[จบ] แสงใต้เงา [Chance Below Shadow]

โดย: รุ่งอรุโณทัย



ตอนที่ 4 : ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เวนน์ลอบกลับมามองเพื่อนอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนชนแก้วกัน นั่นก็แสดงว่าคืนนี้ของเพื่อนคงอีกยาวไกล และคงเหมือนอย่างเคยๆ ที่เขาต้องได้ยินกระแสความเย็นชาของเพื่อนออกมาจากดอนน่าอีกครั้งเป็นแน่ หลังจากที่ตะวันทอทอดแสงของวันใหม่ 

เฮ้ยยยยย  เวนน์ถอนหายใจ ซึ่งเขาก็แปลกใจทั้งๆที่ไมล์ไม่เคยแม้แต่จะแลมองผู้หญิงคนไหนก่อนเลย มีแต่พวกเธอที่เป็นฝ่ายเข้าหาเพื่อนเขาก่อนตลอด แล้วยังจะมาบ่นคร่ำครวญเรียกร้องอะไรต่ออะไรจากเพื่อนเขา และเรื่องก็จบเพียงแค่พวกเธอก็คร่ำครวญไป “เดี๋ยวเหนื่อยก็หยุดกันไปเอง” ไมล์ไม่สนใจ มีแต่คำพูดนี้เพียงประโยคเดียว แล้วไงต่อ ก็มีผู้หญิงคนใหม่เรียงหน้ากันมาหาเพื่อนเขาเรื่อยๆ บางคนขอกลับมาอีกครั้ง ซึ่งดอนน่าก็เป็นประเภทอย่างหลัง



‘หนึ่งสัปดาห์ต่อมา’

“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ” น้ำแข็งเงยหน้าขึ้นจากการเก็บของจัดวางไว้ในกล่อง สำหรับไปทำบุญวันพรุ่งนี้ เมื่อป้านันเอ่ยถาม

“ใกล้เสร็จแล้วจ๊ะ” ศิรินัน หรือ ป้านันของน้ำแข็ง เอ่ยถามหลานสาวที่ตั้งหนั้าตั้งตาจัดของเตรียมทำบุญครบรอบวันตายปีที่สี่ให้กับหญิงสาวที่บังเอิญมีชื่อเล่นและหน้าตาละม้ายคล้ายกันอย่างปาฎิหาริย์ 

“อย่านอนดึกนักนะ ต้องตื่นแต่เช้าด้วย” น้ำแข็งยิ้มรับกับป้านัน ก่อนที่จะก้มหน้าตรวจเช็คของทำบุญอีกครั้งว่าไม่ขาดอะไรแล้ว 



“โยมน้ำแข็ง” หลวงพ่อเอ่ยเรียกน้ำแข็งที่กำลังขนของลงจากรถ

“นมัสการค่ะ หลวงพ่อ” น้ำแข็งหันมาพร้อมพนมมือทันที

“ให้เด็กๆมาช่วยดีกว่า ของเยอะแยะ” คำพูดที่ไม่แปลกใจของหลวงพ่อ ที่วันนี้ของปี น้ำแข็งจะต้องขนของมาทำบุญให้กับบุตรสาวตนที่ล่วงลับไปแล้ว สำหรับน้ำแข็งคนนี้ ปีนี้เป็นปีที่สามแล้ว

“ขอบพระคุณค่ะ หลวงพ่อค่ะคุณหมอนนท์ฝากยามาถวายด้วยค่ะ”       น้ำแข็งกล่าวอย่างสุภาพ “ปีนี้คุณหมอนนท์ติดออกค่ายเลยไม่ได้มาด้วยค่ะ”

“ขอบใจ” หลวงพ่อเอ่ยอย่างใจดี กับหญิงสาวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันกับบุตรสาวของตนที่เสียไปนานสี่ปีแล้วทางสายเลือดเลย และทั้งๆที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลย แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ บุตรสาวที่เสียไปคือผู้มีพระคุณที่ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไป แค่ชื่อเล่นกับหน้าตาที่ละม้ายคล้ายกันมากเท่านั้น “ลำบากโยมแล้วนะ”

“หลวงพ่อ อย่ากล่าวอย่างนั้นสิค่ะ ให้น้ำแข็งได้ทำหน้าที่แทนคุณน้ำแข็งนะคะ” หลวงพ่อได้แต่ยิ้มอย่างใจดีอย่างเคย ก่อนจะขอตัวเมื่อใกล้เวลาแล้ว 


หลวงพ่อประกอบมองน้ำแข็งและคุณหญิงศศิกานต์ที่มานั่งเตรียมพร้อมเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบุตรสาวของตนก่อน และเวลาทางศาสนาก็เริ่มขึ้น ในขณะที่หน้าโกศมีเงาสูงกำลังทอทอดบดบังแสงอาทิตย์ที่จะสาดส่องมาที่รูปของนางสาว ปติมา สินทรัพย์นคร ที่มี พ.ศ. ชาตะ และ พ.ศ. มรณะเมื่อสี่ปีก่อน ดวงตาเข้มจับจ้องมองแน่นิ่งอยู่นาน 

“สี่ปีแล้ว ทำไมความเจ็บปวดของผมมัน มันยังอยู่ น้ำแข็งบอกผมทีว่า ผมต้องทำอย่างไร จะมีใครมั้ยที่จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและความทรมานนี้ ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน สี่ปีที่ผ่านมา ไม่มีอะไรที่ผมได้ทำไป มันจะทำให้ผมหายเจ็บ หายทรมานจากการที่ไม่มีคุณ” ไมล์ลูบแผ่วเบาที่รูปใบหน้ายิ้มอย่างอ่อนหวานของน้ำแข็งด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย


“อ๊ะ!” เสียงร้องของน้ำแข็ง ทำให้ศศิกานต์ หันไปมองหญิงสาวในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินไปที่โกศของน้ำแข็ง 

“น้ำแข็งลืมหยิบธูปมาคะ เดี๋ยวคุณป้าไปก่อนนะค่ะ เดี๋ยวน้ำแข็งวิ่งไปหยิบธูปและจะรีบตามไปค่ะ” ศศิกานต์พยักหน้า และเดินต่อไป ส่วนน้ำแข็งก็เดินกลับไปยังโรงทานของวัด ที่เธอวางถุงใส่ธูปไว้ก่อนที่จะเอาน้ำที่กรวดน้ำไปรดในต้นไม้

น้ำแข็งเห็นซองธูปของตน จึงหยิบและรีบเร่งฝีเท้าเดินตามคุณหญิงศศิกานต์ไป ในขณะที่ไมล์ได้เดินออกมาอีกทางเพื่อไปยังกุฎิของหลวงพ่อประกอบ เส้นทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น ไมล์รู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง แม้เขาจะพึ่งเดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิเมื่อตอนตีห้าของเช้าวันนี้ เขาก็จ้างรถต่อมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภูมิลำเนาเดิมของน้ำแข็ง 

วิ้วววววว ลมพัดเย็นสบาย ทำให้ไมล์เงยหน้าขึ้นมองกิ่งไม้ที่เคลื่อนไหวไปมา สายตาเขาจับจ้องมอง และพานให้คิดยามที่พวกเขาไปเที่ยวป่า น้ำแข็งชอบนอนใต้ต้นไม้และมองกิ่งไม้ขยับเคลื่อนไหวไปมาตามแรงลม 

“กิ่งไม้พวกนั้นมีอะไรดีนักเหรอ” ตอนนั้นไมล์ถามเธอไปแบบนี้ ตอนที่เห็นเธอทำแบบนั้นเป็นครั้งแรก

“ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ ล้วนแล้วแต่มีภาษาของตน น้ำแข็งกำลังมองต้นไม้คุยกับสายลมค่ะ”

“ต้นไม้กับสายลมคุยกัน?”

“ทำไมละ ทำไมต้นไม้กับสายลมจะคุยกันไม่ได้ ทีคนเรายังคุยกับสัตว์ คุยกับต้นไม้ได้ การคุยข้ามสายพันธ์ุไม่เห็นจะแปลกตรงไหน”

“โอเค ไม่แปลกก็ไม่แปลก แล้วต้นไม้กับสายลมคุยอะไรกัน”

“สายลมกำลังเล่าให้ต้นไม้ฟังถึงสถานที่ที่มันแล่นผ่านมาค่ะ” ไมล์ยิ้มและหัวเราะออกมาในตอนนั้น 

สายลมที่พัดผ่าน ดึงสายตาของไมล์กลับมายังช่วงเวลาปัจจุบัน สายตามองตามร่างบอบบางในชุดเดรสกระโปรงยาวครึ่งหน้าแข็ง เดินผ่านไปในระยะที่ห่างจากสายตาเขากว่าห้าสิบเมตร ร่างบอบบางนั้นค่อยๆเคลื่อนผ่านไปเรื่อยๆ จากด้านข้างที่เขาเห็นตอนนี้ “น้ำแข็ง” ไมล์พึมพำออกมา แต่ยังยืนนิ่ง ซึ่งในใจคิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เมื่อเขาหลับตาลงและเปิดดวงตาขึ้นมาอีกครั้ง ร่างบอบบางนั้นก็หายไปแล้ว ไมล์ได้ยิ้มและส่ายหน้าไปมา ก่อนที่จะเดินต่อไปยังกุฎิหลวงพ่อ



“มาแล้วค่ะ” น้ำแข็งให้เสียง เมื่อมาถึงโกศของคุณน้ำแข็งและคุณหญิงศศิกานต์ยืนคอยอยู่ ทั้งสองจุดธูป และนั่งลงเพื่อทำการเคารพต่อผู้ที่ล่วงล้ำตรงหน้าไปแล้ว

“สวัสดีค่ะคุณน้ำแข็ง ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ที่ทำให้น้ำแข็งมีวาสนาได้รับความกรุณาจากคุณป้า คุณท่าน และทุกๆคนที่เกี่ยวข้องกับคุณน้ำแข็ง ความดีงามที่คุณน้ำแข็งได้กระทำไว้ยามที่มีชีวิตอยู่ ได้ส่งต่อผลบุญนั้นมาให้กับน้ำแข็งผู้อาภัพคนนี้ น้ำแข็งจะดูแลหลวงพ่อแทนคุณน้ำแข็งเองค่ะ ขอให้คุณน้ำแข็งไปสู่สุคติในภพภูมิที่ดีที่เหมาะกับคนดีๆอย่างคุณน้ำแข็งนะคะ” น้ำแข็งตั้งจิตอยู่ในใจ

คุณหญิงศศิกานต์ ปักธูปก่อนน้ำแข็งและเป็นแบบนี้ทุกครั้ง เธอแค่นั่งรอเงียบๆ โดยที่สายมองไปยังน้ำแข็งที่นั่งข้างกาย เพราะใบหน้าของน้ำแข็งทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่า ทั้งสองคนกำลังคุยกันอยู่ เป็นภาพที่อบอุ่นใจเหลือเกิน 


++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขออนุญาต แจ้งและขอเปลี่ยนผังการอัพนิยายเรื่องใหม่ และตอนใหม่อีกครั้งนะคะ ช่วงเวลาไม่แน่นอนค่ะ 

ทุกวันอาทิตย์ คือ ซาตานอหังการ์ [Pride Of Devil] แนวอิโรติก+โรมานซ์

ทุกวันพุธ คือ แสงใต้เงา [Pride Of Devil] แนวดราม่า  ( มาก่อนเวลา เนื่องจากว่ายังไม่ได้แจ้งอย่างเป็นทางการ การอัพครั้งต่อไป คือวันพุธที่ 20 กันยายน นะคะ หากมีการเปลี่ยนแปลง [แน่นอนว่า ระยะเวลาที่มาอัพมากขึ้นกว่าเดิม จะแจ้้งให้ทราบนะคะ] จะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งค่ะ)

ทุกวันเสาร์ คือ จอมใจมาเฟีย [Mafia’s Beloved] แนวอิโรติก+โรมานซ์+แอคชั่น(บ้าง)

ส่วนในวันอื่นๆ ไม่ได้หายไปไหน จะเข้าไปเติมเต็มหน้าเว็บนิยาย(ที่เขียนจบแล้ว) ต่างๆที่ ยังอัพไม่หมด และปั่นต้นฉบับต่อไปค่ะ

เรื่อง MY BROTHER [镜幻情人] จะหาเวลาไปรีไรท์ ตรวจทานต้นฉบับและจะมาอัพต่อให้นะคะ 

หลายเรื่องเลย ปีนี้คงไม่จบแน่ๆ ยาวๆไปเรื่อยๆ เนอะๆ ชินกันแล้วสิเนอะ ^^ 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha