[จบ] แสงใต้เงา [Chance Below Shadow]

โดย: รุ่งอรุโณทัย



ตอนที่ 6 : แรกพบ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“ไฮ” เสียงที่คุ้นเคยดังเข้ามา เมื่อนับแสนที่ทราบว่าลูกพี่ลูกน้องที่วิ่งเล่นกันมาตั้งแต่เยาว์วัยกลับมาบ้านแล้ว ไมล์หันไปพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อย สองหนุ่มเข้าโอบกอดกัน

“ผมกำลังจะไปหาพี่แสนและไปสวัสดีคุณลุงคุณป้าอยู่เหมือนกัน” 

“คุณพ่อกับคุณแม่ไปฮ่องกง ยังไม่กลับมาเลย ดีใจที่นายกลับมาแล้ว” เอกพจน์และศศิกานต์ มองสองหนุ่มทักทายกันอย่างรักใคร่ 

“พี่แสนสบายดีนะครับ”

“หลังจากนี้พี่คงสบายมากขึ้นเยอะเลย เพราะมีนายเข้ามาช่วยงานและเอาที่เป็นของนายกลับไปดูแลเองได้แล้ว” นับแสนพูดออกมาจากใจจริง แม้กิจการที่ตัวเองทำอยู่ไม่ใช่ของเขาและพ่อ แต่คุณปู่เอกพจน์ก็ให้การสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่มาโดยตลอด

“พี่แสน รุกหนักไปแล้วครับ” ไมล์กับนับแสน นั่งดื่มกาแฟและพูดคุยกันอยู่สักพัก ต่างก็กล่าวลาไปทำหน้าที่ของตนกัน นับแสนเข้าบริษัทเพื่อทำงาน แม้หลายปีมานี้ ทางบริษัทไม่ได้มีโปรเจตและผลงานใหม่ออกมา แต่ความมั่นคงและความหนาแน่นของลูกค้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเอกพจน์ก็พึงพอ ณ ระดับหนึ่ง

“ไมล์ ลูกบอกแม่ได้มั้ย ว่ารถที่ลูกสั่งมา เป็นแบบไหน” ศศิกานต์เอ่ยถามลูกช่ยอย่างระมัดระวัง เพราะเธอรู้จักพ่อของตัวเองดี รวมถึงลูกชายด้วย 

“ผมลืมไปแล้วครับ” ไมล์กล่าวยิ้มๆ แกล้งแหย่เล่นอย่างเข้าใจ คุณตาก็ยังเป็นคุณตาไม่เคยเปลี่ยน ไมล์กับคุณตาไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบอบอุ่นนักแต่ก็ไม่มีความขัดแย้งรุนแรงอะไร เพราะแม้เขาจะอยู่และเติบโตมาภายใต้การดูแลของคุณตาและคุณแม่ แต่ช่วงเวลาที่ไมล์จำได้คุณตาทำงานหนักมาตลอด ทำให้เวลาความอบอุ่นที่จะมีให้กันค่อนข้างน้อย แต่ไมล์รู้ดีว่าตัวเขานั้นอยู่ในสายตาของ   คุณตามาโดยตลอด

ไมล์เดินออกมาสูดอากาศในยามเช้าเหมือนเมื่อวาน ในเช้าวันที่สาม แต่ไมล์ตื่นเร็วกว่าเมื่อวาน ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยที่ไม่เคยเปลี่ยน ไมล์ชื่นชอบการตื่นเช้ามาโดยตลอดอยู่แล้ว และเช้านี้ก็เป็นอีกวันที่ไมล์ต้องรอเสื้อผ้าเซตใหม่ที่เขากับ   คุณแม่ไปเลือกซื้อมา ไมล์ที่อาบน้ำชำระร่างกายแล้วแต่ยังคงสวมชุดนอนอยู่ และอีกครั้ง ดวงตาเข้มหรี่ลงอีกครั้ง ตำแหน่งใหม่แต่ยังเป็นในสวนหลังบ้านเหมือนเดิม 

ตึก ตัก ตึก ตัก คราวนี้ไมล์ไม่รีรอ สองขาก้าวลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว ครั้งนี้ไมล์ทำเวลาได้ดีกว่าเมื่อวาน และเมื่อมาใกล้ถึงจุดที่เขาเห็นน้ำแข็ง ดวงตาเข้มค่อยๆเบิกกว้างขึ้น น้ำแข็งในชุดนักศึกษา ไมล์ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ยังไม่ขยับเข้าไปใกล้หรือไปหาโดยทันที เพราะเขากลัวว่า ถ้าเขาเข้าไปใกล้มากกว่านี้ น้ำแข็งก็จะหายไปเหมือนอย่างที่ต้องเกิดขึ้น ถ้ามันไม่ใช่เรื่องจริง แต่เขาไม่ได้ฝัน เขาตื่นแล้ว แม้ยังสวมสลิปเปอร์อยู่ก็ตาม 

น้ำแข็งที่รับรู้ถึงพลังงานบางอย่าง เธอค่อยๆหันกลับมา โดยที่ในมือถือใบเตยที่ตัดไว้แล้วอยู่หนึ่งกำมือ สายตาสองคู่สบประสานกัน ในระยะที่ห่างกันเกือบสิบเมตร น้ำแข็งรู้โดยทันทีว่าคนตรงหน้าคือ ไมล์ ศตวรรษ อัครกำธร แล้วเขาเล่ารู้มั้ยว่าเธอคือน้ำแข็ง กรกต ทีภาคสุวรรณ ไม่ใช่ น้ำแข็ง ปติมา สินทรัพย์นคร

น้ำแข็งรู้สึกถึงกระแสบางอย่างจากสายตาคู่นั้น  เธอเริ่มอึดอัด แน่นอนว่าเธอไม่อาจตีความหมายแววตาคู่นั้นได้เลย แต่ทันทีที่ไมล์ค่อยๆเยื้องย่างเข้ามาใกล้ น้ำแข็งก็เริ่มค่อยๆถอยห่าง ซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าจะหวาดหวั่นอะไร 

ไมล์หยุดการย่างก้าว เมื่อน้ำแข็งที่อยู่ตรงหน้ารักษาระยะห่าง เหมือนกับที่เขาคากการณ์ไว้ เพราะในฝันของใครต่อใครก็ต้องเป็นแบบนี้ ถ้าคนที่เราต้องการเข้าใกล้และไคว่คว้าก็จะค่อยๆห่างออกไป

“น้ำแข็ง” เสียงที่แผ่วเบา แต่น้ำแข็งก็ได้ยิน เขาไม่ได้เรียกเธอ เธอรู้ดี    น้ำแข็งจึงอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และเมื่ออยู่ตรงนี้รันแต่จะทำให้เข้าใจผิดกันมากขึ้น น้ำแข็งจึงตัดสินใจ หันหลังให้ไมล์และออกวิ่งทันที 

ตึก ตัก ตึก ตัก เสียงฝีเท้าที่ไม่อาจไปได้ไกลมากนัก เมื่อเธอสวมกระโปรงนักศึกษา แม้รองเท้าจะเป็นผ้าใบก็ใช่ว่าเธอจะวิ่งได้เร็วกว่าคนที่ขยับตามเธอมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน

“อุ้ย!” น้ำแข็งร้องออกมา เมื่อเอวบางถูกคว้าไว้จากด้านหลัง แม้เธอจะสวมรองเท้าผ้าใบ แต่แรงจากคนที่คว้าเธอไว้ก็ทำให้เธอเสียหลักและมือที่ไม่ว่างทั้งสอง แต่ข้างหนึ่งของเธอเป็นมีดขนาดเล็ก น้ำแข็งไม่ได้ตั้งใจ เมื่อมันบาดเข้าที่หลังมือของไมล์ในทันทีเช่นกัน

“โอ้ย!” ไมล์ที่ร้องออกมาเบาๆ เมื่อหลังมือเขามีเลือดค่อยๆซึมออกมา 

น้ำแข็งตกใจมากขึ้น เธอรีบปล่อยมีดในมือและใบเตยล่วงลงพื้นอย่างรวดเร็ว ใบหน้าและสายตาก้มมองบาดแผลนั้นทันที แต่ไมล์ไม่สนใจอาการบาดเจ็บเพียงน้อยนิดนั้น เมื่อคนในอ้อมแขนของเขา น้ำแข็งอบอุ่น จับต้องได้ และเธอก็กำลังสั่นเล็กน้อย 

ไมล์กระชับอ้อมแขน แนบเรือนกายเขาและเธอแนบแน่นมากขึ้นทันที  น้ำแข็งกลับเข้าสู่ภาวะทึ่มทื่ออีกครั้งทันที ก็เคยซะที่ไหนที่ถูกกอดแบบนี้จากเพศตรงข้าม น้ำแข็งทำอะไรไม่ถูก เมื่อลมหายใจถี่เร็ว หัวใจที่เต้นแรงเร็ว และความสั่นเทาของคนด้านหลังนั่นอีกละ

เวลาผ่านไปหลายนาที น้ำแข็งไม่กล้าแม้แต่ขยับ ขยับยังมากไป เธอไม่กล้าที่จะหายใจแรงด้วยซ้ำ และไหนเลือดที่เประเลอะเสื้อนักศึกษาของเธออีกละ 

เวลาที่ผ่านไป ไม่ใช่มีผลแค่น้ำแข็ง ไมล์เองก็เริ่มที่จะคืนสติ เขากำลังกอดคน ไม่ใช่กายหยาบกายทิพย์เหนือธรรมชาติอะไรทั้งนั้น เพราะแม้จะเหมือนกันมากในหลายอย่างๆทางกายภาค แต่บางอย่างเขากลับไม่คุ้นเคยเลย อย่างแรกคือกลิ่น เธอคนนี้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ต่างกับน้ำแข็งของเขาที่เธอจะชอบน้ำหอมที่เป็นกลิ่นดอกไม้ แต่กลิ่นตอนนี้น้ำหอมกลิ่นเหมือนแป้งเด็ก

ไมล์ค่อยๆคลายอ้อมแขน แต่ก็ไม่ปล่อยให้น้ำแข็งเป็นอิสระเสียทีเดียว เขาค่อยหันให้ร่างบางนั้นหันมาเผชิญหน้ากับเขา น้ำแข็งผ่อนปรนแม้จะหันมาเผชิญหน้ากับเขาแล้วก็ตาม แต่เธอก็เอาแต่ก้มหน้า ไม่กล้าสบตาค้นหานั่น 

“เธอเป็นใคร?” ไมล์เอ่ยตั้งคำถาม เสียงราบเรียบบางเบา แต่แฝงความเดือดดาลเล็กๆไว้ 

“เอ่อ คือ เอ่อ...” น้ำแข็งกำลังคิดหาคำตอบ  “กรกต นั่นคือชื่อค่ะ”

“กรกต?” น้ำแข็งพยักหน้า แต่ก็ยังไม่กล้าสบตาคนตรงหน้า และคิดว่าเธอควรจะได้รับพื้นที่มากกว่าตอนนี้ น้ำแข็งจึงพยายามจะฝืนตัวเอาร่างกายออกห่างร่างกำยำในชุดนอนนั้น

“คุณได้รับบาดเจ็บ ควรทำแผลก่อนนะคะ” ไมล์เปลี่ยนสายตาไปมองหลังมือตัวเองที่จับต้นแขนของน้ำแข็งไว้อย่างมั่นคง ที่มากไปด้วยซ้ำ

“เธอเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร”

“เดินเข้ามาทางประตูค่ะ” น้ำแข็งไม่มีเจตนาที่จะกวนประสาทคนถาม แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่คิดแบบนั้น เพราะเธอรู้สึกถึงแรงบีบที่มากขึ้นที่ต้นแขนของตัวเองในทันทีเมื่อคำตอบของเธอเอ่ยออกไป

“คำถามของฉันมันไม่เคลีย์หรือว่าเธอต้องการอยากลองดูว่าเวลาฉันโกรธแล้วจะเป็นแบบไหน” น้ำแข็งอยากจะร้องไห้ วันนี้วันซวยอะไรของเธอกันนะ ฤกษ์ดีมันหายไปตั้งแต่เช้า

“ปล่อย ปล่อยแขนก่อนได้มั้ยคะ มันเจ็บค่ะ” น้ำแข็งร้องขอโดยที่ยังไม่กล้าเงยหน้ามองไมล์อย่างเคย ไมล์ที่โดนเตือนสติ จึงค่อยๆคลายมือและปล่อยแขนเล็กนั้นเป้นอิสระตามขอ แต่ก็ยังใช้รัศมีร่างกายควบคุมสถานการณ์ไว้อยู่

น้ำแข็งบีบแขนตัวเอง และก้มมองเสื้อนักศึกษาของตัวเองที่เลอะเประเลือดของไมล์ สมองกำลังครุ่นคิดว่าห้องนอนของเธอที่บ้านหลังนี้จะมีชุดนักศึกษาของตัวเองไว้มั้ย ใช่ๆ น้ำแข็งมีห้องส่วนตัวอยู่ที่บ้านหลังนี้ ตามความต้องการและกรุณาของคุณหญิงศศิกานต์ ที่อยากให้น้ำแข็งมาอยู่ที่นี่ แต่ด้วยเหตุผลความกตัญญูจึงทำให้ศศิกานต์ยินยอมและขอว่า ยามที่ป้าไม่อยู่ น้ำแข็งต้องมาอยู่ที่นี่ อย่าได้อยู่ตามลำพังที่บ้านของป้า

“ฉันต้องไปแล้วค่ะ อะไรก็ตามที่คุณต้องการรู้ คุณแม่ของคุณจะให้คำตอบกับคุณทุกอย่างค่ะ” น้ำแข็งพูดราบเรียบ เมื่อเธอได้พื้นที่แม้จะไม่มาก แต่ก็ดีกว่าเมื่อกี้มาก 

“เดี๋ยว!” ไมล์เสียงเข้มขึ้น เมื่อน้ำแข็งหันหลังให้และกำลังจะก้าวย่างจากไปเมื่อพูดจบ

“ค่ะ”

“เธอรู้ว่าฉันเป็นใคร แล้วทำไมฉันถึงจะอยากรู้ตอนนี้ไม่ได้ว่าเธอเป็นใคร เกี่ยวข้องกับคุณแม่ของฉันยังไง”  น้ำแข็งถอนหายใจยาวๆ 

“ก็เข้าใจนะคะ ถ้าฉันเป็นคุณ แล้วใครไม่รู้เข้ามาเพ่นพ่านในบ้าน ก็ต้องอยากรู้ในทันที แต่บางครั้งเรื่องอื่นก็ควรต้องมาก่อนจะดีกว่ามั้ยคะ คุณควรเข้าไปทำแผล และถ้าให้ดีควรไปโรงพยาบาลฉีดยากันบาดทะยักนะคะ” ไมล์ไม่ตอบ แต่ดวงตาบ่งบอกว่าไม่พอใจจดจ้องมองน้ำแข็ง และครั้งนี้ไมล์สำรวจเธออีกครั้งอย่างจริงๆจัง

น้ำแข็งรู้สึกเย็นวาบ เมื่อสายตาของไมล์กวาดมองเธอตั้งศีรษะจรดเท้าสองสามรอบอย่างช้าๆและพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน คนอะไรแค่สายตาก็เหมือนจะฆ่าคนได้เลย

แต่น้ำแข็งกลับงงงัน เมื่อเธอคาดการณ์ผิดถนัดที่คิดว่าจะเจอคำถามอะไรจากเขา แต่กลับกลายเป็นว่า เขาเดินผ่านเธอไป ห่างไปเรื่อยๆ ไม่หันกลับมามองเธออีกเลย จนแผ่นหลังของเขาหายเข้าไปในตัวบ้าน น้ำแข็งจึงย่อเข่าเก็บมีดเล็กและใบเตยที่ระเนระนาดอยู่บนพื้นหญ้า และเดินไปทางเดียวกับไมล์แต่น้ำแข็งแยกไปทางซ้ายเพื่อกลับเข้าไปในครัว ใบเตยเพื่อเอาไปต้มกับข้าวสำหรับมื้อเช้าของทุกคนในบ้าน และใบเตยกับน้ำดื่มที่แสนจะโปรดปรานของคุณหญิงศศิกานต์


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha