[จบ] แสงใต้เงา [Chance Below Shadow]

โดย: รุ่งอรุโณทัย



ตอนที่ 3 : ไมล์


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


หลังมื้อเที่ยงที่น้ำแข็งจะอยู่ร่วมทานกับศศิกานต์และเอกพจน์เป็นประจำ หากเธอมาที่นี่ในยามเช้าและจะต้องออกไปเรียน และจะมีนายใบ คนสนิทของเอกพจน์ขับรถไปส่งที่มหาวิทยาลัยทุกครั้งตามคำสั่งของเอกพจน์ ที่หลายๆเรื่องจะยอมตามใจน้ำแข็ง แต่เรื่องนี้เอกพจน์ยืนยันว่า ต้องให้รถของที่นี่ไปส่งเธอที่มหาวิทยาลัย แม้จะเข้าใจน้ำแข็งที่ไม่ต้องการเป็นที่จับตามองจากเพื่อนๆนักศึกษาด้วยกัน ซึ่งในตอนแรกน้ำแข็งก็กระดากไม่น้อยต่อสายตาของเพื่อนๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนก็หาใส่ใจ เพราะกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว

“ขอบคุณนะคะลุงใบ” น้ำแข็งกล่าวขอบคุณพร้อมยกมือไว้ลุงใบทุกครั้งตลอดสองปีที่ผ่านมา 

ลุงใบยิ้มและรับไหว้ตามปกติ สายตาเอ็นดูและเคารพซึ่งกันและกันยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนดั่งที่ตัวน้ำแข็งเองก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้เธอจะเป็นคนที่เจ้านายรักเอ็นดูไม่ต่างกับลูกหลาน ใครๆในบ้านต่างก็รู้ว่า น้ำแข็งเป็นตัวเลือกที่ประมุขของบ้านอยากจะได้มาเป็นหลานสะใภ้ แต่ทุกคนในบ้านต่างก็รู้จักคุณไมล์ดี ว่าเป็นคนอย่างไร ทุกคนจึงได้ทำเพียงโอบอุ้มดูแลน้ำแข็งเป็นอย่างดี รอวันที่ทายาทจะกลับมาและรับสิ่งดีๆที่คนที่นี่ตระเตรียมไว้ให้อย่างเต็มใจ อย่างที่ทุกคนตั้งความหวังไว้

“หวัดดีจ๊ะพิม” น้ำแข็งทักทายเพื่อนสาวคนสนิท เมื่อเดินมานั่งที่ประจำ

“หวัดดีจ๊ะ” พิม หรือ พิมพิลา หญิงสาวที่อ่อนโยนและอ่อนหวาน เธอเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง สถานะทางบ้านที่มีพ่อเป็นนักการเมืองที่มีชื่อเสียงในวงสังคม รูปร่างอรชนบอบบาง ใบหน้าหวานดวงตาคมโต เธอยังมีตำแหน่งเป็นดาวคณะด้วย เรื่องสมองก็เป็นเลิศ แถมเป็นติวเตอร์มือหนึ่งของน้ำแข็งอีกด้วย “เกรดเฉลี่ยของเพื่อนน่าพอใจมากเลยนะจ๊ะ” 

“แหมๆๆๆๆ ดีจัง น้ำแข็งไม่รู้ชาติก่อนทำบุญด้วยอะไรถึงได้มีวาสนาได้รู้จักและมีเพื่อนที่แสนๆๆๆๆๆดีขนาดนี้”

“เวอร์วัง!...ไปละ ไปๆ เข้าเรียนกันได้แล้ว วิชานี้ไม่ง่ายเลยนะ”

“ไม่ง่าย ก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่น้ำแข็งมีอัจฉริยะที่แสนสวยคอยเป็นห่วงแบบนี้”

“พอๆ เลย” พิมอดไม่ได้ที่จะแอบตีแขนเล็กๆของเพื่อนเบาๆอย่างหมั่นไส้ “เออ น้ำแข็งจะไม่ไปฝึกงานกับบริษัทของคุณลุงพิมแน่ๆนะ” พิม ย้ำถามอีกครั้งอย่างเป็นห่วงและขอคำยืนยันที่มั่นใจจากเพื่อนอีกครั้ง เรื่องที่เคยคุยกันไว้

“ขอบใจจ๊ะ น้ำแข็งจะไปฝึกงานบริษัทของคุณท่านนะ อยากจะตอบแทนท่านให้มากๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรให้เป็นประโยชน์กับพวกท่านได้บ้าง” สองสาวเดินคุยกันไปเรื่อยๆ

“อย่างน้ำแข็งมีประโยชน์มากอยู่แล้ว” พิมเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม เธอกับ น้ำแข็งรู้จักกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย แม้ฐานะของพวกเธอจะแตกต่างกัน แต่สำหรับพิมแล้วความจริงใจที่มีให้กันต่างหากที่สำคัญ น้ำแข็งเป็นเด็กที่เรียนระดับปานกลางมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ด้วยเป็นคนขยันที่ไม่ย่อท้อ จึงทำให้น้ำแข็งสามารถสอบเข้าเรียนในสถาบันชั้นนำของประเทศได้แบบเฉียดฉิว ก็ให้ทำอย่างไรก็การแข่งขันมันสูง แต่น้ำแข็งก็ไม่เคยต้องทำให้ตัวเองและคนรอบข้างต้องผิดหวังสักครั้ง



ณ เรือยอร์ช กลางแม่น้ำเทมส์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่กำลังเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆไม่จำเป็นต้องรีบร้อน

ไมล์ยืนมองทัศนียภาพที่เห็นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แม้จะชินตาแต่ให้มองอีกครั้งในตอนนี้ก็คิดว่ายังสวยไม่เปลี่ยนแปลงเช่นเคย

“ไมล์ ทำไมไม่ไปสนุกกันด้านใน พวกเราเหมาเรือจัดปาร์ตี้ครั้งนี้เพื่อเลี้ยงส่งนายนะ” เวนกาเบรียน หรือ เรียกสั้นๆว่า เวนน์ หนึ่งในเพื่อนหลากหลายของไมล์ สี่ปี่ที่ไมล์มาอยู่ที่นี่ แม้เขาจะเรียนและทำงาน แต่ไมล์ก็ไม่เคยเก็บตัว ทำตัวสันโดษเหมือนอย่างที่อยู่เมืองไทย ตั้งแต่ชีวิตที่ไม่มีคนรัก อะไรๆหลายอย่างในตัวไมล์ก็เปลี่ยนไปมาก เขาเปิดรับเพื่อนนอนแต่ไม่เปิดรับเพื่อนใจซึ่งเป็นธรรมดาของสังคมที่นี่ แม้มีหญิงสาวมากมายอยากจะเป็นเจ้าของหัวใจหนุ่มลูกครึ่งทรงเสน่ห์คนนี้ก็ไม่มีใครสามารถทำลายกำแพงที่ไมล์สร้างขึ้นปิดกั้นพวกเธอเหล่านั้นได้เลย

“อยากจะชื่นชมความงดงามทิวทัศน์ เพราะหลังจากที่กลับเมืองไทยครั้งนี้แล้ว ไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสกลับมาอีกเมื่อไหร่” เวนน์พยกหน้าอย่างเข้าใจ จึงขอยืนอยู่ตรงนี้ด้วย ด้วยเหตุผล

“…จริงสินะ เพราะไม่รู้ว่าต้องรออีกนานแค่ไหนที่เราสองคนจะได้มายืนชมทัศนียภาพริมแม่น้ำเทมส์กันแบบนี้” ไมล์หันไปมองเพื่อนพร้อมรอยยิ้มมุมปากอย่างขบขัน เวนน์เป็นคนสนุกสนานแต่ฝีไม้ลายมือการทำงานวางใจได้เลยว่าถ้าอะไรที่เวนน์บอกว่าเขาจะจัดการส่วนตรงนี้ ส่วนตรงนั้น ทุกอย่างจะออกมาอย่างดีเยี่ยม

“ขอบใจ” ไมล์เอ่ยออกมาอย่างขำขัน 

“ฉันต่างหากที่ต้องขอบใจนาย” ไมล์ยิ้มอีกครั้งอย่างเข้าใจ ก็ไมล์ยอมขายหุ้นบริษัทที่ร่วมก่อตั้งกันมาเกือบทั้งหมดให้เวนน์ บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชั้นวาง ที่เวลาเพียงสองปีพวกเขาขึ้นมาอยู่เป็นอันดับหนึ่งของการได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เพราะเป็นบริษัทที่มีทีมงานครบวงจรตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบให้กับลูกค้าได้อย่างเหมาะสม เวนน์ยังทึ่งในตัวไมล์เป็นอย่างมาก ที่มีความสามารถในตัวหลากหลายอย่างที่แต่ละอย่างเขาทำมันออกมาได้อย่างผู้เชี่ยวชาญแบบหาตัวจับได้ยาก

“จะขอบใจทำไม ในเมื่อฉันขายให้นะ ไม่ได้ยกให้ฟรีๆ” 

“มูลค่าการขายที่นายขายมา มันก็เหมือนยกให้ฟรีๆแหละว๊ะ” ไมล์ยิ้มอย่างมีความสุข “ว่าแต่นายบอกแจ็คกี้แบบไหนกัน เขาถึงไม่คัดค้านเรื่องนี้” ไมล์ยิ้มและทอดสายตามองออกไปไกลสุดตา

“ไม่ได้บอกอะไร พ่อฉันยังไม่รู้”

“อ้าวเฮ้ย!...แบบนี้แจ็คกี้ไม่คิดว่าฉันข่มขู่วางยา สะกดจิตให้นายขายหุ้นเหรอยังไงว๊ะ”

“พ่อฉันเป็นนักธุรกิจเต็มเลือดเต็มเนื้อ บางทีฉันก็รู้สึกว่ามันมากไป ไม่รู้ว่างานมันดีกว่าครอบครัวยังไง...สี่ปีที่นี่กับประสบการณ์ที่ได้เต็มอิ่มแล้วสำหรับฉัน อยากกลับไปหาอ้อมกอดของแม่ พร้อมกับประสบการณ์ใหม่ๆที่เมืองไทย ถ้าพ่อรู้ก็แค่เสียดายตามประสานักธุรกิจ”

“อืม เข้าใจแล้ว เหตุผลนายก็บอกฉันหลายครั้งแล้ว แม่นายต้องวิเศษมากๆเลย นายถึงยอมทิ้งทุกอย่างที่นี่ที่นายสร้างมา เพื่อกลับไปอยู่ใกล้ๆกับท่าน”

“ใช่ แม่วิเศษมากๆ” ไมล์พูดพร้อมรอยยิ้มที่มาพร้อมกับการมโนภาพแม่ที่ยิ้ม ดั่งกับว่าท่านอยู่ตรงหน้า 

“ขอให้นายโชคดี”

“เช่นกัน ฉันก็ขอให้นายโชคดี” 

เวนน์ กำลังจะขอตัวกลับไปด้านใน แต่สายตาพลันเห็นร่างสูงเพรียวของดอนน่า กำลังเดินมาทางนี้ เวนน์ยิ้มเล็กน้อยและกำลังตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อเป็นก้างให้เพื่อนหรือจะจากไปให้เพื่อนจัดการด้วยตัวเอง แต่แล้วเวนน์ก็เลือกอย่างหลัง เมื่อรู้จักเพื่อนดี เขาตบไหล่ไมล์เบาๆก่อนที่จะผละเดินจากไป


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha