[จบ] แสงใต้เงา [Chance Below Shadow]

โดย: รุ่งอรุโณทัย



ตอนที่ 2 : ‘สิ่งดีๆ’


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


“สวัสดีจ๊ะคนสวย บอกหลายครั้งแล้วว่าให้เรียกพี่นับแสน” น้ำแข็งยิ้มเล็กน้อย ทุกคนที่นี่ดีกับเธอมาก สองปีแล้วที่เธอเปรียบเสมือนสมาชิกของที่นี่ 

“ไม่เอาหรอกค่ะ เรียกคุณนับแสนดีแล้ว น้ำแข็งไม่อยากจะให้สาวๆในสังกัดของคุณนับแสนจะเข้าใจผิด...” นับแสนยิ้มกว้างมากขึ้น สำหรับเขาตอนนี้บอกไม่ถูกเลยกับความรู้สึกที่มีให้กับน้ำแข็ง ทำไมนะ!  มันไม่เหมือนเมื่อสองปีก่อนที่ได้เจอและรู้จักกัน ไม่ใช่ว่าน้ำแข็งจะไม่สวยไม่น่ารัก แต่นับวันความสวยน่ารักของเธอเพิ่มทวีขึ้นเรื่อยๆต่างหาก ยิ่งได้รู้จักนิสัยใจคอแล้ว ยิ่งรู้สึกดีมากขึ้นเรื่อยๆ

“ใครอยากเข้าใจแบบไหนก็ปล่อยไปสิ คุณนับแสนไม่ถือ” น้ำแข็งหัวเราะออกมา คุณนับแสนเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาหลอกลวงอายุอย่างมาก ทั้งๆที่เขาอายุยี่สิบเก้าแล้ว แต่ใบหน้ากลับตี๋ หวาน อย่างกับวัยรุ่นวัยยี่สิบต้นๆก็ไม่ปาน ไหนจะนิสัยขี้เล่น ใจดี ทำให้คุณนับแสนเข้ากับคนได้ง่าย โดยเฉพาะสาวๆที่มากมายก่ายกองเลยทีเดียว

“ไม่เอาละคะ น้ำแข็งไปดีกว่า คุณท่านคงรอแล้ว” น้ำแข็งพูดจบก็กล่าวลาและขอตัว เร่งฝีเท้าเข้าไปในตึกใหญ่ทันที นับแสนได้แต่มองตาม ถ้าเขาไม่ถูกห้ามไว้เรื่องของน้ำแข็ง เขาคงจีบเธอมาเป็นคนรัก แบบอนาคตแม่ของลูกแน่นอน เมื่อช่วงหลังๆ หัวใจเขามันเปลี่ยนจังหวะการเต้นทุกครั้งที่ได้เจอและคุยกับเธอ

“สวัสดีค่ะคุณท่าน คุณป้า” น้ำแข็งที่เดินมาตรงระเบียงที่ด้านหน้าเป็นสวนดอกไม้มากมาย 

“มีคนแถวนี้บ่นหาอยู่พอดีเลยจ๊ะน้ำแข็ง” ศศิกานต์ เอ่ยกับน้ำแข็งที่เดินเข้ามาและค่อยๆทรุงดนั่งลงอย่างสุภาพ

“น้ำแข็งมาสายเองค่ะ  ว่าแต่คุณท่านเดินออกกำลังกายไปกี่รอบคะ”

“นั่นไงละ ทำไมถึงไม่ไปเรียนพยาบาลไปเลยนะ”

“คุณท่านอย่าเอ็ด น้ำแข็งสิค่ะ คุณหมอนนท์กำชับมากๆเลยนะคะ ว่าคุณท่านต้องออกกำลังกาย ทุกวันดีที่สุด แค่เดินในตอนเช้าเยอะๆหน่อย ไทเก็กก็ดีนะคะ คุณท่านน่าจะทำบ้าง” 

“เช้านี้ กระผมเดินรอบสวนไปสามรอบครับ โดยมีนายใบเดินเป็นเพื่อนตลอดการออกกำลังกาย ตามคำสั่งพยาบาลน้ำแข็งเลยครับ...” ศศิกานต์แอบยิ้มขบขัน และทำให้ศศิกานต์อดไม่ได้ที่จะคิดถึงบุตรชาย อยากให้กลับมาเสียทีจริงๆอย่างที่คุณพ่อว่า เพราะน้ำแข็งโตขึ้นมาก และสวยมาก มีเหรอว่าเธอจะไม่รู้ว่า มีไม่น้อยเลยคนที่มาตามจีบน้ำแข็ง แต่ดีหน่อยที่ตอนนี้น้ำแข็งไม่สนใจเรื่องนี้ในตอนนี้ แต่ถ้าเจอใครที่ดีขึ้นมา ลูกชายของเธอก็พลาด ‘สิ่งดีๆ’ ในชีวิตไปอีกครั้งนะสิ คิดได้ตามนั้น ศศิกานต์จึงกล่าวขอตัว และบอกให้น้ำแข็งจัดการคนแก่จอมดื้อรั้นได้อย่างเต็มที่เลย

“คุณท่าน งั้นเรามาต่อจากเมื่อวานเลยนะคะ เพราะวันนี้น้ำแข็งมีเรียนบ่ายค่ะ” เอกพจน์พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม และฟังเพชรพระอุมา บทต่อไปจากนักอ่านที่อ่านหนังสือให้เขาฟัง แบบที่เขาคิดว่ากำลังฟังเสียงพากย์จากนักพากย์กันเลย เพราะอารมณ์และน้ำเสียงบิ้วไปกับเนื้อเรื่องได้อย่างน่าฟังและเพลิดเพลิน

“แจ็คกี้ ทำไมศศิ ถึงติดต่อไมล์ไม่ได้เลย” ศศิกานต์โทร.หา แจ็คกี้ หลังจากที่พยายามติดต่อบุตรชายมาสักพัก 

“เขาไปดำน้ำ คงไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้าของคุณ มีอะไรด่วนเหรอ เดี๋ยวผมวิทยุแจ้งไปหาเขาให้”

“ศศิ อยากให้ไมล์กลับเมืองไทยค่ะ คุณจัดการเรื่องนี้ได้มั้ยคะ”

“เกิดอะไรขึ้นเหรอเปล่า?”

“ไม่มีค่ะ แต่นานแล้วนะคะ ที่คุณพ่อของศศิไม่ได้เจอหลานชาย และศศิเองก็ไม่อยากเดินทางไปหาไมล์ด้วย มีที่ไหนปล่อยให้แม่คิดถึง ทนไม่ได้ก็ต้องเป็นฝ่ายบินไปหาเอง ศศิ เริ่มจะโกรธแล้วนะคะ”

“ใจเย็นๆก่อน ไมล์ไม่มีแผนที่จะอยู่ที่นี่ถาวรอย่างที่คุณเข้าใจหรอก เขาพูดถึงคุณตลอด อย่างไรแล้วเขาก็จะกลับไปแน่นอน อีกไม่นานแล้ว คุณรอหน่อยนะ เพราะการกลับไปของเขาครั้งนี้จะมีสิ่งดีๆไปให้คุณประทับใจ ภาคภูมิใจในตัวเขา” 

“สิ่งดีๆ...อะไรนะคะ สิ่งดีๆ” ศศิกานต์ใจหายวาบ เมื่อ สิ่งดีๆ ที่อยู่ในความคิดของเธอก็คือ น้ำแข็ง อย่าบอกนะว่า ไมล์มีคนที่รักแล้ว เขาเริ่มต้นใหม่ได้แล้ว  เหรอกับใครสักคนที่เขาเจอที่นั่น 

“ศศิ ศศิ....”  ศศิกานต์ เหมือนไม่ได้ยินเสียงปลายสาย เธอตัดสายโดยทีไม่กล่าวลา พร้อมทรุดนั่งลงบนเตียงในห้องนอนของตน 

“จะไม่มีวาสนาต่อกันเลยเหรอ” ศศิกานต์เปรยกับตัวเอง อดเสียดายแทนบุตรชายไม่ได้ แต่จะให้ทำอย่างไรได้กันเล่า เธอไม่มีทางจะทำให้ไมล์ต้องเสียใจกับเรื่องนี้เด็ดขาด ‘ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ปลูกอู่ตามใจผู้นอน’


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha