แผนร้อนซ่อนเสน่หา(20+)จบ

โดย: ผรัณดา



ตอนที่ 18 : คนก็บ้า หมาก็ซ่า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

นี่ก็ใกล้จะสว่างแล้ว  เขาวางเทวิกาลงใช้หน้าตักของตัวเองเป็นหมอนให้หญิงสาวที่กำลังนิทราหนุน  แล้วเเอนหลังพิงต้นไม้    ตื่นมาอีกทีก็สว่างเสียแล้ว พร้อมกับความรู้สึกว่าขาตัวเองเริ่มชา ๆ

            “โอ๊ย ขยับเบาเบาสิ ผู้หญิงอะไรขนาดแค่หัวยังหนักเป็นบ้า เหน็บกินขาผมจนชาหมดละเนี่ย”

            “ดี สมน้ำหน้า ถ้าคุณปล่อยให้ชั้นหนีไปก็สิ้นเรื่อง”

            “นี่แน่ะ ๆๆ”

            “อย่า ๆ  โอ๊ย ยัยบ้าเอ้ย มันเสียวขานะ”

เทวิกาลืมตาขึ้น พอนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นได้ก็หงุดหงิด ยิ่งเขาห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เธอแกล้งใช้มือบีบที่ขาของเขาให้รู้สึกเสียวปนเจ็บปวด จนคนตัวใหญ่แสดงอาการโมโห

            “คุณตามหาชั้นเจอได้ยังไงกัน”

            “ก็ตอนที่คุณสอดจดหมายเข้าไปในห้องผม ผมยังไม่หลับ ตอนแรกนึกว่าจะเป็นจดหมายรัก ที่ไหนได้ จดหมายของคนทำผิดแล้วยังมีหน้ามาคิดหนี”

            “บ้าเอ๊ย ลืมไปเลย ว่าคนแก่อย่างคุณนอนหลับยาก”

เทวิกาเอาฝ่ามือตบหน้าผากตัวเองสองสามครั้ง โทษที่ตัวเองช่างโง่เขลาไม่ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน

            “ว่าใครแก่ คุณพลาดเองช่วยไม่ได้ ในจดหมายเขียนได้ซึ้งกินใจดี  แต่ผมลืมไปหมดแล้ว ถือว่าไม่ได้อ่านอะไรก็แล้วกัน”

            “คุณจะมาพูดแบบนี้ไม่ได้นะ ก็บอกแล้วไงคุณมีเมียอยู่แล้ว อย่ามาฉุดให้ชั้นตกนรกไปกับคุณเลย ชั้นไม่อยากแย่งของของใคร”

            “ผมไม่ได้ให้คุณมาแย่งผมไปจากใคร คุณเป็นแค่จำเลยของผม อย่าสำคัญตัวเองผิด”

เทวิกาได้ฟังที่เขาพูดก็หน้าชาเหมือนถูกตบ จริงอย่างที่เขาว่า เธอมาอยู่ที่นี่ในฐานะจำเลย ไม่ใช่เมียเก็บของเขา เธอรู้สึกหน้าแตกจนหมอไม่รับรักษา

            “ถ้างั้นต่อไปนี้ห้ามมาจับต้องตัวชั้นนะ ไอ้คนบ้า คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะทำรุ่มร่ามกับชั้น เข้าใจไหม”

เทวิกาวิ่งกลับเข้าบ้านด้วยความโกรธและความอับอายเป็นที่สุด

           

            “จะออกไปข้างนอก เดี๋ยวตอนเย็นผมจะรีบกลับนะ”

            “..............” เธอเงียบ

            “คุณอยู่คนเดียวได้ไหม”

ทุกทีที่เหมกรออกไปทำงาน เค้าไม่ค่อยเป็นห่วงเธอมากนัก เพราะมีคนงานคอยเป็นหูเป็นตาให้ แต่อาทิตย์นี้ทั้งไร่ก็มีแค่เขาและเธอเท่านั้น  เมื่อคืนพอกลับเข้ามาเขาก็รีบเครียร์งานทั้งหมด ยอมอดหลับอดนอน เพื่อที่จะได้อยู่ไร่ระหว่างที่คนงานไม่อยู่

            “ไม่ถามหน่อยเหรอว่าผมจะไปไหน”

            “จะไปไหน ไปหาใครก็เรื่องของคุณ ชั้นเป็นจำเลย คงไม่มีสิทธิ์ถาม ยิ่งถ้าคุณไปไม่กลับมายิ่งดีใหญ่   พอใจไหมคะ”

เทวิกาพยายามเน้นเสียงเพื่อยั่วอารมณ์เขา

            “ถ้าพูดแบบนี้ ก็ไม่ต้องพูดดีกว่า อยู่คนเดียวระวังนะ ถ้ามีอะไรใช้โทรศัพท์บ้านได้”

            “จริงเหรอ มันใช้ได้ใช่ไหม”

            “อื้ม  โทรได้แค่เบอร์ผมคนเดียว เบอร์อื่นผมบล็อกไว้หมดแล้ว ”

เขาพูดอย่างหน้าตาเฉย

เธออุตส่าห์ดีใจ แต่ได้แค่สามวิเท่านั้น เท่านั้นจริง ๆ

 

            “เฮ้อออออออออ”          

ถ้านับดี ๆ เป็นหลายสิบรอบแล้วที่เทวิกาถอนหายใจ ถ้าตอนนั้นหนีไปได้ ป่านนี้คงได้กอดคอร้องไห้กับกิ่งฟ้าด้วยความดีใจเป็นแน่ แต่ในเมื่อหนีไปไหนไม่ได้ มันก็ไม่มีทางเลือกแล้ว   คงจำต้องอยู่ที่นี่ต่อไปเป็นลูกไก่ในกำมือเขา คิดเสียว่าเคยทำเวรทำกรรมไว้ สักวันเขาเบื่อคงต้องปล่อยตนไปแน่ แล้วใครกันนะที่ทำให้ธาวิตได้รับบาดเจ็บปางตายได้ ตอนนี้เธออโหสิกรรมให้ทั้งอนุชา และธาวิตแล้ว สิ่งที่พวกเขาทำกับเธอและเพื่อน ตอนนี้พวกเขาได้รับผลตอบแทนแล้ว แต่ตัวเองนี่สิ เป็นแพะรับบาปชัด ๆ   จะพูดไปก็เหมือนน้ำเต็มปาก กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก ช่างอับจนหนทางเสียจริง ๆ

           

             “ออกมานี่หน่อยคุณ”

            “........”

ไม่ทันค่ำ เหมกรก็กลับมาตามที่เขาบอก พอลงจากรถก็ตะโกนเรียกหญิงสาว แต่ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้น เธอนอนอ่านหนังสือบนโซฟาหนานุ่ม โดยทำเป็นไม่สนใจที่เขาเรียก

            “ผมบอกให้ออกมา ถ้าคุณไม่ออกมาคุณจะเสียใจ”

            “อะไรอีกละคุณ 



               ว้าววววว”

เทวิกาฝืนเดินมาพิงประตู แล้วสายตาก็เห็นสิ่งที่เค้าอุ้มมา

            “โฮ่ง โฮ่ง”

            “หมาน้อย น่ารักจัง คุณไปเจอมันที่ไหน”

            “โกลเด้นนะคุณ จะไปเจอข้างทางได้ไงเล่า”

            “จะไปรู้คุณเหรอ ใครจะคิดว่าคุณจะยอมเสียตังค์ซื้อมันมาให้ชั้นละ”

            “ห๊ะ ใครบอกคุณว่าผมซื้อให้”

            “อ้าว ถ้าคุณไม่เอามาให้ชั้นแล้วคุณจะเรียกให้ชั้นออกมาทำไมละ จริงไหม”

เหมกรทำวางฟอร์มแต่ก็ถูกเทวิกาต้อนจนเข้ามุม วันนี้เขาออกไปข้างนอกเพื่อนัดให้เลขามารับงานที่เขารีบทำเมื่อคืน ส่วนเวลาที่เหลือเขาได้ไปเลือกหาหมาพันธุ์โกลเด้นมาเพื่อหวังจะได้ให้มันมาเป็นเพื่อนคลายเหงาแก่เทวิกา โกลเด้นเพศเมีย วัยประมาณสองเดือน ตัวสีน้ำตาลอ่อน หน้าตาน่ารัก แค่เพียงแรกเห็นก็เป็นที่ถูกใจของเทวิกายิ่งนัก

            “คุณตั้งชื่อให้มันหรือยัง ถ้าตั้งแล้วขอเปลี่ยนนะ ชั้นจะเป็นคนตั้งชื่อให้มันเอง”

            “ผมเป็นคนจ่ายเงินนะ”

            “น่า  ต่อไปนี้มันเป็นของชั้นต่างหาก ตอนกลางวันคุณก็ไปทำงาน ไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงจริงไหม เพราะฉะนั้นคนที่ดูแลมันก็คือชั้น และชั้นก็จะเป็นเจ้าของหมาน้อยตัวนี้ไงละ”

            “หึ อย่ามามั่วเลย”

            “หยุด กำลังใช้ความคิดว่าจะตั้งชื่อให้มันว่าอะไรดี คุณได้ถามคนขายไหมว่ามันเกิดวันอะไรที่เท่าไหร่”

            “อื้มร้านอื่นเค้าก็บอกนะ แต่ร้านที่ซื้อตัวนี้มาคนขายไม่ได้บอกอะไรมากนัก ขังมันไว้แบบปล่อยปละละเลย ผมสงสารก็เลยพามันมาอยู่ด้วย”

            “หมดกัน พ่อค้าแม่ค้าแบบนั้นก็นะ สัตว์ก็มีชีวิตจิตใจ แถมมันเป็นอาชีพที่ทำเงินให้ แทนที่จะดูแลกันดี ๆ แย่จริง ๆ เลย”

เทวิกาบ่นจนเหมกรกระพริบตาถี่ ๆ

            “แย่จังว่าจะหาชื่อดี ๆ ให้ถูกกับวันเกิดมันสักหน่อย ชื่อไรดีน่า  คิดไม่ออก ที่คิดไว้ก็มีหลายชื่อ  อื้ม”

เหมกส่ายหัวไปมามองดูหมาน้อยในอ้อมกอดหญิงสาว

            “เอ้า  ถ้าคิดว่าเป็นเจ้าของหมาก็แบกอาหารกระสอบนี้เข้าบ้านด้วยนะ ฮึบ”

เหมกรแบกกระสอบอาหารขนาดยี่สิบกิโลกรัมมาวางข้างหน้าเธอ แล้วเดินเข้าบ้านปล่อยให้หญิงสาวมองตามหลังไปอย่างงุนงง

            “อะ ลงไปสำรวจบ้านใหม่ก่อนนะลูกนะ เดี๋ยวแม่จัดการกับไอ้อาหารกระสอบนี้ก่อน เพราะสุภาพบุรุษเค้าเดินนำหน้าเข้าบ้านไปแล้ว”

แม้น้ำหนักไม่เยอะแต่ทำเอาเทวิกาหอบได้เหมือนกัน ทั้งลากทั้งจูง ทั้งยกเข้าบ้าน โดยที่ชายหนุ่มแอบมองอย่างสะใจ

            “มา  ลูกมา จะตั้งชื่อแบบไหนดีนะ ชื่อแบบ ขนม น้ำดื่ม รึ ชื่อสัตว์ดี”

            “โอย ยังคิดไม่ออกเหรอคุณ เดือนหน้าหมามันจะมีชื่อไหมเนี่ย คิดเยอะคิดแยะจัง ท่าจะบ้านะคุณอะ”

            “ถ้าไม่ช่วยก็นั่งนิ่ง ๆ ”

ระหว่างที่เถียงกันนั้น หมาน้อยของเทวิกา เข้ามากัดหมอนบนโซฟาที่ทั้งสองกำลังนั่ง

            “ไม่เอานะคะลูก ไม่ดี ขอตีปากทีนึงค่ะ แล้วจำไว้ด้วยนะคะว่าเล่นไม่ได้ เดี๋ยวแม่หาตุ๊กตาให้เล่นนะ”

            “ผมละสงสัยจัง คนอะไรมีลูกเป็นหมา ทีกับหมาละพูดดีเหลือเกิน ทีกับผมพูด....”

            “คุณสิพูดหมา ๆ”

            “เฮ้ย พูดไม่เพราะนะคุณ ผมยังไม่ทันได้พูดออกมาเลย”

เธอไม่เถียงแต่ค้อนใส่เขา ทั้งสองหยอกล้อกับสมาชิกตัวใหม่ให้มันคุ้นเคย

            “ชั้นพามันนอนบนเตียงได้ไหม”

            “อย่านะคุณ มันอาจมีเห็บหมัดตัวเล็ก ๆ บางทีเราอาจมองไม่เห็นก็ได้นะ”

            “คุณไม่ต้องเป็นห่วงชั้นหรอก เดี๋ยวชั้นอาบน้ำให้มันก็ได้”

            “หึ ผมเป็นห่วงที่นอนผมต่างหาก  ยังไงก็ห้ามเด็ดขาด”

เธอเบ้ปาก โดยที่เขาไม่เห็น

            “ซนเหมือนเจ้าของมันเลยเนอะ”

            “เหมือนคุณต่างหาก เค้าว่ากันว่า หมาจะมีนิสัยเหมือนคนที่จับมันมา”

            “ผมไม่รู้จักหรอกว่าเค้านั้นใคร แล้วอย่ามัวแต่เพลินกับลูกของคุณละ เพราะคุณต้องไปทำความสะอาดบ้านให้ลูกของผม” 

เทวิกาได้ฟังที่เขาบอกก็คิ้วขมวดนึกไม่ถึงว่าสิ่งที่เขาพูดหมายถึงอะไร แต่พอเข้าใจความหมายเธอก็ย้อนเขาทันควัน

            “อ้อ  เพิ่งรู้นะว่าคนมีลูกเป็นม้าได้         ว่าแต่พรุ่งนี้ได้ไหมอะ วันนี้ชั้นขอเล่นกับลูกก่อน”

            “ไม่ได้ จะเห่อลูกก็เห่อไป แต่อย่าให้เสียงาน เดี๋ยวให้อดข้าวทั้งแม่ทั้งลูก จำเอาไว้”

เหมกรใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าผากของเทวิกาอย่างไม่จริงจังนัก

            “เช่อะ   มานี่ลูกมาไปเล่นข้างนอกกัน”

            “โฮ่ง โฮ่ง” หมาน้อยวิ่งตามไปทันที

           


            “หมดสนุกแล้วคุณ มาตามผมมา ผมจะจูงม้าออกมา แล้วคุณก็เข้าไปขัดทำความสะอาดซะ”

            “โฮ่ง โฮ่ง แฮ่ แฮ่”

ลูกหมาของเทวิกาเห็นม้าสองตัวก็ทั้งเห่าทั้งขู่ จนเหมกรช้อนตัวแล้วพาเข้าไปใกล้เพื่อให้สัตว์ทั้งสองชนิดเกิดความคุ้นเคยกัน

            “อย่าทำอะไรลูกชั้นนะ”

            “แหมคุณ ทีเมื่อก่อนละมานั่งระบายความทุกข์กับม้าของผม ม้าน้อยอย่างนั้น ม้าน้อยอย่างนี้ พอมีเพื่อนใหม่ละทิ้งม้าน้อยทันทีเลยนะ”

            “ไม่ใช่สักหน่อย ก็ยังรักมันเหมือนเดิม แต่หมั่นไส้พ่อมัน”

            “ม้าคุณชื่อ ไมโลกะโอเลี้ยง  งั้นหมาน้อยชื่อ ชื่อ ” เทวิกากุมหัวพลางคิดชื่อหมาให้คล้องจองกับชื่อม้าของเหมกร

            “กาแฟ” เหมกรพูดออกมาเสียงดัง

            “ไม่เอา ชั้นไม่ชอบดื่มกาแฟ  ”

            “ไปล้างคอกเลยไป๊ ผมขี้เกียจเถียงกับคุณแล้ว”

เขาไล่ให้เธอไปทำงาน  ระหว่างที่เธอทำความสะอาดคอกม้าไปเธอก็คิดชื่อให้ลูกหมาไป จนไม่ได้สนใจกลิ่นเหม็นเขียวข้างตัวเลยสักนิด

            “เป็นไรคุณ เหนื่อยเหรอ ทำหน้าเศร้าเหมือนหมาฝันร้าย”

            “รู้ดีนะคุณ หมามันฝันได้ด้วยเหรอ  ชั้นไม่ได้เหนื่อย แต่เครียดคิดชื่อหมาไม่ออกสักที ชื่อนั้นก็ดี ชื่อนี้ก็ชอบ”

            “ผมอยากตาย ไม่อยากจะฟังคุณบ่นเรื่องหมา ๆ เชิญคุณคิดไปคนเดียวก็แล้วกัน”

            “นึกออกแล้ว โซดา”

            “ชอบดื่มเหล้าเหรอคุณ ถึงได้ตั้งชื่อหมาแบบนี้”

            “โซดาไม่ได้มีไว้คู่กับเหล้าอย่างเดียวนะ ทำอย่างอื่นได้ตั้งเยอะแยะ อีกอย่างมันมันซู่ซ่าดี   แม่จะให้หนูชื่อว่าโซดานะคะ โซดา ชอบไหม”

เธออุ้มหมาน้อยขึ้นมาแล้วบอกชื่อมันซ้ำ ๆ หมาน้อยที่ชื่อว่าโซดาเมื่อเห็นหญิงสาวยื่นหน้ามาใกล้  ๆ ก็เลียเข้ายกใหญ่

            “ทีนี้บ้านผมคงจะเละ คนก็บ้า หมาก็ซ่า”

            “บ่นอะไรชั้นได้ยินนะ”

            “เปล่า ผมว่าวันนี้อากาศร้อนเป็นบ้า”

            “ปกติคุณก็บ้าอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับอากาศหรอก”

            “หืม  คุณนี่มันน่านัก”

            “ทำไม ๆ” เธอทำหน้าตายั่วโมโห จนเขาต้องเดินหนีไป  วันนี้ทั้งสองรู้สึกดีเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะมีสมาชิกตัวใหม่เข้ามาทำให้บ้านมีสีสันขึ้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha