อาญาร้ายเทพบุตรมาร by หงสรถ [วางแผงแล้วที่ 7-11]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 17 : อาญาร้ายเทพบุตรมาร ตอนที่ 8---(2)---


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“ไม่ใช่แฟนหรอกครับเจ้านาย หมอนี่เป็นน้องชายเพื่อนสนิทคุณมธุราครับ ผมหมายถึงภาพผู้หญิงคนที่เจ้านายต้องไปดักฉุดนั่นแหละครับ” เพราะเขาจัดการสืบมาให้หมดแล้ว รับรองได้เลยว่าไม่มีพลาด แต่อนาคต คนทั้งสองจะสานสัมพันธ์จากคำว่าเพื่อนไปเป็นแฟนหรือไม่นั่น เขาก็ไม่อาจจะเดาได้

      “ฉันไม่ได้ถามสักคำว่าเป็นแฟนหรือเปล่า แกนี่มันรู้ดีจริงๆ เลย ไอ้ลิเบอร์!” เคลย์ริกปั้นหน้าเหี้ยมใส่เลขาหนุ่มเพื่อกลบเกลื่อนอาการบางอย่าง ที่ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมานิดหนึ่ง หลังรู้ว่าชายในภาพไม่ใช่แฟนของแม่ตัวแสบ ที่เขาได้แต่นอนกอดมาหลายคืน แล้วกว่าจะผ่านไปได้แต่ละคืน เขาก็โคตรจะทรมาน ทั้งๆ ที่หากเขาจะทำให้เธอเป็นของเขามันง่ายนิดเดียว แต่พอจะลงมือทำจริงๆ เขากลับทำไม่ลง มิหนำซ้ำพอตั้งท่าจะทำแม่ตัวแสบก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้ราวกับว่าเขาจะฆ่าให้ตายก็ไม่ป่าน ทั้งที่เขาก็แค่อยากจะมีอะไรกับเธอก็เท่านั้น

      ผลสุดท้ายเจ้าหล่อนเลยอยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นความโชคดีของเขาที่ไม่บุ่มบ่ามขืนใจเจ้าหล่อนไป หาไม่แล้วเขาคงจะต้องเครียดมากกว่านี้แน่ เพราะดันไปทำโทษผิดคน

      “แต่คำตอบที่เจ้านายอยากได้ยินก็แบบนี้ไม่ใช่เหรอครับ” ขาดคำนั่นลิเบอร์ก็เกือบจะหลบหมัดหนักๆ ของเจ้านายแทบไม่ทัน เมื่อเจ้านายหน้าโหดเหวี่ยงหมัดเข้าใส่แบบไม่บอกไม่กล่าว

      “แกนี่มันกวนบาทาฉันทุกนาทีเลยนะไอ้ลิเบอร์ แล้วเรื่องหนี้สินของครอบครัวนี้ล่ะ” เพราะจำได้ว่าวันแรกที่เลขาหนุ่มเดินทางไปถึงที่นั่นก็ได้โทรมารายงานว่าครอบครัวของมธุรากำลังประสบปัญหาด้านการเงิน

      “ก็ใกล้โดนฟ้องล้มละลายแล้วครับ ส่วนลูกชายก็พยายามหาเงินมาจ่ายหนี้ แต่คงไม่ทัน” เพราะจำนวนเงินหกสิบล้านไม่ใช่หามาได้ง่ายๆ สำหรับพนักงานกินเงินเดือนอย่างนายธารางกูร

      “งั้นแกรีบไปจัดการเคลียร์หนี้สินให้กับครอบครัวนี้ซะ รวมถึงทรัพย์สินของตระกูลศิริโชคธนาที่ถูกขายทอดตลาดไป แกก็ไปกว้านซื้อมาให้หมด เท่าไหร่ก็ได้ ฉันจ่ายไม่อั้น” เคลย์ริกสั่งการโดยต้องมาคิดทบทวนให้เสียเวลา เพราะตอนนี้เขารู้เพียงแต่ว่าต้องช่วยครอบครัวนี้ให้ผ่านวิกฤติไปโดยเร็ว

      “ได้ครับเจ้านาย” ลิเบอร์น้อมรีบคำสั่งโดยไม่ถามหาเหตุผล ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของเจ้านายหนุ่มแล้วติดต่อหาทนายสั่งการทุกอย่างอย่างรวดเร็วเพื่อจะได้ทันใจเจ้านายหนุ่ม ที่ตอนนี้ผู้เป็นนายกำลังนั่งมองภาพของมธุรากับชายหนุ่ม ที่เลขาบอกว่าเป็นเพียงแค่น้องชายเพื่อน แล้วหากเป็นแค่น้องชายเพื่อน ทำไมจะต้องถ่ายภาพอิงแอบกันขนาดนี้ด้วย

      เคลย์ริกจัดการฉีกภาพนั่นเป็นสองส่วน แล้วขยำส่วนที่เป็นภาพของชายหนุ่มลงถังขยะ ส่วนที่เป็นภาพของมธุราถูกยัดลงลิ้นชักพร้อมกับแฟ้มประวัติครอบครัวศิริโชคธนา จากนั้นก็นั่งถอนใจทิ้งอยู่ครู่ใหญ่จึงหยิบโทรศัพท์มากดโทรหาพ่อบ้านอัลเฟรด

      “โรมันขอไปเที่ยวหนึ่งเดือน” คนอยากต่อว่าน้องชายเรื่องทำงานไม่ละเอียดรอบคอบจนทำให้เขาต้องมานั่งกลุ้มจนตีนกาถามหาถามกลับเสียงดัง เมื่อพ่อบ้านรายงานว่าตอนนี้โรมันน่าจะลงเรือไปแล้ว เพราะออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า

      “ครับคุณเคลย์ริก เห็นว่าจะไปร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนน่ะครับ”

      “แล้วใครอนุญาตให้ไอ้หมอนี่ไป” เคลย์ริกถามกลับเสียงเครียด ที่ก็เดาได้อยู่แล้วว่าใครอนุญาต

      “คุณไทร์เฟียครับ เห็นว่าทำสัญญากันก่อนไปด้วยว่าหลังจากพักผ่อนก็จะกลับมาลุยงานเต็มที่ อ๋อ! คุณโรมันมีโวยวายเรื่องคู่หมั้นด้วยนะครับ” สีหน้าพ่อบ้านอัลเฟรดแตะแต้มไปด้วยรอยยิ้ม เพราะยังจำนาทีที่เห็นหน้าคุณโรมันที่พอรู้ว่าตัวเองมีคู่หมั้นคู่หมายก็ถึงกับทำหน้าราวกับถูกปีศาจร้ายพุ่งเข้าเล่นงานก็ไม่ปาน อีกทั้งเจ้าตัวก็คาดหัวชนฝาเลยว่าไม่มีวันไปแต่งงานกับคู่หมั้นแน่ๆ คุณไทร์เฟียจึงยื่นคำขาดไปว่าถ้าภายในหนึ่งปีสามารถทำให้บริษัทผลิตเครื่องดื่มที่กำลังจะเปิดตัวในประเทศไทยทำกำไรได้หนึ่งพันล้านเรื่องคู่หมั้นคู่หมายก็จะกลายเป็นโมฆะทันที โดยหารู้ไม่คนที่คิดแผนการนี้ก็กลุ้มใจไม่น้อยเหมือนกัน เพราะยังหาหญิงสาวที่จะมาเป็นคู่หมั้นของลูกชายตัวดีไม่เจอ

      “คู่หมั้น?” ไม่ใช่แค่โรมันที่งง หากแต่เคลย์ริกก็งงด้วยเช่นกันเมื่อรู้ว่าบิดาใช้แผนมีคู่หมั้นหลอกล่อให้น้องชายหันมาสนใจงาน แต่ว่ามันจะได้ผลหรือ

      “ถ้าคุณเคลย์ริกอยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้คงต้องถามคุณไทรเฟียแล้วล่ะครับ แต่รีบหน่อยนะครับ เพราะอีกไม่กี่วันท่านก็จะเดินทางไปพักผ่อนที่ประเทศไทยแล้วครับ” แล้วคนที่ว่างงานก็จะเป็นตน เพราะทั้งคุณไทร์เฟียทั้งคุณโรมันพากันเดินทางไปท่องเที่ยวกันหมดทำให้ที่บ้านไม่เหลือเจ้านายให้คอยดูแล

      “ครับ ถ้างั้นแค่นี้นะครับ” เคลย์ริกตัดสายทิ้งโดยไม่รอฟังคำต่อมาของพ่อบ้านอัลเฟรด ก่อนจะโทรเรียกให้เลขาหนุ่มเข้ามาพบ แล้วสั่งการให้ส่งคนไปตามสืบดูว่าบิดาไปพบผู้หญิงที่ชื่อมนลียาใช่หรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นจริง เขาก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะจัดการกับผู้หญิงคนนี้อย่างไรดี หากบิดาต้องการยกตำแหน่งภรรยาให้กับผู้หญิงแพศยาคนนี้ ที่สร้างความร้าวร้านใจให้มารดาของเขา จนทำให้ท่านตรอมใจและล้มป่วย แล้วก็จากเขาและน้องๆ ไปในที่สุด

เคลย์ริกเคาะนิ้วกับขมับของตนอย่างใช้ความคิด หวนคิดถึงวันที่มารดานอนใกล้สิ้นใจอยู่บนเตียงโดยที่บิดาของเขาไม่มาดูใจก็ยิ่งทำให้ไฟแค้นในใจรุกโชน

“ลิเบอร์!” เสียงทุ้มห้าวของผู้เป็นนายดังขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ครับเจ้านาย” สิ้นคำขานรับ คำสั่งต่างๆ ก็พรั่งพรูออกมาจากปากของเจ้านายหนุ่ม ที่ต้องการให้ไปจับตัวมนลียาไปกักขังเอาไว้ ก่อนที่คุณไทรเฟียจะไปพบตัว แล้วเขาจะบินไปเมืองไทยเพื่อจัดการกับผู้หญิงคนนี้ด้วยตัวเอง ด้านลิเบอร์ก็กังวลอยู่ไม่น้อยว่าเจ้านายจะจัดการผู้หญิงคนนี้อย่างไร แล้วจะขั้นฆ่าตายเลยหรือเปล่า เพราะเขาเองก็รับรู้มาตลอดว่าเจ้านายหนุ่มเจ็บปวดกับเรื่องนี้มากแค่ไหน

******

      เคลย์ริกสลัดชุดคลุมออกแล้วก็สอดกายเข้าใต้ผ้าห่มผืนหนาเหมือนเช่นทุกคืนที่เข้ามานอนร่วมเตียงกับเชลยสาวแสนสวย อึดใจปากหยักร้อนก็กดจูบที่หน้าผากเกลี้ยงเกลาแผ่วเบา แล้วตัดใจถอยริมฝีปากออกทั้งที่อยากจูบริมฝีปากอิ่ม แต่เพราะกลัวว่าจะหยุดยั้งตัวเองให้ทำแค่จูบไม่ได้เลยต้องถอยออกมายกมือกายหน้าผาก ครุ่นคิดถึงเรื่องเอาตัวเองเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับปัญหาครอบครัวศิริโชคธนา รวมถึงเรื่องจับมาผิดตัว ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะจัดการเรื่องหลังนี้อย่างไรดี

      ทำไงดีว่ะถามตัวเองวนไปวนมาแต่ก็ยังหาข้อสรุปให้ตัวเองไม่ได้ จึงหันมาสนใจคนตัวเล็กข้างกาย ที่นับวันเขาก็ยิ่งรู้สึกผูกพัน นิ้วเรียวยาวยกขึ้นเกลี่ยแก้มนุ่มซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่คนตัวเล็กพลิกเข้ามานอนเบียดหาไออุ่น คนถูกเบียดตัวเกร็งเมื่อมือเล็กวาดมาขึ้นมากอด วินาทีถัดมาขาเรียวสวยข้างหนึ่งก็ยกมาก่ายเกยบนหน้าขาของเขา

      “ยัยตัวแสบ เธอนี่มันเฮ้ย!” คนถูกกอดเป็นหมอนข้างจนปัญญาจะหาคำมาต่อว่าต่อขานคนตัวเล็กที่ดูท่าจะหลับสบายเกินเหตุ เคลย์ริกดีดนิ้วลงกลางหน้าผากเกลี้ยงเกลาหวังจะปลุกให้อีกฝ่ายรู้ตัวแล้วรีบกลับไปนอนท่าเดิม แต่มีหรือที่คนขี้เซาอย่างมธุราจะรู้สึก เธอยังนอนเบียดนอนก่ายหมอนข้างมีชีวิตต่อพร้อมหลับตาพริ้มมีความสุข

      “มธุรา กลับไปนอนที่เดิมเดี๋ยวนี้” คำสั่งไม่ได้ผลเมื่อคนตัวเล็กยังคงนอนนิ่ง

      เคลย์ริกกรอกตาไปมาพร้อมเสียงถอนหายใจ ก่อนจะหันมาใช้มือดันศีรษะคนตัวเล็กออกห่าง มธุราส่งเสียงครางงึมงำขัดใจ ก่อนจะขยับกายซุกเข้าหาไออุ่นจนแทบจะสิงคนตัวโตอยู่รอมร่อ โดยที่สาวเจ้าไม่รู้เลยว่ายิ่งเบียด อกนุ่มๆ ก็ยิ่งสัมผัสกับกายแกร่งที่ตอนนี้อาวุธร้ายกลางร่างกำลังก่อเกิดปฏิกิริยาตอบสนองกับความนุ่มหยุ่น ลมหายใจร้อนๆ เริ่มติดขัด

      “บ้าฉิบ!” เคลย์ริกสบถเสียงดังลั่นหวังจะให้เสียง ปลุกเจ้าของร่างกายนุ่มนิ่มน่าสัมผัสรู้สึกตัวแล้วรีบขยับถอยห่างออกไปก่อนที่อาวุธร้ายของเขาจะพองโตเต็มที่ แล้วเมื่อทุกอย่างเต็มที่แล้วก็อย่าได้หวังเลยว่าเขาจะหยุดยั้งตัวเองเหมือนคืนที่ผ่านมา

      “ฮื้อ” คนขี้เซาครางในลำคออย่างขัดใจเมื่อหมอนข้างที่ก่ายเกยขยับดิ้นได้

      “มธุรา!” คนตัวโตตวาดอย่างเหลืออด เพราะถ้าขืนเขาปล่อยให้แม่ตัวแสบกอดก่ายอยู่แบบนี้ต่ออีกสักนาทีสองนาที เขาคงอดใจพลิกตัวขึ้นคร่อมแล้วจัดการสำเร็จโทษด้วยเพลิงสวาทเธอไม่ไหวแน่

      “ใครน่ะ มาตะคอกใส่ฉันทำไมเนี่ย” เสียงหวานพึมพำออกมาอย่างรำคาญ ก่อนจะควานหาหมอนมาปิดหน้าปิดตาเมื่อเจ้าของเสียงดุดันเอื้อมมือไปกดสวิทซ์โคมไฟทำให้แสงไฟแยงเข้าหน้าเข้าตา

      “เธอก็ลืมตาขึ้นมาดูสิว่าใคร” ย้อนใส่ด้วยเสียงดุๆ พลางเบือนหน้าหนีไปอีกทางเมื่อคนตัวเล็กลุกขึ้นนั่งโดยไม่ก้มมองสภาพตัวเองเลยว่ามันล่อแหลมชวนให้เขาพุ่งเข้าหาแค่ไหน โดยเฉพาะเม็ดทับทิมสีหวานที่ดันเนื้อผ้าออกมานั่นแหละตัวดีทำให้เลือดลมในกายของเขาฉีดพล่าน อาวุธกลางลำตัวก็เหยียดขยายใหญ่จนอึดอัดไปทั้งหน้าขา

      “คุณ! เข้ามาในห้องฉันอีกแล้วนะ ห้องของคุณก็มี ทำไมไม่ไปนอน” ต่อว่าอย่างขุ่นเคือง แต่ไม่ใช่เพราะเคืองที่เขามานอนด้วย แต่เคืองเพราะเขาทำให้เธอต้องตื่นขึ้นมากลางดึก

      “นี่ก็ห้องของผมเหมือนกัน ผมจะเข้ามานอนเมื่อไหร่ก็ได้ มีปัญหาหรือไง ยัยหมาบ้า” ตอบโต้กลับด้วยไม่ยอมหันมามองคนตัวเล็ก ที่จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ตัวกำลังทำให้อีกคนตบะจะแตกเพราะยอดถันสีสวย

      “ใครจะไปกล้ามีล่ะ แต่คุณควรจะเกรงใจคนอื่นบ้าง นี่อะไร กลับมาตั้งดึกตั้งดื่นก็ยังจะมานอนห้องฉันอยู่ได้ ฉันไม่ใช่เมียคุณนะ จะมานอนด้วยทำไมทุกคืน ออกไปนอนห้องคุณเลยนะ คืนนี้ฉันจะนอนคนเดียว” พูดออกไปด้วยอารมณ์โกรธที่ถูกรบกวนเวลาพักผ่อน หากแต่คำพูดบางประโยคนั่นกลับไปกระตุ้นต่อมความคิดของคนบางคนเข้าอย่างจัง

      “งั้นก็ทำให้เป็นเมียเลยดีไหมล่ะ จะได้เลิกบ่นซะที” เคลย์ริกหันมาสบตากับคนตัวเล็กด้วยสายตาชนิดที่ทำเอาคนตัวเล็กร้อนวูบไปทั้งตัว

      “เสียใจด้วย บังเอิญว่าฉันไม่อยากได้คุณเป็นสามี เชิญคุณไปหาคนทำเมียข้างหน้าเถอะ” มธุราพยายามบังคับเสียงไม่สั่นขณะตอบกลับคนหน้าโหด แต่แม้จะพยายามแค่ไหนเสียงที่เปล่งออกไปก็ยังคงสั่น หัวใจดวงน้อยๆ ก็เต้นระรัวแบบไม่รู้สาเหตุ และนั่นทำให้คนหื่นกดตามองเม็ดทับทิมสีสวยที่ดุนดันเนื้อผ้าออกมาอย่างเด่นชัดด้วยลมหายใจติดขัด นึกวาดภาพยามที่เขาใช้ปากดูดกลืนก็ยิ่งทำให้ร่างกายตื่นตัว

      “มะ...มองอะไร” เธอถามเสียงตะกุกตะกัก รู้สึกหวาดระแวงไปหมด

      “มองของดีไงยาหยี น่าหม่ำด้วยนะ” สิ้นเสียงหื่นกระหายนั่นก็ทำให้คนตัวเล็กรีบก้มสำรวจตัวเอง ก่อนจะกรีดร้องออกมาสุดเสียงพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดหน้าอก

      “ไอ้คนทุเรศ! ลามก บ้ากาม” มธุราชี้ด่ากราดอย่าลืมตัวเลยทำให้คนตัวโตได้มองของดีอีกรอบ

      “ด่าผมจังเลย ผมทำผิดอะไรเนี่ย” เพราะเธอเป็นคนลุกขึ้นมาให้เขานั่งมองเอง

      “นี่คุณยังจะมีหน้ามาพูดอีกเหรอ ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ” เสียงหวานเอ่ยไล่อย่างโมโห จนลืมปกปิดร่างกายตัวเอง

      “ไม่ออก เพราะผมจะทำให้คนบางคนเป็นเมีย” ทั้งหน้าตาทั้งน้ำเสียงกรุ้มกริ่มไม่น่าไว้ใจ ทว่าเวลานี้มธุราไม่ใคร่จะสนใจ เพราะตอนนี้เธอรู้เพียงแต่ว่ากำลังโกรธที่เขามาจ้องมองร่างกายของเธอ

      “เชิญไปหาคนอื่นมาทำเถอะ” เสียงหวานสวนกลับแบบไม่คิดให้เปลืองเวลา

      “มีอยู่ตรงหน้าแล้วทั้งคน ผมจะออกไปหาให้เมื่อยทำไม” คำตอบนั่นเริ่มทำให้คนตัวเล็กฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าควรจะรีบพาตัวเองออกไปก่อนจะถูกเขมือบ

      มธุราเริ่มเหลียวซ้ายแลหลังหาจังหวะถอยหนี แต่ยังไม่ทันขยับตัวไปไหนมือหนาก็เอื้อมมาคว้าหมับแล้วดึงรั้งจนเธอลอยหวือเข้าไปนั่งบนตักกว้าง สะโพกสวยวางแหมะบนอะไรบางอย่างได้พอเหมาะพอเจาะ มธุราหน้าแดงและร้อนในเวลาต่อมาเมื่อรู้ดีว่าไอ้ที่ดุนสะโพกอยู่คืออะไร

      ไอ้คนลามก ทุเรศที่สุดเลย จับเธอมานั่งทับอะไรไม่ทับ อี๋! ขนลุกชะมัดเลย เธอทำได้แค่ร่ำร้องอยู่ในใจ ด้วยกลัวว่าถ้าเอ่ยปากด่าทอเขาออกไปก็กลัวว่าพรหมจรรย์ที่รักษาไว้เกือบยี่สิบห้าปีจะขาดสะบั้นลงก็เพราะปากพาจน

“คุณหยุดใช้สายตาแบบนั่นมองฉันซะที ฉันไม่ชอบ” เสียงหวานสั่นเอ่ยห้ามเมื่อคนหน้าโหดยังไม่เลิกใช้สายตาที่ทำให้เธอร้อนวูบวาบตั้งแต่หัวจรดเท้าเสียที

“สายตาแบบไหนล่ะ” เคลย์ริกแกล้งทำไขสื่อ ปากหยักร้อนกดยิ้มลึก พร้อมกับกระชับสองมือที่รวบเอวบางให้แนบแน่นยิ่งขึ้นเมื่อสาวเจ้าเริ่มดิ้นยุกยิกไปมา

“อย่ามาแกล้งโง่นะคุณ” บอกกล่าวจบแล้วเธอใช้มือดันหน้าหล่อเหลาให้หันไปทางอื่น แต่พอจะชักมือกลับปากหยักร้อนกลับอ้างับเอาไว้เสียอย่างนั้น

      “อี๋! ปล่อยมือฉันนะอีตาบ้า งับมาได้ แล้วในปากนั่นมีแต่เชื้อบ้าหรือเปล่าก็ไม่รู้ แหวะ!” มธุราทำหน้าสยองพองขนใส่ เพื่อบอกให้รู้ว่าเธอขยะแขยงแค่ไหน แต่เธอหารู้ไม่ว่าทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้ตัวเองไม่ปลอดภัย

      “รังเกียจผมขนาดนั้นเลยหรือไง” ยอมปล่อยแล้วถามกลับเสียงเข้ม จากที่อารมณ์ดีๆ เมื่อครู่เริ่มขมุกขมัว ที่เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจะต้องรู้สึกโกรธเคืองแม่ตัวแสบคนนี้ด้วยเวลาที่เธอทำท่าทางรังเกียจ

      “ก็ใช่นะสิ” ตอบแบบไม่หยุดคิดให้เสียเวลา เรียกให้หน้าหล่อเหลายิ่งบึ้งตึง ลมหายใจร้อนๆ ถูกกระแทกออกมา อึดใจเดียวก็จับคนบนตักลงจากตัก

      “นอนซะ!” สั่งเสียงห้วนๆ แล้วลุกขึ้นยื่นเต็มความสูง มธุราลอบยิ้มดีใจที่เขาจะกลับไปนอนห้องของตัวเอง

      “คุณก็ออกไปก่อนสิ ฉันจะได้ปิดไฟแล้วก็นอนเลยทีเดียว” ต่อรองเสียงอ่อนๆ พลางเหลือบตามองคนตัวโตเป็นระยะ อย่างระแวดระวัง เพราะผู้ชายคนนี้ไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ร้าย ประหนึ่งว่าเป็นผู้หญิงวัยทองก็ไม่ปาน

      “คิดว่าผมจะออกไปนอนห้องตัวเองงั้นสิ” ถามเสียงเยาะๆ ปากหยักกดยิ้มเล็กน้อย แต่แค่นั้นก็ทำให้คนตัวเล็กขวัญหนีดีฟ่อแล้ว

      “มะหมาย...หมายความว่าไง” อาการลิงโลดเมื่อครู่หดหายเมื่อเห็นรอยยิ้มดูไม่น่าไว้ใจผุดขึ้นบนริมฝีปากหยัก มธุราลอบกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะขยับถอยหนีจนแทบร่วงเตียง

      “นอนซะ อย่าเรื่องมาก แต่ถ้าไม่นอน คืนนี้ผมจะทำมากกว่ากอด” เขาไม่ได้ขู่เลย แต่หากสาวเจ้ายังไม่ยอมทำตามคำสั่งแต่โดยดีละก็ คืนนี้ต้องได้เสียเป็นผัวเมียกันแน่!

      “คุณจะมานอนกอดฉันทำไม” ถามกลับอย่างตกใจโดยลืมไปว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเธอก็ถูกเขานอนกอดมาตลอด ซึ่งก็ทำเอาเธอข่มตาหลับแทบไม่ลง เพราะกลัวเขาจะทำมิดีมิร้ายในยามที่เธอเผลอหลับ แต่ก็รอดปลอดภัยมาได้ทุกคืน ทว่าคืนนี้สิ เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่าจะรอดหรือเปล่า เพราะท่าทางของเขาดูแปลกและไม่น่าไว้ใจ

      “ถามแบบนี้ อยากให้ทำให้มากกว่ากอดหรือไง” คนตัวโตถามกลับเสียงเข้ม

      “ไม่นะ” ปฏิเสธเสียงหลงพร้อมส่ายหน้าระรัว

      “ไม่นะ คืออะไร ตอบให้มันเคลียร์หน่อย” เคลย์ริกโน้มหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดจมูกโด่งน่ารัก ก่อนจะฉวยโอกาสกดปากจูบแก้มนุ่มหนักๆ

      “คน...คนฉวยโอกาส” ต่อว่าด้วยเสียงติดขัด ใจดวงน้อยก็ไม่รู้จะเต้นแรงไปถึงไหน

      “ถ้าผมเป็นพวกฉวยโอกาสจริง ป่านนี้คุณกลายเป็นเมียผมไปนานแล้วล่ะยาหยี” ไม่พูดเปล่าแต่ใช้มือดันคางมนให้เงยขึ้นมาสบตา สองตาประสานกันนิ่งงันราวกับถูกมนตร์สะกด ก่อนที่ปากหยักร้อนจะค่อยๆ ทาบลงบนปากอิ่มที่เผยอออกเล็กน้อยคล้ายเชิญชวน จูบนุ่มนวลดำเนินไปอย่างอ้อยอิ่งอ่อนหวานแต่ก็เต็มไปด้วยอาการเรียกร้องการตอบสนองจากลิ้นนุ่มที่พลิกหนีพัลวัน

      “จูบตอบผม..ยาหยี” ถอนจูบออกมากระซิบเสียงทุ้มพร่า แล้วทาบปากบดจูบอย่างเอาแต่ใจ

      มธุราทั้งกลัวทั้งตื่นเต้นกับสัมผัสวาบหวาม สมองถูกแบ่งเป็นสองฝ่ายและถกเถียงกันอย่างหนัก เมื่อฝั่งหนึ่งสั่งให้ผลักไสจูบวาบหวามออกไป แต่อีกฝั่งสั่งให้จูบสนองตอบ เพราะจุมพิตของเขาช่างหวานละมุนน่าหลงใหล แต่ในขณะที่คนตัวเล็กกำลังสับสนอยู่นั่น ด้วยชั้นเชิงที่มากกว่าของคนตัวโตก็สามารถทำให้คนตัวเล็กจูบตอบสนองได้ในที่สุด แม้จะไม่ประสีประสาเท่าที่ควร หากแต่นั่นกลับเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้คนมากประสบการณ์เริ่มหลงใหล และอยากทำมากกว่าจูบ

      “ดีเหลือเกิน...ยาหยี” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยชมไม่ขาดปาก สลับกับมอบจูบแสนหวานล้ำให้กับคนหัวไว



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อาญาร้ายเทพบุตรมาร วางแผงแล้วนะคะ ที่ 7-11 ฝากอุดหนุนด้วยน๋าาาาา

หรือสั่งซื้อผ่านเวปไซต์สำนักพิมพ์ที่นี่เลย >>>>www.romantic-publishing.com

ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความ





 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha