แรงฤทธิ์พิศวาส

โดย: พลอยเฟื่อง



ตอนที่ 2 : เล็งหาเป้าหมาย - 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ทัศนัยพ่นลมหายใจอย่างหน่ายๆ บทจะได้บ้านที่เคยอยากได้ ก็ได้มาง่ายๆ แต่เงินตั้งสี่ล้าน ก็ไม่ใช่จำนวนที่น้อยเลย ยิ่งตอนนี้เขาไม่ได้มีอาชีพเป็นหลักแหล่งอะไร หลังจากที่ลาออกจากงานประจำมาทำหน้าที่บำเรอกามให้กับเศรษฐีนีสาวใหญ่ซึ่งเลี้ยงดูปูเสื่อเขามาอย่างดีหลายปีดีดัก

กระทั่งคุณพี่จันทร์ฉายเพิ่งมาจับได้ว่าเขาแอบกิ๊กกับนักศึกษาสาว แน่นอนว่าแม่ยกและเมียรุ่นเดอะตัดสัมพันธ์สวาทเขาในทันที เสื้อผ้าสองกระเป๋าใหญ่และตัวเขาเองถูกอัปเปหิมาจากคฤหาสน์หลังงาม ทีแรกทัศนัยก็คิดจะไปอยู่กับเจนจิราแฟนสาวนักศึกษาที่แอบคบหากันอยู่ แต่เจนจิราไม่ยินยอม อ้างว่ายังเรียนหนังสืออยู่กลัวจะไม่มีสมาธิ เลยต้องไปมาหาสู่กันแบบลับๆ อย่างเก่า และเขาก็เพิ่งกระจ่างใจเมื่ออาทิตย์ก่อนนี้เอง เมื่อผัวเสี่ยของเมียนักศึกษาพาพวกมารุมสรัมจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

นี่แค่สั่งสอนนะมึง อย่าให้กูเห็นมึงมายุ่งกับเด็กกูอีก ไม่งั้นครั้งหน้ากูเอาตาย

คำขู่ของไอ้เสี่ยหมูตอนก่อนที่เขาจะสลบเหมือดยังก้องดังอยู่ในหัว หลังจากมีพลเมืองดีพาส่งโรงพยาบาล และหมอก็เพิ่งอนุญาตให้กลับบ้านเมื่อสองวันก่อน ทัศนัยก็รีบบึ่งบีเอ็มคันงามที่จันทร์ฉายซื้อให้ด้วยความเสน่หาเมื่อครั้งอดีตมาหลบซ่อนตัวรักษาแผลกายและแผลใจอยู่ที่หัวหิน และกำลังมองหาที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ข้อเสนอของจักรีจึงน่าสนใจมาก แต่เมื่อต้องแลกกับเงินสี่ล้าน ซึ่งเขายังไม่อยากจับจ่ายเงินก้อนใหญ่ขนาดนั้นออกไปง่ายๆ ในเร็ววัน

ตราบใดที่ยังไม่มีแหล่งทำมาหากินใหม่ หรือเหยื่อรายใหม่ให้เกาะสูบเลือดแล้วล่ะก็...คงต้องคิดหนักสักหน่อย

ร่างสูงสมาร์ทด้วยดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เพราะถือว่าหน้าตาและรูปร่างเป็นสิ่งที่ปูทางไปสู่ความร่ำรวยและเงินทอง เดินไปหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัวหัวหูที่เปียกปอน ก่อนจะหยิบหนังสือเก็บกลับไปห้องพัก

+++++++++

 

“ซื้อเลยสิ จะรีรออะไร บ้านสวยขนาดนั้น ราคาดีอย่างนี้ ไม่มีอีกแล้วนะเว้ยไอ้ทัศ”

“แกได้ค่านายหน้าเท่าไหร่วะ?” ไม่รู้ว่าจักรีได้ค่านายหน้ามาเท่าไหร่ ถึงได้เชียร์ขายเขาสุดฤทธิ์สุดเดช

“ได้อะไร? พี่แจงน่ะ พี่สาวฉันนะเว้ย แล้วแกก็เพื่อนฉัน เห็นแกอยากได้ พี่แจงอยากขาย ฉันถึงได้รีบบอกแกเป็นคนแรก ถ้าไม่เอาก็บอก จะได้เอาไปลงประกาศ” น้ำเสียงไม่พอใจตอบกลับมา

“ก็แค่ถามเฉยๆ เว้ย ทำเป็นมู้ดดี้ไปได้” ว่าพร้อมกับยกขวดเบียร์รินให้เพื่อนอย่างเอาใจ

หลังจากไปดูบ้านของแจงจิตต์ จักรีก็ชวนเขามานั่งดื่มที่ห้องอาหารของรีสอร์ทแห่งหนึ่ง จิบเบียร์เย็นๆ เคล้าเสียงเพลง คุยกันตามประสาเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นปี

“ช่วงนี้แกดูหวาดระแวง ไม่ไว้ใจใครเลยนะ”

“เออ ก็เพิ่งเจอกับตัวมาสดๆ ร้อนๆ จะให้ฉันทำตัวเป็นปกติเลยก็คงไม่ใช่”

“แล้วนี่แกกับพี่จันทร์ฉายตัดขาดกันไปเลยหรือ?”

“เออ” ตอบกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก เพราะเมียเก่าถือว่าเป็นบ่อเงินบ่อทองของเขามาหลายปี

“แล้วไม่คิดจะกลับไปง้อหน่อยหรือ? ยังไงก็วัวเคยค้าม้าเคยขี่ ฉันว่าก็ต้องมีเยื่อใยอะไรกันอยู่”

“ตอนนี้อีแก่นั่นมันหาไอ้หนุ่มเอ๊าะๆ คนใหม่ได้แล้ว”

“อ้อ! มิน่า ได้น้ำใหม่นี่เอง ถึงว่าสิ เพราะเมื่อก่อนเห็นหลงแกหัวปักหัวปำเชียว แกก็เหมือนกันนะ จิกหัวเรียกว่าอีแก่ได้เต็มปากเต็มคำเลยสินะตอนนี้ ทีเมื่อก่อนเห็นรักเทิดทูนบูชาอย่างกับอะไรดี”

“เวลาเปลี่ยนไป ใจคนก็เปลี่ยนว่ะ”

“แต่ถ้าแกยังอยู่กับพี่จันทร์ฉาย สงสัยจะเซ็นต์เช็คแกร็กเดียวจ่ายเงินวันนี้ไม่ต้องคิดมากเลยสินะ” จักรีกระเซ้าให้เขายิ่งแสนเสียดาย

“ฉันจะไปหาผู้หญิงรวยๆ โง่ๆ แบบนั้นได้ที่ไหนอีกวะ”

“โอ้ย...มีเยอะแยะไป แต่ว่าส่วนใหญ่ก็โดนจับจองกันหมดแล้ว คนรวยมันหายากเว้ย ไอ้พวกสวยๆ ยังหาง่ายเสียกว่า ตามเล้าตามตู้ แม่งพวกก็เลยจ้องตาเป็นมันกันทั้งนั้น ดูแต่คุณพี่ของแกสิ เลิกกันได้ไม่ถึงเดือน ยังได้เจ้าใหม่มารดน้ำพรวนดินให้ว่องไวทันใจเชียว...ป่านนี้ก็คงชุ่มฉ่ำหัวใจ กระชุ่มกระชวยเปรมไปเลยล่ะสิ”

ยิ่งฟังเพื่อนพูดทัศนัยก็ยิ่งกลุ้มใจ ไม่ได้หึงหวงหรือรักหลงอะไรกับเมียแก่รุ่นแม่ แต่นึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีวิธีไหนหาเงินได้ง่ายดายคล่องมืออย่างนั้นอีก โดยเฉพาะเหยื่อหน้าโง่ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ

“พูดแล้วก็เสียดาย”

“แกอยากโลภเองไม่จับไว้ให้ดีๆ”

“แกก็ต้องเห็นใจฉันบ้างสิ จะให้แม่งทนเอาแต่แก่ๆ เหี่ยวๆ อย่างเดียวทั้งชีวิตหรือไง?”

“ของอย่างนี้มันก็ต้องเลือกเอาสักอย่างเว้ย ไม่มีเสียหรอกที่จะได้ทุกอย่างทั้งสวย เอ๊าะ เซ็กซี่ และมีเงินเยอะๆ น่ะ”

ทัศนัยเทเบียร์ใส่แก้วตัวเอง แล้วยกขึ้นดื่มแก้กลุ้ม สายตาที่กวาดมองไปอย่างไร้จุดหมาย พลันสะดุดกับเรือนร่างสะโอดสะองของหญิงสาวในชุดจั๊มสูทลำลองสีขาว ใบหน้าที่ดูคุ้นตาแม้ว่าจะได้เห็นแค่เพียงครั้งเดียวเมื่อเช้านี้ และเรือนร่างที่เซ็กซี่โดดเด่น ทำให้เจ้าหล่อนสว่างไสวราวกับมีแสงไฟสปอร์ตไลท์ส่องจับเลยทีเดียว

“ผู้หญิงคนนั้น”

จักรีได้ยินก็เงยหน้ามองตามสายตาวาบวาวของเพื่อนไป พอเห็นว่ากำลังมองอะไรอยู่ ก็หัวเราะร่วน

“เลิกคิดได้เลยไอ้ทัศ นั่นมันเครื่องบินเจ็ทเว้ย ต่อให้แกไล่เห่าจนเสียงแหบเสียงแห้ง เขาก็ไม่มีวันชายตามาแลแกหรอก”

ใบหน้าเข้มคมหล่อเหลาที่แดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์เหลียวขวับมามองเพื่อน

“แกรู้จักเขาเหรอ?”

“เออ รู้จัก นั่นคุณเมวิกา กสิทสุนทร ไฮโซสาวทายาทเคซีเอส กรุ๊ป เจ้าของรีสอร์ทโรงแรมดังหลายแห่งในเมืองไทย”

“แสดงว่ารวย” ดวงตาของทัศนัยทอประกายเจิดจ้าขึ้นมาทันที

“โครตรวยเลยแหละ แค่รีสอร์ทห้าดาวริมทะเลที่ภูเก็ต มูลค่าปาเข้าไปตั้งห้าร้อยกว่าล้าน แล้วนี่เห็นว่ายังได้วีซ่าจะสยายปีกไปลงทุนในประเทศเออีซีอีกหลายที่ทีเดียว”

“แล้วแกรู้จักเขาได้ยังไง? แนะนำให้เขารู้จักฉันหน่อยได้ไหม?”

“ไอ้บ้า...ฉันรู้จักเขา แต่เขาไม่ได้รู้จักฉันเว้ย ที่รู้จักก็เพราะคุณเมเป็นแฟนกับคุณแบงค์...เจ้านายฉันเอง” ผู้ชายที่จักรีเอ่ยถึง ก็รวยระดับพันล้านเช่นกัน

“แต่น่าสงสารว่ะ ข่าววงในเม้าธ์กันว่าคุณแบงค์แกแอบกิ๊กดาราสาวที่ชื่อแคทอยู่ ไม่รู้คุณเมจะรู้หรือยัง?”

รู้สิทำไมจะไม่รู้ ถึงได้เปิดศึกตบกันสนั่นสระน้ำเมื่อเช้านี้ไงล่ะ

“แต่อย่างว่านะ คนมันรวยเลือกได้ว่ะ เศรษฐีเขาก็แต่งงานกับเศรษฐีด้วยกันโน่น ไอ้คนเดินดินกินข้าวแกงธรรมดาอย่างเรา เขาไม่แลตามองให้เสียเวลาหรอก” จักรีว่าอย่างปลงๆ และเข้าใจ

หากคนที่ไม่ยอมถอนสายตาจากใบหน้างามนั่นกำลังนึกบางอย่างอยู่ในใจ พร้อมกับพึมพำคัดค้านขึ้นมาว่า...

“ของอย่างนี้...มันก็ไม่แน่เสมอไปหรอก” 

ยิ้มกริ่มที่มุมปาก กำลังหมายมาดวางแผนบางอย่างอยู่ในใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha