อาญาร้ายเทพบุตรมาร by หงสรถ [วางแผงแล้วที่ 7-11]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 25 : อาญาร้ายเทพบุตรมาร ตอนที่ 12---(2)---


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“บังคับให้ฉันเป็นแฟนกับคุณก่อน แล้วฉันถึงจะมีสิทธิ์ได้กลับบ้านเนี่ยนะคือการพูดดีๆ ของคุณ” มธุรายอกย้อนกลับไปเสียงดังไม่แพ้กัน และนั่นยิ่งทำให้บรรยากาศภายในห้องอาหารเริ่มตึงเครียด

        “ผู้หญิงบ้า ทำไมถึงได้พูดยากพูดเย็นแบบนี้”

        “คุณก็ผู้ชายบ้าเหมือนกันนั่นแหละ แล้วฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าฉันจะไม่ยอมตกลงอะไรกับคุณทั้งนั้น เพราะว่าเรื่องทั้งหมดคุณเป็นคนผิด ฉะนั้น! คุณต้องปล่อยตัวฉันกลับบ้านแต่โดยดี” มธุรายื่นคำขาด

        “งั้นคุณก็อยู่ที่นี่ต่อไปล่ะกัน” พูดจบก็กระแทกลมหายใจออกมาสุดแรง ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้แล้วลุกเดินจากไป

        “ฉันไม่อยู่!” เสียงหวานปฏิเสธทันควันแล้วเดินตามไปคว้าแขนใหญ่เอาไว้

        “มีอะไร” เคลย์ริกเอ่ยถามเสียงห้าวห้วน หน้านิ่วไปเล็กน้อยเพราะคนตัวเล็กมาจับแขนข้างที่ได้รับบาดเจ็บ

        “เรายังตกลงกันไม่ได้ คุณห้ามหนีไปไหนทั้งนั้น” พูดจบมธุราก็เอาตัวไปขวางทางเข้าห้องทันที

        “พูดแบบนี้แสดงว่าเปลี่ยนใจยอมเป็นแฟนกับผมแล้วใช่ไหม” ตาคมหรี่แคบลงขณะก้มลงมามองคนตัวเล็ก ปากหยักร้ายก็ขยับยิ้มนิดๆ ที่มธุราเห็นแล้วก็หมั่นไส้เป็นที่สุด ไม่รู้จะยิ้มเก็กหล่อไปถึงไหน

        “เปล่า!” เธอปฏิเสธเสียงสูง

        “งั้นเราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกัน แล้วคุณก็ทำใจอยู่ที่นี่ต่อไปด้วย หลีก ผมจะเข้าห้องไปพักผ่อน” เคลย์ริกเดินเบียดคนตัวเล็กที่กำลังทำหน้าคิดหนักตรงไปยังห้องนอน ชายหนุ่มแสร้งเดินช้าๆ เพื่อถ่วงเวลา

        “เดี๋ยวสิคุณ”

        “ขอคำตอบที่ทำให้ผมพอใจเท่านั้นนะยาหยี แต่ถ้ายาหยียังยืนยันคำตอบเดิมอีก งั้นผมจะย้ำให้ฟังชัดๆ ว่าให้ยาหยีเตรียมตัวเตรียมใจโดนขังอยู่ที่นี่ไปจนแก่ โอเค!” เคลย์ริกย้ำชัดตามที่พูดไว้

        “แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาขังฉันไว้นะ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด” มธุราแย้งเสียงดัง พร้อมกับชักสีหน้าใส่คนเผด็จการ

        “สิทธิ์เหรอ” ปากหยักกดยิ้มลึก พร้อมกับมองเรือนร่างบอบบางด้วยสายตาที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกร้อนวูบวาบตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า มธุราก้าวถอยหลังอัตโนมัติ

        “คุณคุณจะทำอะไร” ถามเสียงสั่นๆ สองเท้ายังคงถอยหนีไม่หยุด

        “ก็คุณถามหาสิทธิ์ไม่ใช่หรือที่รัก” ชายหนุ่มเดินไล่ต้อนคนตัวเล็กจนสะโพกงามงอนชนเข้ากับโซฟา

“อย่าทำอะไรฉะว้าย!” พูดไม่ทันจบประโยค ร่างก็ถูกผลักล้มลงไปนอนบนโซฟาตัวยาว โดยมีกายแกร่งตามลงมาทาบทับ ใบหน้าของทั้งสองห่างกันแค่คืบ และนั่นทำให้คนถูกทาบทับใจเต้นตุ้มๆ ต้อมๆ ยิ่งคนเหนือร่างเบียดท่อนขาแทรกเข้ากลางหว่างขา ก็ยิ่งทำให้ใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำ 

        “คุณ...คุณจะจะทำอะไรน่ะ” มธุราถามเสียงตะกุกตะกัก แววตาเต็มไปความตื่นตระหนก

        “ทำให้มีสิทธิ์ในตัวคุณไง ที่รัก” แววตาแพรวพราวไม่ไว้ใจ ปากหยักนั่นก็ขยับยิ้มมีเลศนัย มธุรากลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดหวั่น ขณะที่เคลย์ริกก็ยกมือขึ้นเกลี่ยแก้มนุ่มเล่น ในคราแรกเขาก็แค่จะแกล้งให้เธอหวาดกลัวเล่นเท่านั้น แต่พอได้ใกล้ชิดกันแบบนี้แล้วความปรารถนาในร่างกายก็พุ่งพล่าน ความเป็นชายเริ่มเหยียดขยายและเขาก็รู้ดีว่าคนใต้ร่างรับรู้ เพราะเจ้าตัวดิ้นยุกยิกหนักขึ้น สองแก้มก็แดงระเรื่อ

        “คุณเคลย์ริก อย่า” เสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินเมื่อมือหนาเริ่มซุกซนบนหน้าอก

        “อย่าช้าหรือที่รัก” ถามเสียงเจือหัวเราะและยิ่งห้ามเขาก็ยิ่งรุกหนักมากขึ้น ในเมื่ออกอวบคู่นี้น่าจับน่าบีบเล่นจะตายไป

        “ไม่ใช่” เจ้าของอกอวบปฏิเสธแบบไม่เสียเวลาไตร่ตรอง

        “งั้นอย่าหยุด” ปากหยักทาบลงมาบนริมฝีปากอิ่มสวยที่กำลังอ้าทักท้วง จูบหวานล้ำค่อยๆ ดำเนินไปตามแรงปรารถนาของคนตัวโต แม้คราแรกมธุราจะต่อต้านสัมผัสหวามไหว แต่เวลานี้สองมือของเธอกลับยกขึ้นโอบรอบลำคอหนาแล้วกดรั้งให้ต่ำ เคลย์ริกกดยิ้มพึงพอใจแล้วปล่อยให้คนตัวเล็กจูบนำทางและเขาก็เป็นผู้ตามที่ดี

        “อื้อ!” เสียงหวานครางประท้วงเมื่อไอร้อนจากฝ่ามือหนาที่สอดเข้าใต้เสื้อเข้าไปหยอกล้ออยู่กับปทุมถันทั้งสอง ที่ความนุ่มหยุ่นนั่นทำให้เคลย์ริกอยากก้มลงไปดูดกลืนให้หนำใจ

        “อย่าห้ามผมเลยที่รัก” เคลย์ริกถอนจูบออกมาเพื่อเปิดโอกาสให้คนใต้ร่างได้สูดเอาอากาศเข้าไปล่อเลี้ยงร่างกาย จากนั้นเขาก็ฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น จูบเม้ม ขบกัด ในอาการหยอกเอินจนผิวเนื้อทั่วบริเวณลำคอเกิดรอยแดงเป็นจ้ำๆ มือหนาก็ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม เมื่อเวลานี้เขาจัดการปลดกระดุมและตะขอบราเซียออกเรียบร้อย

        “คุณคุณเคลย์ริก” มธุราขานเรียกเสียงสั่นๆ ผงกศีรษะขึ้นมามองดู ขณะที่อีกคนกำลังอ้าปากเข้าครอบครองอกอวบอิ่ม อึดใจก็ทิ้งศีรษะลงไปเช่นเดิมแล้วใช้สองมือผลักดันศีรษะคนหื่นออกไปให้พ้นตัว

        “อยู่นิ่งๆ นะยาหยี” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยสั่ง ขณะที่อ้าปากกำลังดูดกลืนปทุมถันอย่างเมามัน

        “ไม่เอา อย่าทำแบบนี้ อื้อ! ได้โปรด หยุด” ปากร้องห้าม มือก็ผลักไสพัลวัน

        “แอนนี่” เคลย์ริกเงยหน้าขึ้นมาปรามด้วยเสียงทุ้มพร่า พลางปัดมือเล็กออกแล้วก้มลงฟ้อนเฟ้นอกอวบอย่างหนักหน่วงเพื่อลงโทษคนชอบขัดใจ

        “กรี๊ด! ไอ้บ้ากาม ปล่อยฉันนะ” มธุรากรี๊ดลั่น เมื่อฟันคมขาวสะอาดกัดยอดอก ทั้งเจ็บทั้งเสียวระคนกัน สองมือเล็กก็ระดมทุบตีคนบ้ากามไม่ยั้ง

        “หยุดเดี๋ยวนะแอนนี่” คนถูกประทุษร้ายปรามเสียงเข้ม

        “คุณนั่นแหละที่ต้องหยุดทำบ้าๆ กับร่างกายของฉัน” มธุรายังคงตบตีคนหื่นไม่หยุด ก่อนที่สองมือเล็กแต่หนักไม่เบานั่นจะถูกคนตัวโตจัดการรวบเอาไว้แล้วขยับเปลี่ยนท่ามานั่งคร่อมร่างเล็ก

        “แอนนี่! คุณอยากจะโดนมากกว่านี้ใช่ไหม” เคลย์ริกถามเสียงเข้มแต่ติดจะพร่าสั่น

        “โดนบ้าอะไรอีกล่ะอีตาบ้า” เธอย้อนถามเสียงหอบๆ จากการดิ้นรนหวังจะไปให้พ้นคนบ้ากาม

        “ก็โดนทำมากกว่าดูดนมนี่ไง” ตอบได้หน้าตาเฉย ส่วนคนฟังได้แต่อ้าปากค้างไปกับถ้อยคำเถรตรงของคนตัวโต ที่ไม่รู้จะพูดตรงอะไรขนาดนี้

        “เงียบแบบนี้ แสดงว่าอยากโดนมากกว่าดูดนม”

        “ไอ้บ้า!” เสียงหวานแวดเข้าใส่

        “ก็แล้วอยากมีผัวเป็นคนบ้าไหมล่ะ จะบอกให้ว่าตอนนี้ผมอยากจะแย่แล้ว!” เคลย์ริกทำหน้าหื่นๆ ใส่ราวกับโจรบ้ากาม

        “ไม่อยาก!” มธุราปฏิเสธแบบไม่ต้องหยุดคิดไตร่ตรองให้เปลืองเวลา พร้อมกับดิ้นรนให้พ้นจากพันธนาการน่าหวาดเสียว

        “งั้นก็อย่าเรื่องมากได้ไหม กะอีแค่โดนจูบโดนดูดนม นิดๆ หน่อยๆ แค่นี้ทำเป็นหวงไปได้” แล้วใช่ว่าเขาทำไปแล้วเขาจะไม่รับผิดซะเมื่อไหร่ล่ะ แต่มันติดตรงที่เจ้าตัวนี่แหละไม่ยอมตกลงสักที แล้วถ้ารู้ว่าจะตกลงกันยากกันเย็นขนาดนี้ เขาจับปล้ำข้ามขั้นไปเป็นเมียเลยดีกว่า ไม่ต้องมาเสียเวลาขอเป็นแฟนให้ยุ่งยาก

        “คุณนี่เฮ้ย! ฉันไม่รู้จะด่าคุณยังไงดีแล้วนะ” อีตาบ้า พูดมาได้นะว่าแค่โดนจูบโดนดูดนมแค่นี้เป็นทำหวง ก็มันของของเธอนี่ ทำไมจะหวงไม่ได้ อีกอย่างเขาก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเธอเสียหน่อย จะมาล่วงเกินเธอได้อย่างไร

        “งั้นก็อย่าด่า” เคลย์ริกยอกย้อนได้แบบที่มธุราอยากจะหันไปเอาหัวโขกข้างฝา

        “อีตาบ้าเฮ้ย!” เสียงหวานตะโกนว่าอย่างเหลืออด

        “ไหนว่าไม่รู้จะด่าอะไรไง แล้วทำไมยังจะด่าผมอีตาบ้าอีกล่ะ แต่ผมว่าเราหยุดเถียงกันก่อนดีกว่า แล้วมาตกลงกัน แต่เดี๋ยวผมสรุปล่ะเลยกัน ตกลงคุณยอมเป็นแฟนผมแล้วนะยาหยี” สรุปเรียบร้อยแล้วก็จ้องคนตัวเล็กเขม็ง ลุ้นว่าแม่ตัวแสบจะตอบมาอย่างไร

        “ไม่” มธุรายังยืนคำตอบเดิม ทั้งที่ใจนั่นกลัวแสนกลัวว่าเขาจะข่มเหงรังแก

        “แน่ใจว่าคิดดีแล้ว” เจ้าของเสียงโน้มหน้าลงมาคุกคาม

        “ก็แน่แล้วน่ะสิถึงได้พูดออกไป ว่าแต่คุณเถอะ ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากเป็นแฟนแล้วหรือไง ถึงได้มาบังคับขู่เข็ญให้ฉันยอมเป็นแฟนด้วยอยู่ได้” แต่ถ้าขอดีๆ เธออาจจะรับไว้พิจารณาก็ได้ เพราะอีตานี่ก็ถือว่าเป็นผู้ชายที่น่าคบหาอยู่ไม่น้อย แต่เสียอย่างเดียวชอบทำหน้าโหดและชอบฉวยโอกาส

        “มีเป็นร้อยที่อยากได้ผมเป็นสามี” คนเสน่ห์แรงยิ้มกว้าง แถมยักคิ้วให้อีก

        “เหอะ! ถ้ามีเยอะขนาดนั้น งั้นคุณก็ไปเลือกมาสักคนสิ แล้วก็ปล่อยฉันกลับประเทศของฉัน ฉันสัญญาว่าจะไม่เอาเรื่องที่คุณจับฉันมา” มธุราบิดปากเหยียดๆ อย่างหมั่นไส้คนตัวโต

        “เสียใจด้วยนะยาหยี เพราะผู้หญิงที่ผมอยากได้เป็นแฟนคือคุณคนเดียว” คำตอบจากคนเผด็จการทำให้มธุราถึงกับพ่นลมหายใจออกมาดังเฮือก แต่กระนั้นก็แอบภูมิใจนิดๆ อยู่เหมือนกัน ทว่า...เวลานี้เธออยากกลับบ้านมากที่สุด เรื่องฟงเรื่องแฟนเอาไว้ทีหลัง

        “แต่ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่คุณฝันไว้นะ ฉันฉันด่าเก่ง แถมขี้เกียจมากๆ ด้วย แล้วที่สำคัญฉันก็ไม่ใช่ลูกหลานมหาเศรษฐีระดับเดียวกับคุณด้วยนะ คุณไปหาคนอื่นเถอะ” คนยังไม่อยากมีแฟนบอกข้อแตกเพื่อให้เขาได้ฉุกคิดมาบ้าง เพราะอย่างน้อยๆ คนรวยระดับอีตาหน้าโหดคนนี้ การจะหาผู้หญิงสักคนมาเป็นภรรยายังไงซะก็ต้องปรึกษาบิดามารดาเสียก่อน เพราะพวกท่านก็คงอยากได้สะใภ้ที่มีฐานะทัดเทียมกัน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha