อาญาร้ายเทพบุตรมาร by หงสรถ [วางแผงแล้วที่ 7-11]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 24 : อาญาร้ายเทพบุตรมารตอนที่ 12---(1)---


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 12

        “ว้าย!” มธุราร้องเสียงหลง เมื่อก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกรั้งให้ไปนั่งบนตักกว้าง เธอดิ้นรนได้ไม่เต็มที่นัก เพราะกลัวจะไปโดนแขนของเขา

        “แอนนี่ อย่าดิ้น” ชายหนุ่มปรามแต่ก็ไม่จริงจังนัก

        “คุณก็ปล่อยฉันสิ” บอกเสียงแข็ง

        “ไม่ต้องกลัวผมจะปล้ำคุณตอนนี้หรอกน่า” เคลย์ริกแนบหน้าลงมากระซิบชิดใบหูนุ่มนิ่ม ลมร้อนที่เป่ารดลงมานั้นทำให้เส้นขนในร่างกายของมธุราพากันลุกชัน ใจดวงน้อยก็เต้นระรัวนับจังหวะแทบไม่ทัน

        “ก็ลองปล้ำดูสิ ฉันจะเอามีดแทงคุณไม่ยั้งเลย” โต้กลับหน้าตาขึงขัง หวังกลบเกลื่อนอาการใจเต้นแรงของตนเอง ทว่าเธอคงไม่รู้ว่าสีของแก้มที่แดงระเรื่อนั้นสร้างความพึงพอใจให้คนตัวโตมากทีเดียว และเมื่อเห็นแล้วปากหยักร้อนจึงฉวยโอกาสหอมไปฟอดใหญ่

        “คุณ!” มธุราขานเรียกเสียงดังอย่างไม่พอใจที่ถูกฉวยโอกาส

        “รางวัลของคนใจดีไง แล้วจะบอกให้ว่าผมไม่นิยมให้รางวัลแบบนี้กับใครง่ายๆ ด้วยนะ” เคลย์ริกทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ขณะที่คนบนตักเอียงหน้ามามองด้วยสายตาขุ่นคลัก

        “แต่ฉันไม่อยากได้นี่” หญิงสาวยกมือขึ้นถูแก้มตัวเองไปมา แล้วหันมามองค้อนคนตัวโต

        “แต่ผมอยากให้ แล้วคุณก็ห้ามปฏิเสธด้วยนะยาหยี ไม่งั้นอดได้กลับไปเห็นหน้าแม่กับพี่ชายแน่ๆ” คิ้วหนาหยักขึ้นลงอย่างเป็นต่อ

        “อย่าให้ถึงทีฉันบ้างล่ะกัน เดี๋ยวฉันจะเอาคืนให้สาสมเลย คอยดูเถอะ” มธุราทำได้แค่ฮึดฮัดคาดโทษ เพราะเวลานี้เธอเป็นลองในทุกๆ ด้าน เลยต้องทนก้มหน้าก้มตาให้เขาฉวยโอกาสและขู่เธอไปก่อน

        “เดี๋ยวผมจะตั้งตารอเลยว่าคุณจะเอาคืนผมยังไง” เคลย์ริกอมยิ้มน้อยๆ ชอบใจกับคำขู่ ที่ไม่มีวันเป็นได้เลยไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติหน้า

        “มันน่ายิ้มมากหรือไง อีตาบ๊อง!” ถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่พอมาคิดๆ ดูแล้ว เธอจะไปมีปัญญาทำอะไรเขาได้ เพราะทุกวันนี้เธอยังไม่มีปัญญาหนีออกไปจากที่นี่ได้เลย เป็นเดือนแล้วสินะที่เธอต้องมาติดแหง็กอยู่กับอีตาหน้าโหด คิดแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หวนคิดว่าถ้าเธอไม่ถูกจับตัวมา ป่านนี้เธอคงจะได้งานทำไปแล้ว

        “ถอนหายใจทำไมล่ะยาหยี” น้ำเสียงเจือไปด้วยความห่วงใย

        “คุณไม่ยุ่งสักเรื่องจะได้ไหม แล้วนี่คุณจะนั่งกอดฉันอีกนานไหม ฉันอึดอัดนะ” มธุราถามเสียงฉุนๆ เพราะอยากลุกไปจากตักกว้างจะแย่แล้ว

        “ก็กอดไปจนกว่าเราจะตกลงกันเรียบร้อยนั่นแหละ” แต่ก่อนจะได้ตกลงกันเขาต้องสารภาพผิดไปก่อนว่าจับมาผิดตัว เคลย์ริกลอบสังเกตท่าทีของคนบนตักอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจบอกความจริงไป ขณะที่มธุราก็รับฟังคำสารภาพด้วยท่าทีนิ่งเงียบ เงียบจนเคลย์ริกยังแปลกใจ เพราะเขาคิดว่าเธอต้องโวยวายเหมือนวันที่โดนจับตัวมา

        “ผมขอบโทษนะยาหยี” คำขอโทษที่ดังผ่านปากหยักออกมานั่นทำให้มธุราร้องหึเบาๆ

        “ทำไมคุณไม่ด่าผมเลยล่ะแอนนี่” ถามไปแล้วก็สังเกตอากัปกิริยาของคนตัวเล็กไปด้วย ที่ตอนนี้เหมือนคนกำลังคิดอะไรอยู่

        “ฉันด่าคุณไปจนหมดคำจะด่าแล้ว จำไม่ได้หรือไง” แล้วฉันก็ขอโทษด้วยที่ไปด่าว่าคุณปากสุนัข มธุราได้แต่พึมพำในใจ เพราะไม่กล้าเอ่ยปากขอโทษไปตรงๆ ด้วยกลัวว่าหากพูดไปแล้วจะไปกระตุ้นต่อมบ้าดีเดือด จนเขาลุกขึ้นมาบีบคอเธอตาย หากเป็นเช่นนั้นเธออดได้กลับบ้านไปกอดแม่แน่ๆ

        “แสดงว่าคุณเดาเรื่องออกตั้งแต่วันที่ได้พบคุณพ่อของผมที่โรงพยาบาล ใช่ไหม” หน้าเปลี่ยนสีไปนิดเมื่อต้องเอ่ยถึงผู้ให้กำเนิด

        “ก็ประมาณนั้นแหละ แต่ว่าฉันไม่อยากเชื่อว่าพี่ลียาจะเป็นคนแบบนั้น” เพราะคนสวยและเพียบพร้อมอย่างพี่ลียามีหนุ่มๆ เรียงคิวเข้ามาให้เลือกมายมาก ไม่ว่าจะลูกชายเศรษฐี ลูกนายพล ลูกนายตำรวจก็มีเข้ามาหมด แล้วอายุของแต่ละคนก็ไม่ใช่คราวพ่อแบบนี้ด้วย แล้วทำไมพี่ลียาถึงได้เลือกคุณลุงคนนี้ล่ะ ทำไมนะทำไม มธุราพยายามคิดหาสาเหตุจนหัวคิ้วผูกเป็นโบ แต่ก็ยังตอบคำถามที่ตัวเองตั้งข้อสังเกตไม่ได้

        “เงินไงล่ะ” เพราะเงินสามารถบันดาลทุกอย่างได้ แล้วจากที่เขาให้ลิเบอร์สืบมา ผู้หญิงคนที่เป็นชู้กับบิดาของเขา หล่อนได้เงินจากบิดาของเขาไปมากทีเดียว ทว่าเขาไม่ได้สนใจเงินทองพวกนั้นเลย ที่เขาสนก็คือผู้หญิงแพศยาคนนั้นทำให้มารดาของเขาต้องตายอย่างทรมานต่างหาก สันกรามนูนขึ้นเด่นชัด สองมือที่วางอยู่บนโต๊ะก็กำกันแน่น

        “แต่เงินมันซื้อฉันไม่ได้แน่นอน คุณอย่ามาเหมารวมฉันเข้าไปในบรรดาผู้หญิงของคุณ” มธุราแย้งโดยไม่สนใจท่าทีของคนตรงหน้าที่ตอนนี้โกรธจนแทบจะฆ่าคนได้

        เคลย์ริกยิ้มให้คนตัวเล็กโดยไม่โต้ตอบอะไรออกมา จากนั้นก็ยอมปล่อยให้สาวเจ้าเอาของไปเก็บทั้งที่ตอนแรกเขาก็กะว่าจะคุยเรื่องข้อตกลงในการปล่อยให้เธอกลับเมืองไทยเลย แต่เพราะท้องประท้วงหาอาหารเลยทำให้เขาต้องหาอะไรลงท้องเสียก่อน แล้วค่อยมาทำข้อตกลงกัน

        “แอนนี่ ผมหิว” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นก่อนที่แผ่นหลังบางจะหายออกไปจากห้องนั่งเล่น มธุราบิดปากออกเล็กน้อยแต่ถึงอย่างนั้นก็ตอบกลับไปว่าให้รอสักครู่ เธอจะไปอุ่นอาหารให้ ไม่นานอาหารไทยหอมกรุ่นสามสี่อย่างก็พร้อมรับประทาน ซึ่งงานนี้อาหารที่ว่าคงจะถูกปากคนตัวโตไม่น้อย เพราะเขากินจนแทบไม่เหลือ

        “อร่อยล่ะสิท่า” แม่ครัวจำเป็นยิ้มแก้มแทบแตก

        “อร่อยมากๆ แบบนี้คุณต้องอยู่ทำให้ผมกินทุกวันแล้วล่ะ” แววตากรุ้มกริ่มจนน่าเอาส้อมจิ้มให้บอด

        “ฝันไปเถอะว่าฉันจะอยู่กับทำให้คุณกินทุกวัน” มธุราตอบกลับไม่เต็มเสียงดีนัก ทั้งที่ตัวเธอเองอยากกลับบ้านจะแย่แล้ว แต่พอรู้สึกว่าอีกไม่นานจะได้กลับบ้านจริงๆ เธอกลับรู้สึกโหวงเหวงบอกไม่ถูกเหมือนกัน

        “ไม่ฝันแน่นอน แอนนี่ที่รัก” เคลย์ริกยิ้มน่าสงสัยแต่อีกคนกลับไม่ทันสังเกต

        “ฉันไม่ใช่ที่รักของคุณ อย่ามาโมเม” มธุราค้อนขวับ สองแก้มค่อยๆ เห่อร้อน ก่อนจะกระจายไปทั่วทั้งหน้า เธอจึงแสร้งหันหน้าไปทางอื่น เพราะกลัวอีกคนจะเห็นว่าตอนนี้เธอกำลังหน้าแดง แต่มีหรือจะรอดพ้นสายตาของคนตัวโตไปได้

“คุณไม่สบายหรือเปล่า” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามอย่างนึกห่วง

“เปล่า” ตอบสั้นได้ใจความ โดยไม่ยอมหันมามองคนถามที่กำลังอมยิ้มชอบใจกับท่าทีเขินอายของคนตัวเล็ก

“แต่หน้าคุณดูแดงๆ นะยาหยี ไหนขอผมดูหน่อย” เคลย์ริกยื่นมือไปจับบังคับให้คนตัวเล็กหันมา

“ยุ่งจริงเลยคุณเนี่ย แล้วไหนคุณว่ามีเรื่องจะตกลงกับฉันไง รีบพูดมาสิ แต่ถ้าไม่พูด ฉันขอเอาจานชามไปล้างก่อนล่ะกัน” หญิงสาวหาทางเลี่ยงและไม่ต้องรอคำใดๆ จากคนตัวโต มือเล็กก็กวาดเศษอาหารที่ยังเหลือติดจานรวมในจานเดียวทันทีแต่ทำไปได้ไม่กี่วินาทีมือก็ชะงัก

“ผมจะให้คุณกลับบ้านไปเจอหน้าแม่กับพี่ชายทันทีที่คุณยอมตกลงเป็นแฟนกับผม” ตาคมจดจ้องที่ดวงหน้าหวานไม่กะพริบระหว่างรอคำตอบ

“คุณว่าไงนะ” เสียงหวานถามกลับเสียงค่อนข้างดัง

“คุณจะได้กลับบ้านทันทีที่คุณตกลงเป็นแฟนกับผม” เคลย์ริกเอ่ยย้ำแบบช้าๆ ชัดๆ

“นี่คุณคิดว่าฉันจะยอมเป็นแฟนกับผู้ชายที่คิดแต่จะข่มเหงฉันงั้นเหรอ” เกือบนาทีกว่าที่มธุราจะพูดออกมาได้

        “แต่ผมก็ไม่ได้ข่มเหงคุณจริงๆ นะแอนนี่” เคลย์ริกแย้งขึ้นมาทันที

        “ก็ถ้าฉันไม่ต่อสู้ ฉันก็คงโดนคุณข่มเหงไปไม่รู้กี่ครั้งแล้วนะสิ คุณนี่...ช่างเป็นผู้ชายหน้าด้านที่สุดในโลกเลย จับตัวฉันมากักขังทั้งที่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ซ้ำยังต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปเจอพวกอันธพาลจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แล้วคุณยังจะหน้าด้านมาขอให้ฉันยอมเป็นแฟน เพื่อจบปัญหาง่ายๆ แบบนี้นะเหรอ”

        “แอนนี่ ผมพยายามพูดดีๆ กับคุณแล้วนะ” เคลย์ริกเริ่มเสียงเข้มใส่คนตัวเล็กที่ไม่รู้จะอะไรนักหนา แล้วการเป็นแฟนกับผู้ชายหล่อรวยและยังโสดอย่างเขามันไม่ดีตรงไหน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha