นตัวเองตายไปแล้ว ทว่าขณะกำลังเตรียมไขกุญแจเข้าไปด้านในโทรศัพท์ก็แผดร้องขัดจังหวะเสียก่อน

      “มีอะไรเฟลิกซ์” เคลย์ริกถอยห่างจากประตูเล็กน้อยเพื่อออกมาคุยโทรศัพท์กับน้องชายคนเล็กที่เอาการเอางานมากกว่าโรมัน

      “นี่ผมโทรมากวนอะไรพี่หรือเปล่าครับ” เฟลิกซ์ถามกลับด้วยความกริ่งเกรง เพราะจับน้ำเสียงของพี่ชายได้ว่าดูจะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย

      “เปล่า แกมีเรื่องอะไรก็พูดมาเถอะ ฉันจะได้ออกไปทำงาน” แต่ก่อนไปทำงานเขาจะต้องไปดูหน้าเชลยสาวเสียก่อน แล้วจากนั้นก็เอาคืนเล็กๆ น้อยๆ โทษฐานทำให้เขาหงุดหงิดทั้งคืน

      “ผมจะโทรมาบอกพี่ว่าอาทิตย์หน้าแด็ดจะเดินทางไปเมืองไทยครับ” เฟลิกซ์รีบบอกกล่าวก่อนที่จะทำให้พี่ชายหงุดหงิดไปมากกว่าที่เป็น

      “แล้วท่านจะไปทำไม” ถามกลับไปแล้ว สายตาก็หันไปมองที่บานประตูด้วยสีหน้าครุ่นคิด หรือท่านจะรู้แล้วว่าผู้หญิงที่ท่านส่งเสียเลี้ยงดูมาหลายปีหายตัวไป แต่ก็ช่างปะไร เพราะต่อให้ออกตามหาอย่างไรก็ไม่มีทางพบ หากเขาไม่ปล่อยตัวออกไปจากที่นี่

      “ผมก็ไม่ทราบครับ” เพราะเขาบังเอิญไปได้ยินท่านคุยกับคนสนิทว่าให้ช่วยจัดการเรื่องเดินทางให้เท่านั้น ส่วนเหตุผลที่ท่านจะเดินทางไปทำไมนั่น เขาไม่รู้จริงๆ เพราะพ่อบ้านอัลเฟรดเดินมา ทำให้เขาต้องล่าถอยออกไปก่อนจะถูกจับได้ว่าแอบฟัง

      “เฟลิกซ์! คราวหลังแกช่วยหาข่าวให้มันชัดเจนกว่านี้ได้ไหมว่ะ” เคลย์ริกทำเสียงหงุดหงิดใส่น้องชาย

      “ผมขอโทษครับ แต่อันที่จริงผมก็อยากจะแอบฟังให้มากกว่านี้เหมือนกัน แต่อัลเฟรดมาผมเลยต้องรีบหลบออกมาก่อน” แล้วเขาก็ไม่รู้ถึงสาเหตุด้วยว่าทำไมพี่ชายถึงได้สั่งให้เขาคอยจับตาดูบิดากับคนสนิทของท่าน

      “ไม่เป็นไร ว่าแต่แกเตรียมตัวพร้อมเดินทางหรือยัง” เคลย์ริกชวนเปลี่ยนเรื่อง เพราะไม่อยากให้น้องชายวกมาถามหาสาเหตุว่าทำไมถึงสั่งให้คอยจับตาดูบิดา

      “พร้อมมากครับ” เฟลิกซ์ตอกกลับเสียงฉะฉาน อีกทั้งก็แอบหวังว่าการย้ายไปอยู่ดูไบจะทำให้เขาได้พบเจอเนื้อคู่ตามคำทำนายของหมดดูท่านหนึ่ง ที่ได้ทำนายทายทักไว้ว่าเขาจะได้พบเจอเนื้อคู่ในดินแดนที่เต็มไปด้วยผืนทราย

      “แล้วนี่แกจะเอาสาวๆ ไปด้วยกี่คนล่ะ” เคลย์ริกสัพยอกน้องชายด้วยรู้ดีว่าน้องชายคนนี้ก็เนื้อหอมไม่แพ้โรมัน แต่ถึงเจ้าหมอนี่จะมีสาวๆ เรียงคิวอยากจับจองเป็นเจ้าของหัวใจหลายสิบคน แต่ก็ยังไม่มีใครตาสักคน รวมถึงเขาด้วยที่ไม่เคยมีความคิดอยากจะสร้างครอบครัวกับผู้หญิงคนไหนเลย ทั้งที่อายุอานามก็สมควรแต่งงานมีครอบครัวได้แล้ว

      ผู้หญิงมีเยอะ แต่ไม่เคยโดนใจสักคนคิดแล้วก็แค่นยิ้มมุมปาก เพราะวันๆ หนึ่ง เขาเจอผู้หญิงมากมาย แต่พวกเธอเหล่านั้นกลับไม่มีใครสักคนที่ทำให้เขารู้สึกอยากสร้างครอบครัวด้วย   

      “คงไม่ครับ เพราะผมกะว่าถ้าคิดถึงก็จะให้สาวๆ บินไปหาเอง ว่าแต่พี่เถอะ ผมได้ข่าวว่าไปดักฉุดผู้หญิงมาคนหนึ่งไม่ใช่เหรอครับ ตกลงคนนี้ตัวจริงเหรอครับถึงกับต้องไปดักฉุดกัน” และเรื่องนี้ก็ทำเอาเขางงไปพักใหญ่เหมือนกันหลังจากโรมันเล่าให้ฟังว่าเคลย์ริกสั่งให้ไปสืบหาตัวผู้หญิงคนนั้นแล้วให้รีบมาบอก ก่อนที่พี่ชายของเขาจะไปดักฉุดมากักขังไว้ที่พัก ทั้งที่พี่ชายของเขาไม่นิยมผู้หญิงที่ไม่เต็มใจ แต่ไม่รู้ทำไมคนนี้ถึงพี่ชายถึงได้ทำอะไรแหกกฎแบบนี้ด้วย

      “แกอย่ารู้เลยเฟลิกซ์ แล้วนี่แกมีอะไรจะบอกฉันอีกหรือเปล่า ฉันต้องรีบออกไปทำงาน” น้ำเสียงเริ่มห้วนขึ้นอีกครั้ง

      “ไม่มีแล้วครับ” พูดจบก็รอให้ทางฝั่งพี่ชายตัดสายเฟลิกซ์จึงวางโทรศัพท์ลงก่อนจะนั่งเคาะนิ้วกับพื้นกระจกเล่นไปพลางๆ ระหว่างคิดหาสาเหตุที่ทำให้พี่ชายไปฉุดผู้หญิงด้วยตัวเอง ทว่าคิดเท่าไหร่ก็หาข้อสรุปไม่ได้ เฟลิกซ์จึงได้แค่นั่งถอนหายใจทิ้ง

      ส่วนทางด้านคนที่ทำให้เฟลิกซ์คิดจนหัวคิ้วย่นนั่นตอนนี้ได้เปิดประตูเข้าในห้องและยืนมองร่างเล็กที่นอนขดคู้ใต้ผ้าห่มด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ เพราะเวลานี้มันสมควรลุกจากที่นอนได้แล้ว แต่เจ้าหล่อนกลับยังหลับอุตุราวกับมาเที่ยวพักผ่อนเสียอย่างนั้น

      “ยัยตัวแสบ ตื่นได้แล้ว” ไม่พูดเปล่าแต่เดินเข้าไปกระชากผ้าห่อออกมาด้วย ทว่าคนถูกปลุกไม่หือไม่อือกับคำสั่งแม้แต่น้อย ซ้ำเจ้าตัวยังควานหาผ้าห่มเมื่อผิวกายสัมผัสกับไอเย็น

      “มธุรา! ตื่นได้แล้ว” สั่งเสียงดังลั่นคับห้อง แล้วทิ้งสะโพกนั่งริมเตียงเมื่อสาวเจ้ายังคงนิ่ง มือหนายื่นไปจับแตะแขนเรียวเพื่อเขย่าให้อีกฝ่ายตื่น

      “หือหนาวจัง เอาผ้าห่มคืนมา” มือเล็กวาดสะเปะสะปะเพื่อหาผ้าห่มที่ตอนนี้ลงไปกองอยู่กับพื้นเรียบร้อยแล้วด้วยฝีมือของคนตัวโต

      “นี่เธอไม่สบายงั้นเหรอ” เคลย์ริกพึมพำเบาๆ ก่อนจะใช้หลังมือสัมผัสกับเนื้อตัวของหญิงสาวก็พบว่าตัวแม่ตัวแสบตัวร้อน

      เคลย์ริกล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาโทรหาเลขาหนุ่มสั่งความไม่กี่คำก็กดวางสาย จากนั้นเขาก็ก้มลงไปคว้าเอาผ้าห่มมาห่มให้ร่างเล็กเช่นเดิม แล้วลุกไปหาผ้าชุบน้ำ พอได้แล้วก็กลับมาทรุดกายลงบนเตียงใช้ผ้าชุดน้ำบิดหมาดๆ มาเช็ดหน้าเช็ดตาให้คนป่วยที่พยายามเบี่ยงหนี

      “อยู่นิ่งๆ ก่อนได้ไหมมธุรา” ชายหนุ่มเอ็ดด้วยสีหน้าหงุดหงิด ก่อนจะจัดการรวบมือเล็กเอาไว้แล้วบรรจบเช็ดหน้าเช็ดตาให้หญิงสาวต่อจนเสร็จแล้วก็ออกไปเรียกให้คนของตนที่ตอนนี้มารออยู่หน้าห้อง สั่งให้ออกไปซื้ออาหารสำหรับคนป่วย จากนั้นก็เข้ามานั่งรอหมอมาตรวจอาการหญิงสาว กระทั่งหมอมาตรวจอาการก็พบว่าแม่ตัวแสบป่วยเป็นไข้หวัด คนหน้าโหดจึงสั่งให้เลขาฯนำงานที่ต้องเซ็นมาให้ที่ห้องพักแทน ขณะที่ลิเบอร์ก็รับคำสั่งแบบงงๆ กับทำทีเป็นห่วงเป็นใยของเจ้านายที่มีต่อเชลยสาว

      เคลย์ริกนั่งดูงานอยู่ภายในห้องนอนคนป่วยจนเกือบเที่ยง คนป่วยจึงได้รู้สึกตัวขึ้นมา มธุราพลิกตัวเบาๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาแล้วกรอกสายตาไปมาเพื่อทบทวนว่ามันเกิดอะไรขึ้นตัวเอง ทำไมถึงได้รู้สึกมึนๆ งงๆ เช่นนี้ ก่อนที่สายตาจะไปปะทะเข้ากับใครบางคนที่นั่งหันหลังให้

      “คุณ” เจ้าของเสียงพยุงตัวลุกนั่งพิงหัวเตียงแล้วจ้องมองไปยังแผ่นหลังกว้างตาไม่กะพริบ เพราะถ้าเจ้าของแผ่นหลังนั่นคงไม่ใช่ที่ไหนหรอกนอกจากอีตาโหด แต่ที่เธอสงสัยก็คืออีตานี่มานั่งทำอะไรในห้องพักของเธอ

      “ตื่นแล้วเหรอ” เกือบนาทีได้กว่าที่เจ้าของแผ่นหลังกว้างจะหันมาตอบ

      “อืม” อีตาบ้า ถามมาได้นะว่าตื่นแล้วเหรอ แล้วถ้าเธอไม่ตื่นจะมานั่งจ้องเขาตาแป๋วได้ยังไงล่ะ มธุราคิดค่อนขอดคนตัวโต พลางมองซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง เพราะชีวิตเธอยังไม่ปลอดภัย หลังจากก่อวีรกรรมเผ่นหนีจนเกือบโดนอันธพาลทำมิดีมิร้ายไปเมื่อคืน

      “เธอเป็นไงบ้าง ปวดหัวไหม แล้วตัวยังร้อนอยู่หรือเปล่า” น้ำเสียงเอื้ออาทรจนคนฟังแปลกใจ

      “คุณ...คุณวะว่าไงนะ” มธุราเกิดอาการติดอ่างขึ้นมาดื้อๆ เมื่อคนถามลุกเดินมาใช้หลังมืออังที่หน้าผาก

      “เธอจะทำหน้าสงสัยทำไม” ชายหนุ่มต่อว่าเสียงดุๆ

      “เอ้า” เจ้าของเสียงทำง้ำใส่เมื่อถูกดุ

      “ไม่ต้องมาเอ้า บอกมาว่าปวดตรงไหนหรือเปล่า” หน้าตาเริ่มเข้าโหมดโหดและดุอีกครั้ง

      “ไม่ปวด แต่แค่รู้สึกเพลียนิดหน่อยก็เท่านั้น ว่าแต่ฉันเป็นอะไรไปเหรอ” ถามกลับตาแป๋วทำเอาคนจ้องอยู่ถึงกับเบือนหน้าหนีไปครู่หนึ่งจึงหันกลับมาจ้องดวงหน้าหวานต่อ

      “แน่ใจว่าจำอะไรไม่ได้ แบบนี้ถ้าเธอโดน...” หยุดพูดแล้วก็ขยับปากยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับจ้องหน้าหวนเขม็งแล้วพูดต่อ “ถ้าโดนลักหลับไปเธอก็คงจะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยล่ะสิ”

      “นี่คุณคุณลักหลับฉันเหรอ” มธุรารีบสะบัดผ้าห่มออกมาแล้วก้มสำรวจร่างกาย แต่ทุกอย่างก็ปกติดี เธอไม่รู้สึกว่าจะมีส่วนไหนบุบสลายไปเลย ก่อนจะเงยหน้าจ้องคนหน้าโหดที่กำลังทำหน้าจะยิ้มก็ไม่ยิ้มจะบึ้งก็ไม่บึ้งตาเขียว

      “สรุปดูไม่ออกใช่ไหมว่าเมื่อคืนโดนหรือไม่โดน” เสียงทุ้มเน้นย้ำทุกถ้อยคำ เรียกให้ดวงหน้าหวานแดงระเรื่อ เธอรู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูกยามที่คิดตามคำพูดของอีตาโหด ว่าแต่สรุปแล้วว่าเธอโดนหรือไม่โดนกันล่ะเนี่ย แล้วตอนนี้ร่างกายของเธอรู้สึกเพลียๆ อย่างไรก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน

      เฮ้ย! แบบนี้คงต้องไปหาหมอตรวจภายในดูร่องรอยการถูกลวงละเมิดทางเพศแล้วสิ แต่เธอจะไปยังไงล่ะ?’

      “คิดอะไรอยู่ยัยหมาบ้า” คำถามนั่นทำให้คนที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนักสะดุ้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองคนตัวโตเขม็งอีกครั้ง เพื่อตรวจหาพิรุธว่าเมื่อคืนอีตาบ้าหน้าตายี่ยวนกวนโมโหคนนี้ทำอะไรเธอหรือไม่ แต่ถ้าทำ เขาจะมีพิรุธอะไรให้เธอจับได้ล่ะ?



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อาญาร้ายเทพบุตรมาร วางแผงแล้วนะคะ ที่ 7-11 ฝากอุดหนุนด้วยน๋าาาาา

หรือสั่งซื้อผ่านเวปไซต์สำนักพิมพ์ที่นี่เลย >>>>www.romantic-publishing.com

ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha