อาญาร้ายเทพบุตรมาร by หงสรถ [วางแผงแล้วที่ 7-11]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 23 : อาญาร้ายเทพบุตรมาร ตอนที่ 11---(2)---


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 “แต่ไฮดี้พูดความจริง” ใบหน้าเชิดขึ้นอย่างถือดี

“ความจริงบ้าบออะไรของแก” เคอร์ตินตวาดกลับเสียงหนักๆ พยายามยั้งมือไม่ให้ยกขึ้นไปตบหน้าลูกสาวที่ตั้งแต่เรียนจบกลับมาก็ไม่เคยทำให้สบายใจเลยสักครั้ง

“ก็ความจริงว่าที่แด็ดดี๊ทำอะไรพี่เคลย์ริกไม่ได้ไงล่ะ ทุกวันนี้แด็ดดี๊กับพี่แมทธิวถึงได้รอรับเศษเงินจากพี่เคลย์ริกมาประทังชีวิตไปวันๆ แล้วถ้าคุณตาไม่ให้แด็ดดี๊กลับเข้ามาอยู่ในบ้าน ไฮดี้ว่าแด็ดดี๊กับพี่แมทธิวคงกลายเป็นขอทานข้างถนนไปแล้ว” ริมฝีปากคู่สวยเหยียดยิ้มเยาะเย้ย ทำให้แมทธิวที่เดินย้อนกลับมาเพื่อถามจากปากน้องสาว หลังจากได้ยินสาวใช้คุยกันว่าไฮดี้โดนสั่งห้ามไม่ให้ไปที่คาสิโน แต่กลับมาได้ยินประโยคไม่เข้าหูจากปากน้องสาวเข้าอย่างจัง แมทธิวเลยบันดาลโทสะตบเข้าที่หน้าน้องสาว

เผียะ!!

แรงตบครั้งนี้มหาศาลจนทำให้คนถูกตบเลือดกบปาก กลิ่นคาวเลือดคุ้งในปากนั้นยิ่งทำให้ไฮดี้โกรธจนเนื้อเต้น ก่อนที่เธอจะถลาเข้าไปตบตีแมทธิวด้วยแรงโมโห

“ไฮดี้! แกหยุดบ้าได้แล้ว” แมทธิวปัดป้องตัวเองพร้อมเสียงตวาดห้าม เพราะหากไม่หยุดเขาคงได้ฆ่าน้องสาวนอกไส้ตายแน่

“ไม่!” สองมือโถมเข้าทำร้ายหนักขึ้น ซึ่งแมทธิวเองก็โมโหไม่ต่างกัน เขาผลักน้องสาวจนกระเด็นล้มก้นจ้ำเบ้า 

“ฉันเกลียดพี่!” ไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้นหากแต่สายตายามนี้ของไฮดี้ก็เต็มไปความเกลียดชังพี่ชายต่างสายเลือด อีกทั้งเพลิงโทสะในใจตอนนี้ก็ร้อนรุ่มจนแทบจะแผดเผาเจ้าของให้เป็นจุลอยู่แล้ว สองมือกำแน่นจนเส้นเลือดนูนปูด

“แกอยากจะเกลียดก็เกลียดไปเถอะ ฉันไม่สนใจอะไรแล้ว ส่วนข้าวของที่เสียหาย แกต้องรับผิดชอบทำให้มันกลับมาเหมือนเดิมก่อนที่คุณตาของแกจะกลับมาด้วย!

“ฉันไม่ทำ!” หญิงสาวปฏิเสธเสียงดังฟังชัด

“ถ้าแกไม่ทำตามคำสั่งของฉัน แกก็ออกไปจากบ้านนี้ซะ”

“พี่ไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉัน!

“น้องนอกไส้อย่างแก ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์ไล่ แกควรหัดเจียมกะลาหัวเอาไว้บ้างนะไฮดี้ แล้วอย่ามาขึ้นเสียงกับพ่อของฉันอีก ไม่งั้นฉันจะส่งแกไปให้ไอ้ลูอีส” 

“แมทธิว!” เคอร์ตินปรามบุตรชายเสียงเข้ม เพราะแม้จะเอือมระอานิสัยของบุตรสาว ทว่าตนก็ไม่คิดจะทำร้ายบุตรสาวด้วยการส่งไปให้ไอ้เฒ่าลามกคนนั้น ที่ทำให้ผู้หญิงตายมาแล้วหลายคน เพราะเซ็กส์วิตถาร

“ผมก็พูดขู่ยัยไฮดี้ไปงั้นแหละ ยัยนี่จะได้เลิกบ้าซะที ว่าแต่ไอ้ที่แกมาอาละวาดลงกับข้าวของจนพังเกือบหมดบ้านเนี่ย เป็นเพราะไอ้เคลย์ริกสั่งไม่ให้แกเข้าไปยุ่งกับมันจริงเปล่า” แมทธิวข่มอารมณ์แล้วเอ่ยถามเรื่องตนสงสัย

“ใช่! พี่กับแด็ดดี๊ต้องจัดการให้ไฮดี้ด้วย โดยเฉพาะอีนังเลขา”

“นี่แกคงไปมีเรื่องกับเลขาหน้าห้องไอ้เคลย์ริกมาอีกล่ะสิ ถึงได้โดนมันสั่งห้ามไม่ให้เข้าไปวุ่นวายกับมัน” ว่าแต่เลขาของมันจะสวยบาดจิตสักแค่ไหนกัน แมทธิวยกมือลูบคางของตนไปมาอย่างคนใช้ความคิด ไหนๆ น้องสาวก็ไม่ได้ทำงานใกล้ชิดกับไอ้เคลย์ริกแล้ว ถ้างั้นเขาก็เข้าไปใกล้คนของมันซะเลย เผื่ออะไรๆ จะง่ายขึ้น ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยเจอเอาเงินหว่านเข้าหน่อยก็ระทวยแล้ว ปากหนาขยับยิ้มโดยมีไฮดี้มองตาไม่กะพริบ เพราะแม้จะโกรธที่โดนพี่ชายตบหน้า ทว่าเธอก็ยังจำเป็นต้องให้พี่ชายช่วยเพื่อขจัดคนที่ขวางทาง

“นังนั่นมันคิดจะจับพี่เคลย์ริกของฉัน ฉันเลยต้องปกป้องของของฉันสิ” แล้วถ้าหากพี่เคลย์ริกกับลูกน้องไม่ออกมาเจอละก็ เธอคงได้สั่งสอนนังเลขาหวังรวยทางรัดคนนั้นจนสาแก่ใจไปแล้ว

“แกแน่ใจว่าแม่เลขาคนนั้นจะจับไอ้เคลย์ริก” แมทธิวดูสนใจเรื่องนี้มากทีเดียว

“ผู้หญิงมันมองกันออกอยู่แล้ว ว่าแต่พี่กับแด็ดดี๊มีวิธีจัดการนังเลขาให้ไฮดี้หรือเปล่า”

“ฉันไม่อยากยุ่ง” คนเป็นพ่อพูดขึ้น ก่อนจะเดินขึ้นห้องพัก ปล่อยให้ลูกสาวลูกชายหารือกันไป ทว่าแมทธิวยังยืนเงียบเลยทำให้ไฮดี้หันมาเร่งเร้าเอาแต่ใจจนน่ารำคาญ

“พี่แมทธิว! ตกลงว่ามีทางจะกำจัดนังเลขาหรือยัง” ถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“วิธีน่ะมันมีอยู่แล้ว แต่งานนี้มันต้องใช้เงินมากหน่อย” แมทธิวต่อรอง เพราะเขาไม่อยากเอาเงินส่วนตัวที่ใกล้หมดออกมาใช้

“เงินของพี่ที่ได้จากแด็ดดี๊มากกว่าฉันอีกนะ” เจ้าของเสียงมีสีหน้าไม่พอใจมากทีเดียวเมื่อต้องพูดเรื่องเงิน

“งั้นแกก็ไปหาคนอื่นช่วยละกัน ฉันไปนอนล่ะ” พูดจบก็เดินไปทันทีแต่ก็ชะลอฝีเท้าเอาไว้ เพราะรู้จักนิสัยน้องสาวนอกไส้เป็นอย่างดี

ด้านไฮดี้ก็ยืนครุ่นคิดอยู่อึดใจ เจ้าตัวจึงพูดออกไปว่าจะยอมให้เงิน แมทธิวยิ้มตอบตกลงจะหาวิธีขจัดเสี้ยนหนามให้กับน้องสาว โดยไม่ลืมย้ำให้น้องสาวหาวิธียั่วยวนทำให้ไอ้เคลย์ริกหลงใหลให้ได้ เพราะเขาเบื่อที่ต้องรอรับเศษเงินจากมันทุกเดือน ครั้นจะให้หวังพึ่งแต่บิดา ที่ก็ทำได้แค่เข้าไปขอร้องคุณตาอย่างที่ไฮดี้ว่า ชาตินี้คงไม่มีทางสมหวัง เพราะคุณตาของเขาลำเอียง อะไรๆ ก็ยกให้มันจนหมด

“พี่ไม่ต้องมาย้ำหรอก ฉันรู้ว่าต้องทำยังไง ส่วนพี่ อย่าดีแต่พูดก็แล้วกัน” ขาดคำก็เดินกระแทกไหล่พี่ชายขึ้นห้องพัก ทางด้านแมทธิวได้แต่มองตามด้วยสายตาไม่พอใจ

รอให้แกหมดประโยชน์กับฉันกับพ่อก่อนเถอะยัยไฮดี้ วันนั้นฉันจะกำจัดแกด้วยมือของฉันเอง

******

          บนถนนสายหลัก รถยนต์คันหรูกำลังมุ่งหน้ากลับสู่ที่พักด้วยความเร็วคงที่ เพราะเวลานี้เลยเวลาอาหารค่ำไปมากแล้ว แต่แม้จะเร่งความเร็วมากขึ้นแค่ไหน ก็ดูเหมือนจะยังไม่ทันใจผู้เป็นเจ้านายอยู่ดี

        “จีโอ แกขับให้มันเร็วกว่านี้ไม่ได้หรือไง” คนอยากกลับไปชิมฝีมือแม่ครัวคนสวยเอ่ยปากเร่ง เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็เบื่อจะนับ

        “ถ้ามากกว่านี้โดนตำรวจจับนะครับ” ลิเบอร์เป็นฝ่ายตอบแทน เพราะไม่อยากให้จีโอเสียสมาธิ ซึ่งทั้งเลขาหนุ่มและบอดี้การ์ดคนสนิทต่างก็พากันสงสัยว่าให้เจ้านายจะรีบไปไหน

        “โดนก็โดน จะกลัวทำไม” คำตอบของผู้เป็นเจ้านายทำเอาสองหนุ่มที่นั่งคู่กันอยู่ด้านหน้าเหลียวมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย สาเหตุก็เพราะเจ้านายหนุ่มไม่นิยมไปสถานีตำรวจหากไม่มีความจำเป็นจริงๆ

        “จีโอ จัดตามไปตามใจเจ้านายเลยล่ะกัน” บอกกล่าวจบแล้วลิเบอร์ก็รีบหาที่เกาะ เพราะรู้ดีว่าความเร็วของรถจะพุ่งทะยานราวกับเหาะในอีกไม่กี่นาที แต่ทว่า

          เอี๊ยด!!

        เสียงเบรกรถดังสนั่นหวั่นไหวและนั่นทำให้รถที่กำลังเร่งความเร็วเสียการทรงตัวตกลงข้างทาง ทว่าจีโอก็จัดการกลับขึ้นมาบนถนนได้ในเวลาต่อมา จังหวะนั่นเองรถคันที่ขับเข้ามาปาดหน้าก็ขับถอยหลังกลับมาด้วยความเร็ว ลิเบอร์ใจเต้นระรัวลุ้นระทึกว่าจีโอจะพุ่งชนหรือหักหลบทันหรือไม่ เพราะตอนนี้ไอ้หมอนี่ก็ขับเร่งเข้าหาตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม ในเสี้ยววินาทีที่รถจะชนประสานงากัน รถที่ขับถอยหลังมานั่นก็เร่งเครื่องพุ่งทะยานไปด้านหลัง นาทีต่อมาก็มีอีกรถที่ขับตามหลังพุ่งเข้าชนท้ายรถของเคลย์ริกเข้าอย่างจัง

        “จีโอ เดินหน้าให้เร็ว” เคลย์ริกออกคำสั่งเมื่อตอนนี้ไม่ได้มีรถเพียงสองคันที่กำลังรุมล้อมรถของเขา ทว่าตอนนี้พวกมันแห่กันมาจนเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มไปทั่วท้องถนน

        “เจ้านาย ผมว่ามันกะเอาถึงตายแน่” สิ้นเสียงของลิเบอร์ เคลย์ริกก็ส่งปืนให้กับเลขาหนุ่ม ส่วนจีโอก็ยังทำหน้าที่ขับรถเพื่อหนีพวกมัน ที่ขับรถเบียดจนรถสะเทือนไปทั้งคัน จากนั้นเสียงปืนก็ดังสนั่นราวกับเกิดสงครามขนาดย่อมๆ โชคดีที่รถกันกระสุน แต่หากยังถูกถล่มไม่ยั้งอยู่แบบนี้คนในรถคงต้องไปเยี่ยมยมบาลในไม่ช้า

        “จีโอ! ขับเบียดแซงพวกมันไปให้ได้ ถ้าแกยังไม่อยากไปทัวร์นรกตอนนี้” คำบอกเล่าของเจ้านายหนุ่มยิ่งทำให้หัวใจของลิเบอร์ ที่ห่างหายจากสถานการณ์เสี่ยงตายมานับสิบปีถึงกับห่อเหี่ยว อดค่อนขอดผู้เป็นนายไม่ได้ว่าหากจะพูดแบบนี้ก็อย่าพูดเลยดีกว่า

        ตูม!!

        เสียงระเบิดดังตามติดท้ายรถ หลังจากจีโอขับเบียดแซงจนรถของพวกมันพลิกคว่ำไปหลายคัน บางคันก็ไฟลุกท่วมขวางทางรถ ทำให้รถคันที่เหลือชะรอความเร็วแล้วรีบลงไปช่วยเหลือพรรคพวก นั่นจึงเปิดโอกาสให้จีโอเร่งเครื่องห่างจากพวกมัน

        “เจ้านายเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ลิเบอร์ที่หายจากอาการตื่นเต้นปนลุ้นระทึกจากเสียงระเบิด ที่หากจีโอเร่งเครื่องหนีไม่ทันมีหวังได้ไปทัวร์นรกกันแน่

        “แกห่วงตัวเองก่อนเถอะไอ้ลิเบอร์ ว่าแต่เดี๋ยวนี้เป็นอะไรไป เจอแค่นี้ถึงกับหน้าตาตื่น” เคลย์ริกอดไม่ได้ที่จะแขวะเลขาหนุ่ม แต่สงสัยจะเป็นเพราะไอ้หมอนี่เอาแต่นั่งทำงานอยู่ในห้องแอร์แน่ๆ พอมาเจอเรื่องแบบนี้ถึงได้แตกตื่นเป็นกระต่ายไปได้

        “โธ่เจ้านาย ก็มันห่างมานานแล้วนี่ครับ เป็นใครก็ต้องหน้าแตกตื่นกันบ้างล่ะครับ ว่าแต่แขนขาเจ้านายยังอยู่ครบนะครับ” ถามเพราะรถโดนพวกมันขับชนจนรถยุบไปทั้งแถบ

        “ครบสิว่ะ” คนบอกครบรู้สึกเจ็บแปลบๆ ที่แขน แต่กระนั้นก็ไม่แสดงอาการให้ลูกน้องได้เห็น ก่อนจะสั่งให้จีโอรีบกลับที่พัก ระหว่างนั้นก็คิดไปด้วยว่าคนพวกนี้เป็นใคร หรือจะเป็นพวกใต้ตินที่ต้องการขยายอำนาจ ทว่าเขาไม่เคยไปขัดขาพวกมัน แล้วมันหมายจะเอาชีวิตของเขาทำไม หรือจะเป็นคำสั่งของศัตรูทางธุรกิจ เคลย์ริกครุ่นคิดไปตลอดทาง พร้อมกับกุมแขนตัวเองเอาไว้ด้วย กระทั่งเดินทางมาถึงที่พักจึงสั่งให้ลูกน้องแยกย้ายกันไปพักผ่อน  

******

        มธุรานั่งสัปหงกอยู่บนโต๊ะอาหาร ที่ตอนนี้อาหารคาวหวานที่เธอตั้งใจทำเอาใจคนหน้าโหดเพื่อจะได้ต่อรองให้เขาปล่อยเธอกลับบ้านเย็นชืดไปอีกรอบ หลังจากแม่ครัวจำเป็นนำไปอุ่นอยู่หลายรอบเพื่อให้คนหน้าโหดได้ทานแบบร้อนๆ แต่รอแล้วรอเล่าคนหน้าโหดก็ยังไม่กลับมาเสียที

         “อีตาบ้าเฮ้ย! เมื่อไหร่คุณจะกลับมาสักทีล่ะเนี่ย ฉันถ่างตารอคุณจะไม่ไหวแล้วนะ” หญิงสาวพึมพำ ก่อนจะค่อยๆ ซบหน้าลงกับแขนตัวเอง เมื่อตาทั้งสองฝืนลืมต่อไม่ไหว แต่ในช่วงที่กำลังจะเคลิ้มหลับหูก็พลันได้ยินเสียงดังเกร็กทำเอาคนง่วงสะดุ้งตาเบิกโต

        คนร้ายบุกเข้ามาหรือเปล่านะ คิดแล้วก็ย่องเบากลับเข้าไปในครัวหยิบมีดปอกผลไม้ที่อยู่ใกล้มือสุดมาถือไว้แล้วเดินออกจากห้องครัวอย่างระมัดระวัง ใจก็ลุ้นระทึกยิ่งกว่าลุ้นผลรางวัล ตาก็จ้องมีดในมือที่เธอเพิ่งจะนึกได้ว่ามีดอันน้อยนิดแค่นี้จะไปทำอะไรคนร้ายได้ ทว่าจะให้หันกลับไปเอาใหม่ก็กลัวจะไม่ทันการณ์

        มธุราเดินออกมาจนถึงประตูแต่ก็ไม่พบคนร้ายอย่างใจนึกกลัว ก่อนจะหมุนตัวกลับมาหวังจะเข้าไปอาบน้ำนอน เพราะวันนี้อาหารที่เธอตั้งใจทำคงจะเป็นหมันไปแล้ว เพราะตอนนี้มันจะเที่ยงคืนอยู่แล้วแต่อีตาหน้าโหดก็ไม่กลับมา

        “คงจะนอนกกสาวอยู่ล่ะสิท่าถึงได้ลืมเวลากลับบ้าน ชิ! อีตาโอ๊ย!” พูดไม่ทันจบประโยคก็ต้องเปลี่ยนมาร้องเสียงหลงเมื่อหันมาชนกำแพงมีชีวิตเข้าอย่างจัง

        “ซุ่มซ่าม” เสียงทุ้มที่คุ้นหูเอ็ดเบาๆ

        “ทำฉันเจ็บตัวแล้วยังจะมีหน้ามาว่าฉันอีกเหรออีตาบ้า คุณนี่นะ ที่ก็มีให้ยืนออกเยอะแยะ ทำไมจะต้องมายืนเกะกะขวางทางฉันด้วย” คนตัวเล็กเงยหน้าสวนกลับเสียงแข็ง พร้อมกับมองด้วยสายตาเขียวปั๊ด ขณะที่อีกคนมองตอบด้วยรอยยิ้มมุมปาก

        “เธอต่างหากที่ไม่รู้จักดูว่ามีใครอยู่ยืนอยู่ข้างหลังบ้าง แล้วนี่ถือมีดมาทำไม จะเอามาฆ่าผมเหรอ แต่ว่าผมมีดอันเล็กๆ แค่นี้ ฆ่าผมไม่ตายหรอก” บอกกล่าวด้วยเสียงเจือหัวเราะ ทั้งที่ร่างกายบาดเจ็บ

        “แทงหลายๆ ที ก็ตายได้เหมือนกันนั่นแหละ จะลองดูไหมล่ะ” มธุรายกมีดขึ้นขู่ แต่ถ้าเขาเชิญให้แทงจริง บอกเลยว่าเธอไม่กล้าหรอก

        “ก็แทงสิ แต่ถ้าผมตาย คุณไม่ได้กลับไปเห็นหน้าแม่แน่” เขาไม่ได้ขู่ แต่หากเขาตายขึ้นมาจริงๆ แล้วมีหรือคนของเขาจะปล่อยให้ยัยหมาบ้ามีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ต่อ

        “งั้นคุณก็ปล่อยฉันไปซะทีสิ จะกักตัวฉันไว้ให้เปลื้องข้าวเปลื้องน้ำทำไม”

        “ตัวแค่นี้ผมรับเลี้ยงไปจนแก่ ขนหน้าแข้งผมยังไม่ร่วงเลย”

        “แต่ฉันไม่อยากให้คุณเลี้ยงแล้ว ฉันอยากกลับบ้านไปหาครอบครัวของฉัน” มธุราค้านเสียงสั่นเครือ เพราะเวลานี้เธอรู้สึกห่วงคนทางบ้านอย่างบอกไม่ถูก รู้แต่ว่าอยากกลับไปกอดแม่ให้แน่นๆ

        “ได้สิ” ถ้อยคำที่หลุดออกมาจากหยักนั้นทำเอาคนฟังเบิกตาโตจนแทบถลน

        “คุณว่าไงนะ” คนตัวเล็กถามย้ำให้แน่ใจ อีกทั้งก็ไม่อยากจะชื่อเลยว่าเขาจะยอมให้กลับง่ายดายเพียงนี้ หากรู้ล่วงหน้า เธอคงไม่ลงทุนทำอาหารให้เขาหรอก

        “ผมจะให้คุณกลับไปหาแม่เร็วๆ นี้ แต่ก่อนจะไปเราต้องตกลงกันก่อน” คนตัวโตผุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อจู่ๆ ก็คิดอะไรขึ้นมาได้แบบปัจจุบันทันด่วนทั้งที่เขาคิดอยู่หลายวันว่าจะจบเรื่องจับผิดตัวอย่างไรดี

        “ตกลงอะไรอีก ฉันไม่ตกลงด้วยหรอกนะ” มธุราเอ่ยถามอย่างระแวง

        “งั้นก็ไม่ต้องกลับ” ขาดคำก็หันหลังเดินกลับห้องพัก ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกคนตัวเล็กมาคว้าหมับที่ท่อนแขน เคลย์ริกเผลอร้องออกมา เพราะแม่ตัวแสบดันมาจับแขนข้างที่ได้รับบาดเจ็บที่คงเกิดจากถูกกระแทก

        “ฉับจับเบาๆ เองนะ ร้องอย่างกับโดนเชือดไปได้” พูดจบก็เงยหน้ามองคนตัวโตที่เหยเกจนเธอชักสงสัย เลยก้มมองที่แขนของเขาแล้วใช้มือแตะก็รับรู้ได้ว่าบริเวณนั้นชื้นๆ

        “ทำอะไรของเธอ” ถามเสียงดุ เมื่อคนตัวเล็กถลกแขนเสื้อของเขาขึ้น

        “แขนคุณไปโดนอะไรมาเหรอ ขอฉันดูหน่อย” น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความห่วงหาอาทรแบบที่เจ้าตัวก็ไม่รู้

        “แผลแค่นิดหน่อย ไม่ถึงตายหรอกน่า” เคลย์ริกยังเสียงดุเช่นเดิม ทั้งที่ตอนนี้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเมื่อคนตัวเล็กดูเป็นห่วงเป็นใย

        “เลือด! นี่คุณไปฟัดกับใครมาเนี่ย” เงยหน้าขึ้นมาถามคนตัวโตเสียงดังลั่น

        “ผมไม่ใช่หมา!” เจ้าของเสียงทำหน้าบอกบุญไม่รับเมื่อถูกเปรียบเปรยเป็นเจ้าสี่ขา

        “อย่ามานอกเรื่อง ตอบฉันมาก่อนเลยว่าคุณไปทำอะไรมาถึงได้เลือดตกยางออกแบบนี้ แล้วนี่ลูกน้องคุณไปไหนหมด พวกเขาไม่รู้หรือไงว่าคุณบาดเจ็บ” คนพูดพลิกแขนใหญ่เบาๆ เพื่อดูบาดแผล ที่แม้จะไม่ลึกมากแต่ก็คงจะเจ็บไม่น้อยเลยแหละ

        “กลับไปหมดแล้ว”

        “ลูกน้องคุณนี่ ไม่ได้เรื่องเลย สงสัยต้องตัดเงินเดือนให้หมดซะแล้ว เจ้านายบาดเจ็บไม่รู้กันเลยหรือไง” บ่นจบแล้วก็พาคนตัวโตไปนั่งรอบนโซฟา จากนั้นเธอก็ถามหากล่องทำแผลและเมื่อได้มาแล้วเธอก็นั่งลงทำแผลให้กับคนหน้าโหดโดยไม่รู้ตัวเลยว่าระหว่างทำแผลก็ตกเป็นอาหารตาของคนเจ็บตลอดเวลา

        “เสร็จแล้ว นี่โชคดีมากนะที่แผลไม่ลึก ไม่งั้นคงต้องไปเย็บแผลที่โรงพยาบาล” พยาบาลจำเป็นพูดขึ้นหลังจากทำแผลให้เรียบร้อยแล้ว จากนั้นเธอก็เก็บอุปกรณ์ทำแผลลงกล่องเช่นเดิมแล้วเงยหน้ามองคนตัวโต

        “ขอบคุณ” เคลย์ริกกล่าวเบาๆ แต่ตายังไม่เลิกจดจ้องหน้าหวาน ที่นานวันก็ยิ่งมีผลต่อหัวใจตายด้านของเขา ที่เขาก็ไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมีใครทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหวได้แบบนี้อีกนับตั้งแต่เลิกรากับคนรักเก่า 

        “คุณคุณมองฉันทำไมเนี่ย” เสียงหวานติดขัดไปเล็กน้อย ก่อนจะขยับถอยห่างเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เธอนั่งชิดกับเขามากเกินไป

        “มองคนใจดี” เสียงทุ้มนุ่มตอบกลับ สายตายังคงไม่ละจากดวงหน้าหวาน โดยเฉพาะริมฝีปากคู่สวยที่เขาอยากจูบให้หนำใจ

        “เวทนาหรอก เพราะเห็นว่าลูกน้องไม่อยู่ก็เลยทำให้ ฉันน่ะ ไม่ได้ใจดีอย่างที่คุณคิดหรอก” มธุราบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นแต่ก็ช่างยากเย็นนักเลยทำให้เสียงที่เปล่งออกไปเลยทั้งสั่นทั้งประหม่า เพราะสายตาที่เขามองมานั่นไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย และเมื่อรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยเธอจึงรีบลุกแล้วหยิบกล่องทำแผลติดมือไปด้วย

        “จะรีบไปไหน” ไม่ถามเปล่าแต่ยื่นมือไปคว้ามือเล็กเอาไว้

        “ก็ก็เอากล่องทำแผลไปเก็บไง” ตอบพร้อมกับชูของในมือให้อีกฝ่ายเห็น

        “ผมหิว” เขาหิวจริงๆ เพราะตั้งแต่เลิกงานมายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย แล้วไหนจะต้องมาเจอคนลอบทำร้ายเข้าให้อีก ที่เขาเองก็ยังนึกไม่ออกเลยว่าพวกมันเป็นใคร

        “แล้วคุณมัวทำอะไรอยู่ล่ะ ถึงไม่ยอมหาอะไรกิน” ถามไปแล้วก็รอลุ้นฟังคำตอบว่าจะเป็นอย่างที่คิดหรือไม่ แล้วถ้าเขาบอกว่าไปนอนกับสาวๆ อยู่ล่ะ เธอจะรู้สึกอย่างไร หือแล้วเธอจะไปสนใจทำไม ในเมื่อเธอไม่ได้เป็นอะไรกับอีตาหน้าโหด มธุราสะลัดไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปแล้วหันมารอคำฟังตอบจากคนตัวโต

        “ก็ทำงานไงยาหยี แล้วพอเลิกงานผมก็ไปเยี่ยมคุณตาที่โรงพยาบาล จากนั้นก็” เคลย์ริกหยุดพูดไปดื้อๆ เพราะไม่อยากบอกเรื่องโดนลอบทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ ด้วยกลัวว่าคนตัวเล็กจะตื่นตกใจไปซะเปล่าๆ

        “คุณ...จะไม่พูดต่อแล้วใช่ไหม” มธุราเอียงคอเล็กน้อยขณะเอ่ยถาม นึกงงอยู่เหมือนกันที่จู่ๆ คนตัวโตไม่พูดต่อ จากนั้นก็ไปอยู่กับผู้หญิงมาแน่ๆ คิดแล้วก็เบ้ปากออกเล็กน้อย

        “ก็กลับมาหาคุณไง” คำตอบที่ได้ยินส่งผลให้สองแก้มของคนตัวเล็กเกิดอาการเห่อร้อน ครู่ต่อมาเธอก็สะบัดมือออกจากเกาะกุมแล้วรีบเดินเอากล่องยาไปเก็บโดยหารู้ไว่ามีอีกคนมองตามตาไม่กะพริบ       


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha