[จบ] แสงใต้เงา [Chance Below Shadow]

โดย: รุ่งอรุโณทัย



ตอนที่ 10 : โกหกสีขาว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“ไม่มีฐานะอะไรจะให้ทั้งนั้นครับ”

ศศิกานต์ร้องบอกตัวเองไว้ว่าให้ใจเย็นๆ สี่ปีที่ไมล์ไปจากเมืองไทย เธอคิดว่าหลังจากที่เขากลับมาแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น แต่เวลาและระยะทางไม่ได้ช่วยเยียวยาไมล์เลย เธอคงต้องทำอะไรสักอย่าง และจะช้าไม่ได้ด้วยและในเย็นวันนั้น ศศิกานต์เดินทางไปหาน้ำแข็งที่บ้านของเธอ

“คุณป้า!” น้ำแข็งแปลกใจ ไม่ใช่ว่าผู้มีพระคุณจะไม่เคยมาที่นี่ แต่เวลาแบบนี้มันน่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

“ถ้าป้าไม่มาคุยกับน้ำแข็งวันนี้ คืนนี้ป้าคงนอนไม่หลับแน่ๆ” คิ้วเรียวของน้ำแข็งขมวดเข้าหากันทันที และหลังจากที่ศศิกานต์กลับไป น้ำแข็งได้แต่นั่งเหม่อและครุ่นคิดเรื่องที่ศศิกานต์มาคุยแกมขอร้องแบบที่เธออยากจะปฎิเสธแต่ก็ทำไม่ได้

“เป็นอะไรไป” ป้านัน เอ่ยถามหลานสาวที่นั่งเหม่อมาสักพักจนเธออดเป็นห่วงไม่ได้

“ป้า น้ำแข็งจะทำยังไงดีคะ?”

“เรื่องที่คุณศศิกานต์ทาบทามหนูไว้ให้กับคุณไมล์ใช่มั้ย”

“ค่ะ”

“แล้วน้ำแข็งมีใครอื่นที่ให้คิดเป็นพิเศษเหรอยัง?”

“เรื่องแบบนั้น ป้าก็รู้ว่่าหนูยังไม่ได้คิดเลย”

“ถ้างั้นก็ลองดูกับคุณไมล์ไม่ได้เหรอ”

“ป้าก็รู้ว่าเขาเป็นใคร แล้วหนูเป็นแค่อะไร ผู้หญิงแบบหนูมันจะคู่ควรกับเขาเหรอคะ”

“เรื่องฐานะ ป้าไม่เถียงหนูหรอก แต่คุณค่าของคนเราไม่ได้วัดกันตรงนั้น ความดีมันคงทนถาวรกว่าไม่ใช่เหรอ และป้าคิดว่าคุณศศิกานต์ก็คิดแบบนี้ วันนี้เขาถึงมาคุยกับหนูไง”

“ป้าไม่รู้หรอกค่ะ ในแต่ละครั้งที่หนูกับคุณไมล์ได้เจอกัน เขาแทบจะไม่มองหนูเลย สาเหตุหนูก็รู้อยู่ แต่หนูผิดอะไรเหรอคะ” ป้านันยิ้มเล็กๆออกมา 

“ถ้างั้นหนูก็ทำให้เขารู้สิว่าหนูเป็นใคร” น้ำแข็งหันมามองป้านัน อย่างไม่อยากเชื่อว่าป้านันจะพูดออกมาแบบนี้ 

การแสร้งว่ารักโดยที่ไม่รักมันก็ยากมากอยู่แล้ว แล้วการที่เรารักแต่แสร้งว่าไม่รักโดยที่ภายใต้การแสร้งว่าไม่รักนั้นต้องแสร้งว่ารัก มันไม่ง่ายเลย 

ในเช้ารุ่งขึ้นน้ำแข็งที่ไม่ได้อยู่ในชุดนักศึกษากำลังเดินมาตามทางเหมือนทุกวันในตอนเช้า แต่วันนี้มือเธอสองข้างหอบหิ้วถุงขนาดใหญ่ซึ่งด้านในบรรจุกล่องพลาสติกใสๆข้างในบรรจุขนมไว้มากมาย น้ำแข็งรู้สึกเพลียอย่างมากเพราะเมื่อคืนเธอนอนแทบไม่หลับ สมองคิดแต่เรื่องของไมล์วนเวียนไปหมด

“หน้าซีดๆ เป็นอะไรไปเหรอเปล่าครับ” ลุงใบที่วิ่งเข้ามาช่วยน้ำแข็ง เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

“ขอบคุณค่ะ เมื่อคืนน้ำแข็งนอนไม่ค่อยหลับ เช้านี้ก็เลยเพลียมากค่ะ”  น้ำแข็งพูดพร้อมกับส่งถุงในมือให้ลุงใบ

“งั้นเดี๋ยวทั้งหมดนี้ ลุงเอาไปส่งที่ร้านให้เองแล้วกัน คุณไปพักเสียหน่อยเถอะครับ” น้ำแข็งยิ้มอย่างซาบซึ้งใจ และเร่งฝีเท้าเข้าสู่อาคารบ้าน สมองของเธอเริ่มคิดถึงที่นอนนุ่มๆเสียแล้ว 

ไมล์ที่ยืนมองอยู่ มองตามการเคลื่อนไหวของน้ำแข็งตลอด เขาสวมชุดออกกำลังกายเรียบร้อยแล้ว จึงเดินไปยังประตู เมื่อเขาเปิดประตูเป็นช่วงที่น้ำแข็งกำลังเปิดประตูห้องนอนของคุณแม่เขาพอดี ไมล์ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที ห้องนอนคุณแม่เขาจำได้ แม้ตั้งแต่กลับมาไมล์ยังไม่เคยเข้าไปในห้องนั้นเลยก็ตามที และด้วยความสงสัยไมล์จึงเดินไปยืนอยู่หน้าประตูห้อง มือค่อยๆเอื้อมเพื่อเปิดประตู และมันไม่ได้ล็อค ไมล์จึงผลักเข้าไป แน่นอนเขามีสิทธิอยู่แล้วที่จะเข้าห้องนี้ โดยที่ไมล์ไม่รู้ว่าห้องนี้แม่ของตนได้ยกให้กับน้ำแข็งแล้ว

! ไมล์ที่เดินเข้าไป ไม่คิดว่าจะเห็นภาพอะไรแบบนี้ น้ำแข็งในชุดเดรส ตอนที่เธอสวมขณะเดินและยืนมันก็ยาวพอดีเข่า แต่พอเธอนอนทั้งๆที่สวมชุดนี้อยู่ ชายกระโปรงมันเลิกสูงขึ้นมากเผยเรียวขาขาวเล็ก กับขอบบราสีชมพูหวานกลางลำตัว ไมล์ยืนนิ่งค้างสายตาจับจ้องมองอย่างลืมตัว ก็เขามันคือมนุษย์ และเป็นมนุษย์ที่เป็นผู้ชายแข็งแรงมากด้วย

ไมล์สะบัดศีรษะไปมา เรียกสติของตัวเองคืนกลับมา และพยายามคิดทบทวนว่าทำไมน้ำแข็งถึงมานอนบนเตียงของแม่เขาได้ แต่แล้วเมื่อไมล์มองรอบๆห้อง ทุกอย่างแปลกตามาก เขาจำห้องของแม่ได้ นอกจากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ แล้วอย่างอื่นก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด

น้ำแข็งที่หลับไปทันทีเมื่อหัวถึงหมอน ไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญกำลังเดินไปรอบๆห้องด้วยความสงสัย ในห้องนี้มีภาพกลุ่มสามคนที่มีแม่เขา คุณตาและน้ำแข็ง  และอีกสองสามภาพก็เป็นภาพแม่เขากับน้ำแข็ง  ที่ให้ใครมองภาพนั้นก็จะเห็นความรักใคร่ที่แม่เขามีให้กับน้ำแข็งอย่างไม่ปิดบัง แต่ที่แปลกคือทำไมต้องมีภาพเดี่ยวของเขาอยู่ในกรอบรูปคู่กับเธอด้วย ไมล์หยิบขึ้นมาและมองภาพตัวเองกับน้ำแข็งสลับกัน 

และจู่ๆ ไมล์ก็ตัดสินใจแกะกรอบรูปนั้นเพื่อจะดึงภาพของตัวเองออกมา เสียงที่ไม่ดังมากของวัตถุ แต่ก็ทำให้น้ำแข็งรู้สึกตัว เมื่อดวงตาของเธอเปิดกว้างขึ้น สิ่งแรกที่เธอเห็นก็คือลูกชายอดีตเจ้าของห้อง

“คุณไมล์!” ไมล์แค่หันกลับมา และเห็นว่าน้ำแข็งรีบลุกขึ้นนั่งและดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเองไว้จนถึงเอว 

“ไม่ต้องตื่นตระหนกขนาดนั้น เพราะว่าฉันเห็นจนจินตนาการได้หมดแล้ว” น้ำแข็งอ้าปากค้าง แก้มแดง เธออายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปแทรกไว้ตรงไหน 

“ต่อมความเป็นสุภาพบุรุษของคุณมันชำรุดเหรอยังไง” น้ำแข็งตอกกลับอย่างอดไม่ได้

ไมล์ขยับเพียงสองก้าวเขาก็มาอยู่บนเตียงนั่งคร่อมทับขาน้ำแข็งไว้ พร้อมกับคว้ามือเธอไว้ด้วยมือที่ว่างอยู่

“ปล่อยฉันนะ!” น้ำแข็งบิดมือที่ถูกรัดไว้โดยชายตรงหน้าที่มือของเขาใหญ่กว่ามือเธอมาก

“บอกจุดประสงค์ของเธอมา” ไมล์ เสียงแข็งกร้าว ใส่น้ำแข็ง

“จุดประสงค์บ้า จุดประสงค์บอ อะไร”

“เธอนี้มันเป็นเด็กไร้สัมมาคารวะจริงๆ”

“เออ! ถ้างั้นก็ปล่อยฉันเสียที” น้ำแข็งเสียงแข็งใส่ และออกแรงในการดึงข้อมือตัวเองมากขึ้น

“ถ้าอยากให้ปล่อย ก็บอกมา ว่าต้องการอะไร เธอต้องการอะไรที่เข้ามายุ่งวุ่นวายกับครอบครัวของฉัน!” ไมล์เสียงแข็งกร้าวมากขึ้น เพราะยังไงวันนี้เขาต้องรู้ให้ได้ 

“แล้วมันเรื่องอะไรของคุณด้วย เพราะคนที่ต้องการให้ฉันเข้ามา คือ คุณแม่กับคุณตาของคุณ”

“อย่ามายอกย้อนนะ!  ยายเด็กบ้า!” ไมล์ แข็งกร้าวมากขึ้นเท่าทวี เขาไม่เคยเจอใครที่ดื้อและไร้ซึ่งความเกรงกลัวและเกรงใจในตัวเขามาก่อนเลย

“บ้า! คุณนั้นแหละที่บ้า เค้าอยู่ของเค้าเฉยๆ ก็ถูกเข้ามาหาเรื่อง ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถามว่า คุณต้องการอะไรจากฉันคุณไมล์” น้ำแข็ง แข็งสมชื่อแต่เธอก็ไม่เย็นพอในเรื่องอารมณ์ ตามชื่อสักเท่าไหร่ แม้เธอจะตกเป็นรองคนตรงหน้าพอดูก็ตามทีเถอะ

“ฉันต้องการรู้ว่าเธอต้องการอะไร ที่เข้ามายุ่งกับคุณแม่และคุณตาของฉัน” น้ำแข็งถอนหายใจครั้งใหญ่ ใบหน้าบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจ จะให้เธอตอบไปแบบไหนล่ะ ก็ในเมื่อเธอไม่มีอะไรที่ต้องการในครอบครัวนี้ ครอบครัวที่มีแต่ให้เธอมาตลอดหลายปีมานี้

“ไม่มี” ไมล์คิ้วขมวด ไม่เข้าใจ

“ไม่มีอะไร ฉันไม่เข้าใจ”

“โอ้ย!!!  อะไรของคุณเนี่ยะ ฉันต้องมาแปลไทยเป็นไทยอีกเหรอ ก็เข้าใจนะว่าคุณมันลูกครึ่ง แต่คุณก็เติบโตมาที่เมืองไทยนานหลายปี ถึงจะไปๆมาๆ บ้างก็ตามทีเถอะ”

“นี่เธอ รู้เรื่องของฉันด้วยเหรอ?” ไมล์ถามกลับด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่จู่ๆก็เกิดขึ้นมา

“ไม่รู้! ปล่อยฉันสักที ฉันต้องไปเรียนแล้ว”น้ำแข็งเบื่อที่จะต้องมาสาธยายอะไรให้กับเขาคนตรงหน้าฟัง ในสถานการณ์แบบนี้ ที่นี่มันบนเตียงนอนนะ

“นี่เธอ!!!...ฉันไม่ได้น่ารำคาญแบบนั้น อย่ามาทำหน้าตาแบบนั้นกับคนอย่างฉันนะ” น้ำแข็ง อ้าปากหวอ เหลือเชื่อเอาเข้าไป ผู้ชายคนนี้เป็นอะไรมากมั้ย เขาจะเอายังไงกับเธอเนี่ยะ  

“แล้วจะปล่อยฉันได้เหรอยัง?”

“แล้วเธอตอบคำถามฉันมาแล้วเหรอ?”

“ตอบไปแล้วไงว่า ไม่มี ไม่มีอะไรในครอบครัวคุณที่ฉันต้องการ จบป๊ะ” น้ำแข็งย้ำถามกลับ

“หน้าฉันดูปัญญาอ่อนมากมั้ย?” น้ำแข็งถอนหายใจอีกครั้ง พร้อมมองบนตามอารมณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้

“แล้วอยากได้คำตอบแบบไหนไม่ทราบ ว่ามา จะพูดให้ได้ยิน จะได้แยกย้ายกันสักที” ไมล์ยิ้ม

“ต้องการฉัน”

!  น้ำแข็ง ดึงดวงตากลับมามองหน้าเขา เขาคนตรงหน้า ที่ยิ้มให้กับเธอ “หลงตัวเองมากเกินไปแล้วนะคะ”

“เธอยังมีหน้ามาว่าฉันหลงตัวเองอีกเหรอ หลักฐานมันชัดเจนขนาดนี้”

“หลักฐาน หลักฐานอะไร?”

“เธอบอกว่าจะไปเรียนโดยที่ใส่ชุดนี้ไปอย่างงั้นเหรอ ก้มมองตัวเองหน่อย” น้ำแข็งเงียบเสียงลง และก้มหน้าหลบสายตาของไมล์ ใบหน้าเธอแดงก่ำ บอกแล้วมันยากจริงๆ กับการที่เธอเองก็แอบพึงพอใจเขาไม่น้อย แต่ต้องแสร้งเป็นไม่พึงพอใจ 

“ออกไปเลยนะ ออกไปจากห้องฉัน”  น้ำแข็งที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงคิดว่าการไล่เขาให้ออกไปจากห้องนี้ดีที่สุด

“บ้านเธอเหรอไง?” เสียงตอบกลับอย่างเย้ยหยั้น

“งั้นฉันไปเอง” น้ำแข็งบิดข้อมือตัวเอง และพยายามจะขยับตัวเองให้ออกจากบนเตียงนอน

“เรามาตกลงกันดีกว่า” น้ำแข็งหยุดการดิ้นรนที่ไมล์ไม่ยอมให้เธอแยกไปง่ายๆ

“ตกลง ตกลงอะไร?”

“เราสองคนต่างรู้ดีว่า คุณแม่อยากได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้” น้ำแข็งหน้าร้อนวูบเฉียบพลัน “เราแสร้งมาทำให้คุณแม่สบายใจดีกว่า” น้ำแข็งยังเงียบอยู่ แต่ดวงตาจับจ้องมองตอบไมล์อย่างใคร่รู้ “เราก็แสร้งเป็นแฟนกันเฉพาะต่อหน้าคุณแม่และคุณตา เป็นไง”

“ไม่เอา” น้ำแข็งปฎิเสธทันที จะให้เธอกลอกลวงผู้ใหญ่ที่มีพระคุณกับเธอได้ยังไง

“ฉันรู้นะว่าเธอไม่อยากโกหก แต่เคยได้ยินมั้ย โกหกสีขาว การโกหกที่ทำให้คนที่เรารักมีความสุขมากขึ้น” ไมล์ยังรู้สึกติดตากับสีหน้าของมารดาเมื่อวานนี้ได้ดี ตอนที่เขาประกาศความสัมพันธ์ระหว่างเขากับน้ำแข็งออกไป ตอนนั้นไมล์รู้สึกแย่ไม่ต่างไปจากมารดาเลย และเขาก็ต้องกลับมาคิดทบทวนอีกครั้ง แน่นอนว่าการทำข้อตกลงกันกับน้ำแข็งเป็นทางออกที่ดีที่สุด

น้ำแข็งครุ่นคิดอยู่สักพัก ไมล์เงียบลงอย่างอดทน รอคำตอบ “ตกลงค่ะ แล้วต้องทำอย่างไรบ้าง” มุมปากหยักกดลึกก่อนตอบว่า...

“ก็ต้องร่างข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรและลงนามรับทราบด้วยกันทั้งสองฝ่าย” น้ำแข็งเบิกตากว้าง ทำข้อตกลง มันต้องขนาดนั้นเลยเหรอ  แต่คิดไว้ในใจเป็นดีที่สุด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha