ลดราคา(จบ)เล่ห์พยัคฆ์🔞

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : จื่อถงผู้กวนใจ1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

...

5

     มารู้ตัวอีกที ปากดันโพล่งคำชวนสงสัยไปเสียแล้ว จางเชียนหยวนสงสัยนัก อยากรู้ให้จงได้    “จวนท่านอ๋องมีมังกร?  มังกรอันใด?”

    สีหน้าซีเหยาเปลี่ยนเป็นซีด จะหาคำใดมากล่าวเปลี่ยนได้ ...แถอย่างใดดีหนอ…  กานํ้าชารินนํ้าลงจอก นางยกซดไล่ความขมใจออกจากอก  “เปล่า  พอดีว่าจวนมันกว้าง ข้าไปไม่ถูกเลยลงจากหลังคามาดูชม แต่..เห็นภาพวาดมังกรเท่านั้น มันน่าสยดสยองมาก”   ไม่บอกเฉย นางเบิกตาอ้าปาก นิ่วหน้าปานสะพรึงกลัวหน้ายื่นหาอาจารย์อีกด้วย ว่าแล้วก็รินชากรอกปากตัวเอง ไล่ความขมใจอีกครา

     “อันตรายหรือ? มีสิ่งใดยิ่งใหญ่”   จะไม่ถามต่อก็อดอยากทราบเรื่องมิได้  ทว่าคำถามนี้ นางแทบจะสำลักน้ำตาย ส่งเสียงไอโขลกๆหน้าดำหน้าแดง

  พอยามหายใจได้ ก็ตบโต๊ะดังปัง! ตาเขียวใส่จางเชียนหยวน  “ท่าน ไม่ไปนับการก้าวขาข้าด้วยล่ะ ว่าวัน ๆ ข้าก้าวเท้ากี่ก้าว ไม่บอก ไม่ต้องอยากรู้ ไม่...สำคัญ  จะสอบอยู่รอมร่อ หาข้ออ้างมาให้งานเรื่อยเลย อยากให้ข้าสอบตกหรือ  เฮอะ!”    เลี่ยงได้แล้ว ซีเหยาคว้าตำราเข้าห้องเรียนมิแลหลัง

    จางเชียวหยวนเกาหัวแกรกๆ ชนิดไปไม่ถูก นึกคิดใคร่ครวญ ไม่สามารถเข้าใจอารมณ์ศิษย์ผู้นี้ได้  ...มันเป็นอะไรของมัน ถึงได้กระพัดกระพือดูตื่นตูมเป็นพิเศษ….

    ตำราใดท่องไว้ในใจไม่เข้าหัว การสอบเริ่มต้นในอีกไม่ช้า จะมาเสียสิ้นสมาธิอย่างนี้ ป่นปี้เป็นแน่ ใกล้เข้าเวลาเรียน หวังหยางสือหิ้วของดีเข้ามา แม้นว่าจะมีนํ้าหยดลงติ๋ง ๆ เลอะเปรอะมาตามพื้น แต่นั่นย่อมเป็นสิ่งดึงดูดบุรุษเพศเป็นอย่างดี

   ศิษย์พี่ตัวการยกผ้าขาวชุดหนึ่งขึ้น เอ่ยเสียงดังตื่นเต้น  “นี่ ๆ ๆ  พวกเจ้า ชุดผู้หญิงที่เปียกปอนนี้ ข้าให้ท้าย ว่าข้าไปเอามาจากที่ใด”

    เหล่าสหายน้อยใหญ่วิ่งกรูเข้าหา บดบังสายตาซีเหยา แต่นางไม่ได้ใส่ใจ เลื่อนสายตามองดูตำราต่อไป ศิษย์พี่นางพูดอย่างตื่นเต้น ตามประสาชายไม่ค่อยพบสตรี   “ดูจากผ้า คิดว่าย่อมเป็นของหญิงงาม”   หวังหยางสือว่า

    “หุ่นนางจะเป็นยังไงกันนะ”

    “ต้องเพรียวบางผิวขาวสิ”

    “ใบหน้าต้องนวลเนียนเป็นแน่”

    “ข้าว่า ต้องงามล่มเมือง”

    เข้าหูดี แต่ขัดใจยิ่งนัก หวังหยางสือตั้งประโยคว่าได้มาจากไหน? แล้วไยมาบรรยายถึงรูปลักษณ์?   “ฮึ่ย! ข้าถามว่า เจ้าคิดว่าชุดนี้ข้าได้มาจากที่ใด มิได้ถามถึงคนใส่”

    “มันเปียก..”     เสิ่นหลิวฉูว่า มือคว้าผ้าขึ้นมาจับพลิก หาสิ่งที่ใจนึกอยากจะเห็น

    หวังหยางสือหัวร่อ รู้ทันดีกับที่กำลังหา  “ไม่มีหรอกต้องถามอาเหยา ว่าเจ้านั่นไปถอดเอี๊ยมของนางไว้ที่ไหน?”

    ซีเหยาเงยหน้ามองฉับพลัน เพ่งพิศไปยังชุดสีขาว เท้าเรียวก้าวสามขุมถึงตัวหยางสือ กระชากผ้าออกจากมือ หน้าซีดเผือด หัวใจเต้นไม่สมํ่าเสมอ แอบสั่นเทิมเล็กน้อย “ไม่มีอันให้ให้พวกท่านมาอยากรู้หรอก นะ..นางใส่ชุดข้ากลับบ้าน”   ซีเหยาเฉไฉ อ้างสมยอมไปตามสถานะการณ์ ศิษย์พี่โห่ร้องท้วงติงแซวเจื้อยแจ้ว

     “ไม่ทันไรได้สาวมานอนกอดเสียแล้ว ไหนบอกข้ามา ใครบนใครล่าง” หวังหยางสืออยากรู้นัก ส่งเสียงหาคำตอบ แววตาเต็มไปด้วยความใคร่รู้ ซีเหยาจะเอาแต่เงียบอยู่ก็มิใช่วิสัย บอกๆไปไม่เสียหายกระมัง?

    อาเหยาตบไหล่เชิงล้อไปหนึ่งหน นึกถึงคืนตกบ่ออาบนํ้าท่วงท่ากระเสือกกระสนหนีจากนํ้า ดำผุดดำโผล่ มือคว้าดึงร่างจ้าวจื่อถงยึดกายไว้ครานั้น พอจะสุ่มเดาได้ว่าเป็นอย่างไร  “ข้าต้องบนสิ ท่านบอกข้า”   อาเหยาว่าก็หัวร่อร่า กลบเกลื่อนเรื่องน่าอาย  ...อย่าให้ใครรู้เชียวว่าข้าคร่อมบุรุษ โธ่เอ๋ย สตรีอย่างข้าหาความเพียบพร้อมไม่ได้ก็แล้วแต่ใครมันเถอะ!....

   ฟังจากอาเหยาเล่าอย่างนี้พวกเขาจะชักช้าไม่ได้แล้ว คิดไม่ถึงว่าตัวแห้งๆเหมือนตัวไร้เรี่ยวแรงจะมีหญิงสาวมาร่วมห้อง นึกแล้วมันอิจฉาเสียจริง

    ชุดแพทย์สีขาวประดับบนร่าง สวมหมวกประจำนักเรียนแพทย์พร้อมเตรียมสอบ คำสั่งจากจางเชียวหยวนกล่าวดัง คล้ายสอนคำว่าหมอให้ลึกซึ้ง

   ชายแก่เดินผาดผาย ถึงจะผมขาวแต่ร่างยังสูงตรง เดินอาด ๆ วนไปกลับมาต่อหน้าศิษย์อยู่เนือง ๆ สั่งสอนเคี่ยวกรำด้วยคำตั้งมั่น   “จงเป็นหมอที่ห่วงชีวิตสรรพสิ่ง อย่าได้ท้วงติงค่ารักษา ชีวิตคนย่อมสำคัญกว่าอื่นใด สูญเสียไปหามิได้ดั่งเงินทอง ฉะนั้น ยามมีคนตกยากแสนลำบาก อย่างหมางเมินเพลินตาต่อเบี้ยอัด จงทำด้วยใจตั้งมั่น เรียนหมออย่าหวังรวยทรัพย์ จงรวยความรู้เถิด”

    เหล่าศิษย์ตัวน้อยกำลังเจริญวัยสู้แพทย์ฝีมือยิ่งใหญ่ ต่างรับคำเคี่ยวกรำสอน ประคองมือค้อมกายลง รับคำสอนเข้าจิตสำนึก  เชียนหยวนมีแต่รอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้า เด็กพวกนี้คือชุดสุดท้ายแล้ว ที่เขาจะเปิดโรงหมอสอน  หมดพวกนี้ ต้องปิดลงเสียแล้ว

    ย้ายเท้าย่างเข้าวังหลวง นักเรียนแพทย์ตั้งหน้าตั้งตารอ

    การทดสอบมีอยู่สองขั้น สอบด้วยทฤษฎีและปฏิบัติ  ขั้นแรกคือสอบข้อเขียน ให้แพทย์หลวงเป็นผู้คัดเลือก ข้อสองสอบด้วยปฏิบัติ ทางวังคัดเลือกผู้ป่วยนอกซึ่งเป็นชาวประชาชนมาจนถึงขุนนาง

    ลานกว้างใหญ่เป็นจุดเริ่ม โต๊ะเตี้ยสีแดงจัดวางระยะห่างไกลกันถึงสองจั้ง แม้แต่เสียงกระซิบมิอาจส่งถึง

    หน้าลานกว้าง เก้าอี้บุหนังส่วนฐานไม้ชินชันแกะสลักลายมังกรจากฐานขึ้นสู่พนักพิง ดูวิจิตรบรรจงศิลป์งามยิ่งยวด ตั้งอยู่หว่างกลางของมหาเสนาบดีซ้ายและขวางามสง่าโดดเด่นนัก ใครผู้ใดก็กล่าวว่าจักรพรรดิผู้นี้รูปโฉมงามนัก ดวงคมกริบราวกับเหยี่ยว ริมฝีปากหยักได้รูบเสริมโครงหน้าน่าดูชม แต่ข้างๆยังมีอีกชายที่ไม่ยอมอ่อนด้อยในเรื่องรูปลักษณ์ แม้ว่าจะหน้าซีดปากเซียวไปหน่อยแต่มิได้มีสีหน้าหมองคลํ้า กลับสดใสอยู่ไม่มีจุดใดตกหล่นในรูปโฉม จ้าว จื่อถง

เพลานี้ไม่สบายจริง อยู่ใกล้องค์จักรพรรดิ ไม่ได้เรื่องการงานยัดเยียดนี้นับว่าดีล้วน ประเดี๋ยวขาดสิ่งใด เป็นหาเรื่องใช้ให้ทำ หากจะไหว้วานหยิบชาส่งเหล้าไม่เกี่ยง อยากจะเถียงเหลือเกินว่างานในราชสำนัก อย่าได้ยัดเยียดให้มานักจะได้ไหม ผู้ใดอยากได้เชิญทำไป ครั้นจ้าวจื่อถงจับงานเมื่อไหร่ เหล่าขุนนางเป็นเสนอบุตรธิดามาให้ทุกครั้งไป มิได้อยากแต่งงานยามนี้ เที่ยวเล่นเป็นดีที่สุด ใครจะว่าอย่างก็แล้วแต่จะคิด ชีวิตนี้มิรู้เจ็บมิรู้ตายยามใด จะเอาโซ่มาพันขาไปไย

    จบข้อเขียนเหลือภาคปฏิบัติ จื่อถงเข้าใกล้จ้าวสุนทิ้งระยะห่างมาหนึ่งจั้ง หวั่นจะติดไข้ได้ป่วยตามกันให้ยาก จ้าวสุนทรงพระสรวลอย่างระอา  “แน่หรือจะหาแพทย์ดีๆให้ข้าแล้วจะถูกคนเสมอไป”

   อ๋องน้องประคองมือค้อมกายลง กล่าวด้วยท่าทางเรียบร้อยขึ้น  ..แค่เป็นไข้เท่านั้นแหละ…   “หนึ่งในร้อยเท่านั้นพะย่ะค่ะ”

    “เจ้าบอกมาเถอะ ว่าไม่อยากเข้าทำงานในราชสำนัก”   จักรพรรดิยกพระหัตถ์ปัดคำกล่าวอ้าง

   จื่อถงหัวร่อบางเบากล่าวทูลให้อารมณ์ดี    “กระหม่อมไม่ชอบชุดเขียวพะย่ะค่ะ สีขาวเหมาะสุด ใบไม้ล้วนแต่เคลื่อนไหวเองมิได้ เป็นปุยเมฆยังดีอยู่บ้าง”

    จักรพรรดิขบขันพระสรวลอีกครั้งเสียงดัง ประหนึ่งว่าถูกพระทัยนัก “ชั่งคิดเปรียบ ชอบล่องลอยเหมือนเมฆไปวัน ๆ ไม่อยากแข็งทื่อดั่งต้นไม้ใบหญ้า ฮ่า ๆ ๆ ๆ กล้ามาก”   จักรพรรดิตรัสแล้วเหลียวมองลานกว้าง เพียงอึดใจหนึ่งกลับมิสนใจ จัดการจ้าวจื่อถงส่งลงไปยังแพทย์น้อย สลากเลขหมายอยู่ในโถดินเผาเคลือบลาย จักรพรรดิเรียกมหาขันทีมาปรึกษา หารือกันได้แล้วมือเสนาบดีจัดการจับรายชื่อขึ้น แล้วกล่าวเรียงไปตามที่เป็น

    ซีเหยาพบปะคนไข้ คิ้วกระตุกหงึก ๆ พลันท่องให้ตนสงบสติอารมณ์ ชุดนักเรียนแพทย์เกล้าผมขึ้นสูงประกอบกับหมวกสูงสีขาวนี่ คงจำกันมิได้กระมัง? ...อย่าจำได้เชียว มิเช่นนั้นจะฝังเข็มให้ตาย ๆ ไปเลย…   ซีเหยาจับข้อมือที่ร้อนผ่าว ชีพจรเต้นถี่ มิได้ตกหลุมรักใครในตอนนี้แน่ มือนางยังวางทาบหน้าอกจื่อถงสำรวจวิธีการหายใจ ดวงตาไม่ได้เหลียวมอง เพียงใช้ฝ่ามือสัมผัสวัดระดับเลือดลม ทั้งยังใช้ลมปราณที่มีไม่แข็งแกร่งมากเพื่อตรวจตราร่างกายภายใน  ….ในตัวร้อน….    “ท่านต้องเช็ดตัว เพราะเป็นไข้ ส่วนอาการหวัดไม่มี”

    จื่อถงมองเฉื่อย ผิวหน้าซีดปากไร้สีสัน “ข้าไม่ถอดเสื้อผ้ากลางลานนี้เป็นแน่”  แม้จะป่วยยิ้มมีรอยยิ้มรั้นผุด  “ข้าไม่ให้ใครมาแทะโลมร่างข้าเด็ดขาด เห็นนางในพวกนั้นหรือไม่ ขืนเปลื้องอาภรณ์ พวกนางจะลือรูปร่างข้ากันตั้งแต่หัววัง ยันท้ายวังกันเลยทีเดียว”  จื่อถงแค่นเสียงฮึดฮัดขึ้นจมูก  “หาวิธีสิ นักเรียนแพทย์”

    ...เอาเข็มเจาะกะโหลกท่านอ๋องผู้นี้ได้หรือไม่ ไม่สิ..ต้องใช้มีดผ่าดูสมองตัดเอาส่วนไม่จำเป็นออกเสียให้หมด ว่าแต่ หากตัดออกจะเหลือสมองหรือ?...

🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"“จื่อถง! จับตรงไหนของเจ้าเอามือออกนะ โอ้ยเล่นบ้าอะไร ตรงนั้นอย่า ปล่อยข้า กล้าอีกอย่าหาว่าไม่เตือน” แลเห็นว่านางโกรธจัด ยามมองเห็นสีทาปากตนเองติดบนปากจื่อถงแล้วน่าอายนัก นางพยายามใช้หลังมือเช็ดปากตัวเอง ลบล้างรอยจูบเมื่อครู่ให้ออก แต่กลับถูกจูบใหม่ ใช้มือกระทำการอุกอาจ"

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha