[จบ] แสงใต้เงา [Chance Below Shadow]

โดย: รุ่งอรุโณทัย



ตอนที่ 12 : เดท [จริงเหรอ]


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

https://www.bannniyay.com/avatar/member/18/636443691674519615.jpg


“ไมล์!” เสียงเรียกที่คุ้นเคยอย่างแปลกใจของมารดา ไมล์หันไปตามเสียงเรียกนั้นด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบ

“มีอะไรเหรอครับคุณแม่”

“แม่ต่างหากที่ต้องถามลูก ลูกเข้าไปในห้องนั้นได้ยังไง”

“ผมก็เปิดประตูเข้าไปครับ”

“แม่หมายความว่า ลูกเข้าไปในห้องน้องเขาได้ยังไง”

“แม่หมายถึงยายเด็กขายขนมหวานเหรอครับ” ศศิกานต์ทำตาดุใส่ไมล์ “ตอนแรกผมไม่รู้ว่าห้องนี้คุณแม่ยกให้คนอื่นไปแล้ว แต่ตอนนี้ทราบแล้วครับ ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกครับ” ศศิกานต์พยักหน้าเข้าใจ เพราะเธอรู้จักลูกชายดีว่าไม่ใช่ผู้ชายมักง่าย

“ว่าแต่วันนี้จะไปไหนเหรอเปล่า”

“มีครับ แต่ไม่สำคัญมาก คุณแม่มีอะไรเหรอเปล่าครับ”

“เปล่าจ๊ะ ไปเถอะ”

“ครับ ออ! คุณแม่ วันนี้ผมขอยืมลูกสาวสุดที่รักของคุณแม่หน่อยนะครับ”

“จะพาน้องไปไหน”

“สำนักเขตแถวๆนี้แหละครับ” ศศิกานต์พยักหน้า เพราะเธอจำได้ว่าบัตรประชาชนของไมล์หมดอายุพอดี ช่วงนี้เขาว่างก็คงอยากจะจัดการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อย

“ไหนๆก็มีเพื่อนแล้ว ลูกก็ไปหาซื้อเสื้อผ้าของใช้เพิ่มมาเลยแล้วกัน วันนี้น้องไม่มีเรียน ว่างทั้งวัน”

“คุณแม่ทราบขนาดนั้นเลยเหรอครับ ว่ายายเด็กขายขนมว่างทั้งวัน”

“น้ำแข็งเป็นเด็กดีมาก แล้ววันหนึ่งไมล์จะรู้” ไมล์ไม่แสดงความคิดเห็นแต่ขอตัวกลับห้องเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

ศศิกานต์จึงเคาะประตูเบาๆก่อนที่จะเปิดเข้าไป เห็นน้ำแข็งนั่งอยู่ที่โต๊ะ

“น้ำแข็ง พี่เขามาว่าอะไรเราอีกเหรอเปล่า” 

“เปล่าค่ะ”

“แล้วเขาเข้ามาทำไม”

“ตอนแรกก็น่าจะเพราะเข้าใจผิดค่ะ แต่ช่วงหลัง เออ!” น้ำแข็งลังเล แต่เธอไม่อยากปิดบังผู้มีพระคุณ จึงยื่นเอกสารข้อตกลงให้ศศิกานต์ได้อ่าน

“ร้ายจริงๆเลยตาไมล์ เอาเถอะเราก็เล่นไปตามที่พี่เขาต้องการ ป้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าตอนจบจะออกมาแบบไหน” น้ำแข็งกระพริบตาปริบๆ เอาแล้วสิ! คุณแม่คุณลูก เล่นสงครามประสาทใส่กัน แล้วคนกลางอย่างเธอจะทำไงละคราวนี้ 

“มื้อเย็นนี้คุณไมล์จะประกาศให้คุณท่านกับคุณป้าทราบค่ะ” ศศิกานต์ยิ้มอย่างเข้าใจ เธอตื่นเต้นจริงๆเลย เพียงแต่ไม่แสดงออกมาให้น้ำแข็งเห็นก็เท่านั้น เพราะเธอรู้แล้วว่าแสงแห่งความหวังของเธอเริ่มฉายออกมาแล้ว ลูกชายของเธอจะไม่มีวันทำเรื่องเด็กๆแบบนี้เด็ดขาดถ้าเขาไม่มีความรู้สึกอะไรกับน้ำแข็งบ้าง ซึ่งเธอเข้าใจดีว่ามันยากที่ไมล์จะยอมเปิดใจให้กับน้ำแข็งง่ายๆ ข้อตกลงฉบับนี้ก็คงเป็นเพียงม่านกั้นที่ไมล์เอามาเป็นข้ออ้างมากกว่า เพราะคนอย่างไมล์ถ้าไม่ก็คือไม่ เป็นเพียงคำตอบเดียวเท่านั้น

“สองคนนั้นไปไหนกัน” เอกพจน์เอ่ยถามบุตรสาว เมื่อเห็นว่าน้ำแข็งขึ้นรถนั่งเคียงคู่ไปกับไมล์ที่อยู่หลังพวงมาลัย

“สำนักเขตค่ะ บัตรประชาชนตาไมล์หมดอายุค่ะ และคงเลยกันไปซื้อของกันต่อค่ะ” 

“ก็ดี” เอกพจน์เอ่ยตอบกลับมาสั้นๆ ศศิกานต์ตัดสินใจที่จะไม่บอกให้เอกพจน์ทราบเรื่องที่ไมล์กับน้ำแข็งทำข้อตกลงกันไว้ เธอก็อยากจะเห็นบทบาทการแสดงของบุตรชายเหมือนกัน ใบหน้าที่มีความสุขปรากฎอยู่บนใบหน้าของ         ศศิกานต์ทำให้เอกพจน์มองอย่างสงสัยเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เอามาใส่ใจอะไร

น้ำแข็งที่นั่งอยู่ข้างๆเบาะคนขับ ซึ่งหน้าที่ของเธอก็แค่คอยบอกทางให้กับเขา ไมล์กับน้ำแข็งใช้เวลาจัดการเรื่องบัตรประชาชนเกือบๆชั่วโมง ทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้ว 

“เสร็จแล้วค่ะ” น้ำแข็งยื่นบัตรประชาชนใบใหม่ให้ไมล์ 

“ไปช่วยถือของต่อด้วย” ไมล์พูดสั้นๆ ขณะรับบัตรมาเก็บใส่กระเป๋า และเขายื่นยัตรใบเก่าให้น้ำแข็ง 

“อะไรคะ” น้ำแข็งรับมาพร้อมถามกลับ

“ฉันไม่อยากพกบัตรประชาชนหลายใบ ฝากเธอไปทำลายและทิ้งให้ด้วย” น้ำแข็งพยักหน้าเข้าใจ และเก็บบัตรของไมล์ไว้ในกระเป๋าสะพายของตน ทั้งสองเดินกลับไปที่รถ จุดหมายต่อไปคือห้าสรรพสินค้าดังสักที่หนึ่งในกรุงเทพมหานคร

ก่อนออกรถไมล์ถามความเห็นจากน้ำแข็งว่าเขาควรไปที่ไหนดี

“คุณไมล์ไม่รังเกียจแบบคนเยอะๆใช่มั้ยคะ”

“เยอะมากก็ไม่เอา” น้ำแข็งพยักหน้า เธอจึงแนะนำห้างดังแถวถนนเพลินจิต ที่เดียวกับที่เธอไปกับศศิกานต์ ไมล์เขาค่อนข้างพิถีพิถันกับของใช้ทุกอย่าง ส่วนใหญ่เขามักจะเลือกเองทุกอย่าง เราไม่ต้องซื้อไปเยอะหรอก ถ้าไม่ถูกใจรันแต่จะสิ้นเปลือง คำพูดที่ออกมาจากศศิกานต์ น้ำแข็งจำได้ดี ก็ต้องจำได้อยู่แล้วก็คุณป้าหวังผลกับสิ่งที่พูดมาก ซึ่งตอนนั้นเธอยังไม่เจอตัวจริงของเขาเลยด้วยซ้ำ

“สวัสดีค่ะ” พนักงานต้อนรับกล่าวทักทายไมล์และน้ำแข็งที่เดินเข้าไปเป็นร้านแรก ร้านนาฬิกา

“ผมอยากดูนาฬิกาคู่” ไมล์เลือกแบรด์ TAG HEUE กับ ROLEX พร้อมแบบ นาฬิกาสี่เรือนมาวางเรียงกัน “ตัดสินใจมา” ไมล์ดึงแขนน้ำแข็งเข้ามาใกล้ๆ 

“ห๊า!”

“เธอเป็นคนเลือกว่าจะเอาคู่ไหนระหว่างสองแบรนด์นี้”

“ทำไมฉันต้องเป็นคนตัดสินใจด้วยละคะ” น้ำแข็งไม่เข้าใจ

“นี่ใจคอเธอจะไม่ช่วยอะไรเลยเหรอไง บทบาทที่เราต้องเล่นมันก็ต้องมีของประกอบฉากด้วยสิ” 

“หมายความว่าคุณจะให้ฉันใส่นาฬิกาแพงๆแบบนี้เหรอคะ”

“คนทั้งบ้านกำลังจะรู้ว่าเธอเป็นแฟนของฉัน ฉันคงปล่อยให้เธอซอมซ่อไม่ได้หรอกนะ เร็วๆเข้าเสียเวลา” น้ำแข็งก้มหน้ามองนาฬิกาสองคู่ตรงหน้า แบบทั้งสองคล้ายๆกัน ไมล์คงชอบสายหนัง เพราะที่เขาเลือกไว้ก็เป็นสายหนังรวมถึงที่เขาใส่อยู่ด้วยตอนนี้

“มันแพงมากๆเลยนะคะ”

“เธอเป็นคนจ่ายเหรอไง หน้าที่เธอแค่เลือกว่าคู่ซ้ายหรือขวา มันยากมากมั้ย” พนักงานขายมองไมล์กับน้ำแข็งสลับไปมา เธอได้ยินแค่บทสนทนาบางช่วงเท่านั้น เพราะบางคำพูดฝ่ายชายจะพูดเสียงเบามากเพื่อให้ได้ยินแค่ผู้หญิงที่เขาพามาด้วย

“ซ้าย” น้ำแข็งตอบกลับโดยที่ไม่หันกลับไปมองนาฬิกาเลย 

“เลือกได้ดี งั้นผมเอาคู่นี้” ไมล์ยื่นมือไปหาพนักงานขาย ซึ่งพนักงานก็หยิบนาฬิกาออกจากกล่องส่งให้ไมล์ ไมล์จับมือน้ำแข็งขึ้นมา เขาจัดการสวมนาฬิกาให้น้ำแข็งทันที “โอเคครับ เดี๋ยวคุณตัดสายออกอีกสักแค่นี้นะครับ” ไมล์ยื่นแขนข้างที่สวมให้กับน้ำแข็งให้พนักงานหญิงได้ดู ส่วนอีกเรือนของเขาไม่ต้องทำอะไร ไมล์ยื่นบัตรสีเงินให้กับพนักงาน พวกเขารอไม่นานมากทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งสองออกมาจากร้านแรกโดยที่ข้อมือน้ำแข็งมีนาฬิการาคาแพงลิบลิ่วเกินกว่าที่ชีวิตนี้เธอจะตัดสินใจซื้อมันได้ และร้านที่สองที่ไมล์พาน้ำแข็งเข้าไปคือร้านรองเท้าแน่นอนว่ามีทั้งของเขาและเธอที่ไมล์ยังให้เหตุผลเดิมคือ ซอมซ่อ ของที่เธอใช้อยู่มันเก่ามากแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าศศิกานต์จะไม่อยากซื้อให้เธอ แต่น้ำแข็งขอไม่รับ เพราะแค่ค่าเทอมและเงินเดือนที่ได้มาก็มากพอแล้ว  

ไมล์หันหลังกลับมามองคนถือของ แค่ร้านรองเท้าก็สี่ถุงเต็มมือยายเด็กขายขนมหวานแล้ว ไมล์จึงเดินกลับมาหาน้ำแข็งที่เดินช้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้เธอก็ยิ่งช้าไปอีกเมื่อสองมือเธอเต็มไปด้วยถุงใบใหญ่อีกสี่ถุง

“เอาไปกุญแจ เอาไปเก็บไว้ที่รถก่อนเดี๋ยวฉันดูเข็มขัดอยู่ร้านตรงนั้น รีบไปรีบมาละ” ไมล์พูดพร้อมกับยัดกุญแจใส่ในกระเป๋าสะพายของน้ำแข็งให้อย่างคนมีน้ำใจ

“น้ำแข็ง น้ำแข็งจริงๆด้วย” เสียงเรียกที่ไม่คุ้นสำหรับไมล์ แต่คนที่ถูกเรียกกลับไม่แปลกใจ เธอหันกลับไปทิศทางของเสียงเรียกนั้น 

“สวัสดีจ๊ะพิม พี่พล” น้ำแข็งกล่าวทักทายอย่างคุ้นเคย

“น้ำแข็งมากับใครนะ” พิมพิลามองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังน้ำแข็งอย่างสนใจ ก็เขาคนนั้นดูดีน่ามองมาก

“เอ่อ กับคุณศตวรรษ ลูกชายของคุณหญิงป้านะ”

“ให้พี่ช่วยดีกว่านะ ถุงเยอะแยะเลยคงหนักน่าดู” พลพักษ์ หรือ พล เข้าไปใกล้น้ำแข็งทันที แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ได้สนใจไมล์เหมือนอย่างที่พิมพิลาสนใจ

“อุ้ย! ไม่ต้องค่ะพี่พล น้ำแข็งกำลังเอาไปเก็บที่รถค่ะ”

“ไม่เป็นไร รถจอดอยู่ที่ไหนเดี๋ยวพี่เดินไปเป็นเพื่อน” ภาพการยื้อแย่งสร้างความไม่พอใจให้กับไมล์พอดู แต่เขาเลือกที่จะเดินไป

“เชิญตามสบายนะ ฉันรออยู่” ไมล์พูดแค่นั้นเดินไปยังร้านที่เขาบอกไว้ก่อนหน้านี้ พิมพิลามองตามไมล์ไปอย่างสนใจและประทับใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆที่สายตาของไมล์ไม่หันมามองเธอนานด้วยซ้ำ 

“งั้นพี่พลช่วยน้ำแข็งถือของไปที่รถนะคะ” พิมพิลาพูดจบ เดินตามไมล์ไปทันที น้ำแข็งไม่มีเวลาได้เห็นสายตาของเพื่อน เพราะต้องปล่อยมือจากถุงทั้งหมดให้กับพลพักษ์ และเดินไปยังรถที่จอดอยู่


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha