อาญาร้ายเทพบุตรมาร by หงสรถ [วางแผงแล้วที่ 7-11]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 21 : อาญาร้ายเทพบุตรมาร ตอนที่ 10---(2)---


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

จากนั้นเธอก็กลับเข้าห้อง รอเวลาให้ป้ามาเรียออกไปซื้อของ กระทั่งโอกาสมาถึงมธุราก็เริ่มเดินเข้าออกห้องนั่นห้องนี้แต่ก็ไม่มีอะไรพอจะให้ติดต่อใครได้เลย จนกระทั่งมาหยุดที่หน้าห้องห้องหนึ่งที่ดูจะเป็นห้องทำงานของเจ้าของห้องพักหรู มธุรามองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวังทั้งที่ไม่มีใครอยู่นอกจากเธอ จากนั้นก็ผลักประตูเข้าไป โชคดีที่มันไม่ได้ล็อกทำให้เธอเข้าไปค้นหาเอกสารประจำตัว แต่หาไม่พบ แถมลิ้นชักก็เปิดไม่ออก แต่ยังดีที่โน้ตบุ๊กวางอยู่ เธอไม่รอช้าจัดการเปิดเครื่องแต่ต้องมีรหัสผ่านเลยทำให้คนอยากใช้โน้ตบุ๊กเพื่อส่งอีเมล์ไปหาพี่ชายเพื่อเป็นอีกหนทางในการได้กลับบ้านเกิด เผื่อแผนแรกไม่สำเร็จ อย่างน้อยๆ หากเธอขาดการติดต่อไปอีกพี่ชายจะได้หาทางช่วย แต่เธอไม่รู้รหัสเข้าใช้งานนี่สิ

“คุณนี่งกจริงๆ ใช้อยู่คนเดียว ทำไมจะต้องมีรหัสด้วย ฉันเลยอดใช้เลยเห็นไหม อีตาบ้า! อีตาขี้งก!” มธุราบ่นกับภาพถ่ายของเจ้าของเครื่องโน้ตบุ๊ก ที่ขนาดถ่ายรูปก็ยังไม่ยิ้มสักนิด เธอเลยจัดการยิ้มแยกเขี้ยวให้ ก่อนจะเดินออกไปนั่งรอเวลาแสดงฝีมือการทำอาหาร โดยหาไม่รู้ว่าคนที่ตัวเองยิ้มแยกเขี้ยวใส่นั่นได้โทรศัพท์มาสอบถามความเป็นไปของเธอกับป้ามาเรียด้วยสีหน้าเรียบเฉย จะมีบ้างที่กดยิ้มมุมปาก นั่นเป็นเพราะเขาเดาได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเธอจะต้องถามนั่นถามนี่เกี่ยวกับเขาและครอบครัว แล้วไอ้ที่เธอลงทุนทำอาหารค่ำด้วยตัวเองนั่นก็คงมีแผนแอบแฝง

คิดว่าผมรู้ไม่ทันหรือไงคุณ แอนนี่ พึมพำจบแล้วก็ยิ้มมุมปาก เร่งเวลาให้เลิกงานโดยเร็ว เพราะเขาเองก็อยากจะกินอาการฝีมือแม่ตัวแสบดูเหมือนกันว่าจะอร่อยสักแค่ไหน

******

        “เข้าไปไม่ได้นะคะ” บาบาร่า ผู้ช่วยเลขาสาวของประธานเดอะฟรอนเทียร์ คาสิโน โฮเทล พยายามกันไม่ให้น้องสาวของท่านประธานเข้าภายในห้องทำงาน ตามคำสั่งของเจ้านายที่ห้ามไว้ว่าไม่ให้ใครเข้าไปรบกวน เนื่องจากกำลังคุยงานกับลิเบอร์และจีโอ แต่ดูเหมือนไฮดี้จะไม่สนใจ สาวเจ้าพยายามผลักเลขาสาวที่ตัวเองเกลียดน้ำหน้าออกไปให้พ้นทาง

       “หลีกไป นังเลขา!” ไฮดี้เอ่ยเสียงกราดเกรี้ยวไม่พอใจ เมื่อแม่เลขาหน้าสวยคนนี้พุ่งเข้ามาขวางทาง ทั้งที่อีกฝ่ายก็รู้ว่าเธอมีฐานะเป็นถึงน้องสาวของประธาน

       “ฉันหลีกไม่ได้หรอกค่ะ เชิญคุณไปนั่งรอก่อนนะคะ” บาบาร่าเผยมือไปที่มุมนั่งพักผ่อน

       “ทำไมฉันจะต้องรอด้วย หรือที่หล่อนขัดขวางฉันอยู่นี่ เพราะหล่อนจะเข้าไปยั่วยวนพี่เคลย์ริกของฉันล่ะสินังเลขาหน้าด้าน ฉันขอบอกหล่อนไว้ตรงนี้เลยว่าหล่อนอย่าได้สะเออะเข้าไปยั่วพี่เคลย์ริกของฉันเด็ดขาด ไม่งั้นหล่อนกับฉันได้เห็นดีกันแน่”

“ดิฉันไม่เคยคิดจะยั่วยวนท่านประธาน คุณคิดไปเองทั้งนั้น เชิญไปนั่งรอก่อนนะคะ ท่านสั่งไว้ว่าห้ามใครเข้าไปรบกวน ไม่เว้นแม้กระทั่งญาติ” ผู้ช่วยเลขาสาวพูดเสียงเรียบอย่างพยายามข่มอารมณ์ให้เย็นลงให้ได้มากที่สุด เพราะหลายวันก่อนก็เคยปะมือกับน้องสาวของท่านประธานมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งเธอยังเคืองไม่หายเลยที่อีกฝ่ายมากล่าวหาว่าเธอพยายามจะจับท่านประธาน แต่ถึงเธอคิดจับท่านประธานจริงๆ ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่มีสิทธิ์มาต่อว่าเธอ

“นังเลขาชั้นต่ำ! หล่อนอยากถูกไล่ออกมากใช่ไหมถึงกล้ามาตีฝีปากกับฉัน” ไฮดี้ยังคงกราดเกรี้ยวใส่ผู้ช่วยเลขาที่ยังปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่มอย่างเคร่งครัด ส่วนไฮดี้เมื่อถูกขัดขวางอีกจึงอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอ ใช้มือผลักร่างผู้ช่วยเลขาสาวจนอีกฝ่ายเสียหลักล้ม จากนั้นเธอก็ถลาเข้าไปตบตีด้วยความโมโห

“คิดว่ามีมือคนเดียวหรือไง นังผู้ดีจอมปลอม!” บาบาร่าหาได้ยอมให้น้องสาวท่านประธานทำร้ายฝ่ายเดียว เธอตอบโต้กลับไปเท่าที่จะพอมีโอกาส ขณะที่ไฮดี้เองก็อารมณ์ฉุนเฉียวถึงขีดสุด จึงลงมือบีบคอผู้ช่วยเลขาสาวเมื่ออีกฝ่ายเพลี่ยงพล้ำให้กับตน แต่จังหวะที่บาบาร่ากำลังเสียเปรียบเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้น

“ไฮดี้!!” เสียงทรงอำนาจดังขึ้นเมื่อประตูห้องทำงานถูกเปิดออก ใบหน้าหล่อเหลาขรึมขึ้นทันตาเมื่อออกมาเจอสองสาวทะเลากันหน้าห้องทำงานของเขา ทั้งที่เขาสั่งห้ามไปแล้วว่าอย่ามีเรื่องกันอีก

“พี่เคลย์ริกขา พี่เคลย์ริกต้องไล่นังเลขาออกนะคะ มันตบไฮดี้จนไฮดี้เจ็บไปทั้งหน้าเลยค่ะ พี่เคลย์ริกต้องไล่มันออกนะคะ”ไฮดี้โผเข้าเกาะแขนใหญ่แจพร้อมฉวยโอกาสฟ้องก่อนเพื่อความได้เปรียบ ขณะที่เคลย์ริกก็ปรายตามองน้องสาวบุญธรรมอย่างระอา ก่อนจะหันไปทางลิเบอร์ส่งสายตาบอกให้เข้าไปดูผู้ช่วยเลขาสาว

“บาบาร่า คุณเป็นไงบ้าง” ลิเบอร์เข้าไปพยุงผู้ช่วยเลขา ที่สภาพสะบักสะบอม ผมเผ้ายุ่งเหยิงจนแทบดูไม่ได้ ต่างจากคนขี้ฟ้องที่สภาพก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากแต่ผมเผ้าก็ยุ่งพอกัน แล้วงานนี้ก็เดาได้เลยว่าใครเป็นคนเริ่มก่อน แต่ด้วยภาษีของคนทั้งสองดูเหมือนคุณไฮดี้จะดีกว่า เพราะอีกฝ่ายเป็นมีฐานะเป็นถึงน้องสาวของเจ้านาย แต่เขาก็เชื่อว่าเจ้านายจะไม่มีความลำเอียง

“ไฮดี้! เธอกลับไปได้แล้ว แล้วอย่ามาสร้างเรื่องวุ่นวายที่นี่อีก” เคลย์ริกสั่งเสียงเฉียบ สีหน้าก็แสดงออกชัดว่าเบื่อหน่าย

“พี่เคลย์ริก! ทำไมพี่ต้องไล่ไฮดี้กลับด้วย ในเมื่ออีนังเลขามันเป็นคนเริ่มก่อน พี่ต้องไล่มันออกไปสิ” ไฮดี้โต้กลับเสียงดังระคนตกใจ เมื่อคนที่ถูกไล่กลับเป็นเธอแทนที่จะเป็นนังเลขา ที่เธอมองออกว่ามันชอบพี่เคลย์ริก แต่ไม่ว่ามันหรือผู้หญิงหน้าไหนก็อย่าได้ฝันไปเลยว่าจะได้พี่เคลย์ริกของเธอไป

“หยุดพล่ามซะที แล้วกลับไปซะ” เคลย์ริกเอ่ยเสียงห้วนๆ ตามติดมาด้วยกระแทกลมหายใจใส่ ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกลับมาวุ่นวายกับเขาทำไมอีก ทั้งที่เจ้าตัวหายหน้าหายตาไปหลายปีตั้งแต่ถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำ หรือลุงเคอร์ตินมีแผนอะไรถึงได้ส่งไฮดี้เข้ามาใกล้ชิดกับเขา ปากหยักผุดรอยยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะปรายตาไปที่น้องสาวนอกไส้ ลางสังหรณ์ของเขาไม่ผิดแน่ แต่อย่าได้หวังเลยว่าผู้หญิงอย่างไฮดี้ ที่มีนิสัยเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจจะทำให้เขาลุ่มหลงได้

“อย่ามาไล่ เพราะไฮดี้จะไม่ไปไหน” ไฮดี้บอกอย่างเอาแต่ใจ

“กลับไป แล้วอย่ามาที่นี่อีก” เคลย์ริกบอกย้ำเสียงกร้าว อีกทั้งก็พยายามข่มอารมณ์ไม่ให้พุ่งเข้าไปจับตัวน้องสาวนอกไส้โยนลงหน้าต่าง โทษฐานที่เจ้าตัวดื้อด้านไม่ยอมกลับไปแต่โดยดี

 “ไฮดี้จะมา! พี่เคลย์ริกจะทำไม หรือคิดว่าตัวเองกุมอำนาจทุกอย่างไว้ล่ะสิ พี่ถึงได้กล้าไล่ไฮดี้ซึ่งก็เป็นหลานของคุณตาเนอร์แมนเหมือนกัน” ใบหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้

“จีโอ! พาไฮดี้กลับไป แล้วสั่งเจ้าหน้าที่เอาไว้ว่าอย่าให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาวุ่นวายที่นี่อีก ใครกล้าขัดคำสั่งฉัน ก็เตรียมตัวหางานใหม่ได้เลย” น้ำเสียงเฉียบขาดสิ้นสุดลง ไฮดี้ก็ถูกพาตัวออกไปพร้อมเสียงโวยวายของเจ้าตัวดังไปตลอดทาง

เมื่อเหตุการณ์วุ่นวายสงบลงแล้วเคลย์ริกก็สั่งให้ลิเบอร์พาผู้ช่วยเลขาไปทำแผลหรือจะไปโรงพยาบาลก็แล้วแต่ ก่อนที่คนสั่งจะกลับเข้าไปทำงานต่อสักพักก็ได้รับรายงานว่าบิดาเลื่อนการเดินทางไปประเทศไทยแล้ว เคลย์ริกจึงสั่งให้ลูกน้องอย่าเพิ่งลงมือทำอะไร จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อจนได้เวลาเลิกงาน ชายหนุ่มจึงเดินทางไปเยี่ยมผู้เป็นตาพร้อมกับเลขาหนุ่มก่อนกลับที่พัก ตลอดระยะเวลาที่นั่งรถไปโรงพยาบาล เลขาหนุ่มก็ลอบมองผู้เป็นนายแทบจะทุกสามนาที

“แกมองฉันทำไมบ่อยๆ ไอ้ลิเบอร์ หรือเปลี่ยนใจมาชอบผู้ชายแล้ว” น้ำเสียงและสีหน้าไม่สบอารมณ์เป็นที่สุดเมื่อถูกเลขาชำเลืองมอง

“โห! เจ้านายอย่าเข้าใจผมผิดสิครับ” เลขาหนุ่มโอดครวญเบาๆ เพราะไอ้ที่เขาลอบมองอยู่บ่อยครั้งนั้นก็เพราะมีเรื่องอยากรู้อยากถาม แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม

“แล้วแกแอบมองฉันทำไม แต่ฉันบอกไว้ก่อนว่าถ้าแกคิดอะไรเกินเลยกับฉัน ฉันกระทืบแก” น้ำเสียงไม่ได้ล้อเลียนเลยสักนิด

“ผมชอบผู้หญิงครับเจ้านาย แต่ไอ้ที่ผมมองเจ้านายบ่อยๆ เพราะผมเดาว่าตอนนี้เจ้านายกำลังคิดเรื่องคุณไฮดี้อยู่ใช่ไหมครับ” ลิเบอร์บอกน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ เพราะตนนั้นคาดเดาได้ถึงการมาของไฮดี้

“แกก็คิดแบบนี้เหรอ” เคลย์ริกผุดรอยยิ้มมุมปาก สมแล้วที่เขาเลือกลิเบอร์ให้มาเป็นเลขา เพราะหมอนี่เดาใจเขาได้ถูกเผง

“ใช่ครับ ว่าแต่เจ้านายก็ดูออกเหมือนกันใช่ไหมครับ”

“อืม แต่เรื่องนี้ต้องรอดูต่อไปว่าสิ่งที่แกกับฉันคิดถูกหรือผิด ว่าแต่เรื่องที่สั่งให้จัดการเรียบร้อยดีใช่ไหม” เคลย์ริกหมายถึงเรื่องของครอบครัวศิริโชคธนา

“เรียบร้อยครับเจ้านาย แต่ว่าตอนนี้คุณเพียงเพ็ญล้มป่วย ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่อยู่โรงพยาบาลครับ” ลิเบอร์กล่าวรายงานเสียบเรียบๆ ใจก็ลุ้นว่าจะได้ยินคำตอบอย่างไร เพราะคนที่ป่วยเป็นถึงว่าที่แม่ยาย คิดแล้วก็ลอบยิ้มคนเดียว เพราะถ้ายิ้มให้เจ้านายเห็น คงโดนอวัยวะเบื้องล่างมากระทบลำตัวแน่ๆ

“แล้วนายรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไงต่อ” เพราะเขาต้องการให้เลขหนุ่มจัดการเรื่องรักษาไปด้วย แล้วไม่ว่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับคนในตระกูลศิริโชคธนา เขาจะรับผิดชอบทั้งหมดเพื่อลดความผิดในใจที่เขาดันไปจับผู้หญิงมาผิดคน และตอนนี้คนที่ผิดจริง เขาจะปล่อยให้ลอยนวลไปสักพัก เพราะเขามีเรื่องสำคัญกว่าต้องจัดการ

“รู้ครับเจ้านาย ว่าแต่เจ้านายจะให้คุณแอนนี่กลับไปเยี่ยมคุณเพียงเพ็ญหรือเปล่าครับ พอดีว่าจากรายงานที่ผมได้รับมา คุณเพียงเพ็ญเพ้อหาลูกสาวตลอดเลยครับ” ถามเพราะยังเดาเรื่องนี้ไม่ออกว่าสรุปแล้วเจ้านายจะปล่อยกลับหรือจะยึดไว้ถาวร

“ฉันไม่ใจดำหรอกน่า แกอย่าห่วงนักเลย” แต่เขาขอเคลียร์เรื่องจับมาผิดตัวกับแม่ตัวแสบให้เรียบร้อยก่อนล่ะกัน ที่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าตัวจะโวยวายมากน้อยแค่ไหน แต่ใครจะสนล่ะ โวยวายมาก็จับจูบปิดปากซะก็สิ้นเรื่อง เพียงแค่คิดว่าจะได้จูบ ความร้อนในร่างกายก็ปะทุขึ้นอย่างง่ายดายจนต้องคอยปรามเจ้าตัวดีให้สงบ เพราะมันยังไม่ถึงเวลาเอาออกมาใช้งาน แต่อีกไม่นานได้ใช่แน่!

“โล่งใจแทนคุณเพียงเพ็ญเลยครับ ที่เจ้านายจะให้แม่ลูกได้พบกัน” ลิเบอร์กล่าวยิ้มๆ เพราะเขาเองก็แอบหวั่นใจอยู่นิดหน่อยด้วยกลัวว่าเจ้านายจะไม่ยอมปล่อยลูกสาวเค้ากลับบ้าน

เคลย์ริกถลึงตาดุพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมส่งให้เลขาหนุ่ม จากนั้นบทสนทนาระหว่างสองหนุ่มจึงยุติลงทำให้บรรยากาศภายในรถเงียบเชียบไปจนถึงโรงพยาบาล และทันทีที่เดินมาถึงห้องพักของผู้เป็นตา เคลย์ริกและเลขาหนุ่มต่างก็พากันขมวดคิ้วเมื่อคนที่ทำหน้าที่เฝ้าดูแลผู้เป็นตาหน้าห้องไม่ใช่คนของตน

“จีโอ แกรับคนเข้ามาใหม่หรือไง” เคลย์ริกหันไปถามบอดี้การ์ดหนุ่ม

“เปล่าครับเจ้านาย แต่ผมเดาว่าน่าจะเป็นคนของคุณเคอร์ตินนะครับ” พูดไม่ทันขาดคำคนที่ถูกกล่าวถึงก็เดินออกจากห้องผู้ป่วยมาประจันหน้ากับคนเป็นหลาน ที่ตอนนี้ในหัวยังเต็มไปด้วยคำถามว่าทำไมลุงเคอร์ตินถึงได้ส่งคนมาแทนคนของเขา

 “สวัสดีครับลุงเคอร์ติน” เคลย์ริกทักทายจบแล้วก็ปรายตามองไปยังแมทธิว ที่วางท่าข่มลิเบอร์อยู่ ก่อนจะดึงสายตากลับมาที่ผู้เป็นลุง

“แกคงแปลกใจล่ะสิที่คนเฝ้าหน้าห้องไม่ใช่คนของแก” บอกกล่าวแล้วก็ขยับปากยิ้มสะใจเล็กน้อย

“ไหนๆ คุณลุงก็พูดมาก่อนแล้ว ถ้างั้นก็บอกผมมาเลยแล้วกันว่าทำไมถึงเอาคนของคุณลุงมาแทนคนของผม” สิ้นเสียงของเคลย์ริก บรรยากาศหน้าห้องก็เริ่มขมุกขมัว แต่จู่ๆ เคอร์ตินก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทั้งที่ไม่มีน่าขำ ขณะที่เคลย์ริกก็ยังคงวางท่านิ่งเฉย

“แกมีปัญหาหรือไงล่ะเคลย์ริก” หลังหัวเราะจนพอใจก็หันถามหลานชายเสียงเจือหัวเราะ

“ถ้าจะมีปัญหา มันคงไม่ได้มาจากผม” ตอบจบแล้วริมฝีปากหยักก็ขยับยิ้มมุมปากเล็กน้อยจนแทบไม่มองเห็น จากนั้นก็ประสานสายตากับผู้เป็นลุงไม่ยอมหลบ ต่างฝ่ายต่างก็พยายามอ่านสายตาของกันและกัน แต่จะมีเพียงเคอร์ตินเท่านั้นที่อ่านสายตาของผู้เป็นหลานไม่ออก ส่วนเคลย์ริก อ่านและเดาใจของคนเป็นลุงออกแต่ก็ไม่ทั้งหมด เพราะเขากำลังคิดหาสาเหตุที่จู่ๆ ลุงเคอร์ตินก็ส่งลูกน้องมาแทนคนของเขา แต่ที่แน่ๆ คุณตาดูเรื่องด้วยหรือไม่

“แกพูดแบบนี้หมายความว่าไง เคลย์ริก!” น้ำเสียงเริ่มไม่พอใจ ไม่ต่างจากแมทธิวที่อยากจะฆ่าคนตรงหน้าให้ตายซะเดี๋ยวนี้ เพราะมันและน้องชายทั้งสองของมัน คือตัวมารคอยขัดขวางความเจริญของเขา แล้วหากไม่มีมันสามคนพี่น้องทุกสิ่งที่อย่างก็ต้องเป็นเขาของทั้งหมดในฐานะทายาทลูกชายคนโตของคุณลุงเนอร์แมน

“ผมว่าลุงเคอร์ตินน่าจะเข้าใจดีนะครับ ส่วนเรื่องคนของคุณลุง ผมขอให้เอากลับไปให้หมด เพราะผมต้องการให้คนของผมอยู่ดูแลคุณตา” เคลย์ริกตอบกลับเสียงเรียบตามสไตล์และไม่สนใจน้ำเสียงกราดเกรี้ยวของผู้เป็นลุง

“แกมีสิทธิ์อะไรมาไล่คนของฉัน”

“สิทธิ์ของหลานชายไงครับ” เคลย์ริกยิ้มเย็น

“ฮึ! ยังไงแกมันก็เป็นแค่หลาน ส่วนฉันเป็นถึงลูกชาย แกไม่มีสิทธิ์มาไล่คนของฉันกลับ” เคอร์ตินตอบโต้กลับเสียงเหี้ยม

“ไม่เอากลับก็ไม่เป็นไรครับ เผอิญผมก็มีวิธีเอาคนของคุณลุงกลับไปเหมือนกัน”

“ไอ้เคลย์ริก! มันจะมากไปแล้วนะโว้ย คิดว่าใหญ่มาจากไหน ถึงจะทำอะไรก็ได้โดยไม่เห็นหัวใครต่อใคร แล้วแกอย่าได้คิดว่าการที่คุณตาไว้ใจให้แกดูแลธุรกิจทุกอย่าง เพราะเขารักแก” เสียงของแมทธิวแทรกขึ้นมาพร้อมกับที่เจ้าตัวก็เดินเข้ามากระชากคอเสื้อของเคลย์ริก จีโอขยับเข้าใกล้หวังช่วยเหลือแต่เจ้านายโบกมือห้าม ขณะนั่นใจของเคลย์ริกก็คิดตามคำพูดของแมทธิว ที่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้อะไรบางมาแน่ๆ

 “อย่าวู่วาม แมทธิว!” เคอร์ตินปรามลูกชายและนั่นทำให้เคลย์ริกมั่นใจว่าสองพ่อลูกกำลังปิดบังซ่อนเร้นอะไรบางอย่างและมันจะต้องเกี่ยวข้องกับเขา

“ฉันเห็นแก่พ่อนะโว้ยเลยไม่ชกปากแก” แมทธิวละมือออกจากคอเสื้อเคลย์ริก ก่อนจะยื่นมือไปผลักไหล่ ทว่าคราวนี้เคลย์ริกไม่ยอมให้แมทธิวล่วงเกินได้ จับข้อมืออีกฝ่ายพลิกไปด้านหลังจนแมทธิวร้องลั่น

“เคลย์ริก! แกปล่อยลูกฉันเดี๋ยวนี้” เคอร์ตินตวาดลั่นโดยลืมไปว่ากำลังอยู่ในโรงพยาบาล

“ไอ้บ้าเอ๊ย! ฉันเจ็บนะโว้ย” แมทธิวโวยหน้าตาบิดเบี้ยวเมื่อเคลย์ริกยังไม่ยอมปล่อยตนเป็นอิสระ

“วันนี้ฉันก็จะยอมให้แกล่วงเกินฉันได้ แต่คราวหน้าถ้าแกยังกล้าล่วงเกินฉันแบบเมื่อครู่อีกละก็ ฉันเอาแกตายแน่ แมทธิว” กระซิบบอกเสียงห้าวก่อนจะผลักอีกฝ่ายที่เกิดห่างกับเขาไม่กี่เดือนไปหาบิดา ที่ถลารับตัวลูกชายเอาไว้ด้วยหน้าตาตื่นตระหนก เพราะกลัวลูกชายจะหกล้มได้เลือด

"แกคิดว่าจะทำอะไรฉันได้ ไอ้เคลย์ริก”

“ถ้าอยากรู้ก็ลองกันสักตั้งไหมล่ะ” เคลย์ริกกระตุกยิ้มเย็น ไม่มีท่าทีเกรงกลัวอีกฝ่ายสักนิด ผิดกับแมทธิวที่เริ่มกลัว เพราะฝีมือของตนเทียบไม่ได้

“เผอิญวันนี้ฉันมีธุระสำคัญต้องไปทำ ไม่มีเวลามากัดกับแกว่ะ” พูดจบก็เดินไปทันที ทิ้งให้คนเป็นพ่ออยู่เผชิญกับเคลย์ริก

“ตกลงคุณลุงจะเอาคนกลับไปดีๆ หรือจะให้คนของผมส่งกลับ”

“ก่อนที่แกจะออกคำสั่งกับฉัน แกเข้าไปถามคุณตาของแกก่อนสิว่าต้องการให้คนของใครมาเฝ้า” เคอร์ตินยิ้มอย่างเป็นต่อ ก่อนจะหันไปส่งซิกให้ลูกน้องทำหน้าที่เฝ้าต่อไป จากนั้นก็เคอร์ตินและลูกน้องก็เดินตามแมทธิวไป เพราะมั่นใจว่าครั้งนี้ยังไงเคลย์ริกก็ส่งคนของตนกลับไม่ได้ จึงไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อปากต่อคำให้เสียอารมณ์

“เจ้านายคิดว่ามันแปลกๆ ไหมครับ” ลิเบอร์พูดขึ้น ญาติของเจ้านายหนุ่มเดินห่างออกไป

“สองพ่อลูกคู่นี้ก็แปลกทุกวันอยู่แล้ว” แต่หนนี้เขายอมรับว่ามันแปลกพิกล แล้วที่แน่ๆ ลุงเคอร์ตินต้องไปต่อรองอะไรกับคุณตา ท่านถึงได้ยอมให้คนของลุงเคอร์ตินมาเฝ้าแทน ทั้งที่ก่อนหน้าท่านเป็นออกคำสั่งเองว่าอย่าให้คนของลุงเคอร์ตินมาวุ่นวาย

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วางแผงแล้วนะคะ ที่เซเว่น อิเลฟเว่น ราคา 159 บาท

 หรือสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์สำนักพิมพ์ รับส่วนลดสูงถึง 20% ได้ที่ www.romantic-publishing.com


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha